เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 312 ที่รัก ฉันรักคุณนะคะ

บทที่ 312 ที่รัก ฉันรักคุณนะคะ

บทที่ 312 ที่รัก ฉันรักคุณนะคะ


บทที่ 312 ที่รัก ฉันรักคุณนะคะ

"ไม่ได้ครับ ผมไม่วางใจ"

เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ แต่เจียงชิ่นกลับสัมผัสได้ถึงความหนักแน่นและเด็ดขาดที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างชัดเจน เธอรู้ตัวดีว่าคงไม่มีทางเกลี้ยกล่อมฟู่เส้าตั๋วได้สำเร็จแน่ ๆ

ก็จริงอยู่ที่ครั้งนี้เธอตกอยู่ในอันตรายมากเกินไป ทำเอาเขาตกอกตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าเขาจะฟื้นตัวจากอาการผวาได้

"โอเค ๆ เอาตามที่คุณสบายใจเลยแล้วกันค่ะ"

เจียงชิ่นยอมแพ้ ไม่ขัดใจเขาอีกต่อไป

แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า มิติส่วนตัวที่เธอเคยคิดว่ามันคือเซฟโซนสุดเพอร์เฟกต์ เอาเข้าจริงในยามที่เกิดเรื่องหน้าสิ่วหน้าขวานขึ้นมา มันกลับพึ่งพาอะไรไม่ได้เลย

ก่อนหน้านี้เธอคิดตื้นเกินไป คิดแค่ว่าถ้าเจออันตรายก็แค่หลบเข้าไปซ่อนในมิติก็ปลอดภัยแล้ว

แต่กลับลืมไปสนิทเลยว่า ในสถานการณ์อย่างวันนี้ที่อยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย เธอไม่มีทางมุดหนีเข้าไปในมิติได้เลย

ขืนมีคนเห็นเธอหายตัวไปกลางอากาศแบบดื้อ ๆ แล้วจู่ ๆ ก็โผล่กลับมาใหม่ มีหวังคนแถวนั้นได้ช็อกตาตั้งตายกันพอดี ดีไม่ดีอาจจะถูกจับไปผ่าตัดแยกชิ้นส่วนเพื่อทดลองทางวิทยาศาสตร์เลยก็ได้ แค่คิดก็สยองแล้ว

"ระบบ ระบบ"

อาศัยจังหวะที่ฟู่เส้าตั๋วเดินไปเขียนบทความวิจัย เจียงชิ่นก็ส่งกระแสจิตเรียกหาระบบในหัว

[มาแล้ว ๆ จ้า]

คราวนี้ระบบตอบรับอย่างรวดเร็วทันใจ

[โฮสต์เรียกหาระบบมีธุระอะไรเหรอ ? ]

"ไหนนายเคยบอกว่าจะคอยปกป้องฉันไง ? แล้วทำไมวันนี้ตอนที่ฉันกำลังตกอยู่ในอันตราย นายถึงไม่โผล่หัวออกมาช่วยเลยฮะ ? "

เจียงชิ่นกอดอก ยิงคำถามใส่ด้วยความไม่พอใจ

ระบบกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยดวงตากลมโตของมัน

[สิ่งที่ระบบเคยรับปากไว้ แน่นอนว่าต้องทำตามสัญญาสิ ถ้าเกิดไม่มีมนุษย์สองคนนั้นโผล่มาช่วยปกป้องเธอไว้ ระบบก็เตรียมจะออกโรงช่วยอยู่แล้วล่ะ]

"หมายความว่าไง ? นายอ่านสถานการณ์ล่วงหน้าได้งั้นเหรอ ว่าเดี๋ยวพวกอู๋ป๋อกวงจะเข้ามาช่วยฉัน นายก็เลยไม่โผล่มา ? "

[ก็ใช่น่ะสิ ให้พวกมนุษย์นั่นลงมือช่วย มันดูสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือกว่าให้ระบบออกโรงเองตั้งเยอะ ในเมื่อมีตัวเลือกที่ดีกว่า ระบบก็ต้องเลือกทางนั้นสิ มันก็เป็นเรื่องปกตินี่นา ? ]

ระบบแบมือทั้งสองข้างออก พลางจ้องมองเจียงชิ่นด้วยสายตาใสซื่อบริสุทธิ์สุด ๆ

เหอะ คิดจะใช้สายตาแบบนี้มาตบตาเอาตัวรอดล่ะสิ ฝันไปเถอะ

แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่เจียงชิ่นก็ขี้เกียจจะซักไซ้ไล่เลียงต่อ ทำเพียงแค่กำชับไปประโยคหนึ่งว่า

"วันนี้มันก็แค่เรื่องจิ๊บจ๊อย นายเองก็ได้ยินแล้วนี่ ว่าในรั้วมหาวิทยาลัยเมืองหลวงมีสายลับแฝงตัวอยู่ แถมยังพุ่งเป้ามาที่ฉันด้วย ต่อไปมันต้องมีโผล่มาอีกเพียบแน่ ๆ นายก็ช่วยหูตาไวให้มากกว่านี้หน่อยล่ะกัน ถ้ามีอะไรผิดสังเกตก็รีบเตือนฉันด้วย ท้ายที่สุดแล้วนะ ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมา ภารกิจของนายก็ถือว่าล้มเหลว ถึงตอนนั้นนายก็จะถูกลบทำลายทิ้งซะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ"

[รับทราบแล้วจ้า]

ระบบส่ายหัวโต ๆ ของมันไปมาอย่างหงอย ๆ

[ระบบจะคอยแจ้งเตือนเธออย่างทันท่วงทีแน่นอน วันนี้มันเป็นแค่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยจริง ๆ ]

"งั้นจะถือซะว่าเป็นแบบนั้นก็แล้วกัน แต่อย่าให้มีครั้งหน้าอีกล่ะ"

พูดจบ เจียงชิ่นก็ตัดบทสนทนากับระบบทันที

หลังจากที่ถูกตัดบทสนทนาไป ระบบถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า เอ๊ะ บทสนทนาที่เริ่มต้นมาแบบเท่าเทียมกัน ทำไมตอนจบมันถึงกลายเป็นว่าระบบโดนโฮสต์จูงจมูกลากไปต้อย ๆ ได้ซะงั้นล่ะเนี่ย

ระบบยกมือป้อม ๆ ขึ้นเกาหัวแกรก ๆ คิดยังไงก็คิดไม่ตก

ทางฝั่งเจียงชิ่นที่รีบตัดบทสนทนา ก็เพราะฟู่เส้าตั๋วเขียนบทความวิจัยเสร็จแล้ว และกำลังเดินเข้ามาถามว่ามื้อเย็นเธออยากกินอะไร

"ไม่ต้องลำบากทำหรอกค่ะ เย็นนี้พวกเราไปกินที่โรงอาหารกันเถอะ"

"แต่คุณไม่ชอบกินข้าวโรงอาหารไม่ใช่เหรอ ? "

"ตอนนี้อายุครรภ์เริ่มเยอะขึ้นแล้ว ช่วงที่แพ้ท้องหนัก ๆ ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ฉันรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนนั้นเยอะเลยล่ะ"

ช่วงนี้เจียงชิ่นอาเจียนน้อยลงเรื่อย ๆ แถมยังเจริญอาหารมากขึ้นด้วย ตัวเธอเองสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน

"จริงด้วยสิ ช่วงนี้ใกล้จะถึงกำหนดไปตรวจครรภ์แล้วใช่ไหม ? "

จู่ ๆ ฟู่เส้าตั๋วก็ร้องทักขึ้นมา ตอนที่ท้องหยางหยางกับหน่วนหน่วน ดูเหมือนว่าพอถึงอายุครรภ์เดือนนี้ก็ต้องไปตรวจเหมือนกัน

"อื้ม สัปดาห์หน้าก็ต้องไปตรวจแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นคุณต้องไปเป็นเพื่อนฉันด้วยนะ"

"แน่นอนสิ ผมต้องไปเป็นเพื่อนคุณอยู่แล้ว"

ฟู่เส้าตั๋วยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว "ไปเถอะ พวกเราไปกินข้าวกัน"

