- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 344 การก่อสร้างฐานดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง
บทที่ 344 การก่อสร้างฐานดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง
บทที่ 344 การก่อสร้างฐานดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง
บทที่ 344 การก่อสร้างฐานดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง
ทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แถมยังนั่งรถไฟขบวนเดียวกันมาที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ แต่พอมาถึง จวงซือเหวินกับเจียงชิ่นก็แทบจะไม่ได้สุงสิงกับจั๋วซีเลย ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ยังไงซะเป็นเพื่อนนักศึกษาชายหญิง ก็ต้องรักษาระยะห่างให้ชัดเจนกันสักหน่อย
แต่พอตอนนี้ได้เห็นแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวอ้างว้างของจั๋วซีตอนที่เขาพูด ต่อให้มีเหตุผลสารพัด จวงซือเหวินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารขึ้นมาตงิด ๆ
"ช่วงนี้นายยุ่งทำอะไรอยู่เหรอ ? " เธอเปลี่ยนเรื่องคุย
จั๋วซียังคงมีท่าทีราบเรียบเหมือนเดิม "ลุง... เอ่อ วิศวกรเสิ่นหาอาจารย์ให้ฉันคนนึงน่ะ ตอนนี้ฉันก็เลยตามอาจารย์ไปลุยงานที่หน้างานทุกวันเลย"
เสิ่นหงห้ามไม่ให้จั๋วซีเรียกเขาว่าคุณลุง แต่ให้เรียกว่าวิศวกรเสิ่นเหมือนกับคนอื่นๆ และอาจารย์ที่เขาพูดถึง ก็คือวิศวกรอาวุโสประจำฐานแห่งนี้ ซึ่งตอนนี้รับผิดชอบดูแลงานเตรียมการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์ในระยะแรกอยู่
"ดีจังเลยนะเนี่ย แบบนี้นายก็ได้มาฝึกงานของจริงเลย ได้คลุกคลีอยู่หน้างานทุกวัน ฉันเองก็อยากจะหาเวลาไปดูหน้างานบ้างเหมือนกัน"
จวงซือเหวินรู้สึกอิจฉาจากใจจริง นอกจากได้ไปเดินชมฐานกับเจียงชิ่นไม่กี่ครั้ง เวลาที่เหลือเธอก็ขลุกอยู่แต่ในห้องพัก คอยจัดการเรียบเรียงเอกสาร แทบจะเรียกได้ว่าทำงานเอกสารล้วน ๆ เลยทีเดียว
พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น จั๋วซีก็ลังเลนิดนึง ก่อนจะบอกว่า "ถ้าเธอว่างเมื่อไหร่ ฉันพาเธอไปสัมผัสบรรยากาศที่หน้างานได้นะ"
พอได้ยินแบบนั้น จวงซือเหวินก็หูผึ่ง สนใจขึ้นมาทันที
"ไปได้จริง ๆ เหรอ ? "
โดนถามกลับแบบนี้ จั๋วซีก็เริ่มไม่ค่อยแน่ใจขึ้นมา พอคิดถึงระดับชั้นความลับของการสร้างเตาปฏิกรณ์ เขาก็บอกว่า "เดี๋ยวช่วงบ่ายฉันลองถามอาจารย์ดูก่อนนะ ถ้าได้แล้วจะมาบอกเธออีกที"
ตกเย็น หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกงานประจำวัน จั๋วซีก็คาบข่าวดีมาบอกจวงซือเหวิน
อาจารย์ของจั๋วซีอนุญาตให้จวงซือเหวินไปสังเกตการณ์ที่หน้างานได้หนึ่งวัน
จวงซือเหวินดีใจสุด ๆ รีบวิ่งไปถามเจียงชิ่นทันที ว่าพรุ่งนี้เธอขอลาหยุดสักวันได้ไหม
พอได้ยินว่าจวงซือเหวินจะขอลาไปดูหน้างาน เจียงชิ่นก็ตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองคิดน้อยไปหน่อย ถึงแม้จวงซือเหวินจะมาในฐานะผู้ช่วยของเธอ แต่เธอก็มาฝึกงานเหมือนกัน จะให้มานั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องจัดเอกสารอย่างเดียวได้ยังไง ก็ต้องออกไปเปิดหูเปิดตาเรียนรู้ประสบการณ์จริงบ้างสิ ไม่อย่างนั้นการมาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งนี้ก็คงเสียเปล่า
เจียงชิ่นอนุมัติทันที แถมยังบอกให้จวงซือเหวินลองไปปรับตัวดูก่อนหนึ่งวัน ถ้าคิดว่าไปแล้วได้เรียนรู้อะไรจริง ๆ เธอจะช่วยทำเรื่องขออนุญาตให้จวงซือเหวินได้ไปเรียนรู้งานกับวิศวกรอาวุโสท่านนั้นพร้อมกับจั๋วซีเลย
จวงซือเหวินดีใจจนแทบเนื้อเต้น พุ่งเข้าไปกะจะสวมกอดเจียงชิ่นซะแน่น ๆ
แต่จังหวะที่กำลังจะกอด เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเจียงชิ่นกำลังท้องกำลังไส้อยู่ เลยรีบเบรกเอี๊ยดหยุดชะงักกึกทันที
