- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 334 ปฏิบัติต่อคุณราวกับเป็นผู้อาวุโส
บทที่ 334 ปฏิบัติต่อคุณราวกับเป็นผู้อาวุโส
บทที่ 334 ปฏิบัติต่อคุณราวกับเป็นผู้อาวุโส
บทที่ 334 ปฏิบัติต่อคุณราวกับเป็นผู้อาวุโส
จั๋วซีดื่มน้ำเสร็จ หันไปกะจะเก็บถุงผ้าลายดอกที่ตัวเองเพิ่งอาเจียนรดจนเลอะเทอะตรงที่วางเท้า แต่ก็พบว่าจวงซือเหวินจัดการเก็บมันไปทิ้งให้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วเรียบร้อยแล้ว
จั๋วซีถึงกับทำตัวไม่ถูก รู้สึกกระอักกระอ่วนใจสุด ๆ
"ขอบ... ขอบคุณมากนะ ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เธอต้องมาลำบากวุ่นวายด้วย"
"ไม่เป็นไรหรอกน่า พวกเราก็เพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น ไม่ต้องมานั่งเกรงใจกันหรอก"
ตอนอยู่บนรถไฟ จวงซือเหวินเห็นจั๋วซีไปดักรอคุยกับเจียงชิ่น ตอนแรกเธอก็แอบนึกด่าในใจว่าหมอนี่กลืนน้ำลายตัวเองนี่หว่า ไหนบอกว่าจะไม่ไปกวนใจเจียงชิ่นอีก แล้วทำไมถึงยังแอบไปวุ่นวายกับเธออยู่อีก
แต่พอเจียงชิ่นมาบอกว่า จั๋วซีแค่มาขอโทษ ไม่ได้มาก่อกวนอะไร
จวงซือเหวินถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองเข้าใจจั๋วซีผิดไปถนัด
หมอนี่ก็ถือว่าเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น ซื่อสัตย์กับคำพูดตัวเองใช้ได้เลยนะ จวงซือเหวินก็เลยยอมสลัดอคติที่มีต่อเขาทิ้งไปจนหมด ประกอบกับอายุที่มากกว่าเขาตั้งสามปี พอเห็นเขามีสภาพร่อแร่แบบนี้ สัญชาตญาณความเป็นพี่สาวก็เลยทำงาน เข้าไปดูแลเอาใจใส่เขาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากอาเจียนเอาของเก่าออกไปจนหมด สภาพของจั๋วซีก็ดูดีขึ้นเป็นกอง แต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนเพลียอยู่มาก เขาเอนตัวพิงพนักเบาะ แล้วเผลอหลับไปในที่สุด
เมื่อขบวนรถเดินทางมาถึงฐานไท่ซาน ทุกคนก็ทยอยลงจากรถ
เสิ่นหงก้าวฉับ ๆ ลงจากรถเป็นคนแรกอย่างกระฉับกระเฉง แล้วรีบวิ่งอ้อมไปเปิดประตูรถให้เจียงชิ่นด้วยตัวเอง
ระดับว่าที่ปรมาจารย์ด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ในอนาคตของประเทศ ลงทุนมาเปิดประตูรถให้ด้วยตัวเองขนาดนี้ ทำเอาเจียงชิ่นทั้งตกใจทั้งเกรงใจ รีบก้าวลงจากรถพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเป็นพัลวัน
เสิ่นหงโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ถือสา "คุณเดินทางมาถึงฐานของเราแล้ว ผมก็ต้องดูแลต้อนรับคุณให้ดีที่สุดสิครับ ถ้าขืนปล่อยให้คุณเป็นอะไรไปล่ะก็ เบื้องบนคงเอาผมตายแน่ ๆ "
ส่วนคำว่า 'เบื้องบน' ที่ท่านพูดถึงนั้น หมายถึงใคร พวกเขาทั้งสองต่างก็รู้กันดีอยู่แก่ใจ
เจียงชิ่นยิ้มรับ เสิ่นหงอาสาเป็นคนหิ้วกระเป๋าสัมภาระให้เธอ แย่งหน้าที่ของสุยหมิงไปหน้าตาเฉย
