- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 305 เจียงชิ่นขอเรียนจบก่อนกำหนด
บทที่ 305 เจียงชิ่นขอเรียนจบก่อนกำหนด
บทที่ 305 เจียงชิ่นขอเรียนจบก่อนกำหนด
บทที่ 305 เจียงชิ่นขอเรียนจบก่อนกำหนด
อธิการบดีหนิงอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้เจียงชิ่นสามารถใช้รถประจำตำแหน่งของเขาได้โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาต แถมยังมีสิทธิ์เรียกใช้งานได้ก่อนตัวเขาเองเสียอีก
มีรถเก๋งให้นั่งสบาย ๆ แบบนี้ เจียงชิ่นย่อมดีใจเป็นธรรมดา
เมื่อมีรถเก๋งคอยรับส่ง ฟู่เส้าตั๋วก็เบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง ยอมทำตามที่เจียงชิ่นบอก คือพรุ่งนี้เขาจะไปเข้าเรียนตามปกติ
"ความจริงแล้วพรุ่งนี้ผมไม่ไปเรียนก็ไม่เป็นไรหรอกครับ พรุ่งนี้เช้ามีวิชาเขียนแบบเครื่องกล แต่ในเมื่อผมสามารถวาดแบบแปลนเครื่องจักร CNC ออกมาได้ฉลุยขนาดนี้ วิชานี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าเรียนแล้วล่ะ
แล้วก็ยังมีวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูงอีกวิชา เนื้อหาส่วนนี้ผมอ่านทบทวนล่วงหน้ามาหมดแล้ว เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ไม่มีตรงไหนยากเกินความเข้าใจเลยครับ"
ฟู่เส้าตั๋วลุกขึ้นไปหยิบหนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูงมาให้ดู
เจียงชิ่นรับหนังสือมาเปิดดูตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าทุกหน้ามีรอยขีดเขียนจดบันทึกเต็มไปหมด นี่ฟู่เส้าตั๋วแอบอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบเล่มตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ?
"คุณรอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันลองตั้งโจทย์ให้คุณทำสักข้อ"
เจียงชิ่นเปิดสุ่มไปที่หน้าท้าย ๆ ของหนังสือ แล้วแต่งโจทย์ที่ต้องใช้การประยุกต์สูตรค่อนข้างซับซ้อนขึ้นมาข้อหนึ่ง
ฟู่เส้าตั๋วครุ่นคิดอยู่เพียงครู่เดียว ก็ลงมือทดเลขแก้โจทย์ลงบนกระดาษทดจนเสร็จสรรพ
"เสร็จแล้วครับ"
เจียงชิ่นรับกระดาษทดมาดู ก็พบว่าวิธีคิดและการลำดับขั้นตอนของเขาถูกต้องแม่นยำทุกประการ
ตัวเธอเองเคยเรียนคณิตศาสตร์ชั้นสูงมาแล้วรอบหนึ่ง การมานั่งเรียนซ้ำอีกรอบก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากไปกว่าการทบทวนความจำ
ที่ผ่านมา เจียงชิ่นยอมทนเข้าเรียนตามตารางเป๊ะ ๆ ก็เพียงเพราะอยากจะใช้ชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยร่วมกับฟู่เส้าตั๋ว อยากจะใช้เวลาในรั้วมหาวิทยาลัยไปพร้อม ๆ กับเขา
แต่พอมาดูตอนนี้ ขีดความสามารถในการเรียนรู้ของฟู่เส้าตั๋วเหนือล้ำเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก
ลำพังแค่การอ่านหนังสือศึกษาด้วยตัวเอง เขาก็สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างถ่องแท้ การต้องไปนั่งแกร่วอยู่ในห้องเรียนจึงเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่าสำหรับเขา
"เส้าตั๋ว ฉันมีความคิดดี ๆ แล้วล่ะ"
เจียงชิ่นมองฟู่เส้าตั๋วด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับ พอโดนจ้องแบบนั้น ฟู่เส้าตั๋วก็รู้ได้ทันทีว่าภรรยาตัวแสบของเขาต้องปิ๊งไอเดียอะไรเด็ด ๆ ขึ้นมาอีกแน่ ๆ
"พรุ่งนี้ฉันจะไปหาอธิการบดีหนิง ไปคุยกับท่านเรื่องระบบหน่วยกิต ถ้าคุยสำเร็จ พวกเราก็สามารถเร่งสอบเก็บหน่วยกิตให้ครบทุกวิชา แล้วก็จะได้เรียนจบไวขึ้นไงคะ"
"จริงเหรอครับ ? "
ฟู่เส้าตั๋วประหลาดใจเล็กน้อย
ด้วยข้อจำกัดของยุคสมัย ในหัวของเขาจึงฝังใจเชื่อมาตลอดว่าการเรียนมหาวิทยาลัยต้องเรียนไปตามลำดับชั้นปีอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในยุคอนาคตจะมีระบบการเก็บหน่วยกิตแบบนี้ด้วย
"อื้ม ฉันมั่นใจว่าต้องโน้มน้าวอธิการบดีหนิงได้แน่ ๆ ค่ะ"
เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงชิ่นรีบตื่นแต่เช้าไปหาอธิการบดีหนิงที่มหาวิทยาลัย
พอได้พบท่าน เจียงชิ่นก็อธิบายแนวคิดเรื่องระบบหน่วยกิตให้อธิการบดีหนิงฟังอย่างละเอียด
ปิดท้ายด้วยการหว่านล้อมว่า "อธิการบดีสามารถใช้ฉันกับฟู่เส้าตั๋วเป็นหนูทดลอง เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของระบบหน่วยกิตนี้ได้เลยนะคะ ระบบหน่วยกิตมีความยืดหยุ่นสูงมาก อธิการบดีลองนำไปปรับใช้ดูรับรองว่าไม่เสียหายแน่นอนค่ะ ถ้าเกิดระบบนี้ใช้งานได้จริงขึ้นมา มหาวิทยาลัยเมืองหลวงของเราก็จะได้ชื่อว่าเป็นสถาบันนำร่องแห่งแรกของประเทศ ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยของเราด้วยไงคะ"
อธิการบดีหนิงชี้หน้าเจียงชิ่นพลางหัวเราะร่วน "ยัยเด็กคนนี้นี่นะ ช่างเจรจาซะจริง ๆ พูดซะจนฉันเริ่มคล้อยตามแล้วเนี่ย"
ท่านนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "ความจริงระบบหน่วยกิตก็มีใช้ในต่างประเทศมานานแล้วล่ะ เขามีตัวอย่างความสำเร็จให้เราศึกษาตั้งมากมาย ความเป็นไปได้ในการนำมาปรับใช้ก็สูงมาก ที่ประเทศของเรายังไม่มีระบบนี้ ก็เป็นเพราะช่วงสิบปีที่ผ่านมาแวดวงการศึกษาถูกปล่อยปละละเลยน่ะสิ เรื่องพวกนี้ก็เลยหยุดชะงักตามไปด้วย"
ท้ายที่สุด ท่านก็สรุปว่า "เอาล่ะ งั้นมหาวิทยาลัยของเราจะเริ่มทดลองใช้ระบบนี้กับพวกเธอสองคนเป็นคู่แรกก็แล้วกันนะ แต่ฉันต้องขอเรียกประชุมกับผู้นำท่านอื่น ๆ ก่อน เพื่อร่วมกันร่างกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องออกมารองรับ"
การจะนำระบบใหม่มาใช้ ย่อมต้องมีการกำหนดกฎระเบียบออกมารองรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ขอแค่อธิการบดีหนิงตอบตกลงก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
พอเดินออกจากห้องอธิการบดี เจียงชิ่นก็ค้นพบด้วยความเบิกบานใจว่า พอพ้นเทอมนี้ไปแล้ว เธอก็แทบจะไม่ต้องเข้าเรียนวิชาไหนอีกเลย
ถึงตอนนั้นก็จะได้มีเวลาทุ่มเทให้กับงานวิจัยของตัวเองอย่างเต็มที่ แค่คิดก็ฟินสุด ๆ แล้ว
ฟู่เส้าตั๋วยืนรออยู่ด้านนอก พอเห็นเจียงชิ่นเดินยิ้มกริ่มออกมา เขาก็เดาได้ทันทีว่าแผนการคงสำเร็จลุล่วงด้วยดี
และก็เป็นไปตามคาด เจียงชิ่นบอกเขาว่าอธิการบดีหนิงเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น เช้าวันนี้เจียงชิ่นจึงยอมใจอ่อนให้ฟู่เส้าตั๋วนั่งรถไปส่งเธอที่โรงงานเครื่องจักรกลด้วย
รถเก๋งแล่นฉิวเข้าไปในบริเวณโรงงานเครื่องจักรกลอย่างคุ้นเคย
คุณลุงคนขับรถเคยขับมาที่นี่หลายรอบแล้ว เรียกว่าหลับตาขับก็ยังได้ คุ้นเคยพอ ๆ กับทางไปมหาวิทยาลัยเมืองหลวงเลยล่ะ ลุงยามหน้าประตูโรงงานก็คุ้นหน้าคุ้นตารถคันนี้เป็นอย่างดี แรก ๆ ที่มายังต้องลงมาเซ็นชื่อแลกบัตร แต่เดี๋ยวนี้แค่เห็นป้ายทะเบียนกับหน้าเจียงชิ่น แกก็รีบเปิดประตูกั้นให้ผ่านฉลุยทันที
รถเก๋งแล่นไปจอดสนิทที่หน้าอาคารสำนักงานของโรงงาน เจียงชิ่นเดินขึ้นไปบนตึก เพื่อส่งมอบแบบแปลนเครื่องจักร CNC ให้กับผู้อำนวยการห่าว
พร้อมกับแนะนำฟู่เส้าตั๋วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้รู้จัก
"ผู้อำนวยการห่าวคะ ท่านนี้คือฟู่เส้าตั๋ว สามีของฉันเองค่ะ แบบแปลนเครื่องจักร CNC ทั้งหมดนี้ เป็นผลงานการออกแบบของเขาแต่เพียงผู้เดียวเลยนะคะ"
ผู้อำนวยการห่าวก้มมองแบบแปลนในมือ สลับกับเงยหน้ามองชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่
สองสามีภรรยาคู่นี้มันจะเก่งกาจเกินมนุษย์มนาไปแล้วนะ !
คนนึงสร้างคอมพิวเตอร์ได้ อีกคนก็ออกแบบเครื่องจักรกลสุดล้ำสมัยได้
ลำพังแค่คอมพิวเตอร์ ผู้อำนวยการห่าวก็รู้สึกว่ามันสุดยอดมากแล้ว แต่ดูเหมือนโรงงานของเขาจะไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากมันสักเท่าไหร่
แน่นอนว่าเอามาใช้ในงานธุรการของสำนักงานได้ โปรแกรมสำนักงานหลายตัวที่เจียงชิ่นเขียนขึ้นมามันใช้งานง่ายและช่วยทุ่นแรงไปได้เยอะมาก
แต่ด้วยราคาคอมพิวเตอร์ที่แพงหูฉี่ จะซื้อมาใช้แค่งานเอกสารก็ดูจะฟุ่มเฟือยเกินไปหน่อย ผู้อำนวยการห่าวยังไม่ใจป้ำถึงขั้นนั้น
แต่พอได้มาเห็นแบบแปลนเครื่องจักร CNC ดวงตาของผู้อำนวยการห่าวก็ลุกวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที
เครื่องจักรพวกนี้ โรงงานของเขาต้องมีไว้ในครอบครองให้ได้ !
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม !
ปึกแบบแปลนหนาเตอะในมือ ในสายตาของเขามันได้แปรสภาพจากเครื่องจักรกลเย็นเฉียบ กลายเป็นปึกธนบัตรใบละร้อยหยวนไปเรียบร้อยแล้ว
นี่มันบ่อเงินบ่อทองชัด ๆ !
