- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 314 ยอดคนมักมีความคิดตรงกัน
บทที่ 314 ยอดคนมักมีความคิดตรงกัน
บทที่ 314 ยอดคนมักมีความคิดตรงกัน
บทที่ 314 ยอดคนมักมีความคิดตรงกัน
"ถ้าง่วงก็งีบสักหน่อยเถอะ ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวผมปลุกนะ" ฟู่เส้าตั๋วเอ่ยเสียงเบา
ตอนนี้เจียงชิ่นใกล้จะหลับเต็มทีแล้ว เธอพยักหน้าเบา ๆ แล้วหลับตาลง ไม่นานลมหายใจของเธอก็เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
แววตาสงสารและปวดใจของฟู่เส้าตั๋วยิ่งฉายชัดขึ้น เขายื่นมือออกไปช่วยจัดท่านั่งให้เจียงชิ่นนอนได้สบายตัวยิ่งขึ้นอย่างแผ่วเบา คุณลุงคนขับรถมองเห็นการกระทำของเขาผ่านกระจกมองหลัง ก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ช่างรักใคร่กลมเกลียวกันดีจริง ๆ โดยเฉพาะฝ่ายชายที่รู้จักทะนุถนอมภรรยาเป็นพิเศษ
สองวันต่อมา ฟู่เส้าตั๋วพาเจียงชิ่นไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล พอกลับมาจากโรงพยาบาล เจียงชิ่นก็ได้รับโทรศัพท์จากหวังเหิง บอกให้เธอรออยู่ที่ห้องทดลอง บ่ายโมงตรงเขาจะมารับเธอไปพบท่านผู้นำระดับสูง
เจียงชิ่นรู้สึกดีใจมากที่จะได้พบท่านผู้นำอีกครั้ง เธอหยิบตำรับยาที่ต้องการออกมาจากมิติ แล้วเก็บใส่ลงในกระเป๋าสะพายคู่กาย ฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรเกี่ยวกับท่านผู้นำมากนัก แต่เจียงชิ่นก็รู้ดีว่าเขาคงเดาออกแล้วว่าคนที่เธอจะไปพบคือใคร
บ่ายโมงตรง หวังเหิงก็นั่งรถมารับเจียงชิ่นที่มหาวิทยาลัยเมืองหลวง วันนี้รถที่เขานั่งมาไม่ใช่คันเดิม แต่เป็นรถเก๋งหงฉี (ธงแดง) สีดำเงาวับ ทันทีที่เจียงชิ่นก้าวขึ้นไปนั่ง หวังเหิงก็อดรนทนไม่ไหวรีบถามเธอทันทีว่ารถคันนี้เป็นยังไงบ้าง
"ก็ดีนะคะ รถที่ประเทศเราผลิตเองนี่ก็ใช้ได้เลย" หงฉีเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผลิตโดยโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่หนึ่งในเมืองฉางชุน ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศ รถประจำตำแหน่งของผู้นำหลายท่านก็ล้วนเป็นรถเก๋งยี่ห้อหงฉีทั้งนั้น
เจียงชิ่นถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น "แล้วรถคันเก่าของคุณล่ะคะ ? ทำไมถึงเปลี่ยนรถไวจัง ? " การเปลี่ยนรถบ่อยขนาดนี้ในยุคสมัยนี้ หวังเหิงถือว่าเป็นเศรษฐีตัวยงเลยล่ะ แน่นอนว่ารถพวกนี้เป็นของหน่วยงานทั้งนั้น ส่วนบุคคลมีแค่สิทธิ์ในการใช้งานเท่านั้น
หวังเหิงยิ้มอย่างมีเลศนัย "รถคันนี้ไม่ใช่ของผมหรอกครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะเสี่ยวเจียง ต่อไปนี้รถคันนี้ก็คือรถประจำตำแหน่งส่วนตัวของคุณแล้ว"
"หา ? " เจียงชิ่นถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะย่อยคำพูดของหวังเหิงได้ เขาบอกว่า... รถที่เธอกำลังนั่งอยู่นี้ ต่อไปจะเป็นรถประจำตำแหน่งของเธออย่างนั้นเหรอ ?
เจียงชิ่นรู้ว่าเบื้องบนจะจัดสรรรถประจำตำแหน่งให้เธอโดยเฉพาะ แต่ก่อนหน้านี้หวังเหิงไม่ได้บอกเหรอว่าจะเอาแบบเรียบ ๆ ไม่เตะตา ?
รถเก๋งหงฉีสีดำคันนี้น่ะเหรอเรียบ ๆ ไม่เตะตา ?
หวังเหิงมีความเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับคำว่า 'เรียบ ๆ ไม่เตะตา' หรือเปล่าเนี่ย ?
เมื่อมองความในใจของเจียงชิ่นออก หวังเหิงก็รีบอธิบาย "รถคันนี้ท่านผู้นำระดับสูงเป็นคนเลือกให้คุณด้วยตัวเองเลยนะครับ คุณภาพดีเยี่ยมสุดๆ แถมเขาว่ากันว่า 'มันกันกระสุนได้ด้วยนะ' "
ประโยคสุดท้ายหวังเหิงจงใจกระซิบเสียงแผ่วจนแทบจะขยับแค่รูปปาก เจียงชิ่นฟังไม่ค่อยถนัดนัก แต่แค่อ่านปากก็เข้าใจได้ในทันที ถึงขั้นกันกระสุนได้เลยเหรอเนี่ย ดูท่าท่านผู้นำจะใส่ใจและเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอเอามาก ๆ แค่ความใส่ใจนี้ เจียงชิ่นก็รู้สึกซาบซึ้งใจมากแล้ว
ภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เจียงชิ่นจะลองเอ่ยปากถามขึ้น "รองผู้อำนวยการหวังคะ คราวที่แล้วตอนที่ฉันไปพบท่านผู้นำ ฉันรู้สึกเหมือนสุขภาพของท่านจะไม่ค่อยสู้ดีนัก ฉันคิดไปเองหรือเปล่าคะ ? "
หวังเหิงหันมามองเธอด้วยสายตาประหลาดใจสุด ๆ "คุณดูไม่ผิดหรอกครับ ท่านผู้นำป่วยจริง ๆ แต่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนัก"
"ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากเหรอคะ ? " เจียงชิ่นเลิกคิ้ว "ฉันเห็นกับตาว่าแค่ท่านดื่มน้ำชายังดูเหนื่อยหอบเลย จะไม่ร้ายแรงได้ยังไงคะ ? "
คราวนี้หวังเหิงเงียบไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากบอก แต่เพราะมันเกี่ยวข้องกับชั้นความลับระดับสูง เขาจึงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ "เรื่องนี้อยู่นอกเหนือขอบเขตที่คุณควรจะกังวลนะครับ คุณอย่าคิดมากไปเลย" หวังเหิงพยายามพูดเกลี้ยกล่อม
ครั้งนี้เจียงชิ่นไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
เมื่อเดินทางมาถึงบ้านพักของท่านผู้นำ ดังคำกล่าวที่ว่า 'เจอกันครั้งแรกอาจจะยังไม่คุ้น แต่พอครั้งที่สองเดี๋ยวก็สนิทกันเอง' การมาเยือนครั้งนี้ของเจียงชิ่น เธอจึงไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นประหม่าเหมือนคราวที่แล้ว แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคย
ท่านผู้นำในชุดอยู่บ้านแสนเรียบง่าย นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มองจากไกลๆ ก็เหมือนกับคุณปู่ข้างบ้านที่แสนจะใจดี พอเห็นเจียงชิ่น ท่านผู้นำก็กวักมือเรียกเธอ พร้อมกับหัวเราะ "เสี่ยวเจียง มานี่สิ" คำทักทายนั้นช่างดูเป็นกันเอง เจียงชิ่นก็เลยเดินยิ้มกริ่มเข้าไปหา
"สวัสดีค่ะท่านผู้นำ"
เดิมทีมันก็เป็นแค่คำทักทายธรรมดา ๆ แต่สิ่งที่เจียงชิ่นนึกไม่ถึงก็คือ ท่านผู้นำกลับนำประโยคนี้ไปโยงเข้ากับเรื่องอื่นต่อ "ช่วงนี้ฉันสบายดีจริงๆ นั่นแหละ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะคุณเลยนะ"
"เพราะฉันเหรอคะ ? " เจียงชิ่นชะงักไปนิดนึง ก่อนจะนึกคำตอบออกเมื่อเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีของท่านผู้นำ "ท่านหมายถึง... ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เหรอคะ ? "
ท่านผู้นำพยักหน้ารับ "ใช่แล้วล่ะ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์นั่นแหละ เสี่ยวเจียง สิ่งประดิษฐ์ของคุณชิ้นนี้มันสุดยอดไปเลยนะ พอมีมันแล้ว ในอนาคตศักยภาพทางเทคโนโลยีของจีนก็จะได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกหลายขั้นอย่างรวดเร็ว คุณว่าแบบนี้แล้ว จะไม่ให้ฉันอารมณ์ดีได้ยังไงล่ะ"
เจียงชิ่นตอบ "การที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถประกอบเสร็จได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ไม่ใช่ความดีความชอบของฉันคนเดียวหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะความร่วมมืออย่างเต็มที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงงานเครื่องจักรกล และสหายท่านอื่น ๆ ด้วยค่ะ ทุกส่วนล้วนสำคัญทั้งสิ้น"
ท่านผู้นำพยักหน้า "เรื่องพวกนี้ฉันรู้ดี แต่คนที่สร้างผลงานชิ้นใหญ่ที่สุดก็คือคุณอยู่ดี จุดนี้ฉันไม่มีวันลืม และทุกคนก็จะไม่มีวันลืมเช่นกัน"
โดนท่านผู้นำชมซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้ เจียงชิ่นที่ปกติหน้าหนาหน้าทน ก็ยังแอบรู้สึกเขินอายขึ้นมานิด ๆ ผลงานพวกนี้ไม่ใช่ของเธอสักหน่อย แต่เป็นหยาดเหงื่อแรงกายและสติปัญญาของเหล่านักวิทยาศาสตร์จีนต่างหากล่ะ เธอเป็นเพียงแค่ศูนย์กลาง ที่คอยเชื่อมโยงปัจจุบันและอนาคตเข้าด้วยกันก็เท่านั้นเอง
[โฮสต์ ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอกน่า บทบาทของเธอน่ะสำคัญมากๆ เลยนะ ขืนไม่มีโฮสต์อย่างเธอ จีนก็ต้องรอไปอีกตั้งยี่สิบกว่าปีนู่นแหละ ถึงจะมีคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยขนาดนี้ได้ คุณปู่คนนี้พูดถูกแล้วล่ะ เธอมีความดีความชอบที่ไม่อาจปฏิเสธได้จริง ๆ ]
ระบบนอนไขว่ห้างลอยตุ๊บป่องอยู่กลางอากาศพลางเอ่ยแทรกขึ้นมา
"คุณปู่อะไรกัน นี่คือท่านผู้นำระดับสูงของเรานะ นายพูดจาให้มันเคารพกันหน่อยสิ" เจียงชิ่นสวนกลับไปในหัว
ระบบส่ายหัวไปมา
[ก็แค่คำเรียกขานเอง โฮสต์จะไปซีเรียสทำไมเนี่ย เอาเป็นว่าความหมายมันก็คือตามนั้นแหละ เธอไปคิดเอาเองก็แล้วกันนะ ระบบมีนัดแล้ว ขอตัวเผ่นก่อนล่ะ]
มีนัดเหรอ ? เป็นถึงระบบเนี่ยนะ ใครจะมานัดมัน ? หรือว่าจะเป็นระบบตัวอื่น ?
เจียงชิ่นรู้สึกอยากรู้อยากเห็น แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน ไม่มีเวลามาคิดฟุ้งซ่านเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก ขืนทำตัวแปลก ๆ เดี๋ยวท่านผู้นำก็จับสังเกตได้พอดี ท้ายที่สุดแล้ว คนระดับท่านผู้นำน่ะ แค่ลมพัดยอดหญ้าไหวก็หนีไม่พ้นสายตาอันเฉียบแหลมของท่านหรอก
และก็เป็นไปตามคาด เจียงชิ่นแค่เหม่อไปคุยกับระบบในหัวเพียงไม่กี่วินาที ก็ถูกท่านผู้นำจับสังเกตได้ทันที "เสี่ยวเจียง เมื่อกี้คุณเหม่อไปนะ กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ ? " ท่านผู้นำเอ่ยถาม
"ฉันกำลังคิดเรื่องที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่น่ะค่ะ ท่านผู้นำคะ ฉันมีไอเดียอย่างหนึ่ง ตอนนี้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ก็วิจัยและพัฒนาสำเร็จแล้ว งั้นคอมพิวเตอร์รุ่นก่อนหน้านี้ พวกเราก็สามารถส่งออกเพื่อหาเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้นี่คะ แล้วค่อยนำเงินตราต่างประเทศนั้นไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่จำเป็น นำกลับมาผลิตต่อ แล้วก็ส่งออกไปขายเพื่อหาเงินตราต่างประเทศอีก ทำแบบนี้มันก็จะเกิดเป็นวัฏจักรที่ดี สร้างรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศให้เราได้อย่างเป็นกอบเป็นกำไม่ขาดสายเลยล่ะค่ะ"
เรื่องพวกนี้เจียงชิ่นคิดเตรียมการเอาไว้ตั้งนานแล้ว พอถูกถามปุ๊บก็สามารถตอบออกไปได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย ท่านผู้นำฟังไปก็พยักหน้าตามไปด้วย พอฟังจบ ท่านก็ไม่ได้เอ่ยอะไรตอบกลับมาในทันที ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
เจียงชิ่นขมวดคิ้ว หรือว่าเธอจะพูดอะไรผิดไป ? ทำไมจู่ ๆ บรรยากาศถึงได้เดดแอร์แบบนี้ล่ะ ? หรือว่าท่านผู้นำจะไม่เห็นด้วยกับไอเดียของเธอ ?
ระหว่างที่กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของท่านผู้นำดังขึ้น "เสี่ยวเจียง ไอเดียของคุณยอดเยี่ยมมากเลยนะ ความจริงฉันเองก็มีความคิดแบบนี้เหมือนกัน ที่ฉันเรียกคุณมาในวันนี้ เหตุผลข้อหนึ่งก็คืออยากจะมาปรึกษากับคุณดูว่า พวกเราจะสามารถส่งออกคอมพิวเตอร์รุ่นก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะ 'ยอดคนมักมีความคิดตรงกัน' ใจตรงกันเป๊ะเลยนะเนี่ย"