- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 322 มีคนเพ่งเล็งเฮ่อหยางซาน
บทที่ 322 มีคนเพ่งเล็งเฮ่อหยางซาน
บทที่ 322 มีคนเพ่งเล็งเฮ่อหยางซาน
บทที่ 322 มีคนเพ่งเล็งเฮ่อหยางซาน
"จริงสิ ฉันยังไม่ได้เล่าให้คุณฟังเลย ว่าวันนี้ฉันไปหาศาสตราจารย์ลู่ทำไม"
เจียงชิ่นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเล่าเรื่องสำคัญที่สุดไปเสียสนิท
"ฉันเอาบทความวิจัยของเราสองคนไปให้ท่านน่ะค่ะ ฝากท่านช่วยส่งไปที่กองบรรณาธิการให้หน่อย ส่วนจะเลือกลงวารสารไหน ก็ให้ศาสตราจารย์ลู่ช่วยตัดสินใจให้เลยค่ะ ถึงตอนนั้นถ้าทางกองบรรณาธิการตอบกลับมา แล้วฉันไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวง คุณก็คอยประสานงานกับศาสตราจารย์ลู่แทนฉันด้วยนะคะ"
"อืม ไม่มีปัญหาครับ"
ฟู่เส้าตั๋วรับปากอย่างว่าง่าย
เย็นวันนั้นพอกลับมาถึงบ้าน ถึงแม้เจียงชิ่นจะห้ามปรามไม่ให้จัดงานฉลอง แต่ฟู่เส้าตั๋วก็ยังลงมือเข้าครัวทำกับข้าวเองอยู่ดี เขาทำอาหารคาวสามอย่าง อาหารเจสองอย่าง แถมด้วยน้ำแกงอีกหนึ่งหม้อ
ทุกคนในครอบครัวมานั่งล้อมวงกินข้าวกันพร้อมหน้า ฟู่ซานมองดูอาหารละลานตาบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ "พี่ใหญ่คะ วันนี้มีวันดีอะไรหรือเปล่าเนี่ย ทำไมพี่ทำกับข้าวตั้งเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ ? "
แม่ฟู่เองก็แปลกใจไม่แพ้กัน
ฟู่เส้าตั๋วสบตากับเจียงชิ่นแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า "แม่ครับ เสี่ยวซาน คือว่าช่วงนี้เจียงชิ่นเพิ่งจะสร้างผลงานวิจัยชิ้นใหญ่ในมหาวิทยาลัยสำเร็จน่ะครับ วันนี้ก็เลยกะว่าจะฉลอง..."
พูดยังไม่ทันจบประโยค เจียงชิ่นก็เอาเข่ากระทุ้งขาเขาใต้โต๊ะเบา ๆ เป็นเชิงเบรกคำพูดของเขาไว้
"วันนี้ก็แค่อยากจะให้ทุกคนในครอบครัวมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันน่ะค่ะ" เจียงชิ่นชิงพูดต่อ "ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันกับเส้าตั๋วต้องวุ่นอยู่กับการเรียนแล้วก็การทำงาน ภาระงานบ้านทั้งหมดก็เลยตกไปอยู่กับพวกแม่หมดเลย แถมยังต้องมาคอยช่วยเลี้ยงเด็ก ๆ อีก พวกเราสองคนรู้สึกเกรงใจจริง ๆ ค่ะ
แล้วเดี๋ยวอีกไม่กี่วัน ฉันก็ต้องเดินทางไปทำงานต่างเมือง ส่วนเส้าตั๋วก็ต้องไปรายงานตัวที่ทำงานใหม่ เรื่องงานบ้านแล้วก็การดูแลเด็ก ๆ ก็คงต้องรบกวนพวกแม่ช่วยดูแลต่ออีกแล้วนะคะ"
"โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอก หยางหยางกับหน่วนหน่วนโตป่านนี้แล้ว เลี้ยงง่ายจะตายไป ปล่อยให้พวกเราดูแลน่ะ สบายใจหายห่วงได้เลย พวกเธอสองคนก็ไปลุยงานของตัวเองให้เต็มที่เถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทางบ้านหรอกนะ" แม่ฟู่โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
"ใช่แล้วค่ะพี่สะใภ้ เรื่องแค่นี้พี่ไม่ต้องเก็บไปคิดมากหรอก พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่นา คนในครอบครัวก็ต้องคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว" ฟู่ซานเอ่ยเสริม
ในตอนนี้ หัวใจของเจียงชิ่นอบอวลไปด้วยความอบอุ่น
"แม่คะ เสี่ยวซาน ขอบคุณมากเลยนะคะ ขอบคุณที่คอยเป็นเบื้องหลังอันแข็งแกร่ง คอยสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด ทำให้พวกเราสามารถทุ่มเททำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลด้านหลัง ที่พวกเราประสบความสำเร็จมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะแรงสนับสนุนจากพวกแม่นี่แหละค่ะ"
พูดจบ เธอก็เผลอยื่นมือออกไปจะคว้าแก้วตามความเคยชิน แต่พอมือสัมผัสโดนแก้วน้ำสังกะสี ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าข้างในมันคือน้ำเปล่า คืนนี้ไม่มีเหล้าให้ดื่มฉลองนี่นา เธอจึงจำต้องชักมือกลับมาอย่างเสียดาย
แต่มือเพิ่งจะหดกลับมาได้นิดเดียว ก็ถูกมือใหญ่ของใครบางคนคว้าหมับเข้าไปกุมไว้แน่น
เจียงชิ่นหันไปมอง ก็พบว่ามือของเธอถูกกุมอยู่ในมือของฟู่เส้าตั๋วนั่นเอง
สายตาที่ฟู่เส้าตั๋วมองมาที่เธอนั้น เปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความอ่อนโยนจนแทบจะทะลักทลายออกมา
คำพูดจากใจของเจียงชิ่น ทำเอาแม่ฟู่กับฟู่ซานยิ้มแก้มปริด้วยความปลาบปลื้มใจ
ปกติแล้ว การดูแลบ้านดูแลเด็ก ๆ พวกเธอก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นภาระหนักหนาอะไร ก็แค่ทำไปตามหน้าที่ความเคยชิน
แต่การที่เจียงชิ่นเอ่ยปากขอบคุณอย่างเป็นทางการ และเห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเธอทำให้กับครอบครัวขนาดนี้ มันทำให้พวกเธอรู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมีความหมายและมีคุณค่าขึ้นมาทันที
แน่นอนว่าอารมณ์ของทั้งคู่ในตอนนี้เบิกบานสุด ๆ ไปเลย
ในขณะที่ทุกคนกำลังซาบซึ้งและอารมณ์ดีกันอยู่นั้น ก็มีเพียงหยางหยางกับหน่วนหน่วนสองคนเท่านั้นที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจ้วงข้าวเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่สนโลกภายนอกใด ๆ ทั้งสิ้น
พอกินข้าวเสร็จ ฟู่เส้าตั๋วก็รับหน้าที่เก็บโต๊ะและล้างจาน ส่วนฟู่ซานก็เดินเข้าไปหาเจียงชิ่นเพื่อคุยธุระ
"พี่สะใภ้คะ สินค้าในโกดังใกล้จะหมดแล้วนะคะ คงต้องสั่งของล็อตใหม่เข้ามาเติมแล้วล่ะค่ะ"
"ตกลงจ้ะ เดี๋ยวพี่หาเวลาแวะไปจัดการให้นะ แล้วทางฝั่งเฮ่อหยางซานล่ะ ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง?"
"ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยค่ะ เขาบอกว่ากำลังเล็ง ๆ อยากจะเช่าหน้าร้านเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว ไม่อยากตั้งแผงลอยขายริมถนนแล้วล่ะค่ะ"
"แบบนั้นก็ดีนะ แต่... เขาจะขอใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าผ่านเหรอ ? "
การเปิดร้านเป็นเรื่องเป็นราวมันยุ่งยากกว่าการตั้งแผงลอยขายของเยอะ ต้องมีเอกสารและใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นถ้ามีเจ้าหน้าที่มาตรวจเจอว่าเอกสารไม่ครบ ก็โดนสั่งปิดร้านได้ง่าย ๆ เลยนะ
แต่ในยุคสมัยนี้ ดูเหมือนว่ายังไม่อนุญาตให้บุคคลธรรมดายื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าไม่ใช่เหรอ ?
ฟู่ซานเล่าต่อ "เฮ่อหยางซานดวงดีสุด ๆ ไปเลยค่ะ ตอนที่เขาตั้งแผงขายของอยู่ ดันไปเข้าตาเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าพอดี เจ้าหน้าที่ก็เลยเข้าไปถามว่าทำไมไม่ไปขอใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าล่ะ จะได้ค้าขายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาบอกไปตามตรงว่า ไม่รู้ว่ามันขอได้ นึกว่ารัฐบาลไม่อนุญาตให้ทำซะอีก
แล้วพี่รู้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น ? เจ้าหน้าที่คนนั้นบอกว่าเดี๋ยวจะดำเนินการออกใบอนุญาตให้เขาเองเลย ถ้าเขาทำเรื่องขอใบอนุญาตสำเร็จ เขาก็จะได้เป็นพ่อค้าคนแรกของเมืองหลวงที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าอย่างเป็นทางการเลยนะคะ ความหมายมันลึกซึ้งและยิ่งใหญ่มากเลยนะ พอเขาได้ยินแบบนั้นก็สนใจสุด ๆ กลับไปนอนคิดอยู่หลายวัน สุดท้ายก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไปทำเรื่องขอใบอนุญาตแล้วล่ะค่ะ"
"มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ ? " เจียงชิ่นถามด้วยความสงสัย "คนตั้งแผงขายของข้างนอกมีตั้งเยอะแยะ ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงเจาะจงเดินมาหาเขาล่ะ ? "
"เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อาจจะเป็นเพราะจังหวะดวงดีล่ะมั้งคะ"
เจียงชิ่นหลุบตาลงต่ำ ลางสังหรณ์บอกเธอว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นแน่ ๆ
หลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ เธอก็เงยหน้าขึ้นมา
"พรุ่งนี้เธอรีบไปหาเฮ่อหยางซานเลยนะ ฝากบอกเขาด้วยว่า ถ้าตอนที่ไปทำเรื่องขอใบอนุญาต มีคนพยายามซักไซ้ไล่เลียงเรื่องแหล่งที่มาของสินค้า ให้เขาอ้างชื่อพี่ไปเลย นอกนั้นไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งสิ้น"
ฟู่ซานไม่ใช่คนหัวอ่อน พอได้ยินเจียงชิ่นพูดแบบนี้ เธอก็ปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าใจได้ทันที
"พี่หมายความว่า... มีคนเพ่งเล็งและอยากได้แหล่งสินค้าของเฮ่อหยางซานงั้นเหรอคะ ? "
"อื้ม บนโลกนี้ไม่มีของฟรีหรอกนะ ทำไมจู่ ๆ เขาถึงกลายเป็นผู้ถูกเลือกได้ล่ะ ? เหตุผลเดียวที่พี่นึกออกก็คือ อีกฝ่ายน่าจะเล็งเห็นศักยภาพของแหล่งสินค้าที่เขามีอยู่น่ะสิ ในบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในเมืองหลวง สินค้าของเฮ่อหยางซานทั้งคุณภาพดีที่สุดและมีความหลากหลายมากที่สุด มันย่อมเป็นที่จับตามองและสร้างความอิจฉาตาร้อนให้ใครหลายคนอยู่แล้ว แต่พี่แค่คิดไม่ถึงว่าพวกนั้นจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้"
"พี่สะใภ้คะ ในเมื่อพวกนั้นเพ่งเล็งเราอยู่ การที่ให้เฮ่อหยางซานอ้างชื่อพี่ มันก็เท่ากับลากพี่เข้าไปพัวพันด้วยน่ะสิคะ สู้ให้เฮ่อหยางซานปิดปากเงียบไม่ยอมปริปากบอกแหล่งสินค้าไปเลยดีกว่า อย่างมากก็แค่ไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการแค่นั้นเอง"
เจียงชิ่นส่ายหน้า "ในเมื่อถูกเพ่งเล็งแล้ว พวกนั้นไม่มีทางยอมถอดใจไปง่าย ๆ หรอก ถ้าเฮ่อหยางซานไม่ยอมบอกแหล่งที่มาของสินค้า เกิดพวกนั้นยัดข้อหาลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีให้เขาจะทำยังไงล่ะ ? โทษถึงขั้น 'ติดคุก' เชียวนะ"
คำว่า 'ติดคุก' ทำเอาเส้นประสาทของฟู่ซานกระตุกวาบ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ถึงแม้จะเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบแหลมของเจียงชิ่นไปได้
"เสี่ยวซาน ดูเหมือนเธอจะเป็นห่วงเฮ่อหยางซานมากเป็นพิเศษเลยนะ"
แค่ประโยคเดียวของเจียงชิ่น ก็ทำเอาฟู่ซานทำหน้าเลิ่กลั่กลนลานขึ้นมาทันที
"อะไรกันคะ ทำไมฉันจะต้องไปเป็นห่วงเขาด้วยล่ะ"
พูดไปเธอก็ยกมือขึ้นลูบจมูกแก้เก้อ เจียงชิ่นมองปราดเดียวก็รู้ว่าปากไม่ตรงกับใจ
ดูท่าทางแม่สาวน้อยคนนี้จะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างกับเฮ่อหยางซานซะแล้วสิเนี่ย
เจียงชิ่นคิดว่าเธอควรจะหาโอกาสจับเข่าคุยกับฟู่ซานเรื่องนี้สักหน่อย แต่คงไม่ใช่วันนี้ เพราะวันนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องจัดการ
"สรุปก็คือ ถ้าเกิดสถานการณ์อย่างที่พี่ว่า ให้เฮ่อหยางซานอ้างชื่อพี่ได้เลย พี่มีวิธีจัดการรับมือทางฝั่งพี่เอง"
เจียงชิ่นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบสบาย ๆ ถึงแม้ฟู่ซานจะยังแอบกังวลอยู่ลึก ๆ แต่พอคิดถึงนิสัยเด็ดขาดและพูดคำไหนคำนั้นของพี่สะใภ้แล้ว เธอก็ยอมพยักหน้ารับคำสั่งแต่โดยดี
เมื่อตกลงเรื่องนี้กันเสร็จ ฟู่ซานก็กางสมุดบัญชีออกมา กางรายรับรายจ่ายช่วงนี้ให้เจียงชิ่นดู
ช่วงหลัง ๆ มานี้ เฮ่อหยางซานมารับสินค้าบ่อยขึ้น แถมปริมาณการสั่งแต่ละครั้งก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
ธุรกิจค้าขายของเขากำลังไปได้สวยสุด ๆ ชนิดที่เรียกว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว
มิน่าล่ะ ถึงได้ไปเตะตาใครบางคนเข้าจนได้
"เสี่ยวซาน พี่ฝากสมุดบัญชีเงินฝากเล่มนี้ไว้ที่เธอนะ รบกวนเธอช่วยเอาเงินพวกนี้ไปฝากเข้าบัญชีให้พี่ที ส่วนเงินเดือนของเธอ เธอก็หักเอาจากในนี้ได้เลยนะ"
"รับทราบค่ะพี่สะใภ้" ฟู่ซานรับคำโดยไม่เกรงใจ
เจียงชิ่นชอบนิสัยตรงไปตรงมาและเปิดเผยของน้องสะใภ้คนนี้มาก อะไรควรได้ก็บอกว่าได้ ไม่ต้องมานั่งเหนียมอายหรือทำเป็นเกรงใจพร่ำเพรื่อ
ขนาดพี่น้องแท้ ๆ ยังต้องทำบัญชีกันให้ชัดเจน นับประสาอะไรกับพวกเธอ การทำเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ให้โปร่งใสชัดเจนตั้งแต่แรกนี่แหละ จะช่วยให้ความสัมพันธ์ราบรื่นและยั่งยืน
"งั้นพรุ่งนี้เช้าฉันจะตื่นเช้าหน่อย รีบแวะไปหาเฮ่อหยางซานก่อนไปทำงาน จะได้รีบเอาเรื่องนี้ไปบอกเขาก่อนค่ะ" ฟู่ซานเอ่ยขึ้น