- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 39 พวกเราหนีกันเถอะ
บทที่ 39 พวกเราหนีกันเถอะ
บทที่ 39 พวกเราหนีกันเถอะ
บทที่ 39 พวกเราหนีกันเถอะ
สวี่จื้อหยวนคาดไม่ถึงว่าฉู่กวนจิ้งจะมั่นใจขนาดนี้
"ตอนนี้เจ้าหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้แล้วรึ?"
ฉู่กวนจิ้งหลุบตาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า "ก็น่าจะได้แล้วล่ะมั้ง"
"อะไรคือก็น่าจะได้แล้วล่ะมั้ง?" สวี่จื้อหยวนไม่เข้าใจความหมายที่นางต้องการจะสื่อ
ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ แล้วไอ้คำว่า 'ก็น่าจะได้แล้วล่ะมั้ง' ตกลงมันแปลว่าได้หรือไม่ได้กันแน่?
ฉู่กวนจิ้งยังมีเรื่องต้องจัดการอีก ไม่มีเวลามาเสียกับสวี่จื้อหยวนที่นี่
นางเร่งฝีเท้าเดินกลับกระท่อม
แม้ฉู่กวนจิ้งจะทำท่าทางมั่นใจว่าตัวเองจะชนะแน่ แต่สวี่จื้อหยวนก็ยังไม่วางใจ
เผื่อไว้ก่อนล่ะ ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา ฉู่กวนจิ้งไม่มีทางรับผลที่จะตามมาไหวหรอก
"ฉู่กวนจิ้ง ข้าว่าเจ้าหนีไปดีกว่านะ" สวี่จื้อหยวนยังคงคิดว่าการหนีคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
ฉู่กวนจิ้งเลิกสนใจเขาอย่างสิ้นเชิง ปล่อยให้สวี่จื้อหยวนพูดพร่ำอยู่คนเดียว
จังหวะที่ฉู่กวนจิ้งใกล้จะถึงกระท่อมหญ้าคาของนาง นางก็เห็นไป๋อู๋จิ่งยืนรออยู่หน้าประตู
สวี่จื้อหยวนเห็นไป๋อู๋จิ่งก็รีบหันไปพูดอย่างร้อนรนว่า "ศิษย์พี่ ท่านช่วยพูดเกลี้ยกล่อมฉู่กวนจิ้งทีเถอะ นางดันทุรังจะไปเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิงให้ได้เลย"
ที่ไป๋อู๋จิ่งมาหาฉู่กวนจิ้งก็เพราะเรื่องเดิมพันนี้แหละ
เขาเปิดประเด็นตรงๆ "ศิษย์น้องฉู่ หากเจ้ายินยอม ข้าสามารถไปหารือกับผู้อาวุโสตำหนักหลิงเจี้ยน เพื่อทำเรื่องย้ายเจ้ามาอยู่กับพวกเราได้นะ"
จากการต่อสู้กับอวี้เหลียนที่เมืองเซี่ยงเฉิง ไป๋อู๋จิ่งสังเกตเห็นว่าฉู่กวนจิ้งมีความคล่องแคล่วว่องไว การใช้มีดสั้นโจมตีก็เฉียบขาดและแม่นยำ หากเปลี่ยนมาฝึกเป็นผู้บ่มเพาะสายกระบี่ รับรองว่าต้องเป็นเพชรเม็ดงามที่หาตัวจับยากแน่นอน
เขาคิดว่าการที่ฉู่กวนจิ้งอยู่ที่ตำหนักหลิงตานเป็นการเสียของมาก
เขาเริ่มคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนเดินทางกลับจากเมืองเซี่ยงเฉิงแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ปรึกษากับฉู่กวนจิ้งและผู้อาวุโสตำหนักหลิงเจี้ยน ก็ดันมาได้ยินข่าวเรื่องที่นางเอาเส้นชีพจรปราณไปเป็นเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิงเสียก่อน
ไป๋อู๋จิ่งกับฉู่กวนจิ้งเพิ่งจะเคยร่วมงานกันก็แค่ตอนไปปราบปีศาจที่เมืองเซี่ยงเฉิง แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นั้น เขากลับมีความประทับใจในตัวนางอย่างมาก
เขาไม่อยากให้นางต้องมาพังอนาคตเส้นทางเซียนของตัวเองเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
เมื่อได้ฟังคำพูดของไป๋อู๋จิ่ง ฉู่กวนจิ้งยิ่งงงหนักกว่าเดิม "ทำไมข้าต้องย้ายไปอยู่ตำหนักหลิงเจี้ยนด้วยล่ะ?"
