เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 นางดูแลตัวเองได้ย่ำแย่เหลือเกิน

บทที่ 10 นางดูแลตัวเองได้ย่ำแย่เหลือเกิน

บทที่ 10 นางดูแลตัวเองได้ย่ำแย่เหลือเกิน


บทที่ 10 นางดูแลตัวเองได้ย่ำแย่เหลือเกิน

ท้องฟ้าของเมืองเซี่ยงเฉิงไร้ซึ่งแสงตะวัน มีเพียงเมฆสีเทาครึ้ม ดูอึมครึมและชวนให้อึดอัดเป็นพิเศษ

ยามที่มีสายลมพัดผ่านมาเป็นระลอก เสื้อคลุมบนศีรษะของฉู่กวนจิ้งก็ทำท่าจะปลิวหลุดลงมา

สายตาของอี้เสวียนไล่ตามนิ้วมือที่กำลังจัดระเบียบเสื้อคลุมของนาง ไปหยุดอยู่ที่ไฝแดงเม็ดเล็กบนปลายจมูกรั้น

เขาแอบอยากจะยื่นนิ้วไปจิ้มดูสักที

หลังจากลังเลอยู่นาน ในที่สุดฉู่กวนจิ้งก็ลองยื่นมือออกไปหาอี้เสวียนอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทว่าพอใกล้จะแตะถูกนิ้วของเขา นางกลับชักมือกลับ

นางเดินไปจวนเจ้าเมืองเองน่าจะดีกว่า

เพิ่งจะคิดเช่นนั้น มือที่ยังหดกลับมาไม่สุดก็ถูกมือที่เย็นเฉียบข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าให้

เขาออกแรงดึงเบาๆ รั้งตัวนางขึ้นมาบนรถม้า

ฉู่กวนจิ้งจ้องมองมือที่กำลังจับนางเอาไว้ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสกัดจุด

ตอนนี้นางควรจะทำอย่างไรต่อไป?

ควรจะสะบัดมือออก หรือปล่อยให้อยู่เฉยๆ ให้เขาจับต่อไป

ฉู่กวนจิ้งไม่รู้วิธีรับมือกับผู้คนตามปกติจริงๆ โดยเฉพาะกับคนที่นางไม่อยากทิ้งความประทับใจแย่ๆ ไว้ให้

ในเมื่อไม่รู้ว่าต้องทำอะไร เช่นนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้เขาทำไปก็แล้วกัน ฉู่กวนจิ้งจึงปล่อยตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น

ปฏิกิริยาของนางทำให้อี้เสวียนรู้สึกน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เสียงที่เคยส่งผ่านตุ๊กตาผูกวิญญาณมาโดยตลอด บัดนี้มีเจ้าของตัวจริงแล้ว

นางมีชีวิต มีอุณหภูมิ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาเพราะความเบื่อหน่ายในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด

เขาปล่อยมือที่จับฉู่กวนจิ้งไว้ แล้วเอ่ยถามนาง "ข้ายื่นมือออกไปกะทันหันทำให้เจ้าตกใจหรือ?"

ฉู่กวนจิ้งส่ายหน้า

นางไม่ได้ตกใจ แค่ทำตัวไม่ถูกเท่านั้น

เมื่อมือเป็นอิสระ นางก็เอื้อมไปลูบเสอเสอที่ห้อยอยู่ตรงเอวเพื่อหาที่พึ่งทางใจ พลางบีบคลึงปลายหางที่งอนขึ้นของมันเบาๆ

"อึก..."

จู่ๆ อี้เสวียนก็ส่งเสียงครางต่ำในลำคอ แผ่นหลังโค้งงอ มือยกขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อย

"เจ้า... เป็นอะไรไป?" ฉู่กวนจิ้งเห็นอี้เสวียนมีท่าทีเจ็บปวด ก็ยิ่งคลึงหางของเสอเสอไปมาด้วยความประหม่า

เสียงลมหายใจของอี้เสวียนหอบหนักขึ้น เขาก้มหน้าลงจนมองไม่เห็นสีหน้า เห็นเพียงลำคอและใบหูที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาแดงก่ำ

ฉู่กวนจิ้งยิ่งประหม่าหนักขึ้น แรงบีบคลึงหางเสอเสอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

จนกระทั่งมือที่กำลังบีบหางเสอเสอของนางถูกใครบางคนคว้าหมับไว้อย่างแรง มือของนางถึงได้หยุดลง

