เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306 ช่วยซ่อมเครื่องจักร

บทที่ 306 ช่วยซ่อมเครื่องจักร

บทที่ 306 ช่วยซ่อมเครื่องจักร


บทที่ 306 ช่วยซ่อมเครื่องจักร

เจียงลี่เองก็เห็นเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วแล้วเหมือนกัน เขารีบเดินตรงเข้ามาหาทันที

"พวกเธอสองคนมาทำอะไรที่นี่วันนี้ล่ะ ? เอาแบบแปลนอุปกรณ์อะไรใหม่ ๆ มาให้อีกหรือเปล่าเนี่ย ? "

เจียงชิ่นเม้มปากอมยิ้ม "พ่อคะ พ่อเดาถูกเผงเลยค่ะ แต่ว่าอุปกรณ์รอบนี้ไม่ใช่ผลงานของหนูหรอกนะคะ ฟู่เส้าตั๋วเป็นคนออกแบบเองทั้งหมดเลย แบบแปลนทุกแผ่นเขาก็เป็นคนวาดเองกับมือ ต่อไปถ้ามีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคตรงไหน พ่อก็พุ่งไปถามเขาได้โดยตรงเลยนะคะ"

"เสี่ยวฟู่เป็นคนออกแบบงั้นเหรอ ? "

เจียงลี่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจสุดขีด

"ใช่แล้วค่ะ เดี๋ยวนี้เขาเก่งกาจไม่เบาเลยนะจะบอกให้"

เจียงชิ่นยืดอกพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจสุด ๆ ราวกับเป็นผลงานของตัวเองก็ไม่ปาน

เจียงลี่หันไปมองฟู่เส้าตั๋ว "เสี่ยวฟู่ ยอดเยี่ยมมากเลยนะ พยายามพัฒนาฝีมือต่อไปล่ะ"

เมื่อได้รับคำชมจากพ่อตา ฟู่เส้าตั๋วก็ยิ้มรับ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญา "ผมจะตั้งใจทำครับ พ่อตาวางใจได้เลย"

เจียงลี่คุยกับพวกเขาสองคนต่ออีกสองสามประโยค ก็ต้องขอตัวไปประชุมต่อ

ผู้อำนวยการห่าวเรียกตัวพวกเขาไปประชุมด่วน เพื่อหารือเรื่องแผนการผลิตในขั้นตอนต่อไป และตั้งใจจะแจ้งข่าวดีเรื่องที่โรงงานกำลังจะได้เครื่องจักร CNC ครบชุดมาไว้ในครอบครองให้ทุกคนได้ทราบ

เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วแล้ว

หน้าที่ของพวกเขาคือการนำแบบแปลนมาส่ง เมื่อส่งมอบเสร็จสรรพ ก็ถือว่าภารกิจเสร็จสมบูรณ์

"ไปเถอะ เราไปหาพี่สามของฉันกัน"

ตอนที่เจียงชิ่นมาที่นี่คราวก่อน เธอก็เคยแวะไปหาเจียงเต๋อเลี่ยงมาแล้ว จึงคุ้นเคยทางไปแผนกที่เขาทำงานอยู่เป็นอย่างดี เธอเดินนำฟู่เส้าตั๋วมุ่งหน้าไปยังแผนกของเจียงเต๋อเลี่ยงอย่างคล่องแคล่ว

ตอนนี้เป็นเวลาทำงานพอดี บนถนนภายในโรงงานจึงเงียบเหงาไร้ผู้คน เพราะทุกคนต่างก็ง่วนอยู่กับการทำงานในแผนกของตัวเอง

เจียงเต๋อเลี่ยงในฐานะหัวหน้าแผนก ก็กำลังง่วนอยู่กับการคุมงานในแผนกเช่นกัน

ภายใต้การดูแลของเขามีคนงานกว่าร้อยชีวิต ตอนที่ทางโรงงานเสนอตำแหน่งนี้ให้เขาใหม่ ๆ เจียงเต๋อเลี่ยงไม่กล้าตกลงรับตำแหน่งเลย เพราะกลัวว่าจะบริหารจัดการคนจำนวนมากขนาดนี้ไม่ได้

อดีตเขาเป็นแค่พนักงานดูแลโกดังสินค้า จู่ ๆ ต้องมากุมบังเหียนแผนกใหญ่โตขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกกังวลกลัวทำได้ไม่ดี

แต่ผู้อำนวยการห่าวก็ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมจนเขาคลายความกังวลลงได้ แถมยังบอกความจริงอีกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้รับมานี้ ล้วนเป็นผลพวงมาจากการผลักดันของน้องสาวเขาทั้งสิ้น

เจียงชิ่นไม่เคยเรียกร้องสิทธิประโยชน์อะไรให้ตัวเองเลย คนแรกที่เธอนึกถึงคือเขาเสมอ

เรื่องนี้ทำเอาเจียงเต๋อเลี่ยงซาบซึ้งใจจนน้ำตาแทบไหล และปฏิญาณกับตัวเองว่าจะต้องตั้งใจทำงาน สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อไม่ให้น้องสาวต้องมาเสียหน้าเพราะเขาเด็ดขาด

ตอนที่เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วเดินเข้ามาในแผนกที่สอง เจียงเต๋อเลี่ยงกำลังยืนคุมคนงานทำงานอยู่

มีเครื่องจักรเครื่องหนึ่งเกิดขัดข้อง เจียงเต๋อเลี่ยงกำลังนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้น พยายามหาจุดที่ทำให้เครื่องเกิดปัญหา

เดิมทีภายในแผนกก็มีช่างประจำที่คอยดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องจักรอยู่แล้ว แต่พอเจียงเต๋อเลี่ยงมารับตำแหน่ง ช่างคนนั้นกลับไม่ยอมรับนับถือเขา พอเครื่องจักรมีปัญหาก็อ้างว่าป่วย ต้องขอลาพัก ปล่อยให้เจียงเต๋อเลี่ยงหาทางแก้ปัญหาเอาเองตามยถากรรม

ตอนนั้นเจียงเต๋อเลี่ยงเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกหมาด ๆ ไม่อยากจะสร้างเรื่องบาดหมางให้มองหน้ากันไม่ติด เขาจึงยอมงมหาจุดขัดข้องด้วยตัวเองอยู่นานสองนาน กว่าจะค้นพบสาเหตุของปัญหาในครั้งนั้นได้

ใครจะไปคิดว่าคราวนี้ช่างคนเดิมจะเล่นลูกไม้เดิมอีก เครื่องจักรเกิดขัดข้องระหว่างการผลิต หมอนั่นก็แกล้งป่วยอีก บีบให้เจียงเต๋อเลี่ยงต้องลงมาคลำหาสาเหตุของปัญหาด้วยตัวเองอีกครั้ง

แต่โชคร้ายที่ครั้งนี้ไม่ได้โชคดีเหมือนครั้งก่อน เจียงเต๋อเลี่ยงควานหาสาเหตุอยู่นานสองนาน ก็ยังจับจุดไม่ได้สักทีว่าเครื่องขัดข้องตรงไหน และในจังหวะนั้นเอง เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วก็เดินเข้ามาพอดี

"พี่สามคะ"

เจียงชิ่นร้องเรียกแผ่นหลังที่คุ้นเคย

พอได้ยินเสียง เจียงเต๋อเลี่ยงก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้ากร้านแดดสีน้ำผึ้งของเขามีคราบน้ำมันเครื่องเลอะเทอะอยู่หลายจุด

"พี่สามกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย ? ซ่อมเครื่องจักรอยู่เหรอคะ ? "

เจียงชิ่นนึกว่าเจียงเต๋อเลี่ยงซ่อมเครื่องจักรไม่เป็น ก็เลยแค่เอ่ยปากถามไปงั้น ๆ

ใครจะไปคิดว่าเจียงเต๋อเลี่ยงจะพยักหน้ารับ "อื้ม พี่กำลังซ่อมอยู่น่ะ ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร พี่เช็กดูจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นมีตรงไหนผิดปกติเลยนี่นา"

เจียงเต๋อเลี่ยงพูดด้วยความสงสัย พลางลุกขึ้นยืน แล้วอธิบายอาการขัดข้องของเครื่องให้ฟังคร่าว ๆ

จากนั้นเขาก็ยืนจ้องเครื่องจักรอยู่นานสองนาน กว่าจะดึงสติกลับมาได้ว่า น้องสาวกับน้องเขยมาหาแท้ ๆ แต่เขากลับมัวแต่สนใจเครื่องจักร จนปล่อยให้ทั้งสองคนยืนเก้ออยู่ตั้งนาน

"ขอโทษทีนะ พวกเธอสองคน..."

