- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 36 เป็นอะไรไป ท่านกลัวหรือ?
บทที่ 36 เป็นอะไรไป ท่านกลัวหรือ?
บทที่ 36 เป็นอะไรไป ท่านกลัวหรือ?
บทที่ 36 เป็นอะไรไป ท่านกลัวหรือ?
เงื่อนไขที่ฉู่กวนจิ้งเสนอมาทำให้สีหน้าของผู้อาวุโสเสียนเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพยายามจะคาดเดาความคิดของนางจากสีหน้า แต่สายตาก็ถูกเสื้อคลุมสีดำบดบังไว้ตามคาด
ส่วนใบหน้าครึ่งล่างที่โผล่พ้นออกมาก็ราบเรียบไร้อารมณ์ ทำให้เขาอดคิดมากไม่ได้ ท้ายที่สุดเดิมพันครั้งนี้มีเตาหลอมหลิวหลีม่วงทองของเขาเป็นเดิมพัน เขาจึงไม่กล้าประมาท ยิ่งเพิ่งจะโดนนางตลบหลังมาหมาดๆ
เขาเริ่มลังเล
ไม่เพียงแต่ให้เขียนสัญญา แต่นางยังกล้าขอให้ผู้อาวุโสและศิษย์ทั้งตำหนักหลิงตานมาเป็นพยาน ต้องรู้ไว้ว่าหากแพ้เดิมพันต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น ย่อมไม่มีทางให้พลิกลิ้นกลับคำได้เลย...
เดี๋ยวก่อน จู่ๆ ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
หรือว่านี่คือแผนการของนาง?
ที่นางอยากให้คนทั้งตำหนักหลิงตานมาเป็นพยาน ก็เพราะหวังว่าตอนที่แพ้ จะได้ร้องไห้คร่ำครวญอ้อนวอนต่อหน้าผู้คน เพื่อให้เขายอมให้นางอยู่ตำหนักหลิงตานต่อไป ในฐานะศิษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง หากไปอ้อนวอนผู้อาวุโสอย่างเขาต่อหน้าฝูงชน โดยทั่วไปแล้วเขาก็คงต้องยอมลงให้เพื่อรักษาหน้าตา
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงแค่นหัวเราะเยาะ หากนางคิดเช่นนั้นจริงๆ ก็คงจะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว
เขาไม่ใช่คนใจอ่อนเหมือนผู้อาวุโสคนอื่นๆ หรอกนะ หากนางแพ้ ไม่ว่านางจะทำอะไร เขาก็จะไม่มีวันให้โอกาสฉู่กวนจิ้งได้อยู่ตำหนักหลิงตานต่อไปเด็ดขาด
แต่ทว่า... ถ้าเกิดฉู่กวนจิ้งดันหลอมโอสถที่ได้มาตรฐานขึ้นมาได้ล่ะ เขาจะทำอย่างไร?
เดิมพันฝั่งเขาก็สูงมากเช่นกัน เขาจึงต้องระวังตัวให้มากที่สุด
ฉู่กวนจิ้งไม่รู้ว่าเขาเอาแต่ขมวดคิ้วทำหน้าตึกเครียดคิดอะไรอยู่ ตอนนี้นางกำลังคำนวณในใจว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการซื้อวัตถุดิบหลอมโอสถ
ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงที่อี้เสวียนให้นางมา นางตั้งใจจะเอาไปซื้อวัตถุดิบก่อน อย่างไรเสียนางก็คงไม่ได้เจอเขาสักพัก รอให้นางขายของได้เงินมาเมื่อไหร่ ค่อยเอาไปคืนเขา
"ข้าได้ยินมาว่าภารกิจกำจัดปีศาจของพวกเจ้าครั้งนี้ ต้องใช้โอสถถอนพิษจำนวนมากเลยหรือ?"
"หืม?" ฉู่กวนจิ้งมองผู้อาวุโสเสียนเฟิงที่จู่ๆ ก็ตั้งคำถามขึ้นมาอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
"ข้าได้ยินมาว่า เจ้าที่เป็นถึงศิษย์สายโอสถ แต่กลับหลอมโอสถถอนพิษไม่ได้เลยแม้แต่เม็ดเดียว มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?" ตอนนี้ผู้อาวุโสเสียนเฟิงทำตัวเหมือนอาจารย์ที่กำลังสุ่มตรวจการบ้าน
"ใช่"
"เจ้าหลอมโอสถถอนพิษไม่เป็น?"
"ใช่"
"ตอนนี้ก็ยังไม่เป็น?"
"ใช่"
สีหน้าของผู้อาวุโสเสียนเฟิงผ่อนคลายลง เขายกมือขึ้นลูบเคราตามความเคยชิน แต่ก็คว้าได้แต่ความว่างเปล่า จึงทำได้เพียงลูบคางแก้เก้อ
"ตกลง ข้ารับเงื่อนไขของเจ้า"
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงเปลี่ยนเรื่องเร็วเกินไปจนฉู่กวนจิ้งตามแทบไม่ทัน นางจึงยืนอึ้งไปเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังลังเล
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จึงรีบร้อนลากฉู่กวนจิ้งไปทำสัญญาเดิมพันต่อหน้าทุกคนในตำหนักหลิงตานทันที
ฉู่กวนจิ้งไม่ได้ขัดขืน เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย
เวลานี้ศิษย์ในตำหนักหลิงตานกำลังพักผ่อนกันอยู่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงถ่ายทอดปราณของผู้อาวุโสเสียนเฟิง เรียกให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ลานหน้าตำหนักหลิงตาน
ผู้อาวุโสอีกสามท่านของตำหนักก็ถูกเรียกตัวมาเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือผู้อาวุโสหลิงเช่อที่เพิ่งจะออกจากด่านกักตัวฝึกตน
นางหาวหวอด เดินออกมาจากห้อง แล้วสาวเท้าเอื่อยๆ ไปที่ลานหน้าตำหนัก
ผู้อาวุโสตำหนักหลิงตานมากันครบแล้ว ศิษย์ก็มารวมตัวกันเกือบหมด ศิษย์จากตำหนักอื่นที่เห็นว่ามีเรื่องน่าสนใจก็พากันมามุงดูด้วย
ผู้อาวุโสหลิงเช่อมาถึงช้าไปหน่อย นางจึงไม่ได้เบียดเสียดเข้าไปดูข้างหน้า แต่กระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นไม้ มองดูผู้อาวุโสเสียนเฟิงและคนที่สวมเสื้อคลุมสีดำปิดหน้าปิดตาอยู่หน้าลาน
นั่นใครกัน?
ไม่นานผู้อาวุโสหลิงเช่อก็ได้รู้ตัวตนของคนผู้นั้นจากเสียงซุบซิบของศิษย์สายโอสถแถวนั้น
"ฉู่กวนจิ้งไปหาเรื่องผู้อาวุโสเสียนเฟิงอีกแล้วสิเนี่ย เรียกคนมาเยอะขนาดนี้ กะจะด่านางประจานต่อหน้าทุกคนเลยหรือไง?"
"ก็ปกตินี่ ถ้าวันไหนผู้อาวุโสเสียนเฟิงไม่ด่านางสิถึงจะแปลก ก็ตั้งสามปีแล้ว โอสถที่ฉู่กวนจิ้งหลอมก็ยังมีแต่ผลข้างเคียงอยู่วันยังค่ำ"
เดิมทีผู้อาวุโสหลิงเช่อคิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจและกำลังจะไป แต่พอได้ยินว่าฉู่กวนจิ้งเรียนมาสามปีแล้วหลอมโอสถได้แต่ของมีผลข้างเคียง นางก็เริ่มสนใจขึ้นมา
นางชักอยากจะรู้แล้วสิว่าฉู่กวนจิ้งเป็นคนแบบไหน
คนธรรมดาทั่วไปคงทนฝีปากของผู้อาวุโสเสียนเฟิงไม่ได้หรอก โดนด่ามาสามปียังไม่พัฒนา แถมที่สำคัญที่สุดคือยังไม่โดนด่าจนเตลิดหนีไปอีกต่างหาก
นางเริ่มจับจ้องฉู่กวนจิ้งที่ยืนอยู่ข้างผู้อาวุโสเสียนเฟิงอย่างตั้งใจ
เมื่อเห็นว่าคนมากันพอสมควรแล้ว ผู้อาวุโสเสียนเฟิงก็ประกาศเรื่องการเดิมพันระหว่างเขากับฉู่กวนจิ้ง
พอประกาศจบ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วลาน
ผู้อาวุโสท่านอื่นของตำหนักหลิงตานเมื่อได้ยินว่าโทษของการแพ้คือการถูกไล่ออกจากสำนักหลิงซี พวกเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเดิมพันนี้นัก
ต้องรู้ไว้ว่าตั้งแต่ก่อตั้งสำนักหลิงซีมา ไม่เคยมีศิษย์คนไหนถูกไล่ออกจากสำนักมาก่อน อย่างมากก็แค่ให้ลาออกไปเอง
การถูกไล่ออกกับการขอลาออกเองมันต่างกันลิบลับ
และพวกเขาก็รู้ซึ้งถึงความสามารถของฉู่กวนจิ้งดี เดิมพันครั้งนี้นางแพ้ล้านเปอร์เซ็นต์
"ผู้อาวุโสเสียนเฟิง ข้าว่ายกเลิกการเดิมพันนี้เถอะ"
"ไม่ได้" ผู้อาวุโสเสียนเฟิงปฏิเสธเสียงแข็ง
เมื่อเห็นเขายืนกราน ผู้อาวุโสท่านอื่นจึงลองหาทางออกให้ทั้งสองฝ่ายถอยกันคนละก้าว "ถ้าดึงดันจะเดิมพันให้ได้ งั้นเปลี่ยนของเดิมพันหน่อยดีไหม?"