พอพูดจบ เขาก็ชะงักไปนิดนึง ก่อนจะเอื้อมมือไปรั้งเจียงชิ่นที่กำลังจะลุกขึ้นยืน

"โรงอาหารอยู่ตั้งไกล คุณเดินไปเดินมาเดี๋ยวจะเหนื่อยเปล่า ๆ เดี๋ยวผมไปซื้อใส่กล่องมาให้กินที่นี่ดีกว่า"

เจียงชิ่นคิดดูแล้วก็เห็นด้วย

วันนี้เจอทั้งเรื่องตื่นเต้นตกใจ แถมยังเหน็ดเหนื่อยมาเกือบทั้งวัน เธอรู้สึกอ่อนเพลียจริง ๆ ไม่อยากจะขยับตัวไปไหนแล้ว

"งั้นฝากคุณซื้อเนื้อผัดจานนึง ผัดผักจานนึง ถ้ามีไข่ผัดก็เอามาด้วยสักจานนะคะ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ข้าวสวยขอสองเหลียงก็พอค่ะ"

"ข้าวสวยแค่สองเหลียงจะอิ่มเหรอ ? "

"อิ่มสิคะ คุณคิดว่าภรรยาคุณกินจุขนาดนั้นเลยเหรอ ? "

ฟู่เส้าตั๋วอมยิ้ม ไม่ได้พูดเถียงอะไรเจียงชิ่นกลับไป

แต่ในความเป็นจริง ช่วงก่อนหน้านี้ที่เขาเป็นคนลงมือทำกับข้าวเอง เจียงชิ่นกินข้าวเกินมื้อละสองเหลียงทุกมื้อเลยนะ ถึงแม้ว่าพอกินเสร็จแล้วเธอจะอาเจียนออกมาจนหมดเรี่ยวหมดแรงไปบ้างก็เถอะ

ฟู่เส้าตั๋วเลยไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่แอบกะไว้ในใจว่าจะซื้อข้าวสวยมาเผื่อไว้สักสองเหลียง เผื่อว่าเธอจะกินไม่อิ่ม

ฟู่เส้าตั๋วหยิบกล่องข้าวสองใบเตรียมจะเดินออกจากห้อง

วันนี้ช่วงกลางวันเขาต้องเข้าไปที่โรงงานเครื่องจักรกล เพื่อพูดคุยประสานงานเรื่องเทคนิคการผลิตบางขั้นตอน

และเพราะต้องไปโรงงานเครื่องจักรกล ฟู่เส้าตั๋วก็เลยจงใจเลือกใส่ชุดที่ดูเป็นทางการขึ้นมาหน่อย

ท่อนบนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ท่อนล่างเป็นกางเกงสแลคสีดำ เข้าคู่กับรองเท้าหนังสีดำเงาวับที่เจียงชิ่นเพิ่ง 'ซื้อ' มาให้ ด้วยความที่เคยเป็นทหารมาก่อน ฟู่เส้าตั๋วเลยติดนิสัยยืนหลังตรงเป๊ะ อกผายไหล่ผึ่ง ท่วงท่าการเดินก็ดูองอาจสง่างามสุด ๆ

เจียงชิ่นเอียงคอมองเขา พลางจินตนาการเล่น ๆ ว่าถ้าเปลี่ยนกางเกงสแลคสีดำตัวนี้เป็นกางเกงสูทเข้าชุดล่ะก็ สามีของเธอคงจะกลายเป็นท่านประธานจอมเผด็จการสุดฮอตทะลุจอมาเลยล่ะ

จู่ ๆ หัวใจของเธอก็รู้สึกคันยุบยิบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"ที่รักคะ มานี่หน่อยสิ"

เจียงชิ่นกระดิกนิ้วเรียกเขาเบา ๆ

ฟู่เส้าตั๋วที่กำลังจะเปิดประตูก้าวออกไป พอได้ยินเสียงภรรยาเรียก เขาก็ยอมปล่อยมือจากลูกบิดประตู แล้วเดินกลับมาหาเธอ

"มีอะไรเหรอ ? นึกอยากกินอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกเหรอ ? ไม่ต้องรีบนะ ค่อย ๆ คิด อยากกินอะไรเดี๋ยวผมจะเหมาซื้อมาให้หมดเลย"

"ไม่ใช่เรื่องของกินหรอกค่ะ"

