- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 335 เพิ่งจากกัน ก็คิดถึงซะแล้ว
บทที่ 335 เพิ่งจากกัน ก็คิดถึงซะแล้ว
บทที่ 335 เพิ่งจากกัน ก็คิดถึงซะแล้ว
บทที่ 335 เพิ่งจากกัน ก็คิดถึงซะแล้ว
"ครับ ผมเข้าใจแล้ว โอกาสครั้งนี้หาได้ยากมากจริง ๆ ผมจะตั้งใจเรียนรู้ให้เต็มที่เลยครับ"
จั๋วซีตอบเสียงเบา
"งั้นหลานก็นอนพักไปก่อนนะ ถึงตอนเที่ยงก็ลงไปหาอะไรกินที่โรงอาหารซะ ต่อให้เมารถจนกินอะไรไม่ลง ก็ต้องฝืนกินเข้าไปบ้างนะ อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม"
"ครับลุง เดี๋ยวผมของีบพักสายตาสักหน่อยนะครับ"
"โอเค งั้นลุงไปล่ะนะ"
เสิ่นหงไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของหลานชายอีก ตัดจบบทสนทนาระหว่างลุงหลานเพียงแค่นั้น
อีกด้านหนึ่ง เจียงชิ่นและจวงซือเหวินเพิ่งจะจัดการเก็บข้าวของสัมภาระของตัวเองเสร็จเรียบร้อย
พวกเธอต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน การจัดข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ออกมาวางไว้ข้างนอกให้เป็นระเบียบ จะได้หยิบใช้งานได้สะดวก
จวงซือเหวินจัดการเก็บกวาดข้าวของของตัวเองอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินมาช่วยเจียงชิ่นจัดของต่อ พอเห็นเจียงชิ่นกำลังจะเขย่งปลายเท้า เพื่อแขวนเสื้อผ้าเข้าตู้ จวงซือเหวินก็รีบพุ่งเข้าไปห้ามทันที
"มา ๆ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง เธอไปนั่งพักเฉย ๆ เถอะ"
จวงซือเหวินคว้าไม้แขวนเสื้อมาจากมือเจียงชิ่น หน้าตาตื่นตระหนกตกใจสุดขีด
คนท้องคนไส้มาเขย่งปลายเท้าแบบนี้มันอันตรายจะตายไป เธอเคยได้ยินมาว่าทำแบบนี้อาจจะทำให้แท้งลูกได้เลยนะ
เมื่อเห็นท่าทางตื่นตูมของเพื่อน เจียงชิ่นก็อดขำไม่ได้ "ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ร่างกายฉันไม่ได้เปราะบางเป็นแก้วนะ ช่วงสามเดือนแรกก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษหน่อยนั่นแหละ แต่ตอนนี้อายุครรภ์เริ่มเยอะขึ้นแล้ว ปลอดภัยหายห่วงจ้ะ"
"ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้อยู่ดีแหละ อะไรที่เลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยงไว้ก่อนสิ อีกอย่างนะ ตอนก่อนจะออกเดินทาง ฟู่เส้าตั๋วสามีของเธอ อุตส่าห์ฝากฝังให้ฉันคอยดูแลเธอให้ดี ๆ ฉันก็รับปากเขาเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วด้วย เพราะงั้นฉันก็ต้องทำตามสัญญา คอยดูแลเธอให้ดีที่สุดสิ"
จวงซือเหวินพูดด้วยสีหน้าจริงจังสุด ๆ
ในเมื่ออีกฝ่ายหวังดีและเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ เจียงชิ่นก็ไม่อยากขัดศรัทธา ยอมถอยทัพไปนั่งพักอยู่บนเตียงแต่โดยดี
ห้องสวีตที่พวกเธอพักนั้นกว้างขวางมาก แบ่งเป็นห้องนอนด้านในและด้านนอก เจียงชิ่นนอนห้องด้านใน ส่วนจวงซือเหวินนอนห้องด้านนอก
หลังจากช่วยเจียงชิ่นจัดของเสร็จ จวงซือเหวินก็เดินสำรวจห้องสวีตด้วยความตื่นตาตื่นใจ ผ่านไปพักใหญ่ เธอก็เดินกลับมาหาเจียงชิ่นพร้อมกับดวงตาที่เป็นประกายวิบวับ
"ฉันเกิดมายังไม่เคยพักห้องหรูหราขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย บนพื้นปูพรมด้วยล่ะ เดินนุ่มเท้าสุด ๆ เดินเท้าเปล่ายังได้เลย แถมในห้องยังมีห้องน้ำในตัวด้วยนะ มีส้วมแบบนั่งยองให้ด้วย คุณพระ ! มันสะดวกสบายอะไรขนาดนี้ ! "
ความจริงสิ่งอำนวยความสะดวกพวกนี้ เจียงชิ่นสังเกตเห็นตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องแล้วล่ะ
ดูท่าทางเสิ่นหงคงจะยกห้องพักที่ดีที่สุดในเรือนรับรองแห่งนี้ให้เธอพักแน่ ๆ เลย
ความตื่นเต้นของจวงซือเหวินยังไม่จางหายไปง่าย ๆ เธอเดินวนสำรวจรอบห้องไปมาอีกหลายรอบ
พลังงานของเธอล้นเหลือจริง ๆ ผิดกับเจียงชิ่นที่ตอนนี้ง่วงงุนจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว
แต่เจียงชิ่นก็ต้องฝืนถ่างตาไว้ก่อน เธอกระชับเสื้อคลุม แล้วหันไปบอกจวงซือเหวินว่าจะออกไปโทรศัพท์สักหน่อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เจียงชิ่นลงมาที่ชั้นล่าง และขอยืมใช้โทรศัพท์ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับ เพื่อต่อสายตรงไปที่ห้องทดลองในมหาวิทยาลัย เธอกับฟู่เส้าตั๋วนัดแนะกันไว้แล้ว ว่าพอเดินทางมาถึงฐานไท่ซานปุ๊บ จะรีบโทรไปหาเขาทันที
เดาว่าป่านนี้คุณสามีตัวดีคงจะนั่งเฝ้าโทรศัพท์รอรับสายอยู่แน่ ๆ
และก็เป็นไปตามคาด เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว ปลายสายก็รีบยกหูรับทันที
"ภรรยาครับ"
เสียงทุ้มต่ำของฟู่เส้าตั๋วที่แฝงไปด้วยความร้อนรนดังผ่านสายมา
เจียงชิ่นแอบอมยิ้ม แต่ก็แกล้งตีหน้าขรึมดัดเสียงดุ "รับสายปุ๊บก็เรียกภรรยาปั๊บเลยนะ เกิดคนโทรมาไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคนอื่นขึ้นมา จะทำยังไงฮะ ? "
"เวลาแบบนี้ จะมีใครโทรมาหาผมอีกล่ะครับนอกจากคุณ"
"มั่นใจขนาดนั้นเชียว ? "
"อืม ภรรยาของผม ผมก็ต้องรู้ใจสิครับ"
พูดจบ ฟู่เส้าตั๋วก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้น ทำเอาหัวใจของเจียงชิ่นสั่นไหวหวิว ใบหูข้างที่แนบกับหูโทรศัพท์รู้สึกชาซ่านขึ้นมาทันที
เจียงชิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามดึงสติกลับมาให้เป็นปกติ
"ที่โทรมาเนี่ย มีธุระสำคัญจะคุยด้วยนะ ฉันจะให้เบอร์โทรศัพท์ของเคาน์เตอร์ต้อนรับที่เรือนรับรองไว้ เผื่อว่าทางนั้นมีธุระด่วนอะไร จะได้โทรมาหาฉันได้"
"ตกลงครับ รอแป๊บนึงนะ ผมขอไปหยิบกระดาษกับปากกาก่อน"
เสียงของฟู่เส้าตั๋วเงียบหายไปจากสาย แทนที่ด้วยเสียงกุกกัก ๆ ค้นหาของ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ว่ามาเลยครับภรรยา"
"อืม เบอร์โทรศัพท์คือ 0234-77658..."
เจียงชิ่นบอกเบอร์โทรศัพท์ไปทีละตัว ปลายสายก็มีเสียงปลายปากกาขีดเขียนลงบนกระดาษดังแกรกกราก
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ภาพของฟู่เส้าตั๋วที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดเบอร์โทรศัพท์อย่างตั้งอกตั้งใจก็ผุดขึ้นมาในหัวเจียงชิ่นทันที จู่ ๆ เธอก็รู้สึกคิดถึงเขาจับใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เอาจริง ๆ พวกเธอเพิ่งจะแยกจากกันมาได้ไม่ถึงสองวันเต็มด้วยซ้ำ ตามหลักแล้วก็ไม่น่าจะคิดถึงกันขนาดนี้นี่นา
แต่เจียงชิ่นก็ห้ามความรู้สึกคิดถึงที่เอ่อล้นอยู่ในอกไม่ได้จริง ๆ
เมื่อคืนตอนที่นอนบนรถไฟตู้นอน เธอกระสับกระส่ายนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน รู้สึกโหวงเหวงแปลก ๆ ที่ข้างกายว่างเปล่า ปกติแล้วทุกค่ำคืน เธอจะซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฟู่เส้าตั๋ว นอนหลับไปพร้อมกับอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้แน่น แต่ตอนนี้ เธอต้องมานอนอ้างว้างอยู่คนเดียวซะแล้ว
"สามี..."
เจียงชิ่นกดเสียงต่ำ เอ่ยเรียกเขาด้วยความรู้สึกคิดถึงที่อัดอั้น
"หืม ? มีอะไรหรือเปล่าครับ ? "
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากเรียกเฉย ๆ "
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ฟู่เส้าตั๋วจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "อืม ถ้าอยากเรียกก็เรียกบ่อย ๆ เลยนะ สามีชอบฟัง"
"แหวะ"
เจียงชิ่นหัวเราะคิกคัก แกล้งทำเสียงหมั่นไส้
ลึก ๆ แล้ว เธอมีความรู้สึกวูบหนึ่งที่อยากจะหลุดปากถามเขาไปว่า เมื่อไหร่จะมาหาเธอที่ฐานไท่ซาน
แต่ความรู้สึกนั้นก็ถูกปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
เพิ่งจะแยกจากกันไม่ทันไร จะให้เขารีบถ่อมาหา มันดูจะงอแงและติดสามีเกินไปหน่อยไหมนะ แถมยังจะทำให้เขาเสียงานเสียการอีกต่างหาก
ปกติเธอไม่ได้เป็นคนขี้อ้อนติดหนึบแบบนี้นี่นา สงสัยจะเป็นเพราะฮอร์โมนคนท้องกำลังเล่นงาน ทำให้ช่วงนี้อารมณ์เธอแปรปรวนและอ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษแน่ ๆ
"ภรรยาครับ พรุ่งนี้ผมจะไปรายงานตัวที่กระทรวงเครื่องจักรกลที่เจ็ดแล้วนะ รอให้งานทางนี้เข้าที่เข้าทางสักหน่อย เดี๋ยวผมจะไปหาคุณที่ฐานไท่ซานนะครับ"
ราวกับอ่านใจเธอออก ประโยคถัดมาของฟู่เส้าตั๋วก็ช่วยไขข้อข้องใจให้เธอทันที
คำพูดนั้นราวกับเป็นสะเก็ดไฟดวงเล็ก ๆ ที่จุดประกายความอบอุ่นขึ้นกลางใจเจียงชิ่น เธอรีบตอบกลับไปทันทีว่า "ฉันจะรอคุณนะคะ"
ทั้งสองคนคุยกระหนุงกระหนิงกันต่ออีกพักใหญ่ กว่าจะยอมวางสายจากกันด้วยความอาลัยอาวรณ์
ตอนที่เจียงชิ่นกลับขึ้นมาบนห้อง จวงซือเหวินก็หลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว
เจียงชิ่นเองก็เริ่มง่วงจนตาจะปิดเหมือนกัน
เมื่อเช้าก็ตื่นซะเช้าตรู่ แถมเมื่อคืนยังนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปแค่สี่ชั่วโมง เธอตั้งใจจะใช้เวลาช่วงก่อนมื้อเที่ยงนี้งีบหลับเอาแรงสักหน่อย เจียงชิ่นหลับสนิทรวดเดียวจบ จนกระทั่งจวงซือเหวินมาปลุกให้ตื่น
"ได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้วจ้ะ พวกเราลงไปกินข้าวกันเถอะ ถ้าไปสายกว่านี้ เดี๋ยวโรงอาหารชั้นล่างจะปิดซะก่อนนะ"
เจียงชิ่นเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ปาเข้าไปเที่ยงสิบห้านาทีแล้ว
พนักงานต้อนรับบอกพวกเธอไว้ตั้งแต่ตอนเช้าว่า โรงอาหารชั้นล่างจะเปิดให้บริการมื้อเที่ยงถึงแค่เวลาเที่ยงครึ่งเท่านั้น ถ้าขืนชักช้ากว่านี้ มีหวังอดกินข้าวเที่ยงแหง ๆ
เธอรีบลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมทับ แล้วเดินลงไปชั้นล่างพร้อมกับจวงซือเหวิน
เวลานี้ ภายในโรงอาหารแทบจะไม่มีคนเหลืออยู่เลย
ตอนแรกเจียงชิ่นกับจวงซือเหวินยังแอบหวั่นใจว่ากับข้าวจะหมดซะแล้ว แต่พอพนักงานโรงอาหารเห็นพวกเธอเดินเข้ามา ก็รีบตะโกนสั่งพ่อครัวในครัวทันที ไม่นานนัก ข้าวสวยร้อน ๆ กับกับข้าวทำเสร็จใหม่ ๆ ก็ถูกยกมาเสิร์ฟตรงหน้า
"หัวหน้าวิศวกรเสิ่นสั่งกำชับพวกเราไว้แล้วค่ะ ว่าไม่ว่าพวกคุณจะลงมากินข้าวตอนไหน ก็ให้เตรียมอาหารร้อน ๆ ไว้รอเสิร์ฟได้เลย"
พนักงานสาวพูดจาฉะฉาน บริการอย่างเป็นมิตร ระหว่างที่พูดก็แอบลอบสังเกตเจียงชิ่นกับจวงซือเหวินด้วยความอยากรู้อยากเห็นไปด้วย
เจียงชิ่นไม่ได้ใส่ใจสายตาที่จับจ้อง เธอกล่าวขอบคุณพนักงานสาว รับชามข้าวสวยมา แล้วก็เริ่มลงมือกินข้าวกับจวงซือเหวิน
พอพนักงานเดินคล้อยหลังไป จวงซือเหวินก็ขยิบตาให้เจียงชิ่นอย่างมีเลศนัย "เจียงชิ่น ได้ออกเดินทางมาทำงานกับเธอนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ ทั้งที่พักหรูหรา อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ คราวหน้าถ้ามีงานดี ๆ แบบนี้อีก อย่าลืมหนีบฉันมาด้วยนะจ๊ะ"
เจียงชิ่นหัวเราะเบา ๆ "เธอเป็นผู้ช่วยของฉันนี่นา ถ้าไม่พาเธอมาแล้วจะให้พาใครมาล่ะ"
จวงซือเหวินขยิบตาแกล้งแหย่ "ใครจะไปรู้ล่ะ คราวหน้าเธออาจจะควงคุณสามีมาสวีทกันแทนฉันก็ได้นะ"
เจียงชิ่นเอามือเท้าคาง แกล้งทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง "อืม... ไอเดียนี้ก็น่าสนใจอยู่นะ"
จวงซือเหวินรู้ทันว่าเจียงชิ่นแกล้งประชดกลับ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะพรืดออกมา
เจียงชิ่นก็หลุดหัวเราะออกมาเช่นกัน
ทั้งสองสาวนั่งกินข้าวเที่ยงมื้อนี้ด้วยความเบิกบานใจ กินจนอิ่มแปล้พุงกางกันทั้งคู่
บ่ายสองโมงตรง จะมีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ในอาคารสำนักงานของฐานไท่ซาน