"ไม่ได้" คราวนี้เป็นฉู่กวนจิ้งที่เอ่ยปฏิเสธ
นางหมายตาเตาหลอมของผู้อาวุโสเสียนเฟิงมานานแล้ว อุตส่าห์สบโอกาสทั้งที นางต้องเอามันมาเป็นของตัวเองให้ได้
ผู้อาวุโสท่านอื่นที่หวังดี พอเห็นนางไม่รับน้ำใจ ซ้ำยังดันทุรังจะเดิมพันกับผู้อาวุโสเสียนเฟิงให้ได้ พวกเขาก็คิดว่าฉู่กวนจิ้งคงหน้ามืดตามัวไปแล้ว จึงพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น "ฉู่กวนจิ้ง เจ้าน่าจะรู้ตัวดีว่าความสามารถของเจ้าอยู่ระดับไหน อย่าประเมินตัวเองสูงเกินไปนักเลย"
"เจ้ารู้ไหมว่าการถูกไล่ออกจากสำนัก ต้องถูกทำลายเส้นชีพจรปราณด้วยนะ?"
เรื่องนี้ฉู่กวนจิ้งเพิ่งจะรู้
"อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ เอาไปคิดดูให้ดีๆ ก่อนเถอะ"
ฉู่กวนจิ้งรู้ว่าพวกเขาหวังดี แต่นางคิดมาดีแล้ว นางจะเดิมพัน
เมื่อเห็นฉู่กวนจิ้งดื้อรั้นไม่ฟังใคร พวกเขาก็มองนางด้วยสายตาผิดหวังราวกับเด็กที่สอนไม่จำ
ในเมื่อพูดไปหมดแล้วแต่นางไม่รับฟัง ก็ช่างเถอะ
ผู้อาวุโสหลิงเช่อมองดูฉู่กวนจิ้งด้วยความสนใจอย่างมาก
แม้ทุกคนจะฟันธงว่านางไม่มีทางชนะแน่ๆ แต่จากน้ำเสียงและแผ่นหลังที่ตั้งตรงของนาง นางกลับรู้สึกว่าฉู่กวนจิ้งดูมีความมั่นใจอยู่ลึกๆ และอาจจะไม่ได้แพ้อย่างที่คิด
มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งทนเห็นฉู่กวนจิ้งถูกทำลายเส้นชีพจรปราณและถูกไล่ออกจากสำนักไม่ได้ จึงยังพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้อาวุโสเสียนเฟิงคิดทบทวนดูอีกครั้ง
ผู้อาวุโสเสียนเฟิงพออารมณ์เย็นลง ก็เริ่มคิดว่าเดิมพันมันสูงเกินไปจริงๆ บางทีเปลี่ยนเงื่อนไขสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร
เขาไม่ต้องเอาเตาหลอมหลิวหลีม่วงทองมาเสี่ยง แต่เปลี่ยนเป็นเตาหลอมที่เกรดต่ำลงมาหน่อย ส่วนฉู่กวนจิ้งก็ไม่ต้องถูกไล่ออกจากสำนัก แค่ให้นางลาออกไปเองก็พอ แบบนี้ก็พอรับได้
ฉู่กวนจิ้งสังเกตเห็นว่าผู้อาวุโสเสียนเฟิงเริ่มไขว้เขว นางรู้สึกว่าเตาหลอมที่นางอยากได้กำลังจะหลุดมือไป
แบบนี้ไม่ได้การแล้ว
นางเม้มปาก ก่อนจะโพล่งใส่ผู้อาวุโสเสียนเฟิงว่า "เป็นอะไรไป ท่านกลัวหรือ?"
จบบท