เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 316 พี่สะใภ้สุดยอดไปเลย !

บทที่ 316 พี่สะใภ้สุดยอดไปเลย !

บทที่ 316 พี่สะใภ้สุดยอดไปเลย !


บทที่ 316 พี่สะใภ้สุดยอดไปเลย !

"ฮ่า ๆ "

หวังเหิงทนไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

เขาสามารถจินตนาการถึงสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอธิการบดีหนิงในตอนนั้นได้เลย ภาพมันช่างงดงามจนไม่กล้านึกต่อ

"เอาเถอะ รถคันนี้ถือว่าจัดสรรมาได้ทันเวลาพอดี อย่างน้อยต่อไปอธิการบดีหนิงก็ไม่ต้องปั่นจักรยานไปประชุมแล้ว ฮ่า ๆ " หวังเหิงยังคงหัวเราะร่วนอย่างไม่เกรงใจ

"จริงสิ เสี่ยวเจียง เธอทำความรู้จักกับคนขับรถไว้หน่อยสิ นี่คือลุงหม่า ต่อไปเขาจะรับหน้าที่เป็นคนขับรถให้เธอนะ มีธุระอะไรก็เรียกใช้เขาได้เลย"

หลังจากหวังเหิงแนะนำเสร็จ ลุงหม่าก็เอ่ยทักทายด้วยสำเนียงแปร่ง ๆ เล็กน้อย

"สวัสดีครับสหายเจียง ต่อไปทุกเช้าเจ็ดโมงครึ่งผมจะมารับคุณตรงเวลานะครับ เวลาปกติผมก็จะเตรียมตัวรออยู่ในมหาวิทยาลัย มีธุระอะไรคุณก็เรียกผมได้ตลอดเลยนะครับ"

ท่าทีของลุงหม่าดูจริงใจ เป็นคนซื่อสัตย์และดูเป็นมิตรมาก

เจียงชิ่นตอบอย่างเกรงใจ "โอเคค่ะ งั้นต่อไปต้องรบกวนคุณลุงด้วยนะคะ"

"ไม่รบกวนเลยครับ ไม่รบกวน นี่เป็นงานของผมอยู่แล้ว"

ลุงหม่ารีบตอบ แม้ปากจะคุยอยู่แต่มือที่จับพวงมาลัยกลับนิ่งและมั่นคงมาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนขับรถรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์สูง

เจียงชิ่นเข้าใจดีว่า เพื่อความปลอดภัยของเธอ เบื้องบนคงต้องพิจารณาและเตรียมการมาอย่างรัดกุมในทุก ๆ ด้านแล้ว ทั้งสมรรถนะของรถยนต์ ฝีมือคนขับ รวมถึงคนที่คอยแฝงตัวคุ้มครองเธออยู่ทุกหนทุกแห่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงหม่าก็ขับรถมาจอดรออยู่ที่ปากตรอกตอนเจ็ดโมงครึ่งตรงเป๊ะอย่างที่บอกไว้จริง ๆ

เมื่อคืนพอกลับถึงบ้าน เจียงชิ่นก็เล่าเรื่องที่เบื้องบนจัดรถประจำตำแหน่งมาให้ฟู่เส้าตั๋วฟังแล้ว ดังนั้นตอนที่ฟู่เส้าตั๋วเห็นรถเก๋งหงฉีจอดอยู่ปากตรอก เขาจึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรนัก

แต่สำหรับคนอื่น ๆ ในตรอกนั้นต่างออกไป

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีรถมารับส่งเจียงชิ่นบ้างเหมือนกัน แต่ก็แค่จอดรับแป๊บเดียวแล้วก็แล่นออกไป ไม่เหมือนวันนี้ที่ลุงหม่ามาจอดรออยู่หน้าปากตรอกเป็นเวลานาน

ช่วงเช้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนของการไปทำงาน คนที่เดินเข้าออกปากตรอกจึงเยอะที่สุดในรอบวัน ดังนั้น ทุกคนจึงพากันตกตะลึงเมื่อได้เห็นรถเก๋งหงฉีคันใหม่เอี่ยมอ่องคันนี้

คนที่อาศัยอยู่ในตรอกนี้ล้วนเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาทั้งสิ้น ลำพังแค่มีจักรยานสักคันก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรถเก๋งเลย ทุกคนต่างก็ไถ่ถามกันให้แซดว่ารถคันนี้มารอใคร มารอคนในตรอกของพวกเขาหรือเปล่า แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้คำตอบเลย

ตอนที่ฟู่ซานออกไปทำงาน เธอก็เห็นรถเก๋งสุดหรูคันนี้เหมือนกัน แต่ต่างจากคนอื่นตรงที่ เธอรู้ว่ารถคันนี้มารับใคร ก็มารับพี่สะใภ้ของเธอยังไงล่ะ นี่คือรถประจำตำแหน่งของพี่สะใภ้เชียวนะ !

แค่ฟังดูก็รู้สึกหรูหราหมาเห่า รู้สึกว่าเก่งกาจสุด ๆ ไปเลย !

ฟู่ซานเองก็ไม่รู้แน่ชัดหรอกว่าพี่สะใภ้ทำงานอะไรกันแน่ แต่เธอรู้ว่าผู้อำนวยการโรงงานทอผ้าของเธอก็มีรถประจำตำแหน่งคันหนึ่งเหมือนกัน แต่มันไม่ได้ดูภูมิฐานหรูหราเท่ารถของพี่สะใภ้เลยสักนิด

ดูจากตรงนี้แล้ว พี่สะใภ้ของเธอยังเจ๋งกว่าผู้อำนวยการโรงงานของพวกเธอซะอีก

การมีพี่สะใภ้ที่เก่งกาจขนาดนี้อยู่ในบ้าน ฟู่ซานรู้สึกว่าตัวเองพลอยยืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิไปด้วย เธอเผลอยืดหลังตรงเชิดหน้าขึ้น แล้วก้าวฉับ ๆ เดินออกจากตรอกไปอย่างมั่นใจโดยไม่รู้ตัว

เช้าวันเดียวกัน ตอนที่จวงซือเหวินมาถึงห้องทดลอง เธอก็สังเกตเห็นรถเก๋งจอดอยู่ใต้ตึกเหมือนกัน

"ใต้ตึกเรามีรถเก๋งมาจอดอยู่คันนึง เป็นยี่ห้อหงฉีด้วยนะ ดูหรูหราไฮโซสุด ๆ ไปเลย หรือว่าอธิการบดีจะเปลี่ยนรถใหม่ หรือไม่ก็คงเป็นของศาสตราจารย์อาวุโสท่านไหนแน่ ๆ ..."

เจียงชิ่นกระแอมไอเบาๆ แล้วพูดว่า "ของฉันเอง เบื้องบนจัดรถประจำตำแหน่งมาให้น่ะ"

คำพูดที่เหลือของจวงซือเหวินจุกค้างอยู่ที่คอหอย เธอมองเจียงชิ่นอย่างเหม่อลอย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที

ผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงได้ส่งเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"เจียงชิ่น เบื้องบนจัดรถมาให้เธอเหรอเนี่ย ? ว้าว ! "

เจียงชิ่นพยักหน้า "ก็ฉันไปใช้รถของอธิการบดีหนิงบ่อย ๆ มันก็ไม่ค่อยสะดวกนี่นา"

จวงซือเหวินยังคงจมอยู่ในความตื่นตะลึง เธอมองเจียงชิ่นด้วยสายตาคลั่งไคล้ราวกับจะบอกว่า 'สมแล้วที่เป็นไอดอลของฉัน'

ทำเอาเจียงชิ่นถูกมองจนรู้สึกเขินขึ้นมาเลย

"ไว้เดี๋ยวหาเวลาว่าง ๆ พาเธอไปนั่งสัมผัสบรรยากาศดูนะ"

"ว้าว ! "

เสียงกรี๊ดของจวงซือเหวินแทบจะทำเอาแก้วหูของเจียงชิ่นแตก

"ฉันสามารถ... นั่งได้จริง ๆ เหรอ ? " เธอตื่นเต้นจนพูดติดอ่าง

พอเห็นท่าทางของเธอ เจียงชิ่นก็อดขำไม่ได้

"ได้สิ คราวหน้าที่ฉันไปโรงงานเครื่องจักรกล เธอก็ไปกับฉันสิ แค่นี้ก็ได้นั่งแล้ว"

"อ๊าย ดีจังเลย ! "

จวงซือเหวินพุ่งตัวเข้ามากะจะกอดเธอ แต่ในจังหวะที่กำลังจะถึงตัว ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเจียงชิ่นกำลังท้องอยู่ ต้องระวังให้มาก ๆ เธอจึงรีบยั้งตัวเอาไว้ แล้วเปลี่ยนเป็นกุมมือเจียงชิ่นแทน

"ฮือ ๆ เจียงชิ่น เธอใจดีที่สุดเลย ! " จวงซือเหวินส่งสายตาลูกหมาน้อยออดอ้อนให้เจียงชิ่น

เจียงชิ่นทนความเลี่ยนไม่ไหว รีบชักมือกลับ "อย่ามาทำตัวหวานเลี่ยนแถวนี้นะ ตั้งใจทำงานให้ดีก็พอแล้ว"

"ได้เลย ฉันจะไปลุยงานเดี๋ยวนี้แหละ" จวงซือเหวินตอบกลับด้วยความฮึกเหิม

"อ้อ จริงสิ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เธอไปที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซานกับฉันได้ ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ? "

"ไม่มีปัญหาค่ะ"

พอพูดถึงเรื่องไปฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน ดวงตาของจวงซือเหวินก็เปล่งประกายวาววับขึ้นมาทันที ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินว่าจะได้นั่งรถเก๋งซะอีก

การได้ไปฝึกงานที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถือเป็นความใฝ่ฝันของนักศึกษาเอกฟิสิกส์นิวเคลียร์ทุกคนเลยก็ว่าได้ การที่จวงซือเหวินได้มีโอกาสไปในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่คนอื่นต่อให้ขอร้องแทบตายก็ยังไม่ได้ไป เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกิน

แน่นอนว่าเธอไม่มีวันลืมว่าความโชคดีนี้เจียงชิ่นเป็นคนมอบให้

"เจียงชิ่น ขอบใจเธอมากนะที่มอบโอกาสนี้ให้ฉัน" จวงซือเหวินกลับมาทำสายตาลูกหมาน้อยอีกครั้ง

เจียงชิ่นทนสายตาแบบนั้นไม่ไหวจริง ๆ จึงรีบไล่ให้เธอไปทำงานต่อ

ก่อนจะเดินทางไปที่ฐานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไท่ซาน เธอยังมีงานที่ต้องเตรียมการอีกเพียบ

ทางนู้นยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอให้เธอไปช่วยแก้ไขให้ด่วน เสิ่นหงจะคอยส่งจดหมายมารายงานเป็นระยะ ๆ เนื้อหาในจดหมายล้วนเต็มไปด้วยปัญหาที่พบเจอระหว่างการก่อสร้างทั้งสิ้น

ปัญหาพวกนี้ ต่อให้เจียงชิ่นแก้ไม่ได้ ซูเปอร์ซิมูเลเตอร์ในมิติก็สามารถแก้ได้สบายมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำทีเป็นลงมือแก้ปัญหาเองเพื่อบังหน้าอยู่ดี

เธอใช้ซูเปอร์ซิมูเลเตอร์หาทางออกที่ดีที่สุดออกมา จากนั้นก็อธิบายแนวคิดคร่าวๆ ให้จวงซือเหวินฟัง แล้วให้เธอไปลงรายละเอียดของแผนงานนั้นออกมาให้สมบูรณ์ หลังจากนั้นเจียงชิ่นก็ค่อยเอามาตรวจทาน แก้ไข และเคาะเป็นฉบับสุดท้าย

ปริมาณงานนี้ไม่ใช่เล่น ๆ เลย จวงซือเหวินต้องคอยแบ่งเวลาจากการทบทวนหนังสือเตรียมสอบปลายภาค มาจัดการเรื่องแผนงานนี้ด้วย แต่ด้วยความที่เธอมีความสามารถสูง จึงสามารถจัดสรรเวลาเรียนและเวลาทำงานได้อย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กระทบซึ่งกันและกันเลย

เจียงชิ่นจึงวางใจมอบหมายงานเหล่านี้ให้เธอจัดการได้อย่างเต็มที่

ฟู่เส้าตั๋วเองก็ขลุกตัวอยู่ในห้องทดลองทุกวันเช่นกัน แต่ด้วยความรู้ด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ สำหรับคนที่เรียนเอกวิศวกรรมเครื่องกลอย่างเขาแล้ว มันเกินขอบเขตที่จะช่วยได้จริง ๆ

ตอนนี้เขาจึงกำลังง่วนอยู่กับการทดลองของตัวเอง ซึ่งเป็นการทดลองเพื่อยกระดับและอัปเกรดเครื่องจักร CNC ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

นอกจากนี้ เขายังตะลุยอ่านตำราเรียนอย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว เนื้อหาของปีหนึ่งเขาอ่านจบไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้กำลังลุยเนื้อหาของปีสองอยู่

ในการสอบปลายภาคครั้งนี้ ฟู่เส้าตั๋วและเจียงชิ่นจะต้องสอบร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่สอง หากสอบผ่าน พวกเขาก็จะสามารถข้ามชั้นไปเรียนปีสามได้เลย

สำหรับเรื่องของกระทรวงเครื่องจักรกลที่เจ็ด หลังจากปรึกษากับเจียงชิ่นแล้ว ฟู่เส้าตั๋วก็ตัดสินใจตอบรับคำเชิญของต่งเหย่ ตกลงเข้าร่วมงานกับกระทรวงเครื่องจักรกลที่เจ็ดเป็นที่เรียบร้อย ต่งเหย่กำลังเดินเรื่องเอกสาร ส่วนทางนี้เขาก็ตั้งใจสอบ รอให้ถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนถึงจะเข้าไปเริ่มงานอย่างเป็นทางการ

ทว่า ก่อนวันสอบปลายภาคเพียงหนึ่งวัน แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัวขึ้นที่มหาวิทยาลัยเมืองหลวง

วันนี้ หวังเหิงโทรศัพท์มาหา บอกว่าเดี๋ยวเขาจะพาเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศและการค้ามาพบ เพื่อหารือกับเจียงชิ่นเรื่องแผนการส่งออกคอมพิวเตอร์ในขั้นต่อไป

ตอนนั้นเจียงชิ่นกำลังอ่านตำราเรียนอยู่ รับสายแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

คราวที่แล้วท่านผู้นำก็บอกไว้แล้วว่าเรื่องการส่งออกคอมพิวเตอร์ หวังเหิงจะเป็นผู้ประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการค้า ฝ่ายหนึ่งดูแลเรื่องเทคนิค อีกฝ่ายดูแลเรื่องการเจรจา

จบบทที่ บทที่ 316 พี่สะใภ้สุดยอดไปเลย !

คัดลอกลิงก์แล้ว