เจียงชิ่นส่ายหน้า พลางกระดิกนิ้วเรียกเขาอีกครั้ง

"ที่รักคะ ขยับเข้ามาใกล้ ๆ อีกนิดสิคะ"

"ใกล้เข้ามาอีกนิดนึง"

ฟู่เส้าตั๋วก้าวเข้ามาหาเธออีกหนึ่งก้าว แล้วก็อีกก้าวด้วยความงุนงง

จนกระทั่งทั้งสองคนขยับเข้ามาใกล้ชิดกันจนแทบจะแนบเนื้อ เจียงชิ่นก็ยกแขนขึ้นคล้องคอเขาไว้

"ที่รักคะ... ฉันรักคุณนะคะ... รักคุณมาก ๆ เลย"

เจียงชิ่นกระซิบถ้อยคำรักข้างหูฟู่เส้าตั๋วด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

น้ำเสียงของเธอเจือแววออดอ้อน ลมหายใจอุ่น ๆ ที่รดรินอยู่ตรงติ่งหู ทำเอาฟู่เส้าตั๋วหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที กล่องข้าวในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น

พอหว่านเสน่ห์เสร็จสรรพ เจียงชิ่นก็คลายวงแขนออก เตรียมจะผละตัวหนี

แต่ฟู่เส้าตั๋วไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอทำแบบนั้นหรอก

เขาใช้มือข้างหนึ่งถือกล่องข้าวไว้ ส่วนมืออีกข้างก็คว้าตัวเจียงชิ่นเข้ามากอดรัดไว้แนบอก

"ยัยตัวแสบ"

น้ำเสียงของฟู่เส้าตั๋วฟังดูตึงเครียดและสั่นพร่า ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้สุดฤทธิ์

"กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ ๆ ยังจะกล้ามายั่วผมอีกเหรอ หืม ? "

ดวงตาของเขาหม่นแสงลง คุกรุ่นไปด้วยเพลิงปรารถนาที่ยากจะหยั่งถึง

"ไม่กล้าแล้วค่ะ ๆ รีบไปซื้อข้าวเถอะ ฉันหิวจะแย่แล้วเนี่ย"

เจียงชิ่นเริ่มรู้สึกกลัวว่าจะเล่นไฟจนโดนลวกซะเอง เธอรีบดันตัวฟู่เส้าตั๋วให้ออกไปจากห้องทันที

ฟู่เส้าตั๋วยืดตัวตรง พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ เขาส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ให้เธอ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

ใช้เวลาเพียงแค่สองวัน ฟู่เส้าตั๋วก็สามารถปั่นบทความวิจัยเกี่ยวกับเครื่องจักร CNC จนเสร็จสมบูรณ์

ทางฝั่งโรงงานเครื่องจักรกลก็ส่งข่าวดีมาแจ้งว่า พวกเขาได้ทำการประกอบเครื่องจักร CNC เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็จะสามารถผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ล็อตสุดท้ายสำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ออกมาได้สำเร็จ

เมื่อได้รับข่าวดีนี้ เจียงชิ่นก็ดีใจจนแทบจะบินได้

เหน็ดเหนื่อยมาตั้งสองเดือนเต็ม ในที่สุดความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว

แถมเธอก็กำลังจะได้เงินก้อนโตมานอนกอดให้อุ่นใจในเร็ว ๆ นี้ด้วย !

พอชิ้นส่วนอะไหล่เหล่านั้นผลิตเสร็จ ผู้อำนวยการห่าวก็รีบส่งคนให้นำมาส่งให้เจียงชิ่นถึงที่ในทันที

และในวันที่ฤกษ์งามยามดีที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จะเริ่มทำการประกอบร่างอย่างเป็นทางการ ผู้อำนวยการซ่ง หวังเหิง จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่งเหย่ จากกระทรวงเครื่องจักรกลที่เจ็ด อธิการบดีหนิง และศาสตราจารย์ลู่ ต่างก็ตบเท้ากันมาร่วมเป็นสักขีพยานความสำเร็จในครั้งนี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

ซึ่งนั่นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า เบื้องบนให้ความสำคัญกับโปรเจกต์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์นี้มากแค่ไหน

จบบทที่ บทที่ 312 ที่รัก ฉันรักคุณนะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว