เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 302 ปฏิเสธการไปเรียนต่อต่างประเทศ

บทที่ 302 ปฏิเสธการไปเรียนต่อต่างประเทศ

บทที่ 302 ปฏิเสธการไปเรียนต่อต่างประเทศ


บทที่ 302 ปฏิเสธการไปเรียนต่อต่างประเทศ

"ทำไมล่ะครับ ? ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ทุนการศึกษาก้อนโต มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก พวกคุณจะได้เรียนรู้ความรู้ที่ไม่มีทางหาเรียนได้ในประเทศจีนนะครับ" คุณจ๊าคส์พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนและตื่นเต้น

เจียงชิ่นมองเขาอย่างสงบนิ่ง บนริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

"ความรู้ที่อยากเรียน ในประเทศจีนก็สามารถเรียนได้ค่ะ ไม่เห็นจำเป็นต้องถ่อไปถึงอเมริกาเลย ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ แต่พวกเราไม่ต้องการจริง ๆ ค่ะ"

แม้ถ้อยคำของเธอจะไม่ได้ดุดันรุนแรง แต่ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นเด็ดขาดในน้ำเสียงนั้น

"ความต้องการของภรรยาผม ก็คือความต้องการของผมครับ" ฟู่เส้าตั๋วขยับเข้าไปใกล้เจียงชิ่น พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นเดียวกัน

คุณจ๊าคส์อุตส่าห์มาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะโน้มน้าวทั้งสองคนได้แน่ ๆ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าถูกปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่ไร้เยื่อใย สีหน้าของเขาจึงดูแย่ลงมาทันตาเห็น

"เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณยังดึงดันในความคิดของตัวเอง ถ้างั้นก็ช่างมันเถอะ เพียงแต่ผมต้องขอบอกพวกคุณไว้ก่อนนะว่า โอกาสมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้าสูญเสียมันไปแล้ว มันจะไม่มีวันหวนกลับมาอีก"

พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันที โดยไม่แม้แต่จะรอเวินเซ่าเฉินที่มาด้วยกันเลยสักนิด

เวินเซ่าเฉินปรายตามองไปทางเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามคุณจ๊าคส์ออกไป

ถึงแม้จะเดาผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอได้ยินทั้งสองคนเอ่ยปากปฏิเสธด้วยหูตัวเอง อธิการบดีหนิงก็ยังรู้สึกโล่งใจและเบิกบานใจสุด ๆ

คิดจะมาฉกตัวคนเก่งไปจากมือเขางั้นเหรอ ฝันไปเถอะ !

ผู้นำจากกระทรวงศึกษาธิการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อธิการบดีหนิง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเจอเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของทั้งสองคนมาบ้าง ท้ายที่สุดแล้วคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของทั้งสองคนก็ยอดเยี่ยมซะขนาดนั้น ต่อให้ไม่เคยได้สัมผัสพูดคุยกันโดยตรง ก็ต้องเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างล่ะน่า

"โอกาสดีขนาดนี้ พวกเธอจะไม่ลองกลับไปคิดดูอีกสักหน่อยจริง ๆ เหรอ ? "

เพราะมีอธิการบดีหนิงอยู่ด้วย ผู้นำท่านนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรตรงไปตรงมานัก แต่น้ำเสียงที่แฝงความเสียดายนั้น ใครฟังก็ดูออก

"ไม่ล่ะค่ะ พวกเราตัดสินใจกันเรียบร้อยแล้ว อยู่จีนก็เรียนได้ดีเหมือนกัน จะไปทำไมล่ะคะอเมริกา ไม่แน่นะคะ อีกไม่นาน อเมริกาอาจจะเป็นฝ่ายตั้งตารอคอยที่จะได้มาเรียนรู้ที่ประเทศจีนของเราแทนก็ได้"

