- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 40 นางแพ้แน่ๆ
บทที่ 40 นางแพ้แน่ๆ
บทที่ 40 นางแพ้แน่ๆ
บทที่ 40 นางแพ้แน่ๆ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันทดสอบของตำหนักหลิงตาน
การทดสอบของตำหนักหลิงตานครั้งนี้คึกคักเป็นประวัติการณ์
ไม่เพียงแต่ศิษย์ในตำหนักหลิงตานจะมาดูกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ยังมีศิษย์จากตำหนักอื่นๆ แห่กันมามุงดูด้วย
ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเดิมพันครั้งนี้ฉู่กวนจิ้งไม่มีทางชนะ ผลลัพธ์มันเห็นๆ กันอยู่ ที่พวกเขามามุงดูก็ไม่ได้กะจะมาดูฉู่กวนจิ้งพลิกล็อกหรอก เพราะโอกาสมันน้อยนิดเสียเหลือเกิน พวกเขาแค่อยากรู้ว่าถ้าฉู่กวนจิ้งแพ้ นางจะถูกอัปเปหิออกจากสำนักจริงๆ หรือเปล่าก็เท่านั้น
มีศิษย์หัวใสไปตั้งโต๊ะรับแทงพนันอยู่ข้างๆ สนามทดสอบ ให้ทายว่าใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างผู้อาวุโสเสียนเฟิงกับฉู่กวนจิ้ง
ตอนนี้อัตราต่อรองของผู้อาวุโสเสียนเฟิงอยู่ที่หนึ่งต่อสอง ส่วนของฉู่กวนจิ้งนั้นพุ่งทะยานไปถึงหนึ่งต่อสิบห้าแล้ว
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครลงเงินข้างฉู่กวนจิ้งเลยสักคน การตั้งโต๊ะพนันนี้ดูจะไร้ประโยชน์สิ้นดี
จนกระทั่งสวี่จื้อหยวนโผล่มา เขาเห็นฝั่งฉู่กวนจิ้งว่างเปล่าไม่มีเงินวางสักแดงเดียว ก็เดาะลิ้นเบาๆ ก่อนจะควักตั๋วเงินห้าสิบตำลึงตบลงไปที่ฝั่งฉู่กวนจิ้งอย่างไม่อิดออด
แม้เมื่อวานจนถึงตอนที่เขากลับไป เขาจะเห็นฉู่กวนจิ้งหลอมโอสถถอนพิษระดับหกที่พอถูไถผ่านเกณฑ์มาได้แค่สามเม็ด แต่ยังไงเรื่องกำลังใจก็ต้องมาเป็นที่หนึ่ง
"สมกับเป็นคุณชายสวี่จริงๆ เงินตั้งห้าสิบตำลึงโยนทิ้งหน้าตาเฉย ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด"
"สำหรับคุณชายสวี่ ห้าสิบตำลึงก็คงไม่ต่างอะไรกับเงินห้าอีแปะของพวกเราล่ะมั้ง" มีคนซุบซิบกันเมื่อเห็นการกระทำของสวี่จื้อหยวน
สถานที่สำหรับการทดสอบของตำหนักหลิงตานเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งก้านธูป การทดสอบก็จะเริ่มขึ้น
ผู้อาวุโสทุกท่านของตำหนักหลิงตานยกเว้นผู้อาวุโสหลิงเช่อ มานั่งประจำที่กันหมดแล้ว ผู้อาวุโสเสียนเฟิงนั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน กวาดสายตามองศิษย์สายโอสถที่นั่งประจำที่หน้าเตาหลอมของแต่ละคน แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของฉู่กวนจิ้ง
หากฉู่กวนจิ้งไม่มาปรากฏตัวก่อนเริ่มการทดสอบ ก็จะถูกตัดสิทธิ์จากการทดสอบทันที และการเดิมพันครั้งนี้ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็จะเป็นฝ่ายชนะโดยปริยาย
เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย แต่ก็ยังไร้วี่แววของฉู่กวนจิ้ง
ฝูงชนที่มามุงดูเริ่มคาดเดากันไปต่างๆ นานา
"หรือว่าฉู่กวนจิ้งจะกลัวจนหัวหด ไม่กล้ามาแล้ว?"
"น่าจะใช่ ข้าได้ยินมาว่าสองสามวันมานี้นางหมกตัวอยู่แต่ในห้องเพื่อหลอมโอสถ แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จ แถมยังทำเตาระเบิดบ่อยๆ ด้วย"
"รู้อย่างนี้แต่แรก ตอนนั้นจะไปทำตัวกร่างใส่ผู้อาวุโสทำไมให้เสียเรื่อง"
เสียงซุบซิบของคนข้างล่างดังเข้าหูผู้อาวุโสเสียนเฟิงอย่างชัดเจน
เขากลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ มองดูธูปที่ใกล้จะมอดดับ เขาเตรียมพร้อมที่จะประกาศให้ฉู่กวนจิ้งตกรอบอยู่รอมร่อ
"คนแทงข้างฉู่กวนจิ้งทำไมถึงมีแค่นี้ล่ะ?" เสียงสตรีกลั้วเสียงหัวเราะดังขึ้นที่หน้าโต๊ะพนัน
ทุกคนหันไปมองตามเสียง มีศิษย์สายโอสถคนหนึ่งจำเจ้าของเสียงได้
"นั่นผู้อาวุโสหลิงเช่อนี่!"
"ผู้อาวุโสหลิงเช่อออกจากด่านกักตัวแล้ว!"
การปรากฏตัวของผู้อาวุโสหลิงเช่อดึงดูดความสนใจของทุกคนไปจนหมด ผู้อาวุโสเสียนเฟิงเม้มปาก กระแอมไอก่อนจะพูดเสียงขรึมว่า "ผู้อาวุโสหลิงเช่อ โปรดอย่าสร้างความวุ่นวายด้านล่างจนกระทบต่อการทดสอบ"
ผู้อาวุโสหลิงเช่อตอบรับส่งๆ หยิบตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงออกมาวางป๊าบลงบนฝั่งฉู่กวนจิ้ง
"เดิมพันน่าสนุกขนาดนี้ จะขาดข้าไปได้อย่างไร"
เมื่อเห็นผู้อาวุโสหลิงเช่อเลือกข้างฉู่กวนจิ้ง ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็แค่นเสียงเย็นชาพลางกล่าวเตือน "หากท่านทำไปเพราะแค่อยากจะหักหน้าข้า ข้าขอแนะนำให้ท่านล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถอะ"
ผู้อาวุโสหลิงเช่อกลอกตาบน ยิ้มตอบว่า "ผู้อาวุโสเสียนเฟิงหลงตัวเองเกินไปแล้ว ข้าเลือกฉู่กวนจิ้ง ก็เพราะข้าคิดว่านางจะชนะจริงๆ"
คำพูดของนางทำให้ผู้อาวุโสเสียนเฟิงที่อยู่ด้านบนถึงกับหัวเราะลั่น
ผู้อาวุโสหลิงเช่อเมินเสียงหัวเราะของเขา เดินไปนั่งที่ประจำของผู้อาวุโส
ในขณะที่ธูปกำลังจะมอดดับลง ฉู่กวนจิ้งก็โผล่มาในที่สุด
ไป๋อู๋จิ่งและสวี่จื้อหยวนที่มายืนดูการทดสอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
นางเดินผ่านโต๊ะพนันไปอย่างไม่ลังเล ควักเงินที่เหลือจากการซื้อวัตถุดิบทั้งหมดทุ่มลงฝั่งตัวเอง แล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปนั่งประจำที่หน้าเตาหลอมของตัวเอง
ตั้งแต่ที่นางก้าวเข้ามา สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว เมื่อเห็นนางควักตั๋วเงินใบใหญ่มาวางเดิมพันข้างตัวเอง แววตาของพวกเขาก็มีทั้งความสงสัย เยาะเย้ย และฉงนใจ
"นี่นางกะจะเทหมดหน้าตักเลยรึ?"
"หรือว่านางจะมั่นใจในตัวเองมาก..."
"หรืออาจจะแค่รวยเฉยๆ ก็ได้"
ธูปก้านนั้นมอดดับลง การทดสอบกำลังจะเริ่มขึ้น
ก่อนเริ่ม มีผู้อาวุโสออกมาทบทวนกติกาให้ฟัง
กติกาของการทดสอบครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกครั้ง คือการหลอมโอสถที่ตรงตามเงื่อนไขให้สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด
ซึ่งโอสถที่ผ่านเกณฑ์ในครั้งนี้คือโอสถถอนพิษระดับหกขึ้นไป
เพื่อให้เกิดความยุติธรรม วัตถุดิบและเตาหลอมที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ทางตำหนักหลิงตานจะเป็นผู้จัดเตรียมให้ทั้งหมด
และเมื่อการทดสอบสิ้นสุดลง ศิษย์ไม่สามารถนำโอสถที่หลอมเสร็จกลับไปได้ จะต้องถูกเก็บคืนทั้งหมด
เมื่อผู้อาวุโสอธิบายกติกาจบ ศิษย์สายโอสถทุกคนก็เริ่มลงมือ ฉู่กวนจิ้งเองก็เช่นกัน
นางมองดูวัตถุดิบที่วางอยู่ใกล้มือ และเตาหลอมตรงหน้า ในหัวพลางทบทวนคำสอนที่ผู้อาวุโสหลิงเช่อพร่ำสอนในช่วงสองวันที่ผ่านมา
ฉู่กวนจิ้งขยับตัวค่อนข้างช้า หากเทียบกับศิษย์คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้ว อาจจะเรียกได้ว่าเชื่องช้าเลยทีเดียว
ศิษย์คนอื่นๆ สามารถหยิบวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถถอนพิษออกมาจากกองวัตถุดิบมากมายแล้วโยนลงเตาได้อย่างแม่นยำ แต่ฉู่กวนจิ้งกลับค่อยๆ หยิบมาดูทีละชิ้น ราวกับกำลังพยายามแยกแยะว่ามันคืออะไรกันแน่
"นี่นางไม่รู้ด้วยซ้ำใช่ไหมว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไรในการหลอมโอสถถอนพิษน่ะ"
"ดูเหมือนจะไม่รู้จริงๆ นะ ข้าเห็นนางหยิบวัตถุดิบมาคนละอย่างกับคนอื่นเลย"
"แบบนี้นางก็แพ้เห็นๆ เลยไม่ใช่รึ?"
สวี่จื้อหยวนและไป๋อู๋จิ่งไม่มีความรู้เรื่องการหลอมโอสถ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าการหลอมโอสถถอนพิษต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง
พอดีกับที่อู๋อิ้งเสวี่ยซึ่งกำลังรอทดสอบในรอบถัดไปยืนอยู่ข้างๆ ไป๋อู๋จิ่งจึงหันไปถามนางว่า "ศิษย์น้องฉู่หยิบวัตถุดิบมาถูกหรือเปล่า?"
อู๋อิ้งเสวี่ยกอดอกเบ้ปาก หัวเราะเยาะอย่างสะใจ "ผิด ผิดมหันต์ นางแพ้แน่ๆ"
สีหน้าของไป๋อู๋จิ่งเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขามองฉู่กวนจิ้งด้วยความกังวลใจ
ส่วนสวี่จื้อหยวนนั้นอดรนทนไม่ไหว ตะโกนบอกฉู่กวนจิ้งเสียงดังลั่น "หยิบวัตถุดิบผิดแล้ว!"
ไม่รู้ว่าฉู่กวนจิ้งได้ยินหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือสวี่จื้อหยวนโดนคนของตำหนักหลิงตานปะยันต์ใบ้กินใส่ปากไปเรียบร้อย
สวี่จื้อหยวน: "........"
เวลาทดสอบผ่านไปกว่าครึ่ง มีศิษย์หลายคนสามารถหลอมโอสถถอนพิษระดับหกออกมาได้สำเร็จแล้ว ในขณะที่บางคนที่พลาดในครั้งแรกก็เริ่มลงมือหลอมเตาที่สอง
ส่วนทางด้านฉู่กวนจิ้ง นางก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาหลอมโอสถด้วยวัตถุดิบที่นางหยิบมาผิดๆ นั่นแหละ
และก็เป็นไปตามคาด เตาหลอมของฉู่กวนจิ้งระเบิดตู้ม
การหลอมครั้งแรกพังไม่เป็นท่า คนดูทั้งลานต่างก็ฟันธงแล้วว่าเดิมพันครั้งนี้รู้ผลแล้วแน่นอน
เพราะเวลาที่เหลือ ด้วยฝีมือการหลอมโอสถแบบลุ่มๆ ดอนๆ ของนาง คงไม่มีทางที่จะหลอมโอสถถอนพิษที่ผ่านเกณฑ์ออกมาได้ทันกาล
แม้กระทั่งสวี่จื้อหยวนและไป๋อู๋จิ่งที่เอาใจช่วยอยู่ ก็ยังแอบถอดใจว่าฉู่กวนจิ้งคงหมดหวังจะชนะแล้ว
แต่หลังจากนั้น ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของฉู่กวนจิ้ง และการหยิบใช้วัตถุดิบในการหลอมโอสถของนาง ก็ทำให้พวกเขากลับมามีความหวังอีกครั้ง
จบบท