ไป๋อู๋จิ่งอธิบายให้ฟัง "ผู้อาวุโสเสียนเฟิงแค่ต้องการไล่เจ้าออกจากตำหนักหลิงตานเท่านั้น หากเจ้าย้ายมาอยู่ตำหนักหลิงเจี้ยน ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็จะไม่สามารถตามจองล้างจองผลาญเจ้าได้อีก และก็ไม่ต้องดึงดันจะเดิมพันให้รู้แพ้รู้ชนะกันด้วย"
นางเข้าใจแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นไป๋อู๋จิ่งหรือสวี่จื้อหยวน ล้วนไม่อยากให้นางเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง เพราะต่างก็คิดว่าคนที่ต้องแพ้คือนางอย่างแน่นอน
"ขอบคุณในความหวังดีของพวกท่าน แต่ข้าไม่รับไว้หรอก"
ฉู่กวนจิ้งส่งถุงย่ามมิติคืนให้สวี่จื้อหยวน แล้วก็ผลุบเข้าไปในกระท่อม
เหลือเพียงชายหนุ่มสองคนยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กอยู่หน้ากระท่อม ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี
ไป๋อู๋จิ่งกำลังคิดจะไปขอให้ผู้อาวุโสตำหนักหลิงเจี้ยนช่วยออกโรง หากให้ผู้อาวุโสตำหนักหลิงเจี้ยนออกหน้า ต่อให้ฉู่กวนจิ้งจะแพ้ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางถูกไล่ออกหรือถูกทำลายเส้นชีพจรปราณเด็ดขาด
ส่วนสวี่จื้อหยวนนั้นหมดปัญญาแล้ว เขาถอนหายใจพลางยกมือขึ้นขยี้ผมจนฟู ก่อนจะนั่งยองๆ ลงกับพื้น
"ผู้อาวุโสหลิงเช่อ? ท่านออกจากด่านแล้วหรือขอรับ?" ไป๋อู๋จิ่งมองสตรีที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
พอได้ยินชื่อผู้อาวุโสหลิงเช่อ สวี่จื้อหยวนก็ผุดลุกขึ้นมาทันที
ชื่อเสียงของผู้อาวุโสหลิงเช่อในสำนักหลิงซีนั้นโด่งดังมาก นางคืออัจฉริยะเหนืออัจฉริยะแห่งสายโอสถ
ศิษย์สายโอสถมากมายใฝ่ฝันอยากจะเป็นศิษย์สืบทอดของนาง แต่นางเลือกรับศิษย์จากความถูกชะตาเท่านั้น ก่อนจะเข้าด่านฝึกตน นางมีศิษย์ในความดูแลเพียงสี่คน
ได้ยินมาว่าตอนแรกศิษย์ทั้งสี่คนนี้ก็เป็นแค่ศิษย์ธรรมดาๆ ในหมู่ศิษย์สายโอสถ หรือจะบอกว่าค่อนไปทางห่วยเลยก็ว่าได้
แต่หลังจากที่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหลิงเช่อ ทั้งสี่ก็ก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นศิษย์ระดับแนวหน้าของตำหนักหลิงตาน และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงครองตำแหน่งหัวกะทิของตำหนักอยู่ เพียงแต่ในช่วงที่นางเข้าด่านฝึกตน มีศิษย์คนหนึ่งขอย้ายไปอยู่ใต้สังกัดของผู้อาวุโสเสียนเฟิงแทน
เขาจ้องมองผู้อาวุโสหลิงเช่อด้วยดวงตาที่เป็นประกาย หากฉู่กวนจิ้งได้ยอดฝีมือระดับนี้มาชี้แนะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีทางรอดก็เป็นได้
ผู้อาวุโสหลิงเช่อสะดุ้งตกใจที่จู่ๆ สวี่จื้อหยวนก็เด้งพรวดขึ้นมา
"ผู้อาวุโสหลิงเช่อ!"
"มีอะไรหรือ?" นางลูบอกตัวเองที่เต้นระรัวเพราะตกใจ
"ศิษย์มีเรื่องจะขอร้องขอรับ"
"?"
สวี่จื้อหยวนลองเสี่ยงดู เขาเล่าเรื่องของฉู่กวนจิ้งให้นางฟัง หวังว่านางจะช่วยชี้แนะให้ฉู่กวนจิ้งได้บ้าง
เมื่อเล่าจบ เขาก็จ้องมองใบหน้าของผู้อาวุโสหลิงเช่ออย่างมีความหวัง แต่กลับเห็นนางส่ายหน้าแล้วบอกว่า "ไม่ ข้าไม่ช่วย"
แสงประกายในดวงตาของสวี่จื้อหยวนดับวูบลง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงพยายามอ้อนวอนขอให้นางช่วย
ไป๋อู๋จิ่งเองก็ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมด้วย
แต่ไม่ว่าทั้งสองคนจะพูดยังไง ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็ยืนกรานเสียงแข็งว่าจะไม่ช่วย
"มีธุระอะไรอีกไหม?" ผู้อาวุโสหลิงเช่อถาม
สวี่จื้อหยวนยังไม่หมดความพยายาม "ผู้อาวุโสหลิงเช่อ ท่านช่วยไม่ได้จริงๆ หรือ..."
พูดยังไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะ ผู้อาวุโสหลิงเช่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนแทบจะไร้ความรู้สึก "ไม่ได้"
ความหวังสุดท้ายดับสลาย สวี่จื้อหยวนยืนกัดฟันกรอด ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ฉู่กวนจิ้งก็หัวดื้อเหลือเกิน ยังไงก็จะไปสู้ในศึกที่แพ้เห็นๆ ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็ไม่ยอมช่วย หรือเขาจะต้องทนดูฉู่กวนจิ้งถูกไล่ออกจากสำนักไปจริงๆ หรือ?
ในขณะที่สวี่จื้อหยวนกำลังจมอยู่กับความคิดด้านลบ ไป๋อู๋จิ่งกลับเห็นผู้อาวุโสหลิงเช่อเดินดุ่มๆ เข้าไปในกระท่อมของฉู่กวนจิ้งหน้าตาเฉย...
"ผู้อาวุโสหลิงเช่อ นั่นท่านจะไปไหนขอรับ?"
เสียงของไป๋อู๋จิ่งดึงความสนใจของสวี่จื้อหยวน เขาเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นเพียงชายเสื้อของผู้อาวุโสหลิงเช่อผลุบหายเข้าไปหลังบานประตูของฉู่กวนจิ้งพอดี
เขาอึ้งไปสองสามวินาที ก่อนจะถามอย่างลังเลว่า "ผู้อาวุโสหลิงเช่อเข้าไปในกระท่อมของฉู่กวนจิ้งแล้วหรือ?"
"อืม"
"หรือว่าผู้อาวุโสหลิงเช่อจะยอมช่วยฉู่กวนจิ้งแล้ว?!" ดวงตาของสวี่จื้อหยวนกลับมามีประกายความหวังอีกครั้ง
"ไม่แน่ใจเหมือนกัน พวกเราตามเข้าไปดูเถอะ"
กระท่อมของฉู่กวนจิ้งเล็กมาก แค่อยู่กันสองคนก็เบียดแล้ว พอสวี่จื้อหยวนกับไป๋อู๋จิ่งตามเข้าไปด้วย กระท่อมหลังน้อยก็แทบจะปริแตก
พอเข้าไปปุ๊บ ภาพแรกที่เห็นคือผู้อาวุโสหลิงเช่อยืนอยู่ข้างฉู่กวนจิ้ง คอยชี้แนะอะไรบางอย่างด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ฉู่กวนจิ้งก็คุยกับนางอย่างเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนทั้งสองคนจะรู้จักกันมาก่อน
"พวกท่านรู้จักกัน..." สวี่จื้อหยวนชิงถามขึ้นก่อน
ผู้อาวุโสหลิงเช่อหันมายิ้มให้เขา
สวี่จื้อหยวนรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอกเข้าให้แล้ว "ผู้อาวุโสหลิงเช่อ ทำไมท่านต้องหลอกข้าด้วยเล่า?"
"ก็ใครใช้ให้เจ้าทำให้ข้าตกใจก่อนเล่า"
"........."
ที่แท้ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็เป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นนี่เอง
การที่ผู้อาวุโสหลิงเช่อมาช่วยชี้แนะให้ฉู่กวนจิ้ง ทำให้สวี่จื้อหยวนและไป๋อู๋จิ่งรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
สวี่จื้อหยวนมองดูฉู่กวนจิ้งที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาหลอมโอสถพลางถามขึ้นว่า "ผู้อาวุโสหลิงเช่อ ตอนนี้นางสามารถหลอมโอสถถอนพิษที่ผ่านเกณฑ์เดิมพันได้หรือยังขอรับ?"
ผู้อาวุโสหลิงเช่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นมา นางถอนหายใจและไม่ได้ให้คำตอบ
"ท่านหมายความว่ายังไงขอรับ?" หัวใจของสวี่จื้อหยวนที่เพิ่งจะชื้นขึ้นมานิดหน่อยกลับมาแห้งเหี่ยวอีกครั้ง
พอสวี่จื้อหยวนพูดประโยคนี้จบ เตาหลอมโอสถตรงหน้าฉู่กวนจิ้งก็ระเบิดดังบึ้ม
สวี่จื้อหยวน: "........"
"ฉู่กวนจิ้ง เชื่อข้าเถอะ พวกเราหนีกันเถอะ"
จบบท