พอเบรกกะทันหัน เธอก็มองหน้าเจียงชิ่นตาปริบ ๆ แล้วทั้งสองคนก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เช้าวันรุ่งขึ้น จวงซือเหวินก็เดินตามจั๋วซีไปที่หน้างาน ส่วนเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วก็มุ่งหน้าไปที่อาคารสำนักงาน เพื่อจัดอบรมให้กับทีมวิศวกรที่เสิ่นหงคัดเลือกมา
เรื่องเนื้อหาการอบรมเมื่อคืนพวกเขาสองคนปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว ฟู่เส้าตั๋วไม่อยากให้เธอต้องใช้สมองและเหนื่อยเกินไป ก็เลยเหมาหน้าที่เตรียมการสอนทั้งหมดไปทำเอง ร่างเนื้อหาการสอนของทั้งเขาและเจียงชิ่นออกมาเสร็จสรรพ เจียงชิ่นมีหน้าที่แค่ถือเอกสารการสอนแล้วอ่านทบทวนให้คล่องก็พอ
ฟู่เส้าตั๋วเป็นคนที่มีตรรกะความคิดเป็นเลิศ แผนการสอนของเขาจึงชัดเจน เข้าใจง่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอบรมได้อย่างมหาศาล
และเมื่อถึงเวลาลงสนามอบรมจริง ประสิทธิภาพที่ว่านั้นก็ฉายแววโดดเด่นออกมาทันที บรรดาวิศวกรพวกนี้ล้วนมีพื้นฐานความรู้ที่แน่นปึกอยู่แล้ว ประกอบกับทักษะการถ่ายทอดที่ยอดเยี่ยมของเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋ว ความคืบหน้าในการอบรมจึงเป็นไปอย่างรวดเร็วติดจรวด
ในขณะเดียวกัน เสิ่นหงก็จัดการเรื่องเอกสารขอยืมตัวฟู่เส้าตั๋วเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ตอนแรกต่งเหย่ทางฝั่งกระทรวงเครื่องจักรกลที่เจ็ดก็ไม่อยากจะปล่อยตัวมาหรอก เสิ่นหงต้องงัดเอาสารพัดเหตุผลมาหว่านล้อมอยู่นาน แถมยังต้องงัดเอาหนังสืออนุมัติจากเบื้องบนมาขู่ด้วย ต่งเหย่ถึงได้ยอมกัดฟันเซ็นอนุมัติให้ยืมตัวฟู่เส้าตั๋วมาที่ฐานไท่ซาน
"ยืมแค่สองเดือนนะ ครบกำหนดเมื่อไหร่รีบส่งตัวคืนมาให้ฉันทันทีเลยนะ"
ต่งเหย่รู้สึกเหมือนตัวเองขาดทุนย่อยยับ
ทั้ง ๆ ที่เป็นคนที่เขาเล็งไว้แท้ ๆ ทำไมเผลอแป๊บเดียว ดันวิ่งไปอยู่ที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานซะได้ล่ะเนี่ย ?
โดนตาเฒ่าเสิ่นหงฉวยโอกาสตัดหน้าไปหน้าตาเฉย ได้ของดีไปครองก็แอบหัวเราะร่าไปเถอะ
"โธ่เอ๊ย เหล่าต่ง..." เสิ่นหงเปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูจริงจังและจริงใจ "ความสัมพันธ์ของพวกเราสองคนเป็นยังไงนายก็รู้นี่นา อีกอย่าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานน่ะ เป็นโปรเจกต์ระดับชาติที่ต้องระดมกำลังจากทุกภาคส่วนนะ จะให้เกิดข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้เด็ดขาด"
เจอประโยคนี้เข้าไป ต่งเหย่ก็ถึงกับเถียงไม่ออก
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานเป็นโปรเจกต์ที่สำคัญที่สุดของประเทศจริง ๆ
ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มก่อสร้าง ทุกกระทรวงทบวงกรมก็ได้รับคำสั่งสายตรงมาแล้วว่าต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และให้การสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน
ต่งเหย่รู้ดีว่า ต่อให้เขาไม่ยอมเซ็นอนุมัติ เสิ่นหงก็แค่ทำเรื่องเสนอขึ้นไปข้างบน สุดท้ายผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนเดิมอยู่ดี สู้เขายอมทำตัวว่าง่าย เซ็นอนุมัติให้ฟู่เส้าตั๋วไปช่วยงานที่นั่นสักระยะจะดีกว่า
เขารู้นิสัยของเสิ่นหงดีว่าดื้อรั้นแค่ไหน แถมยังมีเส้นสายเส้นใหญ่เบื้องบนอีก ถ้าคิดจะข้ามหน้าข้ามตากระทรวงที่เจ็ดไปยืมตัวคนตรง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้
พอได้รับเอกสารคำสั่งยืมตัว ฟู่เส้าตั๋วก็แค่ปรายตามองแวบเดียว แล้วพับเก็บเข้ากระเป๋า ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ตรงข้ามกับเจียงชิ่นที่หยิบเอกสารคำสั่งยืมตัวมาพลิกดูหน้าดูหลังอย่างตื่นเต้น "อ๋อ เอกสารคำสั่งยืมตัวหน้าตามันเป็นแบบนี้นี่เอง"
เธอรู้สึกแปลกตาและอยากรู้อยากเห็น ก็แหงล่ะ เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่นา
เจียงชิ่นอารมณ์ดีสุด ๆ ก่อนหน้านี้ตอนที่ไม่ได้เจอหน้าฟู่เส้าตั๋ว เธอก็มักจะกระวนกระวายและคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ดีแล้ว ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกันที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทุกวันแล้ว
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนเข้าสู่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม มหาวิทยาลัยเมืองหลวงเตรียมต้อนรับนักศึกษาสอบเกาเข่ารุ่นใหม่แล้ว
ในเวลานั้น ฟู่เส้าตั๋วปักหลักอยู่ที่พัก กำลังง่วนอยู่กับการวาดแบบแปลน เจียงชิ่นกะจะเข้าไปช่วย แต่ฟู่เส้าตั๋วไม่อยากให้เธอเหนื่อย ก็เลยยัดหนังสือพิมพ์ปึกใหญ่ใส่มือเธอ ให้เธออ่านข่าวแก้เบื่อไปพลาง ๆ
ถึงจะแอบขัดใจนิด ๆ แต่เจียงชิ่นก็รู้ดีว่าที่ฟู่เส้าตั๋วทำไปก็เพราะเป็นห่วงเธอ
ตอนนี้อายุครรภ์ของเธอใกล้จะเข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว หน้าท้องก็ป่องนูนขึ้นมาราวกับลูกโป่งที่ถูกสูบลม ร่างกายเริ่มหนักอึ้งและอุ้ยอ้าย แถมยังมีอาการง่วงนอนบ่อย แต่พอตกกลางคืน หน้าท้องที่ขยายใหญ่ก็ไปกดทับอวัยวะภายใน ทำให้นอนหลับไม่ค่อยสนิทอีก
พ้นช่วงสามเดือนที่สบายที่สุดมาแล้ว อาการแพ้ท้องและอาการไม่สบายตัวของเจียงชิ่นก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การอบรมจบลงไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้การก่อสร้างฐานกำลังดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง
โชคดีที่การอบรมจบลงไปแล้ว ไม่อย่างนั้นขืนต้องมาอุ้มท้องโต ๆ ยืนสอนหนังสือล่ะก็ เธอคงได้เหนื่อยสายตัวแทบขาดแน่ ๆ
ถัดมาอีกวัน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องก็ถูกขนส่งมาถึงฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน
ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เกลี้ยกล่อมให้เสิ่นหงยอมตกลงใช้ระบบ CNC ได้ เจียงชิ่นก็รีบส่งโทรเลขไปหาหวังเหิงทันที สั่งให้ทางโรงงานเครื่องจักรกลเร่งมือผลิตซูเปอร์คอมพิวเตอร์ออกมาอีกหนึ่งเครื่อง เพราะทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องการใช้งานด่วนมาก
ทางโรงงานเครื่องจักรกลต้องเร่งทำงานหามรุ่งหามค่ำ ในที่สุดก็สามารถผลิตและจัดส่งซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาถึงฐานไท่ซานได้ทันตามกำหนดเวลา
ระบบประมวลผลอันมหึมานี้ ถูกขนส่งมาถึงในยามวิกาล และถูกนำเข้าไปติดตั้งในห้องควบคุมกลางที่ถูกปรับปรุงเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
เจียงชิ่นพาฟู่เส้าตั๋วไปช่วยกันประกอบและติดตั้งซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ก่อนจะเริ่มทำการรันระบบเพื่อทดสอบการทำงาน
บรรดาวิศวกรที่เข้ารับการอบรมเรื่องระบบ CNC ก็พากันมามุงดูสิ่งประดิษฐ์ขนาดยักษ์ที่เพิ่งถูกประกอบเสร็จ
การได้ยินแต่ชื่อ กับการได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
วิศวกรทุกคนต่างก็ตกตะลึงและยอมสยบให้กับความอลังการของซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ พอได้มายืนอยู่ตรงหน้ามัน ก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ให้ความรู้สึกที่ล้ำยุคเหนือจินตนาการสุด ๆ
แต่พวกเขาไม่มีเวลามามัวยืนทึ่งอ้าปากค้างอยู่นานนัก ต้องรีบกลับไปทุ่มเทให้กับการทำงานต่อ
ในขณะที่การก่อสร้างฐานกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ทางมหาวิทยาลัยเมืองหลวงก็ได้ส่งหนังสือเรียนของชั้นปีที่สามและปีที่สี่มาให้เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วทางไปรษณีย์
ทั้งสองคนสอบผ่านการสอบปลายภาคและได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเรียนปีที่สาม ด้วยผลการเรียนระดับดีเยี่ยมทุกวิชา (A ล้วน) ทางมหาวิทยาลัยจึงได้จัดส่งตำราเรียนของหลักสูตรอีกสองปีที่เหลือมาให้ทั้งหมด ตามคำขอของพวกเขา