อี้เสวียนยังคงก้มหน้า น้ำเสียงแหบพร่า ทว่ากลับมีเสน่ห์ยิ่งกว่ายามปกติ "เจ้าหิวหรือไม่ ข้ามีขนมอยู่ที่นี่"

เขารู้ดีว่าการกระทำของฉู่กวนจิ้งในตอนนี้เกิดจากความประหม่า

เมื่อก่อนเวลานางประหม่าก็มักจะบีบหางตุ๊กตาผูกวิญญาณของเขาเสมอ เพียงแต่ตอนนั้นเขากับนางอยู่ห่างไกลกันมาก ความรู้สึกที่ส่งผ่านจึงไม่ได้รุนแรงถึงเพียงนี้

แต่ตอนนี้นางอยู่ต่อหน้าเขา แล้วยังมาคลึงหางของเขาแบบนี้ เขาแทบจะควบคุมนัยน์ตาสีทองและหางงูที่ซ่อนเอาไว้ไม่อยู่แล้ว

ตอนนี้เขาแค่อยากจะเบี่ยงเบนความสนใจของนาง เพื่อให้นางเอามือออกไปจากตุ๊กตานั่น

คำพูดของอี้เสวียนดึงดูดความสนใจของฉู่กวนจิ้งได้สำเร็จ นางกำลังหิวอยู่พอดี

ก่อนจะไปหออวิ๋นเฟิง นางแค่ดื่มน้ำกับกินผักป่ารองท้องไปนิดหน่อย ตอนไม่มีใครทักก็ยังไม่รู้สึกถึงความว่างเปล่าในกระเพาะ แต่พอเขาพูดขึ้นมา นางก็รู้สึกหิวจนแทบจะทนไม่ไหว

ฉู่กวนจิ้งลอบกลืนน้ำลายเงียบๆ แต่สุดท้ายก็ยังส่ายหน้า

นางไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย ย่อมไม่มีสิทธิ์ไปกินของของเขา

ตามหลักการที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กในฐานะนักฆ่า ทุกสิ่งที่ได้รับมาล้วนต้องแลกด้วยการกระทำของตนเอง นางคิดว่าตนเองทำอะไรให้ชายตรงหน้าไม่ได้ ดังนั้นต่อให้หิวแค่ไหน นางก็ยังคงปฏิเสธ

แต่เขากลับหยิบขนมมาจ่อที่ริมฝีปากของนาง น้ำเสียงแฝงรอยยิ้มบางๆ "ลองชิมดูสิ เจ้าต้องชอบแน่"

ไม่รู้ทำไม เขาถึงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับรู้รสนิยมของนางเป็นอย่างดี

นางอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ แต่เสี้ยววินาทีที่เผยอริมฝีปาก ขนมก็ถูกป้อนเข้าปากนางทันที

นางกัดขนมค้างไว้ด้วยความงุนงง รสชาติเปรี้ยวอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก น้ำลายสอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จนอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นเลียขนมนั้นเบาๆ

อร่อยจัง

นางพ่ายแพ้ต่อคำล่อลวงของของอร่อยเข้าแล้ว

นางค่อยๆ แทะขนมกินทีละคำอย่างเชื่องช้า รู้ตัวอีกที ขนมทั้งจานก็ถูกนางจัดการจนหมดเกลี้ยง

ที่เขาพูดมาเป็นความจริง นางชอบรสชาติของขนมนี้มาก เปรี้ยวๆ หวานๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น สมัยเป็นนักฆ่า ทุกครั้งที่ทำภารกิจสำเร็จ นางมักจะให้รางวัลตัวเองด้วยขนมหวานรสชาตินี้เสมอ

แต่ตั้งแต่ทะลุมิติมายังโลกนี้ นางก็ไม่เคยได้ลิ้มรสมันอีกเลย

อี้เสวียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองดูท่าทางการกินขนมของนางแล้ว ในใจก็เกิดความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

มันคล้ายกับความรู้สึกตอนที่เขาเห็นนางถูกคนอื่นเยาะเย้ยรังแก มันคือความสงสารหรือเวทนากันแน่?

เขาเองก็ยังแยกแยะไม่ออก รู้เพียงแค่ว่าเขาอยากทำให้นางมีความสุขและพอใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็ต้องไม่ปล่อยให้นางทนหิวอีกต่อไป

ตอนที่เขาดึงนางขึ้นรถม้าก็สัมผัสได้แล้วว่าตัวนางเบาหวิว ราวกับว่าโดนลมพัดแรงๆ สักหน่อยก็คงปลิวกระเด็นไปได้

รูปร่างเล็กบอบบาง โครงกระดูกเล็กเรียว เมื่อครู่ตอนที่จับข้อมือนาง เขารู้สึกว่ามันเล็กเกินไป เล็กจนเหมือนว่าถ้าเขาออกแรงบีบอีกนิดก็คงหักคามือ

นางดูแลตัวเองได้ย่ำแย่เหลือเกิน

ช่วงไม่กี่วันที่เขาอยู่ที่เมืองเซี่ยงเฉิงนี้ เขาจะขุนนางให้อ้วนขึ้นเอง

เมื่อเห็นนางกินหมดจาน เขาก็รินน้ำอุ่นส่งให้นางหนึ่งจอก พร้อมกับยื่นขนมไปให้อีกจาน

ฉู่กวนจิ้งอิ่มแล้ว นางจึงเพียงแค่จิบน้ำ และไม่ได้แตะต้องขนมอีก

พอกินอิ่ม นางก็เอ่ยถามเขาด้วยความลังเล "ข้าพอจะทำอะไรให้เจ้าได้บ้าง?"

"อะไรนะ?" อี้เสวียนสงสัย

ฉู่กวนจิ้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้าเก่งมากเลยนะ หากเจ้ามีคนที่อยากฆ่า ข้าช่วยจัดการให้ได้"

นางรู้ระดับการหลอมโอสถของตัวเองดี จึงไม่ปริปากพูดถึงเรื่องหลอมโอสถเลยแม้แต่น้อย

คำพูดของฉู่กวนจิ้งทำให้อี้เสวียนเข้าใจความหมายของนางในทันที

ไม่ใช่ว่าเขามีความสามารถในการทำความเข้าใจสูงส่งอะไร เพียงแต่การได้ฟังนางบ่นงึมงำและเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันมาเกือบสิบปี ทำให้เขาพอจะรู้จักนิสัยใจคอของนางอยู่บ้าง

นางคงคิดว่าไม่สามารถกินของของเขาเปล่าๆ ได้ จึงอยากหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบแทน

หากไม่ได้ทำอะไรเลย นางก็จะรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ตลอด

อันที่จริงเขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดนางถึงเป็นคนเช่นนี้

อี้เสวียนไม่ได้ต้องการให้ฉู่กวนจิ้งทำอะไรให้เขาเลย แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยให้นางกระวนกระวายใจเช่นกัน

จะมีวิธีไหนเปลี่ยนความคิดแบบนี้ของนางได้บ้างนะ

อี้เสวียนกำพัดเคาะลงบนเข่าเบาๆ พลันนึกอะไรบางอย่างออก ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้น "เจ้าช่วยข้าไปแล้วนี่"

ฉู่กวนจิ้งเอียงคอด้วยความงุนงง นางยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยนะ

อี้เสวียน: "แค่เห็นเจ้าชอบกินขนมที่ข้าเตรียมไว้ ข้าก็มีความสุขแล้ว"

นางก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

อี้เสวียนจึงขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น "เจ้าทำให้ข้าอารมณ์ดีขึ้นไง"

ฉู่กวนจิ้งใช้เวลาทำความเข้าใจคำพูดของเขา

ความหมายของเขาคือ สิ่งที่นางช่วยทำให้เขา ก็คือการกินขนมที่เขาเตรียมไว้เพื่อทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นงั้นหรือ?

แบบนี้ก็นับด้วยหรือ?

ฉู่กวนจิ้งไม่อาจทำความเข้าใจได้ นางจึงเริ่มประหม่าและหันไปบีบหางเสอเสออีกครั้ง

สีหน้าของอี้เสวียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ฉู่กวนจิ้งยอมรับความหวังดีของเขาโดยไม่คิดอะไรเลยในทันที

ดังนั้นเขาจึงเอ่ยต่อว่า "หากเจ้าดึงดันอยากจะทำอะไรให้ข้าให้ได้จริงๆ เช่นนั้นก็มาเป็นผู้คุ้มกันให้ข้า ดีหรือไม่?"

ฉู่กวนจิ้งปล่อยมือที่บีบหางเสอเสอ แล้วพยักหน้าอย่างแรง

เรื่องคุ้มกันคน นางก็ถนัดไม่แพ้กันหรอกนะ!

จบบทที่ บทที่ 10 นางดูแลตัวเองได้ย่ำแย่เหลือเกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว