- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?
บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?
บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?
บทที่ 38 ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?
กระบวนการหลอมโอสถในครั้งนี้ ในสายตาของผู้อาวุโสหลิงเช่อถือว่าไม่มีที่ติเลย
ตามหลักแล้วน่าจะหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานออกมาได้สำเร็จ แต่ใครจะคิดว่าในวินาทีก่อนที่โอสถจะเสร็จสมบูรณ์ เตาหลอมดันระเบิดเสียก่อน...
"เป็นไปได้ยังไง ไม่น่าจะระเบิดได้นี่นา" ผู้อาวุโสหลิงเช่อแปลกใจมาก
นางจับตาดูทุกขั้นตอนการหลอมของฉู่กวนจิ้งแล้ว ไม่มีทางที่จะเกิดการระเบิดได้เลย
เตาหลอมโอสถมีรอยร้าวแตกออกตรงกลาง ฉู่กวนจิ้งดูจะชินชากับเรื่องนี้เสียแล้ว นางทำหน้าเฉยเมย หยิบเตาหลอมที่พังทิ้งไปไว้ข้างๆ แล้วหยิบเตาหลอมใบใหม่ที่ยังพอใช้ได้ออกมาแทน
ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าเตาหลอมที่พอใช้ได้ ไม่ใช่เตาหลอมใบใหม่ ก็เพราะว่าเตาใบใหม่ที่นางหยิบออกมานั้นสภาพดูเก่ากึก
เหมือนของที่คนอื่นโละทิ้ง ขาตั้งสามขาก็หักไปเสียหนึ่งขา
อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสหลิงเช่อไม่เคยใช้เตาหลอมพังๆ แบบนี้เลย กระทั่งเห็นก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก
"ปกติเจ้าใช้เตาหลอมแบบนี้หลอมโอสถหรือ?" น้ำเสียงและสายตาของผู้อาวุโสหลิงเช่อแฝงไปด้วยความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
ฉู่กวนจิ้งพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า
ช่วงนี้ยังหาซื้อเตาหลอมมือสองราคาถูกๆ ไม่ได้ เตาใบนี้ข้าเก็บตกมาจากข้างทางน่ะ
แม้สภาพภายนอกจะดูเยินไปหน่อย แต่มันก็ยังใช้การได้
เพราะการที่นางชอบหลอมระเบิด เตาหลอมธรรมดาจึงถือเป็นของสิ้นเปลืองสำหรับนาง ใช้ไม่กี่ครั้งก็พัง นางจึงไม่คิดจะเสียเงินก้อนโตไปซื้อของแพงๆ มาใช้
และเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ นางไม่มีเงิน
ฉู่กวนจิ้งเริ่มหลอมโอสถถอนพิษอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ทำพลาดโยนหินระเบิดลงไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงจบลงด้วยการเตาระเบิดเหมือนเดิม
การระเบิดถึงสองครั้งซ้อนทำให้ผู้อาวุโสหลิงเช่อเริ่มครุ่นคิด
ผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยขึ้นว่า "ขอข้าลองหน่อยได้ไหม?"
"ท่านหลอมโอสถเป็นด้วยหรือ?"
"พอได้นิดหน่อย"
ฉู่กวนจิ้งพยักหน้า กำลังจะหลีกทางให้ ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็ถามขึ้นมาก่อนว่า "เจ้ายังมีเตาหลอมที่ใช้ได้อีกไหม?"
