เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 315 มอบตำรับยา

บทที่ 315 มอบตำรับยา

บทที่ 315 มอบตำรับยา


บทที่ 315 มอบตำรับยา

ไม่นานนัก ท่านผู้นำก็เรียกหวังเหิงเข้ามา สั่งการให้เขากลับไปปรึกษากับผู้อำนวยการซ่ง และประสานงานกับสหายจากกระทรวงการต่างประเทศและการค้า เพื่อเตรียมการส่งออกคอมพิวเตอร์

ถึงตอนนั้น เรื่องการเจรจาส่งออกจะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศและการค้า

ส่วนด้านเทคนิค กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นผู้รับผิดชอบ

การส่งออกครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของประเทศจีน ท่านผู้นำจึงให้ความหวังและคาดหวังไว้สูงมาก

"ที่ผ่านมา พวกเรามักจะถูกปิดกั้นและกดขี่ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาโดยตลอด คราวนี้แหละ จะทำให้พวกชาวตะวันตกได้เห็นซะบ้าง ว่าคนจีนอย่างพวกเรา แค่พึ่งพาลำแข้งของตัวเอง ก็สามารถบดขยี้พวกเขาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เหมือนกัน"

น้ำเสียงของท่านผู้นำช่างหนักแน่นและทรงพลัง

เจียงชิ่นรู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังยืนเป็นสักขีพยานในหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่

และการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากตัวเธอเอง

วินาทีนี้ เธอรู้สึกโชคดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โชคดีเหลือเกินที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในยุคสมัยนี้ ได้มีโอกาสช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมือง ให้ค่อย ๆ ฟื้นฟูความยิ่งใหญ่และก้าวกลับไปยืนหยัดในจุดที่เคยอยู่ได้อีกครั้งในเวลาอันสั้นที่สุด

"ท่านผู้นำวางใจได้เลยค่ะ ประเทศจีนของเราในอนาคตจะมีแต่เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป ยิ่งชาติตะวันตกพยายามปิดกั้นเรามากเท่าไหร่ พวกเราก็จะยิ่งพึ่งพาตัวเองและแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น การยืนหยัดด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ความแข็งแกร่งแบบนี้นี่แหละค่ะที่พวกนั้นหวาดกลัวที่สุด"

"สหายเสี่ยวเจียงพูดได้ดีมาก ! " ท่านผู้นำเป็นฝ่ายเริ่มปรบมือให้เธอก่อน

"สิ่งที่เราต้องการก็คือสปิริตแบบนี้นี่แหละ การพึ่งพาตัวเองและสร้างความแข็งแกร่งด้วยตัวเอง คือเส้นทางที่พวกเราควรจะก้าวเดินไป ในอดีตช่วงเวลาที่ยากลำบากแสนสาหัสกว่านี้พวกเราก็ยังฝ่าฟันกันมาได้เลย อุปสรรคแค่นี้พวกเราไม่หวั่นหรอก"

เจียงชิ่นฟังแล้วก็รู้สึกตื้นตันจนขอบตาร้อนผ่าว

จากตัวท่านผู้นำ เธอราวกับได้เห็นเงาสะท้อนความสง่างามและเด็ดเดี่ยวของบรรดาผู้นำรุ่นบุกเบิกของประเทศจีน เย็นวันนั้น ท่านผู้นำรั้งเจียงชิ่นไว้กินมื้อค่ำด้วยกัน หวังเหิงก็เลยได้รับอานิสงส์ได้อยู่กินข้าวฟรีไปอีกมื้อ

ระหว่างที่กำลังกินข้าวกันอยู่ จู่ ๆ ท่านผู้นำก็เอ่ยถึงฟู่เส้าตั๋วขึ้นมา

"ได้ยินมาว่าสามีของคุณก็เป็นสหายที่เก่งกาจมากเหมือนกันนี่นา เห็นว่าออกแบบชุดเครื่องจักร CNC ขึ้นมาได้ด้วย ฉันฟังจากหวังเหิงมาว่า เครื่องจักรชุดนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกลของจีนก้าวกระโดดไปไกลเลยทีเดียว"

เจียงชิ่นพยักหน้ารับ "มีเรื่องนี้จริง ๆ ค่ะ เดิมทีเขาก็เรียนสายวิศวกรรมเครื่องกลมาอยู่แล้ว แถมยังเคยไปคลุกคลีอยู่ที่ฐานการผลิตเหล็กกล้าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือมาพักใหญ่ ก็เลยมีความรู้ความเข้าใจในหลักการทำงานของอุปกรณ์ CNC เป็นอย่างดี จนสามารถออกแบบเครื่องจักรชุดนี้ออกมาได้ค่ะ"

มีโอกาสได้โปรโมตฟู่เส้าตั๋วต่อหน้าท่านผู้นำทั้งที เจียงชิ่นย่อมไม่ยอมปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด

เธอถือโอกาสรายงานเรื่องการเรียนของเธอกับฟู่เส้าตั๋วให้ท่านผู้นำฟังด้วย และปิดท้ายด้วยการบอกว่าพวกเขาอยากจะรีบเรียนให้จบไว ๆ

"...ฉันกับฟู่เส้าตั๋วศึกษาเนื้อหาของปีหนึ่งและปีสองจบหมดแล้วล่ะค่ะ อธิการบดีหนิงก็อนุมัติแล้วด้วยว่า การสอบปลายภาคครั้งนี้ พวกเราจะไปสอบพร้อมกับนักศึกษาปีสอง ถ้าสอบผ่านทุกวิชา ก็จะข้ามชั้นไปเรียนปีสามได้เลยค่ะ หลังจากนี้พวกเราก็จะเร่งสปีดการเรียนให้เร็วขึ้นอีก รีบเก็บหน่วยกิตให้ครบ เพื่อจะได้เรียนจบก่อนกำหนด พวกเราอยากจะรีบออกไปทำงาน อยากจะรีบสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติไว ๆ น่ะค่ะ"

หลังจากรายงานจบชุดใหญ่ เจียงชิ่นก็ไม่ลืมที่จะเน้นย้ำสร้างตัวตนให้ฟู่เส้าตั๋วเต็มที่

ท่านผู้นำฟังจบก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "จากเรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดเลยนะ ว่าระบบมหาวิทยาลัยของเราในตอนนี้มีความจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน สำหรับนักศึกษาที่หัวกะทิอย่างเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋ว ถ้ายังขืนปล่อยให้เรียนไปตามระบบเดิม ๆ ทีละขั้นตอน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้เวลาของพวกเขาสูญเปล่าไปฟรี ๆ "

หวังเหิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่เลยครับ ก่อนหน้านี้ปัญหาข้อนี้ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจสักเท่าไหร่ แต่ทางอธิการบดีหนิงก็แจ้งมาแล้วนะครับ ว่าจะเริ่มทดลองใช้ระบบหน่วยกิตกับนักศึกษากลุ่มหนึ่งในมหาวิทยาลัยเมืองหลวงก่อนเป็นที่แรก ถ้าได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็จะขยายผลนำไปใช้กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศต่อไปครับ"

"เยี่ยมเลย จัดการตามนี้ได้เลย เดี๋ยวฉันจะหาเวลาไปคุยเรื่องนี้กับทางกระทรวงศึกษาธิการดูอีกทีนะ"

เมื่อมื้อค่ำสิ้นสุดลง ท่านผู้นำก็ลุกขึ้นมาส่งเจียงชิ่นด้วยตัวเอง

จังหวะนั้นเอง แพทย์ประจำตัวก็เดินเข้ามาบอกว่าถึงเวลาที่ท่านผู้นำต้องทานยาแล้ว

เจียงชิ่นจึงอาศัยจังหวะนี้เอ่ยถามขึ้น "ท่านผู้นำคะ สุขภาพท่านเป็นยังไงบ้างคะ ? ดูสีหน้าท่านไม่ค่อยจะสู้ดีนักเลยนะคะ"

ท่านผู้นำรับยามากินพร้อมกับดื่มน้ำตาม ก่อนจะบอกชื่อโรคประจำตัวออกมา แล้วเอ่ยต่อว่า "โรคคนแก่น่ะ ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก"

แพทย์ประจำตัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบแย้งขึ้นมาทันที "โรคคนแก่อะไรกันครับ เป็นเพราะช่วงนี้ท่านโหมงานหนักเกินไปต่างหาก อาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็เลยลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ไงครับ ท่านผู้นำ ท่านต้องพักผ่อนให้เยอะขึ้นจริง ๆ นะครับ"

ท่านผู้นำโบกมือปฏิเสธโดยไม่พูดอะไร

ความหมายนั้นชัดเจนมาก จะให้ท่านหยุดพักผ่อนไม่ทำงานน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก

เจียงชิ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยังไม่ได้หยิบตำรับยาออกมาในทันที แต่เอ่ยกับท่านผู้นำว่า "ที่บ้านฉันมีตำรับยาที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษอยู่ขนานหนึ่งค่ะ สรรพคุณของมันตรงกับโรคที่ท่านเป็นอยู่พอดีเป๊ะเลย เดี๋ยวฉันจะเอาตำรับยานี้มาให้ท่านลองดูนะคะ ส่วนจะใช้หรือไม่ก็แล้วแต่ท่านพิจารณาเลยค่ะ"

พูดจบ เธอก็หันไปมองแพทย์ประจำตัว

"ถ้าไม่ไว้ใจตำรับยานี้ จะเอาไปทดลองในห้องแล็บดูก่อนก็ได้นะคะ ยืนยันว่าปลอดภัยแล้วค่อยนำมาใช้ก็ได้ค่ะ"

ยังไม่ทันที่แพทย์ประจำตัวจะตอบรับ ท่านผู้นำก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

"ตำรับยาที่เธอให้มา จะไปมีอะไรน่าเป็นห่วงล่ะ แต่ความจริงแล้วสุขภาพของฉันมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรงหรอกนะ..."

"สหายเสี่ยวเจียง รบกวนคุณช่วยเอาตำรับยานั้นมาให้หน่อยเถอะครับ ท่านผู้นำจำเป็นต้องใช้มันมาก ๆ เลยครับ" ท่านผู้นำยังพูดไม่ทันจบ แพทย์ประจำตัวก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที

พูดจบ แพทย์ประจำตัวก็ปรายตามองท่านผู้นำด้วยความไม่พอใจ

"การดูแลสุขภาพของท่านให้แข็งแรงสมบูรณ์ ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผมนะครับ ถ้าผมไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ท่านยอมรักษาตัวดี ๆ ได้ ก็เท่ากับว่าผมบกพร่องต่อหน้าที่ ผมคงไม่มีหน้าจะรับตำแหน่งแพทย์ประจำตัวนี้ต่อไปแล้วล่ะครับ"

"โธ่ สหาย คุณก็พูดเกินไป ไม่เห็นจะต้องเอาเรื่องนี้ไปโยงให้มันใหญ่โตขนาดนั้นเลยนี่นา"

ท่านผู้นำหัวเราะพลางส่ายหน้า

จากนั้นท่านก็ชี้ไปทางแพทย์ประจำตัว แล้วพูดกับเจียงชิ่นว่า "คุณดูสิ พอฉันไม่ให้ความร่วมมือก็ทำเป็นอารมณ์เสีย ขี้โมโหซะจริง ๆ โมโหบ่อย ๆ มันทำลายสุขภาพนะ ไม่ดีเลย เสี่ยวเจียง คุณอย่าไปเลียนแบบเขาเชียวนะ"

น้ำเสียงของท่านฟังดูทีเล่นทีจริง ทำเอาเจียงชิ่นอดขำไม่ได้

"ทุกคนก็ทำไปเพราะเป็นห่วงสุขภาพของท่านนะคะ ท่านต้องให้ความร่วมมือด้วยสิคะ" เธอเอ่ยเตือน

แพทย์ประจำตัวรีบเสริมทันที "เห็นไหมครับ ขนาดสหายเสี่ยวเจียงยังพูดแบบนี้เลย ท่านต้องเชื่อฟังหมอนะครับ"

"โอเค ๆ เชื่อพวกคุณแล้ว ยอมเชื่อแล้วล่ะ"

ท่านผู้นำตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เจียงชิ่นบอกลาท่านผู้นำ ก่อนจะก้าวขึ้นรถเธอก็หันกลับไปมองอีกครั้ง

ความรู้สึกที่ท่านผู้นำมอบให้เธอในวันนี้ ช่างแตกต่างจากคราวที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

คราวที่แล้วเธอรู้สึกว่าท่านคือผู้นำที่อยู่สูงส่งเกินเอื้อม แต่มาคราวนี้ เธอกลับได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่มีเลือดเนื้อและจิตใจของท่าน มุมมองแบบคนธรรมดาสามัญทั่วไปนั่นเอง

เมื่อได้กลับมานั่งบนรถเก๋งหงฉีอีกครั้ง ความรู้สึกของเจียงชิ่นก็เปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อก่อนเวลาใช้รถ ไม่ได้นั่งรถประจำตำแหน่งของอธิการบดีหนิง ก็ต้องเป็นรถของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่คราวนี้ รถที่เธอนั่งอยู่คือรถของเธอเอง

อ๊ะ ไม่สิ ต้องเรียกว่ารถประจำตำแหน่งต่างหาก

คำต่างกันแค่นิดเดียว แต่ความหมายต่างกันลิบลับ

แต่การได้มีรถประจำตำแหน่งส่วนตัว เจียงชิ่นก็ดีใจสุด ๆ แล้ว

การได้นั่งรถหงฉีในยุค 70s เนี่ย ความหรูหราไม่ต่างอะไรกับขับซูเปอร์คาร์คันละสิบล้านในยุคอนาคตเลยนะ

แถมรถหงฉีคันนี้ท่านผู้นำยังเป็นคนจัดสรรให้เองกับมือ ความหมายของมันก็ยิ่งไม่ธรรมดาเข้าไปใหญ่

พอเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มและแววตาเป็นประกายของเจียงชิ่น หวังเหิงที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับก็อดขำไม่ได้

เขาแอบคิดในใจว่า ปกติเสี่ยวเจียงจะดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมเกินวัย มีก็แต่เวลาแบบนี้แหละ ที่พอจะทำให้รู้สึกได้ว่าเธอเป็นแค่เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ จริงๆ

"เสี่ยวเจียง ถูกใจรถคันนี้ไหมล่ะครับ ? "

หวังเหิงเอ่ยถามขึ้นมา

"ถูกใจสิคะ ถูกใจมาก ๆ เลยล่ะ ต่อไปนี้ถ้าฉันอยากจะไปไหน ก็ไม่ต้องไปรบกวนอธิการบดีหนิงแล้วล่ะค่ะ มีอยู่วันนึงฉันขอยืมรถท่านไปใช้ พอดีท่านมีประชุมด่วน ก็เลยต้องปั่นจักรยานไปประชุมแทน โดนอธิการบดีคนอื่น ๆ แซวกันยกใหญ่เลยล่ะค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 315 มอบตำรับยา

คัดลอกลิงก์แล้ว