- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 12 สวี่จื้อหยวนหายตัวไป
บทที่ 12 สวี่จื้อหยวนหายตัวไป
บทที่ 12 สวี่จื้อหยวนหายตัวไป
บทที่ 12 สวี่จื้อหยวนหายตัวไป
พอลงจากรถม้า ฉู่กวนจิ้งก็ปล่อยมือจากอี้เสวียน
เมื่อมายืนอยู่ข้างๆ กัน นางถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าอี้เสวียนตัวโตมากจริงๆ
รูปร่างของเขาไม่ได้บึกบึน แต่สูงโปร่ง นางเหลือบมองระดับความสูงจากกะหม่อมของตนเองเทียบกับตัวเขา แล้วก็มั่นใจว่าเขาสูงกว่าสวี่จื้อหยวนเสียอีก
ในขณะที่อี้เสวียนกลับมีความรู้สึกตรงกันข้ามกับนางอย่างสิ้นเชิง
นางไม่ได้ตัวเล็กเกินไปหน่อยหรือ?
ความสูงที่แค่ระดับหน้าอกของเขา เมื่อมองลงมาจากมุมของเขา นางก็ดูเหมือนเห็ดน้อยสีดำดอกหนึ่ง
ถ้าตบเบาๆ จะมีสปอร์เห็ดลอยออกมาไหมนะ?
ฉู่กวนจิ้งได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังมาจากเหนือหัว นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย
จู่ๆ เขาหัวเราะทำไม?
ทว่าอี้เสวียนยังไม่ทันได้ลงมือทำตามความคิด เสียงของอวี้เหลียนก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน
"ท่านคือคุณชายอี้ใช่หรือไม่?" อวี้เหลียนกวาดสายตามองอี้เสวียน เมื่อได้รับคำตอบยืนยัน รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า "ข้ารอท่านมานานแล้ว"
ก่อนจะเชิญอี้เสวียนเข้าไปในจวน นางก็เหลือบไปเห็นฉู่กวนจิ้งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา
"แล้วแม่นางท่านนี้คือ?"
"ผู้คุ้มกันของข้า" อี้เสวียนตอบสั้นๆ
หลังจากที่อวี้เหลียนนำทางอี้เสวียนไปยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้ นางก็กำลังจะขอตัวกลับ ฉู่กวนจิ้งนึกขึ้นได้ว่าควรจะไปแจ้งข่าวให้พวกสำนักหลิงซีรู้ว่านางมาถึงจวนเจ้าเมืองแล้ว จึงเรียกอวี้เหลียนไว้ "ท่านเจ้าเมือง ท่านช่วยนำทางข้าไปพบคนของสำนักหลิงซีได้หรือไม่?"
เมื่อได้ยินคำขอของฉู่กวนจิ้ง อวี้เหลียนก็แสดงความประหลาดใจออกมาแวบหนึ่ง "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีคนของสำนักหลิงซีอยู่ที่นี่?"
ฉู่กวนจิ้งจึงแนะนำตัวว่านางเองก็เป็นศิษย์สำนักหลิงซี และมาทำภารกิจร่วมกับคนเหล่านั้น
"มีอะไรหรือเปล่า? มีปัญหาอะไรหรือไม่?" นางสังเกตเห็นว่าสีหน้าของอวี้เหลียนดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติหลังจากที่นางเปิดเผยฐานะ
"อ๋อ เปล่าหรอก" อวี้เหลียนเหลือบมองอี้เสวียนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉู่กวนจิ้งโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าเรียบเฉย นางจึงฝืนยิ้มแล้วกล่าวว่า "เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้แหละ"
แน่นอนว่าตอนนี้ฉู่กวนจิ้งไม่ได้มีฐานะเพียงศิษย์สำนักหลิงซีเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้คุ้มกันของอี้เสวียนด้วย ก่อนไปนางจึงต้องบอกกล่าวเขาก่อน "คุณชายอี้ ข้าขอตัวสักครู่ เดี๋ยวจะรีบกลับมา"
"แล้วถ้าระหว่างที่เจ้าไม่อยู่ มีคนมาลอบสังหารข้าล่ะจะทำอย่างไร?" อี้เสวียนอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้านาง
ฉู่กวนจิ้งชะงักไป ตอบอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก "จวนเจ้าเมืองมีทหารยามคอยคุ้มกันแน่นหนา น่าจะปลอดภัยนะ"
อี้เสวียนใช้พัดเคาะปลายคาง นัยน์ตาเรียวยาวทอประกายขบขันพลางถามต่อ "แล้วถ้าคนในจวนเจ้าเมืองเองนั่นแหละที่อยากจะฆ่าข้าล่ะ?"
"..." พอโดนทักแบบนี้ ฉู่กวนจิ้งก็เริ่มระแวง ไม่กล้าทิ้งเขาไว้คนเดียวแล้ว
"เช่นนั้น... เจ้าจะไปกับข้าไหม?" ให้ผู้ว่าจ้างเดินตามต้อยๆ ไปกับผู้คุ้มกัน มันก็ดูพิลึกๆ อยู่นะ
โชคดีที่อี้เสวียนเป็นคนง่ายๆ เขายอมตกลง
ฉู่กวนจิ้งเดินตามอวี้เหลียนไปสมทบกับพวกไป๋อู๋จิ่ง ทว่าเมื่อทุกคนเห็นนาง สีหน้ากลับดูผิดแผกไป
"ศิษย์น้องสวี่ไม่ได้กลับมาพร้อมเจ้าหรือ?" ไป๋อู๋จิ่งถามขึ้น
ฉู่กวนจิ้งเอียงคอด้วยความฉงน "ทำไมเขาถึงต้องกลับมาพร้อมข้าล่ะ?"
"เขาบอกว่าจะไปรับเจ้าที่หน้าประตูเมือง เจ้าไม่เจอเขาระหว่างทางหรอกหรือ?"
ฉู่กวนจิ้งอธิบายให้ไป๋อู๋จิ่งฟังว่านางนั่งรถม้าของอี้เสวียนมาถึงจวนเจ้าเมือง และไม่ได้เจอสวี่จื้อหยวนเลย
ตอนแรกทุกคนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าคงจะสวนทางกันเฉยๆ เดี๋ยวพอสวี่จื้อหยวนไปถึงแล้วไม่เจอคนก็คงกลับมาเอง
แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็มๆ สวี่จื้อหยวนก็ยังไม่กลับมา ความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน
"ศิษย์พี่สวี่ยังไม่กลับมาเลย จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า..."
"ไม่หรอกมั้ง อาจจะเจอเหตุการณ์อะไรระหว่างทางเลยเสียเวลาไปบ้าง ศิษย์พี่สวี่เป็นถึงผู้บ่มเพาะกระบี่ฝีมือดีเชียวนะ"
"ใช่ ศิษย์พี่สวี่ต้องไม่เป็นไรแน่ๆ" อู๋อิ้งเสวี่ยรีบผสมโรง
มัวแต่คาดเดากันอยู่ที่นี่ก็คงไม่ได้อะไร ไป๋อู๋จิ่งจึงขอร้องให้อวี้เหลียนส่งคนไปช่วยตามหาสวี่จื้อหยวนในเมือง
อวี้เหลียนรับคำทันที สั่งให้ทหารยามจวนเจ้าเมืองออกไปช่วยกลุ่มของไป๋อู๋จิ่งค้นหา
เมืองเซี่ยงเฉิงมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่การค้นหาทุกซอกทุกมุมก็กินเวลาไปไม่น้อย สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังคงไร้ร่องรอยของสวี่จื้อหยวน
เนื่องจากเกิดโรคระบาด ชาวบ้านต่างปิดประตูหน้าต่างเงียบเชียบ จึงไม่มีใครพบเห็นสวี่จื้อหยวนเลย
เมื่อตามหาตัวสวี่จื้อหยวนไม่พบ ศิษย์สำนักหลิงซีทั้งหมดก็เดินคอตกกลับมายังจวนเจ้าเมืองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
และคนที่รู้สึกงุนงงที่สุดในบรรดากลุ่มคนทั้งหมดก็คือฉู่กวนจิ้ง
นางไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดสวี่จื้อหยวนถึงต้องไปรับนางที่หน้าประตูเมือง นางจึงเอ่ยปากถามออกไปตรงๆ
"ก็เพราะศิษย์พี่สวี่เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า กลัวว่าเจ้าจะถูกปีศาจเล่นงานอย่างไรเล่า" อู๋อิ้งเสวี่ยไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้พูด นางฉวยโอกาสโยนความผิดทั้งหมดไปที่ฉู่กวนจิ้ง
"ทำไมเจ้าถึงไม่รออยู่ที่เดิม ถ้าเจ้ารออยู่ ศิษย์พี่สวี่ก็คงไม่หายตัวไปหรอก"
นางจงใจละเลยความจริงที่ว่า เป็นตัวนางเองที่ไม่ยอมให้ฉู่กวนจิ้งขึ้นรถม้า แล้วทิ้งนางไว้คนเดียวที่หน้าประตูเมือง จนเป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด
"ถ้าศิษย์พี่สวี่เป็นอะไรไป ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!" อู๋อิ้งเสวี่ยตวาดใส่ฉู่กวนจิ้งอย่างเกรี้ยวกราด
คำพูดของนางทำให้ฉู่กวนจิ้งรู้สึกสับสนไปหมด นี่เป็นความผิดของนางทั้งหมดเลยหรือ?
นางเงยหน้าขึ้นมองศิษย์สำนักหลิงซีทั้งสี่คนที่ยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ฝั่งตรงข้าม ราวกับเป็นการตอกย้ำว่านางถูกโดดเดี่ยวอีกครั้ง
เป็นแบบนี้อีกแล้ว นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
นางคงเหมาะกับการอยู่คนเดียวจริงๆ นางเข้ากับพวกเขาไม่ได้เลย
ทันใดนั้น มือคู่หนึ่งก็วางทาบลงบนไหล่ของนางจากด้านหลัง น้ำเสียงเย็นเยียบทว่าราบเรียบของอี้เสวียนดังขึ้น "พอได้แล้วกระมัง"
สายตาอันเยือกเย็นของเขาตวัดมองอู๋อิ้งเสวี่ยและผู้บ่มเพาะชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง
"จะรังแกคนก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย" อีกอย่าง พวกเขามีสิทธิ์อะไรรังแกนาง
คนอื่นอาจจะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่เขาได้ยินทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ
"ไม่ใช่เพราะเจ้าไม่ชอบหน้าฉู่กวนจิ้ง ไม่อยากนั่งรถม้าคันเดียวกับนาง แล้วบีบให้นางต้องอยู่คนเดียวที่หน้าประตูเมืองหรอกหรือ?" อี้เสวียนคร้านจะต่อล้อต่อเถียง จึงพูดแฉสาเหตุที่แท้จริงของการหายตัวไปของสวี่จื้อหยวนออกมาตรงๆ
เรื่องที่ไป๋อู๋จิ่งได้ยินมา ช่างแตกต่างจากสิ่งที่อี้เสวียนพูดอย่างสิ้นเชิง
เขาขมวดคิ้วมองอู๋อิ้งเสวี่ย สีหน้าของนางแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"เจ้าเป็นใคร ทำไมถึงต้องเข้าข้างฉู่กวนจิ้งมาปั้นน้ำเป็นตัวหลอกพวกเราด้วย?"
นางหันไปฟ้องไป๋อู๋จิ่ง "ศิษย์พี่ไป๋ เขาโกหก ศิษย์น้องสองคนนี้เป็นพยานให้ข้าได้ ว่าฉู่กวนจิ้งดึงดันจะเดินมาจวนเจ้าเมืองเองจริงๆ"
คำพูดของอู๋อิ้งเสวี่ยทำให้ฉู่กวนจิ้งที่กำลังเหม่อลอยเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
นางค่อยๆ เงยหน้าที่ก้มต่ำขึ้นมา มองอู๋อิ้งเสวี่ยด้วยความไม่เข้าใจ "เจ้าโกหกทำไม?"
ต่อให้ฉู่กวนจิ้งจะซื่อบื้อแค่ไหน นางก็สัมผัสได้ว่าอู๋อิ้งเสวี่ยไม่ได้แค่ไม่ชอบหน้านาง แต่มุ่งร้ายต่อนางอย่างเห็นได้ชัด
นางยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ หรือว่าตอนที่นางทดสอบระเบิดคราวก่อน จะเผลอไประเบิดใส่นางเข้า?
"ใครโกหกกันแน่ ไม่ใช่เจ้าหรือไงที่ไปร่วมมือกับคนนอกมาปั้นเรื่องหลอกลวง เพื่อปัดความรับผิดชอบน่ะ!" อู๋อิ้งเสวี่ยยืนกรานกระต่ายขาเดียว อย่างไรเสีย ศิษย์พี่ไป๋ก็ต้องเชื่อคำพูดของนางมากกว่าชายแปลกหน้าคนนี้อยู่แล้ว
ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันคำพูดของตัวเอง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและหาข้อสรุปไม่ได้
ในตอนนั้นเอง บ่าวรับใช้ของจวนเจ้าเมืองก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา "ท่านนักพรต รีบตามข้ามาเร็วเข้า อาการของนายท่านอิ้งทรุดหนักแล้ว!"
จบบท