เจียงเต๋อเลี่ยงเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ยืนอยู่ตรงข้ามเขาแล้ว

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ฟู่เส้าตั๋วลงไปนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ เขา แล้วชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจโครงสร้างด้านล่างของเครื่องจักร เหมือนกับที่เขาทำเมื่อครู่นี้เป๊ะ

"ตรงนี้น่าจะมีปัญหาอยู่นิดหน่อยนะครับ"

ฟู่เส้าตั๋วยกมือขึ้นชี้ไปที่ตำแหน่งหนึ่ง

เจียงเต๋อเลี่ยงมองตามทิศทางที่เขาชี้ ฟู่เส้าตั๋วก็อธิบายจุดที่น่าจะเป็นปัญหาให้ฟังอย่างคร่าว ๆ

"จะใช่สาเหตุที่มาจากตรงนี้หรือเปล่า คงต้องขอเช็กให้ละเอียดอีกที รบกวนหยิบไขควงแฉกเบอร์ 3 ให้ผมหน่อยสิครับ"

เจียงเต๋อเลี่ยงรีบควานหาไขควงแฉกเบอร์ 3 จากกล่องเครื่องมือ แล้วส่งให้ฟู่เส้าตั๋วทันที

ฟู่เส้าตั๋วรับไขควงมาอย่างใจเย็น แล้วเริ่มลงมือขันสกรูยึดชิ้นส่วนอะไหล่ตัวหนึ่งออก

ระหว่างที่เขากำลังสาละวนอยู่นั้น คนงานหลายคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างก็หยุดมือจากงานที่ทำ แล้วชะเง้อคอชำเลืองมองมาทางเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ทุกคนในแผนกต่างก็รู้ดีว่า 'เหลาลู' ช่างซ่อมเครื่องจักรเพียงคนเดียวของแผนก ช่วงนี้เอาแต่หาเรื่องกลั่นแกล้งเจียงเต๋อเลี่ยง หวังจะบีบให้เขายอมทำตัวเป็นหัวหน้าแผนกหุ่นเชิด คอยโยนงานทุกอย่างในแผนกมาให้ตัวเองจัดการ เหมือนกับที่เคยทำกับหัวหน้าแผนกคนก่อน

เพื่อที่ตัวเองจะได้ฉวยโอกาสกอบโกยผลประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านั้น

ทว่าเจียงเต๋อเลี่ยงกลับไม่ยอมหลงกลลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้ นอกจากจะเรียนรู้วิธีการใช้งานเครื่องจักรด้วยตัวเองแล้ว เขายังสามารถแก้ไขปัญหาเครื่องขัดข้องในครั้งก่อนได้สำเร็จอีกด้วย

แม้ทุกคนจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ลึก ๆ ในใจต่างก็แอบส่งเสียงเชียร์เจียงเต๋อเลี่ยงกันทั้งนั้น

ใครจะไปคิดว่าผ่านไปได้ไม่ทันไร เครื่องจักรอีกตัวก็เกิดขัดข้องขึ้นมาอีก

แถมปัญหาในครั้งนี้ยังดูจะรุนแรงและหาสาเหตุได้ยากกว่าเดิมเสียอีก

เจียงเต๋อเลี่ยงคลำหาสาเหตุมาหลายวันแล้ว ก็ยังคว้าน้ำเหลว

มาคราวนี้ บรรดาไทยมุงทั้งหลายต่างก็ถอดใจกันเป็นแถว

เดาว่าสุดท้ายแล้ว เจียงเต๋อเลี่ยงก็คงต้องบากหน้าไปพึ่งเหลาลู ยอมจ่ายส่วยให้หมอนั่นนิดหน่อย เพื่อให้มาช่วยแก้ปัญหาให้จบๆ ไป

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก

"นึกว่าได้หัวหน้าแผนกที่พึ่งพาได้ซะอีก สุดท้ายก็กระจอกเหมือนเดิม โดนตาเฒ่าลูปั่นหัวเล่นซะงั้น"

"นั่นน่ะสิ ตาเฒ่าลูจงใจรังแกคนมาใหม่ชัด ๆ "

"ช่างเถอะน่า ตาเฒ่าลูเป็นคนยังไงใคร ๆ ก็รู้ ขนาดหัวหน้าคนก่อนแกยังกล้าด่ากราดต่อหน้าเลย มีอะไรที่แกไม่กล้าทำอีกล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้กันได้แล้ว"

พวกขาเมาท์ที่เคยซุบซิบกันอย่างเมามันในตอนนั้น วันนี้ก็เริ่มจับกลุ่มซุบซิบกันอีกครั้ง

"โห สุดยอดเลย หาจุดที่เสียเจอเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

"หัวหน้าคงดีใจจนเนื้อเต้นแล้วมั้ง ดูสิ ยิ้มจนปากจะฉีกถึงรูหูแล้ว"

"ว้าว พ่อหนุ่มคนนั้นเป็นอะไรกับหัวหน้าเหรอ ? หล่อลากไส้ แถมยังดูภูมิฐานสุด ๆ ไปเลยอ่ะ"

สิ้นเสียงของคนงานหญิงคนนั้น บรรยากาศรอบข้างก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ

หนึ่งวินาทีต่อมา ก็มีเสียงเย็นเยียบสวนกลับมาว่า "ต่อให้หล่อให้ดูดีแค่ไหน มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอหรอกนะ ไม่เห็นเหรอว่าเขาสนิทสนมกับวิศวกรเจียงขนาดไหน เขาน่าจะเป็นสามีของวิศวกรเจียงนั่นแหละ"

พอได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พร้อมใจกันตีตัวออกห่างจากคนงานหญิงจอมมโนคนนั้นทันที ต่างคนต่างขยับถอยห่างออกไปเป็นคืบ

คนงานหญิงคนนั้นหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อเงียบ ๆ ไม่กล้าปริปากพูดอะไรที่มัน 'เพ้อเจ้อ' ออกมาอีกเลย

เครื่องจักรในแผนกล้วนแต่เป็นเครื่องจักรรุ่นเก่าเต่าล้านปี โครงสร้างการทำงานของมันเมื่อนำไปเทียบกับเครื่องจักร CNC แล้ว ถือว่าเรียบง่ายกว่ากันอย่างเทียบไม่ติด

ฟู่เส้าตั๋วใช้เวลาเพียงไม่นานก็คลำหาสาเหตุของปัญหาจนเจอ และลงมือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดร่วมกับเจียงเต๋อเลี่ยงจนเสร็จเรียบร้อย

"ลองเปิดเครื่องดูสิครับ ดูว่ามันกลับมาทำงานได้ปกติหรือยัง" ฟู่เส้าตั๋วบอก

ไม่ต้องรอให้เจียงเต๋อเลี่ยงเดินไปกดสวิตช์ คนงานหญิงที่รับผิดชอบดูแลเครื่องจักรตัวนี้ก็จัดการเปิดเครื่องให้อย่างรวดเร็ว

เครื่องจักรทำงานไปได้สักพัก ก็ไม่มีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นอีก ในที่สุดก้อนหินที่ทับอยู่บนอกของเจียงเต๋อเลี่ยงก็ถูกยกออกไปเสียที

เมื่อปัญหาได้รับการแก้ไข สีหน้าท่าทางของเขาก็ดูสดใสขึ้นมาทันตาเห็น

"พวกเธอสองคนมาทำอะไรที่โรงงานล่ะเนี่ย ? เอาแบบแปลนมาส่งเหรอ ? "

คำถามเดียวกับเจียงลี่เป๊ะ ทำเอาเจียงชิ่นหลุดขำพรืดออกมา

"หัวเราะอะไรของเธอน่ะ ? "

จู่ ๆ น้องสาวก็หัวเราะขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเจียงเต๋อเลี่ยงรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาตงิด ๆ

จบบทที่ บทที่ 306 ช่วยซ่อมเครื่องจักร

คัดลอกลิงก์แล้ว