- หน้าแรก
- ขาดทุนแลกเงินคืน กลายเป็นบอสระดับเทพในดวงใจพนักงาน
- บทที่ 6 เธอเป็นแค่แม่ครัว
บทที่ 6 เธอเป็นแค่แม่ครัว
บทที่ 6 เธอเป็นแค่แม่ครัว
บทที่ 6 เธอเป็นแค่แม่ครัว
วันที่สามของแผน "อาหารสูตรพิศดาร" ของซูชิงเหยียน กลิ่นประหลาดที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นทุเรียน คาวปลา และคาราเมล โชยฟุ้งออกมาจากห้องครัวด้านหลังของร้านขุยเวยจวี
หลิวจื่อหยางบีบจมูกแล้วผลักประตูเข้าไป พอดีกับที่เห็นซูชิงเหยียนกำลังเทแยมบลูเบอร์รีทั้งขวดลงในหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ
"นี่มัน..." เขาชี้ไปที่น้ำซุปข้นคลั่กสีดำอมม่วงที่กำลังเดือดพล่าน
"ซุปหัวปลาเต้าหู้เหม็นบลูเบอร์รี" ซูชิงเหยียนตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉยพลางคนกระบวยในมือ "ทำตามที่คุณขอเป๊ะๆ ผสมผสานสุดยอดรสชาติของความเหม็น ความหวาน และความคาวเข้าไว้ด้วยกัน"
หลี่เจี้ยนกั๋ว พ่อครัวที่อยู่ข้างๆ แอบขยิบตาให้หลิวจื่อหยาง เป็นเชิงบอกว่า "ศิษย์น้องหญิงคนนี้สติแตกไปแล้ว"
ทว่าดวงตาของหลิวจื่อหยางกลับเป็นประกาย อาหารจานนี้คือจุดสูงสุดของ "ศิลปะแห่งการขาดทุน" ชัดๆ! เขารีบสั่งให้จางเหมิงเหมิง พนักงานเสิร์ฟ นำมันไปวางโชว์ไว้ที่ตู้กระจกทันที พร้อมตั้งราคาไว้ที่ 198 หยวน—ยังไงซะก็ไม่มีใครซื้ออยู่แล้ว
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าช่วงบ่ายจะมีลูกค้าเข้ามาจริงๆ
เป็นหญิงสาวผมสีชมพูที่กำลังชูโทรศัพท์ไลฟ์สดอยู่ "มีใครเข้าใจบ้างคะทุกคน! ฉันเจอร้านอาหารที่เคลมว่า 'ไม่อร่อยยินดีคืนเงิน' แล้ว วันนี้เลยจะมาขอท้าพิสูจน์สักหน่อย!"
หญิงสาวสั่งซุปหัวปลาเต้าหู้เหม็นบลูเบอร์รีไป พอซดเข้าไปได้แค่คำเดียว ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ แล้วพุ่งพรวดเข้าห้องน้ำไปโก่งคออ้วกอยู่นานถึงสิบนาที
แต่พอเดินออกมา เธอกลับยกนิ้วโป้งให้ "เกินเบอร์ไปมาก! แต่เถ้าแก่ยอมคืนเงินให้จริงๆ เพราะมันไม่อร่อย แถมยังให้เงินค่า 'ทำขวัญ' ฉันมาอีกห้าสิบหยวนด้วย!"
หลิวจื่อหยางมองดูยอดไลก์วิดีโอสั้นที่หญิงสาวโพสต์พุ่งกระฉูดด้วยความเบิกบานใจ
ระบบเปิดใช้งาน "การคืนเงินจากประสบการณ์เชิงลบ" จริงๆ พร้อมกับโอนเงินคืนกลับมาสิบเท่าเข้าบัญชีของเขา
แต่เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ซูชิงเหยียนที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัวกำลังมีประกายตาวับวาวที่ยากจะคาดเดาพาดผ่านดวงตา
คืนนั้นหลังจากปิดร้าน ขณะที่หลิวจื่อหยางกำลังคำนวณ "ยอดขาดทุน" ประจำวัน จู่ๆ ซ่งเยว่เวยก็เคาะประตูเดินเข้ามาพร้อมกับถือเมนูอาหาร "เถ้าแก่ ฉันคิดว่าอาหารของเชฟซู... มีปัญหาค่ะ"
"ปัญหาอะไร?" หลิวจื่อหยางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ "ยังห่วยแตกไม่พอรึไง?"
"ไม่ใช่ค่ะ" ซ่งเยว่เวยขมวดคิ้ว "เมนู 'ซี่โครงหมูตุ๋นช็อกโกแลต' ของเมื่อวาน ถึงรสชาติจะพิลึกพิลั่นไปหน่อย แต่วิธีจัดการกับเนื้อสัตว์กลับทำออกมาได้เป็นมืออาชีพมากๆ แถมยังกะเวลาทำอาหารได้ในระดับปรมาจารย์เลยนะคะ ส่วนซุปหัวปลาของวันนี้ น้ำซุปก็เคี่ยวด้วยเทคนิคการทำน้ำซุปชั้นเลิศ เพียงแต่จงใจกลบกลิ่นด้วยวัตถุดิบแปลกๆ เท่านั้นเอง"
ในที่สุดหลิวจื่อหยางก็เงยหน้าขึ้น
เขาคิดมาตลอดว่าซูชิงเหยียน "ถูกบีบให้ต้องอู้งาน" แต่ที่แท้เธอแอบโชว์ฝีมืออยู่หรอกหรือ?
"เธอเป็นแค่แม่ครัว" หลิวจื่อหยางพึมพำ "การทำอาหารให้อร่อยมันเป็นสัญชาตญาณ ต่อให้ใส่วัตถุดิบแปลกๆ ลงไปก็เปลี่ยนข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้หรอก"
"แต่ฉันไปสืบประวัติเธอมาแล้วค่ะ" ซ่งเยว่เวยลดเสียงเบาลง "ซูชิงเหยียนไม่ใช่แม่ครัวระดับอำเภอเลยนะคะ เธอคืออดีตเชฟใหญ่ของร้านอวิ๋นติ่งเก๋อ ที่จู่ๆ ก็หายตัวไปเมื่อสามปีก่อน ข่าวลือในวงการบอกว่าเธอถูกใส่ร้าย..."
ร้านอวิ๋นติ่งเก๋องั้นหรือ?
หลิวจื่อหยางนึกขึ้นได้ทันทีว่านั่นคือร้านอาหารระดับไฮเอนด์ที่สุดในเมือง ซึ่งราคาอาหารเฉลี่ยเริ่มต้นที่สองพันหยวน
ใจเขาร่วงไปอยู่ตาตุ่ม มิน่าล่ะ ซูชิงเหยียนถึงไม่เคยมองราคาเลยเวลาซื้อวัตถุดิบ ที่แท้เธอก็ชินกับการใช้วัตถุดิบชั้นเลิศนี่เอง!
ตอนนั้นเอง เสียง "เพล้ง" ก็ดังสนั่นลั่นมาจากในครัว
ทั้งสองรีบวิ่งไปดู ก็เห็นซูชิงเหยียนยืนอยู่หน้าชามซุปกระเบื้องลายครามที่แตกกระจาย ในมือยังคงถือมีดทำครัวเอาไว้
"รู้หมดแล้วสินะ?" น้ำเสียงของซูชิงเหยียนเย็นเยียบ สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ซ่งเยว่เวย
ซ่งเยว่เวยรีบหลบหลังหลิวจื่อหยางตามสัญชาตญาณ
หลิวจื่อหยางทำใจดีสู้เสือแล้วพูดว่า "รู้อะไร? ก็แค่... ร้านอวิ๋นติ่งเก๋อ แล้วมันทำไมล่ะ?!"
ซูชิงเหยียนแค่นหัวเราะ "ฉันมาที่นี่ไม่ได้เพื่อหนีปัญหา แล้วก็ไม่ได้มาเล่น 'เกมทำธุรกิจขาดทุน' กับคุณหรอกนะ"
จู่ๆ เธอก็สับมีดทำครัวลงบนเขียง ใบมีดฝังลึกเข้าไปในเนื้อไม้ "ฉันต้องการเวทีเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และที่ของคุณก็เปิดโอกาสให้ฉันได้ทำอาหารอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดพอดี"
หลิวจื่อหยางถึงกับอึ้ง
เขาคิดมาตลอดว่าซูชิงเหยียนแค่ปล่อยเลยตามเลย แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะมองจุดประสงค์ของเขาออกตั้งนานแล้ว แถมยังใช้ร้านโทรมๆ แห่งนี้เป็น "เวที" ซะด้วย?