เสิ่นหงเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาการสูงลิบลิ่ว ซึ่งมันก็ส่งผลให้เขามีมาตรฐานที่สูงตามไปด้วย และมักจะแผ่รังสีความหยิ่งทนงในศักดิ์ศรีออกมาอยู่เสมอ
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่สุยหมิงได้เห็นท่านยอมลดตัวลงมาบริการคนอื่นด้วยตัวเองแบบนี้ ทำเอาเขาอึ้งจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ พอเจียงชิ่นลงจากรถปุ๊บ เธอก็หันกลับไปมองหาจวงซือเหวิน
ก็เห็นจวงซือเหวินกำลังหิ้วกระเป๋าสัมภาระของตัวเองอยู่ โดยมีจั๋วซีพยายามจะเข้าไปแย่งถือให้ แต่เธอไม่ยอม
ทั้งสองคนยื้อแย่งกระเป๋ากันอยู่ตรงนั้น จนสุดท้ายสุยหมิงก็ต้องทนดูไม่ได้ เดินเข้าไปรับกระเป๋าใบนั้นมาถือไว้เอง ช่วยแก้สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกให้ทั้งคู่
พอจวงซือเหวินเดินเข้ามาหา เจียงชิ่นก็เอ่ยปากถามว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น จวงซือเหวินก็เลยเล่าเรื่องที่จั๋วซีเมารถจนอาเจียนบนรถ และตอนนี้ร่างกายก็ยังคงอ่อนเพลียอยู่ให้ฟัง
เจียงชิ่นหันไปมองจั๋วซี ก็เห็นว่าสีหน้าของเขายังดูซีดเซียว และท่าทางก็ดูอ่อนระโหยโรยแรงจริง ๆ
เจียงชิ่นไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แต่ความจริงแล้วแอบหยิบยาแก้เมารถแผงหนึ่งออกมาจากในมิติต่างหาก
"ฉันพกยาแก้เมารถติดมาด้วยนะ เธอเอาไปให้เขากินสิ แต่อย่าบอกนะว่าฉันเป็นคนให้ บอดแค่ว่าเธอไปขอมาจากคนอื่นก็พอ"
จวงซือเหวินรู้ใจเจียงชิ่นดี เธอรับคำแล้วหยิบยาแผงนั้นเดินเอาไปให้จั๋วซีทันที
หลังจากส่งยาให้จวงซือเหวินไปแล้ว เจียงชิ่นก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก
ที่หน้าประตูฐาน มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังยืนออรอต้อนรับพวกเจียงชิ่นอยู่
คนพวกนี้ล้วนเป็นวิศวกรประจำฐานไท่ซานทั้งสิ้น พวกเขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจียงชิ่นจากปากเสิ่นหงมานักต่อนักแล้ว แถมยังเคยได้เห็นแบบแปลนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันและโครงสร้างเปลือกหุ้มความปลอดภัยด้วยตาตัวเองมาแล้ว ซึ่งก็ทำเอาทุกคนทึ่งในความอัจฉริยะของผู้ออกแบบจนแทบจะกราบกราน
ก่อนที่เจียงชิ่นจะเดินทางมาถึง เสิ่นหงก็ประกาศบอกทุกคนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะไปรับเธอที่สถานี พอทุกคนรู้ข่าว ก็ต่างพากันแย่งชิงโควตาอาสาจะไปรับเธอที่สถานีรถไฟกันจนแทบจะเกิดสงครามขนาดย่อม
แต่สุดท้ายโควตาก็มีจำกัด คนที่ชวดโอกาสก็ทำหน้าจ๋อยไปตาม ๆ กัน
ในเมื่อไปรับที่สถานีไม่ได้ งั้นก็มารอรับที่หน้าประตูฐานนี่แหละ รอรถของเจียงชิ่นมาถึง
ในที่สุดเจียงชิ่นก็เดินทางมาถึงสักที กลุ่มวิศวกรทั้งหลายก็กรูเกรียวกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเธอทันที
"สวัสดีครับ สหายเจียงชิ่น"
"สหายเจียงชิ่น ยินดีต้อนรับครับ" ...
ทุกคนรุมล้อมพยายามจะขอจับมือทักทายกับเจียงชิ่นให้ได้ แต่ละคนมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจสุดขีด
บรรยากาศชุลมุนวุ่นวายไปหมด เจียงชิ่นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจัดงานแฟนมีตติ้งอยู่เลย แถมแฟนคลับกลุ่มนี้ยังเป็นถึงปัญญาชนระดับหัวกะทิของประเทศซะด้วย
"เอาล่ะ ๆ ถอยออกไปกันให้หมดเลยนะ จะทักทายอะไรก็เอาไว้ตอนประชุมช่วงบ่ายนู่น สหายเจียงชิ่นเพิ่งจะนั่งรถไฟมาเหนื่อย ๆ ยังไม่ได้พักผ่อนเลย ปล่อยให้เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ"
เสิ่นหงต้องแหกปากตะโกนเสียงหลง สถานการณ์ถึงได้กลับมาสงบลงอีกครั้ง
"จริงด้วยครับ ปล่อยให้สหายเจียงชิ่นไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเหนื่อยแย่" "หลีกทางหน่อยครับ ช่วยเปิดทางให้หน่อย" ทุกคนรีบส่งเสียงสนับสนุน
เจียงชิ่นส่งยิ้มให้ทุกคน โบกมือทักทาย ก่อนจะเดินตามเสิ่นหงเข้าไปด้านใน
เดินไปไม่ไกลก็ถึงเรือนรับรองของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เสิ่นหงได้จัดเตรียมห้องพักไว้ให้พวกเขาที่นี่แล้ว
พนักงานต้อนรับพอเห็นว่าแขกคนสำคัญที่หัวหน้าวิศวกรเสิ่นกำชับนักหนามาถึงแล้ว ก็รีบกุลีกุจอพาเจียงชิ่นไปที่ห้องพัก พร้อมกับไขกุญแจเปิดประตูให้เสร็จสรรพ
ด้วยความที่เจียงชิ่นกำลังตั้งครรภ์อยู่ เสิ่นหงก็เลยไม่กล้าจัดห้องพักชั้นบน ๆ ให้ เพราะกลัวเธอจะเดินขึ้นบันไดเหนื่อย แต่จะให้นอนชั้นล่างสุด ก็กลัวจะชื้นเกินไปจนเสียสุขภาพอีก
ทางเรือนรับรองก็เลยจัดห้องสวีตที่กว้างขวางที่สุดบนชั้นสองให้เธอ ซึ่งห้องนี้มีห้องน้ำในตัวด้วย เรียกได้ว่าเป็นห้องพักที่หรูหราและดีที่สุดในเรือนรับรองแห่งนี้เลยก็ว่าได้
ส่วนจวงซือเหวินกับจั๋วซี ทางเรือนรับรองก็จัดห้องเดี่ยวให้คนละห้อง
เจียงชิ่นโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้องจัดห้องเดี่ยวให้ซือเหวินหรอกค่ะ ห้องสวีตนี้กว้างจะตาย มีเตียงทั้งห้องข้างนอกข้างในเลย ฉันกับซือเหวินนอนห้องเดียวกันนี่แหละค่ะ"
ตอนแรกเสิ่นหงก็แอบกังวลว่าจะมีคนมารบกวนการพักผ่อนของเธอ แต่พอเห็นเจียงชิ่นยืนกรานแบบนั้น เขาก็เลยยอมตกลง สั่งให้พนักงานต้อนรับไปเอากุญแจห้องนี้มาเพิ่มอีกดอก แล้วแบ่งให้เจียงชิ่นกับจวงซือเหวินคนละดอก
"ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็บอกพนักงานได้เลยนะครับ ผมสั่งการเตรียมการไว้หมดแล้ว"
"รับทราบค่ะ ขอบคุณหัวหน้าวิศวกรเสิ่นมาก ๆ เลยนะคะ ที่เป็นธุระจัดการให้"
เวลาพูดคุยกับเสิ่นหง เจียงชิ่นจะแสดงความเคารพอย่างชัดเจน น้ำเสียงที่ใช้ก็แตกต่างจากการพูดคุยกับคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง
เสิ่นหงเองก็สัมผัสได้ถึงความพิเศษนี้ สุยหมิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็สัมผัสได้เช่นกัน
ตอนที่เสิ่นหงเดินไปส่งสุยหมิงที่ห้องพักชั้นบน สุยหมิงก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า "ผมรู้สึกว่าสหายเจียงชิ่นนี่ ปฏิบัติต่อคุณแตกต่างจากคนอื่นเลยนะครับ น้ำเสียงที่เธอใช้เนี่ย จะอธิบายยังไงดีล่ะ... อ้อ เหมือนกับเวลาเราพูดคุยกับผู้อาวุโสที่เคารพรักน่ะครับ"
เสิ่นหงฟาดไหล่สุยหมิงไปป๊าบใหญ่ "ผู้อาวุโสอะไรกันล่ะ ฉันเพิ่งจะสี่สิบต้น ๆ เองนะ ยังหนุ่มยังแน่นโว้ย ! "
สุยหมิงหัวเราะร่วนเสียงดังลั่น
พอเดินขึ้นมาถึงชั้นบน ก็บังเอิญเจอจั๋วซีกำลังไขกุญแจห้องพักของตัวเองพอดี
เสิ่นหงจึงร้องเรียกเขาไว้
เมื่อกี้มัวแต่วุ่นวายรับรองเจียงชิ่นจนลืมหลานชายแท้ ๆ ของตัวเองไปเสียสนิท
เสิ่นหงบอกลาสุยหมิง แล้วเดินตามจั๋วซีเข้าไปในห้อง
ห้องพักของจั๋วซีเป็นห้องเดี่ยว การตกแต่งภายในเรียบง่าย มีแค่เตียงนอน โต๊ะอ่านหนังสือ แล้วก็อ่างล้างหน้า
บนโต๊ะมีกระติกน้ำร้อนกับแก้วน้ำวางอยู่ ส่วนตรงอ่างล้างหน้าก็มีกะละมังเคลือบวางอยู่ และมีผ้าขนหนูสีขาวพาดอยู่บนราวแขวนด้านบน
"คุณลุงครับ"
จั๋วซีเอ่ยเรียกเบา ๆ ก่อนจะวางกระเป๋าเป้ลงบนเตียง โดยไม่ได้สนใจคุณลุงของตัวเอง เขารีบเดินไปคว้ากระติกน้ำร้อนบนโต๊ะ พอลองเขย่าดูก็พบว่ามีน้ำอยู่ข้างใน เขาจึงรินน้ำใส่แก้ว แล้วรีบกลืนยาที่จวงซือเหวินให้มาลงคอไปทันที
เสิ่นหงยืนมองการกระทำของหลานชายด้วยความประหลาดใจ จึงเอ่ยถามขึ้น "เสี่ยวจั๋ว หลานกินยาอะไรน่ะ ? เป็นอะไรไป ไม่สบายเป็นหวัดเหรอ ? "
จั๋วซีกลืนยาลงคอเรียบร้อย แล้วหันกลับมามองผู้เป็นลุง
"ผมไม่เป็นไรหรอกครับลุง แค่เมารถหนักไปหน่อยตอนเดินทางมาที่นี่ ยานี่ก็เพื่อนร่วมชั้นแบ่งมาให้ครับ"
เสิ่นหงถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า หลานชายของตัวเองมีอาการเมารถ แถมยังเป็นหนักซะด้วย
ก็นะ นั่งรถลุยถนนลูกรังขรุขระมาตั้งไกล ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีสภาพทุลักทุเลขนาดนี้
สีหน้าของจั๋วซียังคงดูซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง เดิมทีเสิ่นหงก็มีเรื่องอยากจะคุยกับหลานชายอีกตั้งเยอะแยะ แต่พอเห็นสภาพแบบนี้แล้ว ก็คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน เขาจึงแค่เอ่ยกำชับสั้นๆ ก่อนจะขอตัวกลับ
"ลุงอุตส่าห์ดิ้นรนขอโควตาพาแกมาฝึกงานที่นี่ได้ แกก็ตั้งใจเรียนรู้ให้มาก ๆ ล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องคอยสังเกตและเรียนรู้งานจากเสี่ยวเจียงให้เยอะ ๆ นะ ถ้ามีปัญหาติดขัดเรื่องความเป็นอยู่ตรงไหน ก็พยายามแก้ปัญหาเอาเองไปก่อน ถึงแกจะเป็นหลานลุง แต่ที่นี่ไม่มีอภิสิทธิ์ชนอะไรทั้งนั้น ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบเหมือนกันหมด"