เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 311 ฟู่เส้าตั๋วโกรธแล้ว

บทที่ 311 ฟู่เส้าตั๋วโกรธแล้ว

บทที่ 311 ฟู่เส้าตั๋วโกรธแล้ว


บทที่ 311 ฟู่เส้าตั๋วโกรธแล้ว

ทว่าคาบเรียนตอบข้อซักถามพวกนี้ เจียงชิ่นไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนเลย

ด้วยคลังความรู้ที่เธอมีอยู่ตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนมาตั้งนานแล้ว เนื้อหาที่ใช้สอบปลายภาคก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเลยสักนิด

ก็แค่สอบปลายภาค เจียงชิ่นมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

เธอเพิ่งจะเดินออกจากห้องเรียน ก็เห็นฟู่เส้าตั๋วก้าวฉับ ๆ ตรงมาทางนี้

ฟู่เส้าตั๋วกวาดสายตามองหาท่ามกลางฝูงชนด้วยความร้อนรนและเป็นกังวล วินาทีที่ได้เห็นเจียงชิ่น เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"เจียงชิ่น ! " ฟู่เส้าตั๋วร้องเรียก ก่อนจะวิ่งรี่เข้ามาคว้าตัวเจียงชิ่นไปกอดไว้แน่น

"นี่ ๆ ปล่อยฉันนะ คนมองกันใหญ่แล้ว"

เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ตอนนี้เจียงชิ่นก็เป็นคนหัวอนุรักษ์นิยมเหมือนกันนะ มากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกลางที่สาธารณะแบบนี้ มันน่าอายจะตายไป

ถึงแม้ความจริงแล้วเธอจะแอบชอบให้สามีเป็นฝ่ายริเริ่มโชว์ความหวานก็เถอะ

แต่ฟู่เส้าตั๋วกลับยังคงกอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วเธอจะหายตัวไปอย่างนั้นแหละ

เจียงชิ่นเข้าใจได้ในทันที ฟู่เส้าตั๋วรู้เรื่องแล้ว

"คุณรู้เรื่องหมดแล้วเหรอคะ ? "

ผ่านไปพักใหญ่ เจียงชิ่นก็ได้ยินเสียงตอบรับ "อืม" เบาๆ ในลำคอ พร้อมกับวงแขนของฟู่เส้าตั๋วที่กระชับกอดแน่นขึ้น

เมื่อเข้าใจว่าเขากำลังหวาดกลัว และรู้ตัวดีว่าวันนี้เธอทำให้เขาต้องเป็นห่วงจริง ๆ คราวนี้เจียงชิ่นจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป ปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้นเงียบ ๆ

มีเพื่อนนักศึกษาแถวนั้นหันมามองทางพวกเขา แต่เจียงชิ่นก็ไม่สนแล้ว

อยากมองก็มองไปเถอะ เธอกับฟู่เส้าตั๋วเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย จะกอดกันมันก็สิทธิ์ของพวกเธอ

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ นานจนโถงทางเดินเงียบกริบไร้ผู้คน นักศึกษาคนอื่น ๆ แยกย้ายกันไปหมดแล้ว ฟู่เส้าตั๋วถึงค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออก

"คุณรู้ไหมว่าตอนที่เหล่าอู๋บอกว่าคุณตกอยู่ในอันตราย เกือบจะ... ตอนนั้นผมรู้สึกยังไง ? "

"เหล่าอู๋ ? " เจียงชิ่นจับประเด็นสำคัญในคำพูดของเขาได้

"อู๋ป๋อกวง อดีตสหายร่วมรบของผมเอง ตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในทีมที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยให้คุณน่ะ"

"อ้อออ—" เจียงชิ่นแกล้งลากเสียงยาว ขยับไปกระซิบข้างหูเขา "คุณรู้มาตั้งนานแล้วใช่ไหมว่ามีคนคอยคุ้มครองฉันอยู่ ? "

"ไม่รู้เลยครับ วันนี้ตอนที่เขามาบอกผม ผมถึงเพิ่งจะรู้เหมือนกัน"

เรื่องนี้ฟู่เส้าตั๋วพูดความจริง

จนกระทั่งอู๋ป๋อกวงมาหาเขา แล้วเอ่ยโทษตัวเองด้วยความรู้สึกผิดว่าปกป้องเจียงชิ่นไว้ไม่ได้ดีพอ จนเกือบทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตราย ฟู่เส้าตั๋วถึงเพิ่งจะได้รู้ว่า อดีตสหายร่วมรบของเขา ในตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่คุ้มกันข้างกายเจียงชิ่น

"พวกเรากลับบ้านกันก่อนนะคะ พอกลับไปถึงแล้วฉันจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง"

เจียงชิ่นเอ่ยกล่อมเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เธอรู้ดีว่าฟู่เส้าตั๋วแพ้ทางลูกไม้นี้ของเธอที่สุด

และก็เป็นไปตามคาด ในที่สุดฟู่เส้าตั๋วก็ยอมปล่อยเธอ

พอเจียงชิ่นผละออกจากอ้อมกอดของเขา แล้วชะเง้อมองหาจวงซือเหวิน ถึงเพิ่งจะพบว่าจวงซือเหวินปลีกตัวออกไปตั้งนานแล้ว เดาว่าคงเห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน ก็เลยเกรงใจชิงหนีกลับไปก่อนล่ะมั้ง

"ไปเถอะค่ะ พวกเรากลับห้องทดลองกันก่อน พอดีฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณด้วย"

ระหว่างทางกลับห้องทดลอง ฟู่เส้าตั๋วเอาแต่เงียบขรึม ไม่ว่าเจียงชิ่นจะพยายามแหย่เขายังไง เขาก็แทบจะไม่ปริปากพูดอะไรเลย

แต่มือของเขากลับกุมมือเจียงชิ่นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

พอถึงห้องทดลอง ก็พบว่าจวงซือเหวินกลับมาถึงก่อนแล้วจริง ๆ

พอเห็นฟู่เส้าตั๋วกับเจียงชิ่นเดินเข้ามา จวงซือเหวินก็รีบเดินเข้าไปหาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วเอ่ยขอโทษฟู่เส้าตั๋วด้วยความรู้สึกผิดจับใจ

"ขอโทษด้วยนะคะ วันนี้ฉันเป็นต้นเหตุทำให้เจียงชิ่นเกือบต้องตกอยู่ในอันตราย ขอโทษจริงๆ ค่ะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันขอโทษพวกคุณจริง ๆ ค่ะ"

พูดไป ขอบตาของจวงซือเหวินก็แดงเถือกเป็นตาประต่าย น้ำตาพาลจะร่วงหล่นลงมาให้ได้

ความจริงฟู่เส้าตั๋วก็ไม่ได้พาลโกรธเคืองอะไรเธอ ภรรยาของเขาเป็นคนเสนอตัวเข้าไปช่วยเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนที่ถูกช่วยสักเท่าไหร่ เขายังมีความมีเหตุผลในเรื่องนี้อยู่

เพียงแต่การต้องมารับมือกับผู้หญิงที่กำลังจะร้องไห้เนี่ย เขาไม่มีประสบการณ์เอาซะเลย ฟู่เส้าตั๋วก็เลยหันไปมองเจียงชิ่น ส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่าเรื่องนี้คงต้องให้เธอเป็นคนจัดการแล้วล่ะ

เจียงชิ่นถลึงตาใส่ฟู่เส้าตั๋วไปทีนึง ความหมายนั้นชัดเจนเลยว่า 'ใครใช้ให้คุณทำหน้ายักษ์ใส่จนคนอื่นเขาตกใจกลัวล่ะ' เธอเดินเข้าไปหา แล้วดึงแขนจวงซือเหวินให้หลบไปคุยกันอีกมุมหนึ่ง

"ฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ตั้งใจจะโกรธเธอนะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลย เขากำลังโกรธฉันอยู่ต่างหากล่ะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย ถือซะว่าเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว อย่ามัวแต่คิดมากอีกเลยนะ..."

เจียงชิ่นเอ่ยปลอบใจจวงซือเหวิน

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน จวงซือเหวินก็ต้องแบกรับเรื่องราวมามากมายก่ายกองแล้ว

เวลาแบบนี้ ไม่ควรปล่อยให้เธอต้องมานั่งปวดหัวหรือกระทบกระเทือนจิตใจอีก

"เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันให้เธอหยุดสองวันเลย วันจันทร์หน้าค่อยกลับมาที่ห้องทดลองใหม่นะ"

จวงซือเหวินไม่ยอม "ฉันไม่เป็นไรค่ะ ทำงานต่อไหวอยู่"

"ฉันบอกให้หยุดก็ต้องหยุดสิ เธอต้องฟังฉันนะ ตอนนี้กลับหอพักไปได้แล้ว"

เจียงชิ่นบังคับกึ่งไล่ให้จวงซือเหวินกลับไปพักผ่อนจนได้

รอจนจวงซือเหวินเดินออกไปแล้ว เธอถึงจะหันมาคุยธุระกับฟู่เส้าตั๋ว

"ฉันเขียนบทความวิจัยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่เสร็จแล้วนะ เอ้านี่ ฉบับนี้แหละ"

เจียงชิ่นหยิบปึกกระดาษร่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทดลอง

"คุณลองดูเป็นตัวอย่างนะ แล้วก็เขียนบทความวิจัยเกี่ยวกับเครื่องจักร CNC ออกมาสักฉบับนึง ก่อนปิดเทอมฤดูร้อน ฉันจะฝากให้ศาสตราจารย์ลู่ช่วยส่งไปตีพิมพ์ให้"

บทความวิจัยคราวก่อน ศาสตราจารย์ลู่ก็เป็นคนช่วยส่งไปตีพิมพ์ให้

ความจริงด้วยมาตรฐานของบทความวิจัยฉบับนี้ ต่อให้เจียงชิ่นส่งไปเองก็ต้องได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์แน่นอน เพียงแต่ตอนนี้เธอมีเรื่องให้ยุ่งเยอะแยะไปหมด ไม่อยากจะมามัวเสียเวลาจุกจิกกับเรื่องพวกนี้

อีกอย่าง ศาสตราจารย์ลู่เคยออกปากไว้แล้วว่า ถ้าเธออยากจะตีพิมพ์บทความวิจัยอีก ก็ไปหาเขาได้เลย

มีเส้นสายคอนเนกชันชั้นดีรออยู่ตรงหน้า แล้วทำไมถึงจะไม่ใช้ล่ะ

ฟู่เส้าตั๋วรับปึกกระดาษร่างมาเปิดดูผ่าน ๆ รอบหนึ่ง ก่อนจะวางมันลงข้าง ๆ

"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง พวกเรามาคุยเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้กันก่อนดีกว่า"

เจียงชิ่นพองแก้มป่อง จบเห่แล้ว สามีของเธอฉลาดเกินไป ไม่ยอมไหลไปตามน้ำที่เธอพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเลยสักนิด

"ที่รักคะ เรื่องนี้ให้มันผ่าน ๆ ไปไม่ได้เหรอคะ"

เจียงชิ่นกะจะยกเก้าอี้ไปนั่งข้าง ๆ ฟู่เส้าตั๋ว แต่พอเธอเพิ่งจะขยับตัว ฟู่เส้าตั๋วก็ลุกพรวดขึ้นมา แล้วเป็นฝ่ายยกเก้าอี้ของเธอมาวางให้เอง

"เจียงชิ่น คุณช่วยท่องจำให้ขึ้นใจตลอดเวลาได้ไหมว่าตัวเองกำลังท้องกำลังไส้อยู่น่ะ? เรื่องอันตรายแบบนี้ วันหลังห้ามทำอีกเด็ดขาดเลยนะ"

สีหน้าของฟู่เส้าตั๋วดูเคร่งเครียดและจริงจังมากเป็นพิเศษ

เจียงชิ่นตอบเสียงอ่อย "เก้าอี้ก็ไม่ได้หนักสักหน่อยนี่นา..."

"ทำไมจะไม่หนักล่ะ อีกอย่าง ต่อให้มันไม่หนัก คุณก็เอาความปลอดภัยของตัวเองกับลูกมาล้อเล่นไม่ได้นะ"

เจียงชิ่นเงยหน้าขึ้น มองฟู่เส้าตั๋วด้วยสายตาน้อยอกน้อยใจสุด ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำ ราวกับมีน้ำตารื้นอยู่หน่วยตา

เจอสายตาออดอ้อนแบบนี้เข้าไป ฟู่เส้าตั๋วก็ใจอ่อนยวบลงทันที

เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะดึงเจียงชิ่นเข้ามากอดแนบอก มือข้างหนึ่งลูบไล้เส้นผมสีดำขลับนุ่มสลวยของเธอเบา ๆ

"ผมพูดแรงไปเอง ผมไม่ดีเอง ที่รักอย่าร้องไห้นะครับ"

เขากระซิบชิดริมหูเจียงชิ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่านิด ๆ ทำเอาเจียงชิ่นรู้สึกเสียวซ่านที่ใบหู ลามไปจนถึงปลายนิ้วเลยทีเดียว

เจียงชิ่นวาดแขนโอบกอดเอวสอบของเขาไว้ เงยหน้าขึ้นตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

"วันนี้ฉันก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว คุณไม่เห็นปลอบใจฉันเลย เอาแต่ดุฉันอยู่นั่นแหละ"

เดิมทีเธอก็แค่ตั้งใจจะแกล้งฟู่เส้าตั๋วเล่น ๆ แต่ไหงยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจขึ้นมาจริง ๆ ซะงั้น

"ขอโทษครับ ผมไม่ดีเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง"

ฟู่เส้าตั๋วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พูดไปพลางก็พรมจูบไปทั่วใบหน้าของเธอ ราวกับจูบเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ

เจียงชิ่นเขย่งปลายเท้าขึ้น จูบตอบรับสัมผัสของเขา

ทีละนิดทีละน้อย รสจูบเพื่อปลอบประโลมก็เริ่มแปรเปลี่ยนทิศทาง ทั้งสองคนจูบแลกสัมผัสกันอย่างดูดดื่มเร่าร้อน อุณหภูมิภายในห้องทดลองพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

เมื่อรสจูบอันแสนยาวนานสิ้นสุดลง ฟู่เส้าตั๋วก็แนบหน้าผากของเขาเข้ากับหน้าผากของเจียงชิ่น พลางหอบหายใจรวยรินแล้วเอ่ยว่า "ช่วงนี้ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะคอยอยู่เคียงข้างคุณตลอดเวลาเลย"

เจียงชิ่นชะงักไปชั่ววินาที "ไม่จำเป็นหรอกค่ะ คุณก็ไปทำธุระของคุณเถอะ ข้างกายฉันมีคนคอยคุ้มครองอยู่ ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 311 ฟู่เส้าตั๋วโกรธแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว