เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 313 ประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำเร็จ

บทที่ 313 ประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำเร็จ

บทที่ 313 ประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำเร็จ


บทที่ 313 ประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำเร็จ

ผู้อำนวยการซ่งพอเจอหน้าเจียงชิ่น ก็จับมือทักทายแล้วเอ่ยว่า "ท่านผู้นำระดับสูงให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์นี้มากเลยนะ ท่านคอยไถ่ถามความคืบหน้าด้วยตัวเองอยู่บ่อย ๆ แถมท่านยังบอกอีกว่า พอประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์เสร็จเมื่อไหร่ อยากจะเชิญคุณไปพบเพื่อพูดคุยกันแบบส่วนตัวสักหน่อยน่ะ"

ในบรรดาผู้คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผู้อำนวยการซ่งถือว่ามีตำแหน่งสูงสุด และท่านยังเป็นถึงกรรมการวิชาการที่มีผลงานทางวิชาการโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์อีกด้วย

การที่ท่านผู้นำระดับสูงฝากฝังให้คนระดับผู้อำนวยการซ่งมาแจ้งข่าวกับเจียงชิ่นด้วยตัวเอง ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ท่านผู้นำให้ความสำคัญกับเจียงชิ่นมากขนาดไหน

ท่านผู้นำระดับสูงต้องการพบตัวเธอ เจียงชิ่นย่อมยินดีตกลงล้านเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว

อีกอย่าง คราวที่แล้วตอนที่ไปพบท่าน เจียงชิ่นสังเกตเห็นว่าสุขภาพของท่านผู้นำดูจะไม่ค่อยสู้ดีนัก ท่านสูบบุหรี่จัดมาก แถมยังมีอาการไอเรื้อรัง และสีหน้าก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนักด้วย

ตอนนั้นเจียงชิ่นยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอกลับมาถึงบ้าน เธอก็นึกถึงตำรับยาต่าง ๆ ที่เก็บไว้ในมิติขึ้นมาได้

พอลองค้น ๆ ดูในมิติ ก็พบตำรับยาขนานหนึ่งที่เหมาะกับอาการของท่านผู้นำเข้าจริง ๆ

ตอนนั้นเจียงชิ่นก็ตั้งใจไว้เลยว่า ถ้ามีโอกาสได้พบท่านผู้นำอีกครั้งเมื่อไหร่ เธอจะต้องมอบตำรับยานี้ให้ท่านให้จงได้ ไม่คิดเลยว่า โอกาสนั้นจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด

"ได้เลยค่ะ ประจวบเหมาะเลย ฉันเองก็อยากจะพบท่านผู้นำอยู่พอดี งั้นเดี๋ยวฉันขอลงมือประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ก่อนนะคะ จะได้รีบประกอบให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้รีบไปพบท่านผู้นำไว ๆ ค่ะ"

เจียงชิ่นเอ่ยด้วยรอยยิ้มแย้มแจ่มใส ดูออกเลยว่าเธอกำลังอารมณ์ดีสุด ๆ

พลังบวกและแววตามุ่งมั่นของเธอส่งผ่านไปถึงคนอื่น ๆ ในที่นั้นด้วย ทำเอาทุกคนพลอยรู้สึกฮึกเหิมและเชื่อมั่นในตัวเจียงชิ่นอย่างเต็มเปี่ยมไปตาม ๆ กัน

ทุกคนต่างรู้สึกว่า ขอเพียงแค่เป็นสิ่งที่เธอเอ่ยปากว่าทำได้ เธอก็จะต้องทำมันให้สำเร็จได้อย่างแน่นอน

ต่อให้เรื่องนั้นมันจะฟังดูเหลือเชื่อหลุดโลกแค่ไหนก็ตาม

ก็อย่างเช่นเรื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้นี่แหละ ตอนแรกเจียงชิ่นประกาศว่าพอสร้างเสร็จ มันจะสามารถประมวลผลได้ด้วยความเร็ว 500 ล้านล้านครั้งต่อวินาที แต่พอชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ส่งมาครบ เจียงชิ่นก็อัปเกรดความเร็วขึ้นไปอีกเป็น 1,000 ล้านล้านครั้งต่อวินาทีซะอย่างนั้น

ตอนที่ทุกคนได้ยินตัวเลขนี้ครั้งแรก ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตาม ๆ กัน

นี่มันซูเปอร์คอมพิวเตอร์นะเฮ้ย ! การจะเพิ่มความเร็วในการประมวลผลในระดับนี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยนะ ! แต่เจียงชิ่นกลับบอกว่าสามารถเพิ่มความเร็วขึ้นได้อีกเท่าตัวหน้าตาเฉย จะไม่ให้พวกเขาช็อกได้ยังไงล่ะ

ทว่า ต่อให้จะช็อกแค่ไหน แต่ในเมื่อคำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากเจียงชิ่น พวกเขากลับรู้สึกเชื่อมั่นอย่างสนิทใจอย่างน่าประหลาด

ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยดูเจียงชิ่นลงมือประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ด้วยความตื่นเต้นและกระตือรือร้น

เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ก่อนหน้านี้ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีความซับซ้อนกว่าหลายเท่าตัวนัก ขั้นตอนการประกอบจึงต้องใช้เวลานานกว่ามาก

โชคดีที่ครั้งนี้เจียงชิ่นมีผู้ช่วยอย่างจวงซือเหวิน คอยช่วยแบ่งเบาภาระในขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนมากนักไปได้เยอะ

แถมบรรดาบิ๊กบอสทั้งหลายที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ก็ยังสลัดคราบผู้นำ ลงมาช่วยเป็นลูกมือหยิบจับโน่นนี่ให้อีกแรง ใช้เวลาประกอบร่างกันอยู่หนึ่งวันเต็ม ๆ ในที่สุดซูเปอร์คอมพิวเตอร์ก็เสร็จสมบูรณ์

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดระหว่างซูเปอร์คอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็คือขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารของมัน แค่มองจากรูปลักษณ์ภายนอกก็เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนแล้ว

เจียงชิ่นเปิดเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เพื่อสาธิตความเร็วในการประมวลผลอันทรงพลังให้ทุกคนในที่นั้นได้ประจักษ์แก่สายตา

บนหน้าจอ ตัวเลขข้อมูลชุดแล้วชุดเล่าวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทำเอาทุกคนมองตามกันแทบไม่ทัน ต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง

ถึงแม้ทุกคนจะเตรียมใจรับความอลังการนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตะลึงและสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจอยู่ดี

ผู้อำนวยการซ่ง, อธิการบดีหนิง, หวังเหิง, ต่งเหย่ และคนอื่น ๆ หากละทิ้งตำแหน่งหน้าที่ทางบริหารไปแล้ว พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าในแวดวงของตนเองทั้งสิ้น

พวกเขาย่อมตระหนักดีว่า คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วในการประมวลผลในระดับที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศจีนได้อย่างมหาศาลขนาดไหน มันจะเป็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์แบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว !

"เสี่ยวเจียง เดี๋ยวผมจะรีบดำเนินการยื่นขอจดสิทธิบัตรซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้คุณโดยเร็วที่สุดเลยนะ"

หลังจากหายจากอาการตื่นตะลึง หวังเหิงก็หันไปพูดกับเจียงชิ่น

เขาคิดว่าเจียงชิ่นคงจะตอบรับเหมือนทุกครั้ง แล้วเรื่องนี้ก็จะจบลงด้วยดี

ทว่าครั้งนี้ คำตอบของเจียงชิ่นกลับแตกต่างออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

"ขอบคุณมากค่ะ รองผู้อำนวยการหวัง แต่ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ เทคโนโลยีของซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ฉันขอมอบให้กับประเทศชาติ และสิทธิบัตรนี้ ฉันก็ขอยกให้กับประเทศชาติด้วยเช่นกันค่ะ"

"หา ! คุณว่าอะไรนะ ? " หวังเหิงแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง

บรรดาคนที่กำลังมุงดูซูเปอร์คอมพิวเตอร์อยู่ข้าง ๆ พอได้ยินคำพูดของเจียงชิ่น ต่างก็หันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว

อธิการบดีหนิงเป็นคนแรกที่เอ่ยถามขึ้น "นักศึกษาเจียงชิ่น เธอคิดดีแล้วเหรอ ? คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มันเป็นหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจของเธอเลยนะ เธอจะยกให้ประเทศชาติฟรี ๆ จริง ๆ เหรอ ? "

เจียงชิ่นพยักหน้าตอบอย่างหนักแน่น

ความคิดนี้มันผุดขึ้นมาในหัวเธอตั้งแต่แรกแล้วล่ะ

สิทธิบัตรที่เธอเคยยื่นขอไปก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ชาวตะวันตกในยุคอนาคตเป็นคนคิดค้นขึ้นมาทั้งสิ้น การที่เธอนำเทคโนโลยีล้ำยุคของพวกเขามาจดสิทธิบัตรเพื่อกอบโกยเงินจากพวกเขาในยุคนี้ เธอจึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจหรือรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

ก็ใครใช้ให้พวกนั้นมารุกรานประเทศจีนมาอย่างยาวนาน กอบโกยทรัพยากรและปล้นสะดมความมั่งคั่งไปตั้งมากมายล่ะ สิทธิบัตรพวกนี้ ก็ถือซะว่าเป็นการทวงดอกเบี้ยคืนแทนบรรพบุรุษก็แล้วกัน

แต่สำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ มันแตกต่างออกไป

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องที่เจียงชิ่นสร้างขึ้นมานี้ เธออ้างอิงและดัดแปลงมาจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของจีนในยุคอนาคตที่มีชื่อว่า 'เสินเวย·ไท่หูจือกวง'

นี่คือเทคโนโลยีที่เป็นสมบัติของประเทศจีนอย่างแท้จริง เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตของชาติ

เธอหน้าหนาไม่พอที่จะยึดเอาเทคโนโลยีของประเทศชาติมาเป็นผลงานส่วนตัว แล้วเอาไปจดสิทธิบัตรกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองหรอกนะ

ถ้าขืนทำแบบนั้น เธอคงนอนหลับไม่สนิทแน่ ๆ

ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจโดยแทบไม่ต้องคิดเลย ว่าจะคืนเทคโนโลยีของจีนกลับคืนสู่ประเทศจีน ก็แค่เป็นการนำมาใช้ล่วงหน้าก่อนเวลาจริงไม่กี่สิบปีเท่านั้นเอง

"สหายเจียงชิ่น ขอบคุณมาก ขอบคุณมากจริง ๆ ! ผมจะรีบทำเรื่องเสนอความดีความชอบของคุณให้เบื้องบนรับทราบอย่างแน่นอนครับ วางใจได้เลย ประเทศชาติจะไม่ยอมปล่อยให้คุณต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน ! "

ผู้อำนวยการซ่งคว้ามือเจียงชิ่นมาจับเขย่าด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ต่งเหย่เป็นคนพูดน้อย ในตอนนี้เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา แต่สายตาที่เขามองเจียงชิ่นนั้น แฝงไว้ด้วยความชื่นชมและยกย่องอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

"ข่าวดีแบบนี้ ผมจะรีบนำไปรายงานให้เบื้องบนทราบโดยด่วนเลยครับ ! "

ผู้อำนวยการซ่งยังคงเอ่ยด้วยความตื่นเต้นไม่หาย

หลังจากที่ทุกคนทยอยเดินทางกลับไปหมดแล้ว ภายในห้องทดลองก็เหลือเพียงเจียงชิ่น ฟู่เส้าตั๋ว และจวงซือเหวินเพียงสามคน

หลังจากได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ สายตาที่จวงซือเหวินใช้มองเจียงชิ่นก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แววตาของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยความเทิดทูนบูชา ชนิดที่ปิดบังเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

"เจียงชิ่น จิตสำนึกอันสูงส่งของเธอน่ะ ฉันกล้าพูดเลยว่าไม่มีนักศึกษาคนไหนในมหาวิทยาลัยจะเทียบชั้นเธอได้อีกแล้ว ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อไปนี้เธอคือไอดอลในดวงใจของฉัน ! ฉันจะยึดเธอเป็นแบบอย่าง และจะพยายามเรียนรู้จากเธอให้ได้ ! "

จวงซือเหวินชูหมัดขึ้นปฏิญาณตนด้วยสีหน้ามุ่งมั่นจริงจังสุด ๆ

เจียงชิ่นถูกท่าทางของเธอทำเอาทั้งขำทั้งอึดอัดใจไปพร้อม ๆ กัน

ความจริงแล้วเธอไม่ได้มีจิตใจสูงส่งเป็นแม่พระอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่เหตุผลที่แท้จริงมันก็อธิบายให้จวงซือเหวินฟังตรง ๆ ไม่ได้นี่นา

ก็คงต้องปล่อยให้เธอเข้าใจผิดแบบนี้ไปก่อนแหละ ไว้ค่อยหาโอกาสตะล่อมบอกความจริงให้เธอฟังทีหลังก็แล้วกัน หลังจากปฏิญาณตนเสร็จ จวงซือเหวินก็กล่าวลาเจียงชิ่นแล้วเดินกลับไป

ฟู่เส้าตั๋วจัดการปิดน้ำปิดไฟ ตรวจตราความเรียบร้อยของหน้าต่างและประตูห้องทดลอง ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายของเจียงชิ่นมาถือไว้ แล้วเดินนำเธอออกไปเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

ด้านนอก รถเก๋งประจำตำแหน่งของอธิการบดีหนิงจอดรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่ออายุครรภ์ของเจียงชิ่นเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รถประจำตำแหน่งของอธิการบดีหนิงก็แทบจะกลายสภาพเป็นรถรับส่งส่วนตัวของเธอไปโดยปริยาย แต่วันนี้ผู้อำนวยการซ่งเพิ่งจะกระซิบบอกว่า เบื้องบนกำลังเตรียมจะจัดสรรรถยนต์ประจำตำแหน่งให้เจียงชิ่นโดยเฉพาะแล้วนะ เป็นรถที่ดูเรียบหรู ไม่หวือหวา แต่ก็สมฐานะของเธอ

คุณลุงคนขับรถเริ่มจะคุ้นเคยกับเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วแล้ว

พอเห็นพวกเขาสองคนเดินมา แกก็บีบแตรทักทายเบา ๆ

ทั้งสองคนก้าวขึ้นไปนั่งเคียงคู่กันที่เบาะหลัง จากนั้นคุณลุงคนขับรถก็เหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกไป

หลังจากที่ต้องวุ่นวายมาทั้งวัน พอได้มานั่งพักนิ่ง ๆ เจียงชิ่นถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าตัวเองเหนื่อยล้ามากขนาดไหน

เธอเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของฟู่เส้าตั๋ว พลางหาวหวอดใหญ่

ฟู่เส้าตั๋วหันมาถามด้วยความเป็นห่วง "เหนื่อยมากเลยใช่ไหม ? "

"อื้ม"

ถ้าเป็นคนอื่นถาม เจียงชิ่นอาจจะฝืนทำปากแข็งตอบไปว่าไม่เหนื่อยหรอก

แต่พอเป็นสามีสุดที่รักถาม เธอจะไปมัวฝืนทำเก่งไปทำไมล่ะ เหนื่อยก็คือเหนื่อยสิ

จบบทที่ บทที่ 313 ประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำเร็จ

คัดลอกลิงก์แล้ว