หากมีเครื่องจักรพวกนี้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอะไหล่แบบไหนก็สามารถผลิตออกมาได้สบาย ๆ โรงงานของเขาก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะถูกเทคโนโลยีใหม่ ๆ กลืนกินและเตะโด่งออกจากวงการอีกต่อไป
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในสายงานนี้ ผู้อำนวยการห่าวกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า เทคโนโลยีพวกนี้ก้าวล้ำนำหน้าประเทศอื่น ๆ ไปอย่างน้อย ๆ ก็ยี่สิบปี หรืออาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ
หากได้ครอบครองเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด ออเดอร์งานก็คงจะหลั่งไหลเข้ามาดั่งพายุหิมะแน่ ๆ
ยกตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนสำหรับประกอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของเจียงชิ่น ในอนาคตก็คงจะมีแค่โรงงานของเขาเท่านั้นที่สามารถผลิตได้
"เครื่องจักร CNC พวกนี้ ออกแบบมาเพื่อผลิตชิ้นส่วนอะไหล่สองสามชิ้นที่โรงงานของคุณผลิตไม่ได้โดยเฉพาะเลยนะคะ"
เจียงชิ่นพูดด้วยรอยยิ้ม
ผู้อำนวยการห่าวแอบคิดในใจ ว่าแล้วเชียว เขาเดาไม่ผิดจริง ๆ
"แต่ว่านะคะ... เครื่องจักรพวกนี้จะถูกนำมาติดตั้งไว้ที่โรงงานของคุณแค่ชั่วคราวเท่านั้น กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของยังคงเป็นของรัฐบาลนะคะ" เจียงชิ่นอธิบายต่อ
ผู้อำนวยการห่าวเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ "แล้ว... ทางโรงงานจะขอซื้อเก็บไว้ใช้งานเองสักเครื่องสองเครื่องได้ไหมครับ ? "
เจียงชิ่นตอบ "เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเองไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้เบื้องบนเป็นคนพิจารณา"
หัวใจที่พองโตของผู้อำนวยการห่าวพลันแฟบลงทันที รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
"แต่ว่า ในเมื่อพวกเราก็ร่วมงานกันมาตั้งนาน แถมยังราบรื่นดีมาตลอด ฉันจะลองไปคุยกับเบื้องบนให้ดูนะคะ จะพยายามเจรจาขอซื้อเครื่องจักร CNC ให้พวกคุณในราคาต้นทุนให้ได้ค่ะ"
หัวใจที่เพิ่งจะเหี่ยวเฉาไปเมื่อครู่ พลันกลับมาพองโตเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง
"สหายเจียงชิ่น ขอบคุณมากเลยนะครับ ! ผมขอเป็นตัวแทนพนักงานโรงงานเครื่องจักรกลทุกคน กล่าวขอบคุณคุณจากใจจริงเลยครับ ! "
ตอนนี้ผู้อำนวยการห่าวดีใจจนเนื้อเต้น ทำอะไรไม่ถูกแล้ว
แกดีใจจนลืมไปสนิทเลยว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องจักร CNC พวกนี้ ทางโรงงานของแกเป็นคนออกทุนเองทั้งหมด เบื้องบนจะไปมีต้นทุนอะไรล่ะนั่น!
แต่ถึงแม้แกจะนึกขึ้นได้ แกก็ยังยินดีที่จะจ่ายเงินก้อนนี้อยู่ดี
นี่มันเครื่องจักรระดับเทพที่ต่อให้มีเงินเป็นก้อน ๆ ก็หาซื้อไม่ได้นะ การที่เจียงชิ่นยอมเปิดช่องให้ซื้อได้ก็ถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว
ใครจะกล้าปริปากบ่นว่าไม่ดีอีกล่ะ
ไม่นานนัก ผู้อำนวยการห่าวก็เรียกตัววิศวกรอาวุโสระดับหัวกะทิของโรงงานมาพบ ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีเจียงลี่รวมอยู่ด้วย
"พ่อคะ" เจียงชิ่นพอเห็นพ่อก็รีบโบกมือทักทายทันที