เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?

บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?

บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?


บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?

กระบวนการหลอมโอสถในครั้งนี้ ในสายตาของผู้อาวุโสหลิงเช่อถือว่าไม่มีที่ติเลย

ตามหลักแล้วน่าจะหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้สำเร็จ แต่ใครจะคิดว่าในวินาทีก่อนที่โอสถจะเสร็จสมบูรณ์ เตาหลอมดันระเบิดเสียก่อน...

"เป็นไปได้ยังไง ไม่น่าจะระเบิดได้นี่นา" ผู้อาวุโสหลิงเช่อแปลกใจมาก

นางจับตาดูทุกขั้นตอนการหลอมของฉู่กวนจิ้งแล้ว ไม่มีทางที่จะเกิดการระเบิดได้เลย

เตาหลอมโอสถมีรอยร้าวแตกออกตรงกลาง ฉู่กวนจิ้งดูจะชินชากับเรื่องนี้เสียแล้ว นางทำหน้าเฉยเมย หยิบเตาหลอมที่พังทิ้งไปไว้ข้างๆ แล้วหยิบเตาหลอมใบใหม่ที่ยังพอใช้ได้ออกมาแทน

ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าเตาหลอมที่พอใช้ได้ ไม่ใช่เตาหลอมใบใหม่ ก็เพราะว่าเตาใบใหม่ที่นางหยิบออกมานั้นสภาพดูเก่ากึก

เหมือนของที่คนอื่นโละทิ้ง ขาตั้งสามขาก็หักไปเสียหนึ่งขา

อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสหลิงเช่อไม่เคยใช้เตาหลอมพังๆ แบบนี้เลย กระทั่งเห็นก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

"ปกติเจ้าใช้เตาหลอมแบบนี้หลอมโอสถหรือ?" น้ำเสียงและสายตาของผู้อาวุโสหลิงเช่อแฝงไปด้วยความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

ฉู่กวนจิ้งพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า

ช่วงนี้ยังหาซื้อเตาหลอมมือสองราคาถูกๆ ไม่ได้ เตาใบนี้ข้าเก็บตกมาจากข้างทางน่ะ

แม้สภาพภายนอกจะดูเยินไปหน่อย แต่มันก็ยังใช้การได้

เพราะการที่นางชอบหลอมระเบิด เตาหลอมธรรมดาจึงถือเป็นของสิ้นเปลืองสำหรับนาง ใช้ไม่กี่ครั้งก็พัง นางจึงไม่คิดจะเสียเงินก้อนโตไปซื้อของแพงๆ มาใช้

และเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ นางไม่มีเงิน

ฉู่กวนจิ้งเริ่มหลอมโอสถถอนพิษอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ทำพลาดโยนหินระเบิดลงไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงจบลงด้วยการเตาระเบิดเหมือนเดิม

การระเบิดถึงสองครั้งซ้อนทำให้ผู้อาวุโสหลิงเช่อเริ่มครุ่นคิด

ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยขึ้นว่า "ขอข้าลองหน่อยได้ไหม?"

"ท่านหลอมโอสถเป็นด้วยหรือ?"

"พอได้นิดหน่อย"

ฉู่กวนจิ้งพยักหน้า กำลังจะหลีกทางให้ ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็ถามขึ้นมาก่อนว่า "เจ้ายังมีเตาหลอมที่ใช้ได้อีกไหม?"

"มีสิ"

ฉู่กวนจิ้งลากเตาหลอมห้าใบออกมาจากใต้เตียงรวดเดียว แล้ววางแหมะไว้ตรงหน้าผู้อาวุโสหลิงเช่อ

ผู้อาวุโสหลิงเช่อมมองดูเตาหลอมที่แตกหักเสียหายกันไปคนละแบบแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก

ฉู่กวนจิ้งยื่นเตาหลอมและวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถถอนพิษให้ผู้อาวุโสหลิงเช่อ

ไม่ใช่นางจะเชื่อมั่นในฝีมือการหลอมโอสถของสตรีแปลกหน้าคนนี้หรอกนะ แต่นางคิดว่าต่อให้คนอื่นจะหลอมได้แย่แค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องเก่งกว่านางแน่ๆ

ผู้อาวุโสหลิงเช่อหยิบวัตถุดิบขึ้นมา มือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มใส่ส่วนผสมลงไปในเตา

ฉู่กวนจิ้งยืนดูนางหลอมโอสถอยู่ข้างๆ จากท่วงท่าที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ และพลังปราณที่แผ่ออกมา นางก็สัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา น่าจะเป็นคนระดับผู้อาวุโสเลยทีเดียว

แต่ตลอดเวลาสามปีที่นางอยู่ในตำหนักหลิงตาน นางกลับไม่เคยเห็นหน้าคนผู้นี้เลย

การหลอมโอสถถอนพิษสำหรับผู้อาวุโสหลิงเช่อถือเป็นเรื่องกล้วยๆ นางใช้เวลาเพียงไม่นานก็หลอมเสร็จ เพียงแต่โอสถถอนพิษเตานี้เป็นเพียงโอสถระดับสี่ ห่างไกลจากมาตรฐานระดับหนึ่งถึงสองที่นางเคยทำได้ลิบลับ

แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะทำให้นางรู้สาเหตุที่ฉู่กวนจิ้งทำเตาระเบิดแล้ว

เมื่อฉู่กวนจิ้งเห็นนางหลอมโอสถถอนพิษระดับสี่ออกมาได้สำเร็จ นางก็อึ้งไปก่อนจะเอ่ยชม "เก่งจังเลย"

เมื่อได้ยินคำชมของฉู่กวนจิ้ง ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็หันมายิ้มตาหยีพลางถาม "อยากรู้ไหมล่ะว่าข้าทำได้อย่างไร?"

นางพยักหน้า "อยากรู้"

"ข้าสอนเจ้าได้นะ แต่เจ้าต้องรับปากเงื่อนไขข้าข้อหนึ่ง"

"เงื่อนไขอะไร?"

ใบหน้าของผู้อาวุโสหลิงเช่อปรากฏรอยยิ้มลึกลับ "ก็คือ..."

เมื่อฟังเงื่อนไขของผู้อาวุโสหลิงเช่อจบ ดวงตาของฉู่กวนจิ้งก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ "ท่านแน่ใจนะ?"

"แน่ใจสิ"

"...ตกลง ข้ารับปาก"

เรื่องเดิมพันระหว่างฉู่กวนจิ้งกับผู้อาวุโสเสียนเฟิงแพร่สะพัดไปทั่วสำนักหลิงซีอย่างรวดเร็ว

หลายคนอยากจะเห็นหน้าศิษย์ที่หาญกล้ามาต่อกรกับผู้อาวุโสว่าเป็นใครมาจากไหน กระท่อมหญ้าคาที่เคยเงียบเหงาของฉู่กวนจิ้งจึงคึกคักไปด้วยผู้คนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ฉู่กวนจิ้งที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นและมักจะทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมาตลอด รู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จับจ้องมาเป็นพิเศษ

นางดึงเสื้อคลุมลงมาปิดหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น เพื่อหลีกหนีสายตาผู้คน

จู่ๆ ก็มีคนมาตบไหล่นางจากด้านหลัง ฉู่กวนจิ้งคว้าแขนคนผู้นั้นตามสัญชาตญาณ แล้วจับทุ่มข้ามหลังลงไปกองกับพื้น

สวี่จื้อหยวนถูกทุ่มจนมึนงง นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น หน้ามืดไปชั่วขณะ

เมื่อเห็นชัดๆ ว่าคนที่ตบไหล่คือสวี่จื้อหยวน นางก็รีบปล่อยมือแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว

สวี่จื้อหยวนแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด เอามือยันพื้นลุกขึ้นนั่ง มองดูฉู่กวนจิ้งที่ถอยกรูดไปไกลราวกับจะปัดความรับผิดชอบ เขาก็แทบจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "นี่เจ้าจะไม่ดึงข้าขึ้นมาหน่อยหรือ?"

ฉู่กวนจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปยื่นมือให้

สวี่จื้อหยวนจับมือนางยันตัวลุกขึ้น ลูบแผ่นหลังที่ถูกกระแทกจนปวดหนึบ เขามองหน้าฉู่กวนจิ้งแล้วเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม "ฉู่กวนจิ้ง ช่วงนี้เจ้าดังใหญ่แล้วนะ"

"..." ฉู่กวนจิ้งเงียบกริบ ไม่คิดจะต่อบทสนทนา

นางเดินอ้อมสวี่จื้อหยวนไป แล้วมุ่งหน้าเดินต่อไป

สวี่จื้อหยวนเดินตามมาติดๆ ถามด้วยความอยากรู้ "เจ้าไปคิดยังไงถึงไปท้าเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง แถมยังเดิมพันซะสูงลิ่วขนาดนั้น?"

หลังจากได้ฟังเรื่องเดิมพันของฉู่กวนจิ้งกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง เขาก็คิดว่าฉู่กวนจิ้งกำลังรนหาที่ตายชัดๆ

จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมภารกิจปราบปีศาจด้วยกันหลายครั้ง ทำให้เขารู้ว่าฉู่กวนจิ้งไม่ใช่คนไม่ได้เรื่องอย่างที่คนอื่นเขาลือกัน ฝีมือการต่อสู้และอาวุธระเบิดอานุภาพร้ายแรงในมือนางนั้นเก่งกาจมาก

แต่ในเรื่องของการหลอมโอสถ นางก็ยังเป็นแค่พวกหางแถวอยู่ดี

ในการเดิมพันครั้งนี้ ฉู่กวนจิ้งต้องหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานให้สำเร็จ แต่ตอนอยู่เมืองเซี่ยงเฉิงนางหลอมไม่ได้เลยสักเม็ด ยิ่งตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงวันก็ต้องเข้าทดสอบของตำหนักหลิงตานแล้ว

เขาไปถามศิษย์ตำหนักหลิงตานมาแล้ว การจะเปลี่ยนจากคนที่หลอมไม่ได้เลยมาเป็นคนที่หลอมโอสถถอนพิษได้มาตรฐาน อย่างน้อยที่สุดต้องใช้เวลาฝึกฝนถึงห้าวัน

ฉู่กวนจิ้งไม่มีทางทำได้ เดิมพันครั้งนี้นางแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์

ในใจสวี่จื้อหยวน เขาถือว่าฉู่กวนจิ้งเป็นเพื่อนแล้ว เขาไม่อาจทนดูฉู่กวนจิ้งแพ้เดิมพันแล้วถูกทำลายเส้นชีพจรปราณและถูกไล่ออกจากสำนักได้ แต่ในเรื่องหลอมโอสถ เขาก็ช่วยอะไรนางไม่ได้เลย ท้ายที่สุดเขาจึงนึกออกอยู่วิธีเดียว นั่นก็คือ "หนี"

ให้นางหนีไปจากสำนักหลิงซี หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ การมีเส้นชีพจรปราณแล้วไปเป็นผู้บ่มเพาะอิสระก็ถือว่าไม่เลว

สวี่จื้อหยวนยัดถุงย่ามมิติที่เตรียมมาใส่มือฉู่กวนจิ้ง เอ่ยอย่างจริงจังว่า "เจ้ารับของนี่ไป แล้วหนีออกจากสำนักหลิงซีซะ"

ฉู่กวนจิ้งมองเขาอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าจู่ๆ เขาพูดเรื่องอะไร

นางเอียงคอถามอย่างสงสัย "ทำไมข้าต้องออกจากสำนักหลิงซีด้วย?"

"เจ้าไม่ไป แล้วจะยอมถูกทำลายเส้นชีพจรปราณแล้วโดนไล่ออกตอนแพ้เดิมพันจริงๆ รึ?"

"? ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?"

สวี่จื้อหยวนถูกคำถามของนางเล่นเอาอึ้งไป ริมฝีปากเขาขยับไปมา ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่มั่นใจว่า "งั้น... เจ้าจะชนะได้หรือ?"

"แน่นอน"

ฉู่กวนจิ้งไม่เคยเผื่อใจไว้สำหรับความพ่ายแพ้เลย การที่นางกล้าเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง ก็เพราะนางมั่นใจเต็มร้อยว่าจะต้องชนะ

จบบท

จบบทที่ บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?

คัดลอกลิงก์แล้ว