- หน้าแรก
- ก็บ่มเพาะเซียนเหมือนกัน ข้าที่เป็นสายโอสถจะเก่งกว่านิดหน่อยแล้วจะทำไม
- บทที่ 13 ตอนนี้นางอารมณ์เสียมาก
บทที่ 13 ตอนนี้นางอารมณ์เสียมาก
บทที่ 13 ตอนนี้นางอารมณ์เสียมาก
บทที่ 13 ตอนนี้นางอารมณ์เสียมาก
บ่าวรับใช้มาได้จังหวะพอดี ช่วยยุติการทะเลาะเบาะแว้งภายในห้อง
ตอนนี้ไป๋อู๋จิ่งไม่มีเวลาว่างมานั่งคิดว่าใครพูดจริงใครพูดโกหก เขารีบเรียกอู๋อิ้งเสวี่ยให้นำโอสถถอนพิษไปยังห้องของอิ้งวั่นซงอย่างเร่งด่วน
คนอื่นๆ ของสำนักหลิงซีออกไปหมดแล้ว ภายในห้องจึงเหลือเพียงฉู่กวนจิ้งและอี้เสวียนสองคน
อี้เสวียนมองฉู่กวนจิ้งที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงหน้า คิดว่านางคงกำลังรู้สึกน้อยใจและเสียใจ
เขาเองก็ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
เขาไม่เคยง้อใครมาก่อน จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรเพื่อให้นางรู้สึกดีขึ้น
เมื่อนึกถึงตัวการที่ทำให้นางต้องเจ็บช้ำน้ำใจ นัยน์ตาของอี้เสวียนก็ปรากฏจิตสังหารพาดผ่าน
สู้กำจัดอู๋อิ้งเสวี่ยทิ้งไปเลยดีกว่า จะได้หมดเรื่องหมดราว
หลังจากตัดสินใจเงียบๆ ในใจ อี้เสวียนก็ตั้งใจจะพูดปลอบโยนนางสักหน่อย
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะอ้าปาก ฉู่กวนจิ้งที่เงียบมาตลอดก็โพล่งขึ้น "ทำไมล่ะ?"
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความฉงน ในหัวมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
การถูกใส่ร้ายทำให้นางอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ แต่ที่สำคัญกว่านั้น เหตุผลที่อู๋อิ้งเสวี่ยเกลียดชังนางต่างหากที่ทำให้นางค้างคาใจยิ่งกว่า
นางยอมรับการถูกเกลียดได้ แต่นางต้องรู้เหตุผล นางเกลียดความคลุมเครือแบบนี้ที่สุด
ฉู่กวนจิ้งหันหน้าไปขอคำตอบจากคนเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างกาย "เจ้าคิดว่าทำไมนางถึงเกลียดข้า?"
อี้เสวียนได้ยินคำถามก็ใช้พัดเคาะฝ่ามือเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
อย่างที่คิดไว้เลย การอยากรู้เหตุผลที่แท้จริง ไปถามเอาจากเจ้าตัวโดยตรงย่อมได้ผลดีที่สุด
ฉู่กวนจิ้งตัดสินใจบางอย่างในใจ
เมื่อคิดตกแล้ว นางจึงไปที่ห้องของอิ้งวั่นซงพร้อมกับอี้เสวียน
ภายในห้องมีคนโดนพิษสองคน นอกจากอิ้งวั่นซงแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่ง
คนโดนพิษอีกคนคือคนที่อวี้เหลียนหามา นางกังวลว่าอิ้งวั่นซงกินโอสถถอนพิษเข้าไปแล้วจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงจงใจหาคนมาช่วยทดสอบยา
ตอนที่พวกฉู่กวนจิ้งทั้งสองมาถึง คนผู้นั้นได้กินโอสถถอนพิษเข้าไปแล้ว และดูเหมือนจะเห็นผล เขาหยุดดิ้นรนให้หลุดจากเชือกที่มัด สีหน้าเจ็บปวดค่อยๆ บรรเทาลง และสติก็เริ่มฟื้นคืนมา
"ดีเยี่ยมไปเลย ได้ผลจริงๆ!" ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา
เมื่อเห็นว่าโอสถถอนพิษของตนได้ผล ใบหน้าของอู๋อิ้งเสวี่ยก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มลำพองใจ นางหันไปกล่าวกับอวี้เหลียนว่า "ท่านเจ้าเมือง ให้สามีของท่านกินโอสถถอนพิษที่ข้าหลอมได้เลย"
"เชื่อว่าหากได้โอสถของข้า สามีของท่านจะหายดีในเร็ววัน"
อวี้เหลียนรับโอสถถอนพิษจากมืออู๋อิ้งเสวี่ยด้วยความซาบซึ้งใจ ปากก็พร่ำกล่าวขอบคุณไม่หยุด
นางป้อนโอสถถอนพิษให้อิ้งวั่นซง อิ้งวั่นซงก็สงบลงเช่นกัน เพียงแต่อาการพิษของเขารุนแรงกว่า เขาจึงสลบไปโดยตรง
เนื่องด้วยอู๋อิ้งเสวี่ยได้ช่วยชีวิตสามีของนาง อวี้เหลียนจึงให้ความสำคัญและเคารพอู๋อิ้งเสวี่ยเป็นพิเศษ นางกุมมืออู๋อิ้งเสวี่ยและเอ่ยอย่างจริงจังว่า "ท่านคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตคนทั้งเมืองเซี่ยงเฉิงของพวกเรา ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไรดี"
อู๋อิ้งเสวี่ยแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า "นี่เป็นสิ่งที่พวกเราสมควรทำ หากจะกล่าวถึงการตอบแทน หวังเพียงท่านเจ้าเมืองจะช่วยพวกเราตามหาศิษย์พี่สวี่ที่หายตัวไปให้พบโดยเร็วที่สุด"
คำพูดของอู๋อิ้งเสวี่ยได้รับเสียงชื่นชมจากผู้คนรอบข้าง และยังได้รับสายตาชื่นชมจากไป๋อู๋จิ่งอีกด้วย
หลังจากอาการของอิ้งวั่นซงคงที่แล้ว อู๋อิ้งเสวี่ยที่กำลังจะเดินออกจากห้องก็เดินผ่านฉู่กวนจิ้ง นางโน้มตัวกระซิบข้างหูว่า "ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร หรือหาใครมาพิสูจน์ว่าข้าโกหก ก็ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเจ้าหรอก"
"โอสถที่ข้าหลอมช่วยชีวิตสามีของท่านเจ้าเมืองไว้ได้ และยังช่วยชีวิตคนทั้งเมืองเซี่ยงเฉิงได้ ส่วนเจ้าทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง"
อู๋อิ้งเสวี่ยแค่นหัวเราะ กำลังจะก้าวเท้าเดินผ่านนางไป แต่ท่อนแขนกลับถูกใครบางคนคว้าหมับไว้อย่างแรง
ฉู่กวนจิ้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เดาอารมณ์ไม่ออก "เจ้าเกลียดข้าทำไม?"
เสียงของนางดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ทำให้สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องพวกนางทั้งสองทันที
อู๋อิ้งเสวี่ยคาดไม่ถึงว่านางจะกล้าถามคำถามแบบนี้ต่อหน้าผู้คนมากมายโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ต่อให้นางจะเกลียดอีกฝ่ายแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพูดออกมาตรงๆ ต่อหน้าฝูงชน เพราะนั่นจะทำลายภาพลักษณ์ของนาง
"เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่ได้เกลียดเจ้า ปล่อยมือได้แล้ว"
ฉู่กวนจิ้งไม่เชื่อคำพูดของนาง ยังคงดึงดันจะเอาเหตุผลจากนางให้ได้
อู๋อิ้งเสวี่ยเริ่มหมดความอดทน นางสะบัดมือออกอย่างแรงพลางตวาด "ข้าต้องไปหลอมโอสถถอนพิษต่อ เจ้าช่วยอะไรไม่ได้ก็ช่างเถอะ เลิกก่อกวนได้ไหม?"
ฉู่กวนจิ้ง: "..."
นางยอมปล่อยมืออู๋อิ้งเสวี่ย
เวลายังเช้าอยู่ อู๋อิ้งเสวี่ยถูกทิ้งให้อยู่ในจวนเจ้าเมืองเพื่อหลอมโอสถถอนพิษ ไป๋อู๋จิ่งเตรียมพาคนที่เหลือออกไปตามหาสวี่จื้อหยวนในเมืองต่อ
ทว่าตอนที่ฉู่กวนจิ้งเตรียมจะตามพวกเขาออกไปกลับถูกขวางไว้
พวกเขามองว่านางไม่มีความสามารถพอจะปกป้องตัวเองได้ ระหว่างทางที่ตามหาสวี่จื้อหยวนก็ไม่อาจปลีกตัวมาคุ้มครองนางได้ สู้ให้นางอยู่ในจวนเจ้าเมืองไปเลยดีกว่า
ฉู่กวนจิ้งยอมรับ แต่หลังจากกลุ่มของไป๋อู๋จิ่งออกจากจวนเจ้าเมืองไป นางก็ขออนุญาตอี้เสวียนเพื่อออกไปตามหาสวี่จื้อหยวนด้วยเช่นกัน
นางคลุมเสื้อคลุมสีดำ ทะยานร่างไปตามหลังคาเรือนอย่างรวดเร็ว
บนถนนสายหนึ่ง นางมองเห็นม้าขาวที่คุ้นตา เป็นม้าตัวเดียวกับที่ทหารยามของจวนเจ้าเมืองขี่มารับอู๋อิ้งเสวี่ย และเป็นม้าตัวเดียวกับที่สวี่จื้อหยวนขี่ไปรับนาง
ม้าตัวนั้นยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนถนน ฉู่กวนจิ้งยืนอยู่บนที่สูง พบว่าถนนสายนี้นั้นอยู่ใกล้กับทางไปประตูเมืองมาก สวี่จื้อหยวนลงจากม้ากลางคันเพราะเหตุบางอย่าง
ทหารยามเฝ้าประตูเมืองไม่เห็นสวี่จื้อหยวนออกจากเมือง นั่นแสดงว่าเขายังอยู่ในเมือง
นางกระโดดลงจากหลังคา เดินไปข้างม้าตัวนั้น และเห็นรอยเลือดสะดุดตาที่สีข้างของม้าขาว
หลังจากจดจำสถานที่ที่พบม้าตัวนี้ได้แล้ว นางก็ควบม้ากลับไปที่จวนเจ้าเมือง เวลานี้กลุ่มของไป๋อู๋จิ่งยังไม่กลับมา นางจึงแจ้งสิ่งที่ค้นพบแก่อวี้เหลียน ขอให้นางส่งทหารยามไปตรวจสอบถนนสายที่พบม้า ตลอดจนถนนและบ้านเรือนใกล้เคียงอย่างละเอียด
หลังจากสั่งการเรื่องนี้เสร็จ นางก็หันหลังไปหาอู๋อิ้งเสวี่ย
การได้เห็นรอยเลือดบนตัวม้าขาว ทำให้นางอารมณ์เสียเอามากๆ ในตอนนี้
ตอนที่ฉู่กวนจิ้งเดินเข้าไป อู๋อิ้งเสวี่ยหลอมโอสถเตาแรกเสร็จแล้ว และกำลังเตรียมหลอมเตาที่สอง
เมื่อเห็นฉู่กวนจิ้งเข้ามา นางก็ปรายตามอง "เจ้าเข้ามาทำไม? เจ้าหลอมโอสถถอนพิษไม่ได้เสียหน่อย ออกไป อย่ามาเกะกะข้าที่นี่"
ฉู่กวนจิ้งไม่พูดอะไร เพียงแค่ปิดประตูห้องเงียบๆ และลงกลอนให้เรียบร้อย
อู๋อิ้งเสวี่ยสังเกตเห็นการกระทำของนาง จึงแค่นหัวเราะเยาะ "เจ้าคิดจะทำอะไร? อยากจะแก้แค้นข้างั้นหรือ?"
ฉู่กวนจิ้งยังคงไม่เอ่ยปาก เพียงแต่ก้าวเท้าเข้าไปหาอู๋อิ้งเสวี่ยทีละก้าว
นางไม่พูดพร่ำทำเพลง ใบหน้ากว่าครึ่งถูกบดบังด้วยเสื้อคลุม หากเป็นคนที่ไม่รู้ระดับฝีมือของนาง คงถูกนางข่มขวัญเอาได้ง่ายๆ
แต่อู๋อิ้งเสวี่ยผู้นี้รู้ดีว่าฉู่กวนจิ้งมีฝีมือแค่ไหน
ดูจากความสามารถในการหลอมโอสถของนาง ก็รู้แล้วว่าระดับการบ่มเพาะของนางย่ำแย่เพียงใด ต่อให้ผู้บ่มเพาะโอสถจะไม่มีพลังโจมตีสูงนัก แต่การจะจัดการฉู่กวนจิ้งนั้นง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ
ทว่าความคิดนี้ของนาง กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อฉู่กวนจิ้งพุ่งเข้ามาประชิดตัวนางด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน พร้อมกับจ่อมีดสั้นที่ส่องประกายเย็นยะเยือกเข้าที่ลำคอของนาง
สัมผัสเย็นเฉียบของใบมีดที่แนบไปกับผิวเนื้อบริเวณลำคอ ทำเอาอู๋อิ้งเสวี่ยถึงกับสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
"ข้าแค่อยากรู้เรื่องเดียว เจ้าเกลียดข้าเพราะอะไร"