- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 345 ค่าลิขสิทธิ์มหาศาล
บทที่ 345 ค่าลิขสิทธิ์มหาศาล
บทที่ 345 ค่าลิขสิทธิ์มหาศาล
บทที่ 345 ค่าลิขสิทธิ์มหาศาล
ในขณะที่การก่อสร้างฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ณ เมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร การเจรจาด้านการส่งออกระหว่างสองประเทศก็กำลังดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กัน
ในฐานะตัวแทนเจรจาฝ่ายประเทศจีน วันนี้เวินเซ่าเฉินสวมชุดสูทตัดเย็บประณีตพอดีตัว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนกไทเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติมักจะดูเจ้าชู้ประตูดิน วันนี้กลับฉายแววเคร่งขรึมจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่ย้ายเข้ามาทำงานในกระทรวงการต่างประเทศและการค้า เวินเซ่าเฉินผ่านสมรภูมิการเจรจาส่งออกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งงานเล็กงานใหญ่ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่เขาให้ความสำคัญและทุ่มเทมากที่สุดในชีวิตการทำงานเลยก็ว่าได้
เหตุผลประการแรก การเจรจาส่งออกครั้งนี้มีความพิเศษแตกต่างจากครั้งอื่น ๆ ตรงที่มันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประเทศจีนจะเป็นฝ่ายส่งออกผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีไฮเทครุ่นใหม่ล่าสุดไปขายให้ต่างประเทศ
เหตุผลประการที่สอง ไม่ใช่แค่กระทรวงการต่างประเทศฯ เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการเจรจาครั้งนี้ แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูงในรัฐบาลต่างก็จับตาดูอย่างใกล้ชิด และเฝ้าติดตามความคืบหน้าของผลการเจรจาอยู่ตลอดเวลา
เวินเซ่าเฉินยืนอยู่หน้าประตูห้องโถงใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ยืดหลังให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะผลักประตูและก้าวเข้าไปด้านในอย่างสง่าผ่าเผย
สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเขา คงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติอะไร แต่ถ้าเป็นคนที่สนิทสนมคุ้นเคยกันดี จะมองออกทันทีว่าถึงแม้เขาจะพยายามยืดหลังให้ตรงแค่ไหน แต่จังหวะการก้าวเดินของเขาก็ยังดูเกร็ง ๆ และไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่ดี โดยเฉพาะตรงช่วงเอว ก็ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็คงดูไม่ออกหรอกนะ
คู่เจรจาในวันนี้คือคณะผู้แทนการค้าจากประเทศ G ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ติดต่อแสดงความจำนงขอซื้อคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ทันทีที่ประเทศจีนประกาศข่าวการคิดค้นเทคโนโลยีนี้ออกไป
เรื่องนี้มันผิดคาดจากที่เวินเซ่าเฉินวาดภาพไว้มาก ตอนแรกเขาคิดว่าคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงส่งขนาดนี้ ทั้งโลกคงมีแค่ประเทศจีนประเทศเดียวเท่านั้นที่สามารถผลิตและยอมขายให้ ประเทศอื่น ๆ คงต้องแห่กันมาแย่งซื้อจนหัวกระไดไม่แห้งแน่ ๆ
แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่า หลังจากปล่อยข่าวออกไป มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ติดต่อเข้ามาสอบถาม
เวินเซ่าเฉินรู้สึกงุนงงสับสนมาก จนกระทั่งได้ไปสืบข่าววงในมา ถึงได้รู้ความจริงว่า ประเทศส่วนใหญ่บนโลกนี้ ไม่มีใครเชื่อน้ำหน้าประเทศจีนเลย ว่าจะสามารถวิจัยและพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ล้ำยุคขนาดนี้ขึ้นมาได้จริง ๆ
สาเหตุหลักก็คือ เทคโนโลยีนี้มันก้าวกระโดดข้ามขั้นเร็วเกินไปหน่อย จู่ ๆ ก็แซงหน้าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของประเทศอื่น ๆ ไปตั้งหลายเจเนอเรชัน แถมยังล้ำหน้าประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบันไปแบบไม่เห็นฝุ่นเสียด้วย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศจีนมักจะถูกกลุ่มชาติตะวันตกกีดกันและคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีมาโดยตลอด ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกปิดกั้นและกดหัวไว้แบบนี้ ไม่มีประเทศตะวันตกหน้าไหนยอมเชื่อหรอกว่า ประเทศจีนจะสามารถพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเหนือชั้นขนาดนี้ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
พอได้ยินข่าวนี้ ประเทศพวกนั้นก็ทำแค่หัวเราะเยาะเย้ยหยัน มองว่านี่เป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อแบบ 'ก้าวกระโดดไกล' อีกรูปแบบหนึ่งของประเทศจีนเท่านั้น เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระสิ้นดี
ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของอเมริกายังกล้าฟันธงออกสื่อเลยว่า ต่อให้ให้เวลาคนประเทศจีนพัฒนาไปอีกร้อยปี ก็ไม่มีทางสร้างคอมพิวเตอร์ระดับนี้ขึ้นมาได้หรอก
ด้วยอิทธิพลของสื่อกระแสหลักฝั่งตะวันตกที่ประโคมข่าวโจมตีอย่างหนักหน่วง ประเทศอื่น ๆ ก็เลยพลอยหลงเชื่อตามไปด้วย และพากันถอยร่นไม่กล้าเสี่ยงลงทุน
มีเพียงประเทศ G ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับอเมริกา และมักจะตกเป็นเป้าหมายการคว่ำบาตรและกดขี่จากอเมริกาอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกับประเทศจีนเท่านั้น ที่กล้าฉีกกรอบ
ทันทีที่ประเทศ G ทราบข่าวว่าประเทศจีนมีคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงส่งระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไว้ในครอบครอง พวกเขาก็รีบสายตรงติดต่อมากระทรวงการต่างประเทศฯ ทันที เพื่อแสดงเจตจำนงในการขอซื้อ
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เวินเซ่าเฉินได้เข้ามาเป็นตัวกลางประสานงานกับตัวแทนของประเทศ G จนเกิดเป็นการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้
การเจรจาครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
แม้จะมีแค่ประเทศจีนกับประเทศ G เท่านั้นที่เป็นคู่เจรจาหลัก แต่สายตาของคนทั้งโลกกลับกำลังจับจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างตาไม่กระพริบ
ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าประเทศจีนจะสามารถสร้างคอมพิวเตอร์ที่ล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยีล่าสุดของโลกไปถึงห้าเจเนอเรชันได้จริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ยังคงอยากรู้อยากเห็น ว่าประเทศจีนจะงัดเอาของเล่นปาหี่แบบไหนมาหลอกขายให้กับประเทศ G ที่ล้าหลังพอ ๆ กัน
ในวันเปิดโต๊ะเจรจา สื่อทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจและรายงานข่าวนี้กันอย่างครึกโครม
…
เวลาบ่ายสองโมงตรง ในขณะที่เจียงชิ่นกำลังนั่งอ่านหนังสือเพลิน ๆ อยู่ในห้องพัก จู่ ๆ เสียงพนักงานต้อนรับก็ตะโกนโหวกเหวกดังมาจากโถงทางเดิน
"สหายเจียงชิ่นคะ มีสายโทรศัพท์มาถึงคุณค่ะ"
"เดี๋ยวฉันลงไปรับสายค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"
เจียงชิ่นขานรับ ก่อนจะเดินลงไปรับโทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ชั้นล่าง
ตอนแรกเธอกะว่าคงจะเป็นหวังเหิงหรือไม่ก็ศาสตราจารย์ลู่โทรมา แต่พอรับสายปุ๊บ ได้ยินเสียงพูดจากปลายสาย เธอก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของเวินเซ่าเฉิน
"การเจรจาส่งออกเสร็จสิ้นแล้วเหรอคะ ? "
เจียงชิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ถึงแม้เธอจะยอมให้โอกาสเขาดูแลโปรเจกต์ส่งออกคอมพิวเตอร์ต่อไป แต่ลึก ๆ แล้ว เธอก็ยังไม่ได้รู้สึกพิศวาสหรืออยากจะญาติดีกับผู้ชายคนนี้อยู่ดี
การที่เวินเซ่าเฉินจู่ ๆ ก็โทรมาหา ทำให้เจียงชิ่นแอบประหลาดใจอยู่เสี้ยววินาที แต่ก็เดาจุดประสงค์ของเขาออกได้อย่างรวดเร็ว
เวินเซ่าเฉินเองก็นึกไม่ถึงว่าเธอจะเดาทางเขาออกตั้งแต่ประโยคแรก เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
การได้คุยกับคนฉลาดนี่มันดีจริง ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เหนื่อยเปล่า
"ครับ จบลงแล้วล่ะ หลังจากที่โชว์ประสิทธิภาพการทำงานให้ดูสด ๆ ตรงหน้า ทางนั้นก็เคาะโต๊ะตกลงซื้อทันทีเลย สั่งซื้อรวดเดียวสองร้อยเครื่อง ตกลงราคาที่เครื่องละหนึ่งหมื่นดอลลาร์สหรัฐครับ"
น้ำเสียงของเวินเซ่าเฉินฟังดูอิดโรย แต่ก็ไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นดีใจที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ได้เลย
"แค่หมื่นดอลลาร์เองเหรอคะ คุณขายถูกไปนะเนี่ย"
เจียงชิ่นพูดโพล่งออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
ปลายสายเงียบกริบไปทันที
แต่เจียงชิ่นก็ไม่สนหรอก เธอร่ายยาวต่อ "ฉันเคยบอกเบื้องบนไปแล้วนะว่า ต่อให้ตั้งราคาเครื่องละห้าหมื่นดอลลาร์ ก็มีแต่ประเทศอื่นจะมาแย่งกันซื้อจนหัวแตก คอมพิวเตอร์สเปกเทพขนาดนี้ ใช่ว่ามีเงินแล้วจะหาซื้อได้ง่าย ๆ นะ ใครได้ซื้อไปในราคานี้ ถือว่าถูกเหมือนได้เปล่าเลยล่ะ"
"ราคานี้เบื้องบนเป็นคนเคาะมาเองครับ ราคาตั้งต้นน่ะเครื่องละห้าหมื่นดอลลาร์จริง ๆ แต่ประเทศ G เขามีความสัมพันธ์อันดีกับเรามาตลอด แถมยังเป็นประเทศแรกที่กล้าเสี่ยงลงทุนซื้อ เบื้องบนก็เลยให้ราคาพิเศษสุด ๆ ไปเลย โปรโมชันนี้มีแค่ครั้งเดียวนะครับ ประเทศอื่นถ้าอยากจะซื้อ ก็ไม่ได้ราคานี้แล้ว"
"อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง"
เจียงชิ่นคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก็พอจะเข้าใจเหตุผลของเบื้องบนได้
ปลายสายน้ำเสียงของเวินเซ่าเฉินดูจะตื่นเต้นกว่าเมื่อกี้เสียอีก "มูลค่าการส่งออกรอบนี้ สูงถึงสองล้านดอลลาร์สหรัฐเลยนะครับ ถือว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาลมาก ๆ แถมวันนี้ผมยังได้เชิญนักข่าวต่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศจีนมาทำข่าวกันเยอะแยะเลยล่ะ พวกเขาได้เห็นขั้นตอนการสาธิตการทำงานของคอมพิวเตอร์อย่างเต็มตา รับรองได้เลยว่าอีกไม่นาน ยอดสั่งซื้อต้องปลิวว่อนมาเป็นพายุหิมะแน่นอนครับ"
เจียงชิ่นเงียบไปพักหนึ่ง ไม่ตอบอะไรกลับไป
เรื่องอื่นไม่รู้หรอก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถในการทำงาน เวินเซ่าเฉินก็ถือว่าเก่งกาจและเอาอยู่จริง ๆ
จู่ ๆ เวินเซ่าเฉินก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้อีกเรื่อง "อ้อ จริงสิ ในยอดเงินก้อนนี้ มีส่วนแบ่งของคุณรวมอยู่ด้วยนะ ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของสิทธิบัตร ทุก ๆ เครื่องที่ขายได้ คุณจะได้รับส่วนแบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ด้วย"
พอพูดถึงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ความง่วงงุนของเจียงชิ่นก็ปลิวหายวับไปกับตาทันที
"ฉันจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่คะ ? "
เวินเซ่าเฉินคงไม่คิดว่าเธอจะถามขึ้นมาโต้งๆ แบบนี้ เขาชะงักไปนิดนึง ก่อนจะตอบว่า "ทางเราจะหัก 10% จากกำไรสุทธิของทุกเครื่องที่ขายได้ เพื่อจ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์ให้คุณครับ คุณโอเคกับตัวเลขนี้ไหมครับ ? "
"ใครเป็นคนกำหนดอัตราส่วนนี้คะ ? คุณเหรอ ? "
"เปล่าครับ ๆ " เวินเซ่าเฉินรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน "ผมจะไปมีอำนาจตัดสินใจเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไงล่ะครับ เบื้องบนต่างหากที่เป็นคนเคาะตัวเลขนี้ลงมา"
อ๋อ มิน่าล่ะ อัตราส่วนถึงได้เอื้อประโยชน์ให้เธอซะขนาดนี้
เท่าที่เจียงชิ่นจำได้ โดยปกติแล้ว อัตราค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตร มักจะอยู่ที่ประมาณ 2% ของกำไรสุทธิเท่านั้นแหละ ต่อให้สูงยังไงก็ไม่น่าจะโดดไปไกลนัก
ถึงแม้ว่าในยุคนี้ กฎหมายเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศจีนจะยังไม่ค่อยครอบคลุมและเข้มงวดนัก แต่ตัวเลข 10% นี่มันก็ถือว่าสูงปรี๊ดทะลุเพดานเลยทีเดียว
ลองคำนวณเล่น ๆ ดูนะ สมมติว่าประเทศจีนขายคอมพิวเตอร์ได้หนึ่งเครื่อง หักต้นทุนการผลิตนิดหน่อย เธอจะได้ส่วนแบ่งเข้ากระเป๋าเหนาะ ๆ เกือบหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐเลยนะ
ถ้าเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์กับเงินหยวนในปัจจุบันที่ประมาณ 1.5+ แล้วล่ะก็ ขายได้หนึ่งเครื่อง เธอจะได้เงิน 1,500 หยวน
ขายให้ประเทศ G ไป 200 เครื่อง ก็เท่ากับว่าเธอจะได้รับเงินก้อนโตถึง 300,000 หยวนเลยทีเดียว
และนี่มันก็แค่ลอตแรกเท่านั้นเองนะ
เจียงชิ่นยิ้มกริ่มอยู่ในใจ ความรู้สึกของการนอนรอรับทรัพย์ชิล ๆ แบบนี้ มันช่างฟินอะไรเบอร์นี้ !
พอได้เงินสามแสนหยวนก้อนนี้มา กลับเมืองหลวงไปเมื่อไหร่ เธอจะไปกว้านซื้อบ้านอีกสักหลาย ๆ หลังเลย คราวนี้งบหนา จะเหมาซื้อบ้านทรงจีนโบราณสวย ๆ สักหลายหลัง แล้วก็กว้านซื้อที่ดินเปล่าเก็บไว้เก็งกำไรอีกสักสองสามแปลงด้วย
"ฮัลโหล สหายเจียงชิ่น ถ้าคุณมีข้อเสนอแนะหรือข้อเรียกร้องอะไรเพิ่มเติม ก็บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รับเรื่องไปเสนอให้เบื้องบนพิจารณาต่อ"
พอเห็นเจียงชิ่นเงียบไปนาน เวินเซ่าเฉินก็เริ่มใจคอไม่ดี นึกว่าเธอไม่พอใจกับตัวเลขค่าลิขสิทธิ์
"ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ ฉันพอใจกับตัวเลขนี้มาก ๆ รบกวนฝากไปขอบคุณผู้ใหญ่ทางนู้นด้วยนะคะ แล้วถ้ามีข่าวดีอะไรคืบหน้าอีก ก็ฝากโทรมาบอกฉันด้วยนะคะ"
เมื่อวางสายเสร็จ เจียงชิ่นก็เดินฮัมเพลงออกจากเรือนรับรองด้วยอารมณ์ที่เบิกบานสุด ๆ