"งั้น อาหารหน้าตาประหลาดๆ ที่คุณทำ ก็คือ..."
"บททดสอบ" ซูชิงเหยียนพูดแทรก "เป็นการทดสอบขีดจำกัดของรสชาติภายใต้การผสมผสานวัตถุดิบแบบสุดขั้ว แล้วก็เป็นการทดสอบด้วยว่าเถ้าแก่อย่างคุณจะทนรับ 'การขาดทุน' ได้มากขนาดไหน"
เธอชี้ไปที่หน้าต่าง "ตอนนี้หัวหน้าเชฟของร้านอาหารซิงเยว่มาคอยด้อมๆ มองๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามทุกวัน พวกเขาคิดว่าฉันตกอับ ก็เลยอยากจะซื้อตัวฉันไปเป็นสายลับ"
หลิวจื่อหยางมองตามนิ้วของเธอไป และก็เห็นร่างที่คุ้นตาแวบผ่านตรงหัวมุมถนนฝั่งตรงข้ามจริงๆ—นั่นมันคนที่มาเดินเตร็ดเตร่อยู่หน้านิทรรศการรับสมัครงานวันนั้นนี่!
"แล้วมาบอกฉันทำไม?" หลิวจื่อหยางเริ่มรู้สึกแล้วว่าแม่ครัวคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ซูชิงเหยียนหยิบเศษกระเบื้องแตกขึ้นมาขิ้นหนึ่ง ซึ่งสะท้อนแสงไฟเย็นเยียบ "เพราะฉันต้องการให้คุณร่วมมือกับฉันเล่นละครฉากหนึ่ง"
เธอขยับเข้าไปใกล้หลิวจื่อหยาง ลดเสียงลง "สัปดาห์หน้า ร้านอาหารซิงเยว่จะจัดงานชิมอาหาร พวกเขาอยากให้ฉัน 'บังเอิญ' ไปปรากฏตัวในวันนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าฉัน 'ฝีมือตก' แล้ว แต่สิ่งที่ฉันจะทำคือการทำให้พวกนั้นหุบปากด้วยอาหารเพียงจานเดียว"
หลิวจื่อหยางมองเปลวไฟที่ลุกโชนในดวงตาของเธอ จู่ๆ ก็ตระหนักได้ว่า "แผนการขาดทุน" ของเขาอาจจะเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ในมุมมืดของวงการอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่ในวินาทีนั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซของระบบก็เด้งแจ้งเตือนการคืนเงินตัวคูณสูงที่หาได้ยากขึ้นมา: 【ตรวจพบสถานการณ์ "การเผชิญหน้าขาดทุนในวงการ" คาดการณ์ว่าตัวคูณการคืนเงินอาจสูงถึง 20 เท่าหรือมากกว่านั้น!】
"ตกลง!" หลิวจื่อหยางตบเขียงดังปัง "คุณอยากจะทำอะไร ฉันจะให้ความร่วมมือเต็มที่! แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ—" เขาชี้ไปที่ชามซุปที่แตกกระจาย "เล่นละครน่ะได้ แต่ทำชามร้านฉันแตก คุณต้องจ่ายค่าเสียหายด้วย!"
ซูชิงเหยียนคลี่ยิ้มบางๆ ซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง "ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ถ้าฉันชนะในงานชิมอาหารนั่นเมื่อไหร่ ฉันจะชดใช้ด้วยเครื่องลายครามชั้นเลิศสิบชุดเลย"
ในยามค่ำคืน ห้องครัวด้านหลังของร้านขุยเวยจวีสว่างไสวตลอดทั้งคืนเป็นครั้งแรก
ซูชิงเหยียนกำลังตั้งอกตั้งใจรังสรรค์บางอย่างอยู่ที่เขียง ซ่งเยว่เวยคอยจดบันทึกอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ ส่วนหลิวจื่อหยางก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ "งานชิมอาหารร้านอาหารซิงเยว่"
เขาไม่รู้หรอกว่า "สงครามแม่ครัว" ครั้งนี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน แต่มองดูตัวเลขคาดการณ์การคืนเงินที่เด้งขึ้นไม่หยุดบนหน้าจอระบบแล้ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าการขาดทุนดูเหมือนจะน่าตื่นเต้นกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก—โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการขาดทุนกลายมาเป็นอาวุธร้าย