"มีสิ"
ฉู่กวนจิ้งลากเตาหลอมห้าใบออกมาจากใต้เตียงรวดเดียว แล้ววางแหมะไว้ตรงหน้าผู้อาวุโสหลิงเช่อ
ผู้อาวุโสหลิงเช่อมมองดูเตาหลอมที่แตกหักเสียหายกันไปคนละแบบแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก
ฉู่กวนจิ้งยื่นเตาหลอมและวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถถอนพิษให้ผู้อาวุโสหลิงเช่อ
ไม่ใช่นางจะเชื่อมั่นในฝีมือการหลอมโอสถของสตรีแปลกหน้าคนนี้หรอกนะ แต่นางคิดว่าต่อให้คนอื่นจะหลอมได้แย่แค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องเก่งกว่านางแน่ๆ
ผู้อาวุโสหลิงเช่อหยิบวัตถุดิบขึ้นมา มือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มใส่ส่วนผสมลงไปในเตา
ฉู่กวนจิ้งยืนดูนางหลอมโอสถอยู่ข้างๆ จากท่วงท่าที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ และพลังปราณที่แผ่ออกมา นางก็สัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา น่าจะเป็นคนระดับผู้อาวุโสเลยทีเดียว
แต่ตลอดเวลาสามปีที่นางอยู่ในตำหนักหลิงตาน นางกลับไม่เคยเห็นหน้าคนผู้นี้เลย
การหลอมโอสถถอนพิษสำหรับผู้อาวุโสหลิงเช่อถือเป็นเรื่องกล้วยๆ นางใช้เวลาเพียงไม่นานก็หลอมเสร็จ เพียงแต่โอสถถอนพิษเตานี้เป็นเพียงโอสถระดับสี่ ห่างไกลจากมาตรฐานระดับหนึ่งถึงสองที่นางเคยทำได้ลิบลับ
แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะทำให้นางรู้สาเหตุที่ฉู่กวนจิ้งทำเตาระเบิดแล้ว
เมื่อฉู่กวนจิ้งเห็นนางหลอมโอสถถอนพิษระดับสี่ออกมาได้สำเร็จ นางก็อึ้งไปก่อนจะเอ่ยชม "เก่งจังเลย"
เมื่อได้ยินคำชมของฉู่กวนจิ้ง ผู้อาวุโสหลิงเช่อก็หันมายิ้มตาหยีพลางถาม "อยากรู้ไหมล่ะว่าข้าทำได้อย่างไร?"
นางพยักหน้า "อยากรู้"
"ข้าสอนเจ้าได้นะ แต่เจ้าต้องรับปากเงื่อนไขข้าข้อหนึ่ง"
"เงื่อนไขอะไร?"
ใบหน้าของผู้อาวุโสหลิงเช่อปรากฏรอยยิ้มลึกลับ "ก็คือ..."
เมื่อฟังเงื่อนไขของผู้อาวุโสหลิงเช่อจบ ดวงตาของฉู่กวนจิ้งก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ "ท่านแน่ใจนะ?"
"แน่ใจสิ"
"...ตกลง ข้ารับปาก"
เรื่องเดิมพันระหว่างฉู่กวนจิ้งกับผู้อาวุโสเสียนเฟิงแพร่สะพัดไปทั่วสำนักหลิงซีอย่างรวดเร็ว
หลายคนอยากจะเห็นหน้าศิษย์ที่หาญกล้ามาต่อกรกับผู้อาวุโสว่าเป็นใครมาจากไหน กระท่อมหญ้าคาที่เคยเงียบเหงาของฉู่กวนจิ้งจึงคึกคักไปด้วยผู้คนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ฉู่กวนจิ้งที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นและมักจะทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมาตลอด รู้สึกอึดอัดกับสายตาที่จับจ้องมาเป็นพิเศษ
นางดึงเสื้อคลุมลงมาปิดหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น เพื่อหลีกหนีสายตาผู้คน
จู่ๆ ก็มีคนมาตบไหล่นางจากด้านหลัง ฉู่กวนจิ้งคว้าแขนคนผู้นั้นตามสัญชาตญาณ แล้วจับทุ่มข้ามหลังลงไปกองกับพื้น
สวี่จื้อหยวนถูกทุ่มจนมึนงง นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น หน้ามืดไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นชัดๆ ว่าคนที่ตบไหล่คือสวี่จื้อหยวน นางก็รีบปล่อยมือแล้วถอยหลังไปสองสามก้าว
สวี่จื้อหยวนแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด เอามือยันพื้นลุกขึ้นนั่ง มองดูฉู่กวนจิ้งที่ถอยกรูดไปไกลราวกับจะปัดความรับผิดชอบ เขาก็แทบจะหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "นี่เจ้าจะไม่ดึงข้าขึ้นมาหน่อยหรือ?"
ฉู่กวนจิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปยื่นมือให้
สวี่จื้อหยวนจับมือนางยันตัวลุกขึ้น ลูบแผ่นหลังที่ถูกกระแทกจนปวดหนึบ เขามองหน้าฉู่กวนจิ้งแล้วเอ่ยกลั้วรอยยิ้ม "ฉู่กวนจิ้ง ช่วงนี้เจ้าดังใหญ่แล้วนะ"
"..." ฉู่กวนจิ้งเงียบกริบ ไม่คิดจะต่อบทสนทนา
นางเดินอ้อมสวี่จื้อหยวนไป แล้วมุ่งหน้าเดินต่อไป
สวี่จื้อหยวนเดินตามมาติดๆ ถามด้วยความอยากรู้ "เจ้าไปคิดยังไงถึงไปท้าเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง แถมยังเดิมพันซะสูงลิ่วขนาดนั้น?"
หลังจากได้ฟังเรื่องเดิมพันของฉู่กวนจิ้งกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง เขาก็คิดว่าฉู่กวนจิ้งกำลังรนหาที่ตายชัดๆ
จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมภารกิจปราบปีศาจด้วยกันหลายครั้ง ทำให้เขารู้ว่าฉู่กวนจิ้งไม่ใช่คนไม่ได้เรื่องอย่างที่คนอื่นเขาลือกัน ฝีมือการต่อสู้และอาวุธระเบิดอานุภาพร้ายแรงในมือนางนั้นเก่งกาจมาก
แต่ในเรื่องของการหลอมโอสถ นางก็ยังเป็นแค่พวกหางแถวอยู่ดี
ในการเดิมพันครั้งนี้ ฉู่กวนจิ้งต้องหลอมโอสถถอนพิษที่ได้มาตรฐานให้สำเร็จ แต่ตอนอยู่เมืองเซี่ยงเฉิงนางหลอมไม่ได้เลยสักเม็ด ยิ่งตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงวันก็ต้องเข้าทดสอบของตำหนักหลิงตานแล้ว
เขาไปถามศิษย์ตำหนักหลิงตานมาแล้ว การจะเปลี่ยนจากคนที่หลอมไม่ได้เลยมาเป็นคนที่หลอมโอสถถอนพิษได้มาตรฐาน อย่างน้อยที่สุดต้องใช้เวลาฝึกฝนถึงห้าวัน
ฉู่กวนจิ้งไม่มีทางทำได้ เดิมพันครั้งนี้นางแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์
ในใจสวี่จื้อหยวน เขาถือว่าฉู่กวนจิ้งเป็นเพื่อนแล้ว เขาไม่อาจทนดูฉู่กวนจิ้งแพ้เดิมพันแล้วถูกทำลายเส้นชีพจรปราณและถูกไล่ออกจากสำนักได้ แต่ในเรื่องหลอมโอสถ เขาก็ช่วยอะไรนางไม่ได้เลย ท้ายที่สุดเขาจึงนึกออกอยู่วิธีเดียว นั่นก็คือ "หนี"
ให้นางหนีไปจากสำนักหลิงซี หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ การมีเส้นชีพจรปราณแล้วไปเป็นผู้บ่มเพาะอิสระก็ถือว่าไม่เลว
สวี่จื้อหยวนยัดถุงย่ามมิติที่เตรียมมาใส่มือฉู่กวนจิ้ง เอ่ยอย่างจริงจังว่า "เจ้ารับของนี่ไป แล้วหนีออกจากสำนักหลิงซีซะ"
ฉู่กวนจิ้งมองเขาอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าจู่ๆ เขาพูดเรื่องอะไร
นางเอียงคอถามอย่างสงสัย "ทำไมข้าต้องออกจากสำนักหลิงซีด้วย?"
"เจ้าไม่ไป แล้วจะยอมถูกทำลายเส้นชีพจรปราณแล้วโดนไล่ออกตอนแพ้เดิมพันจริงๆ รึ?"
"? ทำไมคนที่แพ้ต้องเป็นข้าด้วย?"
สวี่จื้อหยวนถูกคำถามของนางเล่นเอาอึ้งไป ริมฝีปากเขาขยับไปมา ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่มั่นใจว่า "งั้น... เจ้าจะชนะได้หรือ?"
"แน่นอน"
ฉู่กวนจิ้งไม่เคยเผื่อใจไว้สำหรับความพ่ายแพ้เลย การที่นางกล้าเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิง ก็เพราะนางมั่นใจเต็มร้อยว่าจะต้องชนะ
จบบท