เจียงชิ่นกล่าวด้วยความมั่นใจ พร้อมกับขยิบตาให้อธิการบดีหนิง

อธิการบดีหนิงย่อมเข้าใจความหมายของเธอดี จึงหัวเราะหึ ๆ ออกมาทันที

ในบรรดาสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น มีเพียงผู้นำท่านนั้นคนเดียวที่ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ได้แต่งงเป็นไก่ตาแตก

เจียงชิ่นก็ไม่มีเจตนาจะอธิบายให้เขาฟังอยู่แล้ว มันมีกฎการรักษาความลับอยู่ เธออธิบายไม่ได้หรอก

อีกอย่าง หลังจากเรื่องของเจียงเต๋อเหว่ย เธอก็มีความรู้สึกอคติแง่ลบกับคนของกระทรวงศึกษาธิการไปแล้ว ถึงจะรู้ว่าไม่ควรเหมารวม แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชายของตัวเอง เจียงชิ่นก็ไม่สามารถใช้เหตุผลได้อย่างเต็มร้อยหรอก

อธิการบดีหนิงเองก็ย่อมไม่อธิบายเช่นกัน เขารีบบอกลาอีกฝ่าย แล้วพาเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วเดินจากมา พวกเขาขึ้นไปนั่งบนรถเก๋งคันเดิมที่นั่งมา

พอขึ้นรถปุ๊บ เจียงชิ่นก็ถามฟู่เส้าตั๋วทันที "คุณไปเก่งภาษาอังกฤษขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย ? "

"คุณหมายถึงทักษะการพูดของผมเหรอ ? " ฟู่เส้าตั๋วหัวเราะเบาๆ "ตอนอยู่ที่ฐานการผลิตเหล็กกล้าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือน่ะ ตอนกลางคืนไม่ค่อยมีอะไรทำ ศาสตราจารย์กัวก็เลยพาผมฝึกพูดภาษาอังกฤษ แกบอกว่าเรียนรู้ไว้เยอะ ๆ อนาคตจะได้ใช้ประโยชน์ ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้"

จังหวะนั้นเอง อธิการบดีหนิงก็ก้าวขึ้นมานั่งบนรถพอดี และได้ยินคำพูดของฟู่เส้าตั๋วเข้า

เขารีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที "เหล่ากัวพูดถูกแล้วล่ะ เศรษฐกิจของประเทศจีนเรากำลังจะพัฒนา การติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การพูดภาษาอังกฤษได้ดีจึงมีประโยชน์มาก ๆ ทักษะการพูดของเหล่ากัวน่ะยอดเยี่ยมไปเลยล่ะ ช่วงก่อนปลดแอกเขาเคยเรียนในโรงเรียนของพวกฝรั่งมาก่อน เรื่องบทสนทนาภาษาอังกฤษน่ะไม่มีปัญหาเลย"

พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ชะโงกหน้าไปด้านหลัง หันไปมองเจียงชิ่น

"เสี่ยวเจียง ทักษะการพูดของเธอก็ทำเอาฉันแปลกใจเหมือนกันนะ สำเนียงอังกฤษแท้ ๆ เลยล่ะ"

"สำเนียงอังกฤษเหรอคะ ? ฉันเองก็ไม่ได้สังเกตเลยแฮะ" เจียงชิ่นตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้

ความจริงแล้วในยุคที่เธอเคยเรียนอยู่ ตำราเรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่จะเน้นการออกเสียงแบบอังกฤษเป็นหลัก เธอจึงสามารถพูดภาษาอังกฤษสำเนียงบริติชได้อย่างคล่องแคล่ว แต่เพราะไม่อยากให้อธิการบดีหนิงซักไซ้เรื่องนี้ต่อ เจียงชิ่นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว

"อธิการบดีหนิงคะ ระดับเทคโนโลยีของประเทศจีนเราจะต้องรีบยกระดับให้สูงขึ้นโดยเร็วนะคะ ถึงเวลานั้นเราจะทำให้ประเทศอื่น ๆ ยึดถือเราเป็นมาตรฐาน เด็ก ๆ ชาวจีนก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาและแรงกายแรงใจไปกับการเรียนภาษาอังกฤษให้เหนื่อยยากอีกต่อไป ถึงวันนั้น เราจะทำให้พวกชาวต่างชาติหันมาขวนขวายเรียนรู้ภาษาจีนของเราด้วยความสมัครใจเองค่ะ"

นี่ไม่ใช่แค่ความคึกคะนองชั่ววูบของเจียงชิ่น แต่เป็นสิ่งที่เธอคิดไตร่ตรองมาเนิ่นนานแล้ว

อธิการบดีหนิงฟังจบ ก็ตบฉาดเข้าที่หน้าขาของตัวเองอย่างแรง แรงซะจนคนขับรถที่นั่งอยู่ด้านหน้าเกือบจะสะดุ้งตกใจ

"ไม่มีอะไร ๆ ขับรถต่อไปเถอะ" อธิการบดีหนิงหันไปบอกคนขับรถ ก่อนจะหันกลับมามองเจียงชิ่นอีกครั้ง "เสี่ยวเจียง ความคิดของเธอมันยอดเยี่ยมมากเลยนะ ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน อีกไม่นานหรอก มันจะต้องกลายเป็นจริงได้อย่างแน่นอน"

เจียงชิ่นยิ้มรับ "ค่ะ มันจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้แน่นอน"

ระหว่างที่เธอพูด ฟู่เส้าตั๋วก็เอาแต่จ้องมองเธอเงียบ ๆ สายตาของเขาช่างอ่อนโยนและลึกล้ำ จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธออย่างไม่วางตา

แต่งงานกันมาตั้งหลายปีแล้ว แต่เขากลับมองเธอเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ

โดยเฉพาะเวลาที่เธอพูดจาฉะฉานมั่นใจ ทั้งร่างของเธอดูสว่างไสวเจิดจ้า จนแทบจะทำให้คนมองตาพร่าไปหมด

เจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วไม่ได้กลับไปที่มหาวิทยาลัย แต่ให้คนขับรถไปส่งพวกเขาที่บ้านเลย

ตอนที่ทั้งสองคนลงจากรถและกล่าวลาอธิการบดีหนิง อธิการบดีหนิงยังไม่วายกำชับเจียงชิ่นว่าเหนื่อยมาทั้งเช้าแล้ว กลับไปก็พักผ่อนให้เยอะ ๆ ดูแลสุขภาพให้ดี ๆ ด้วย

เจียงชิ่นรับคำทุกข้อ ก่อนจะยืนมองรถเก๋งคันนั้นแล่นออกไปจากตรอก

รอจนรถแล่นลับสายตาไป เจียงชิ่นก็หมุนตัวเอนซบลงในอ้อมกอดของฟู่เส้าตั๋วทันที

"เป็นอะไรไป ? " ฟู่เส้าตั๋วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

เจียงชิ่นซุกหน้าลงกับแผงอกของเขา พลางส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร

"ฉันก็แค่รู้สึกว่า... พวกเราสองคนใจตรงกันมากเกินไปแล้ว ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะปฏิเสธคุณจ๊าคส์ยังไงดี แต่คุณก็ก้าวออกไปพูดแทนซะแล้ว แถมความคิดยังตรงกับฉันเป๊ะเลยด้วย"

ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง ฟู่เส้าตั๋วถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะเดียวกันความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจ

"พวกเราเป็นสามีภรรยากันนี่นา การที่สามีภรรยาจะรู้ใจกัน มันก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดอยู่แล้ว"

เจียงชิ่นแหงนหน้าขึ้นมองฟู่เส้าตั๋ว แววตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับราวกับมีหยาดน้ำกลิ้งกลอกอยู่ภายใน ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็เขย่งปลายเท้าขึ้น จุมพิตลงบนริมฝีปากของฟู่เส้าตั๋ว

ตาบื้อเอ๊ย จะรู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่าไอ้สิ่งที่เขาเรียกว่า 'เรื่องพื้นฐานที่สุด' น่ะ ความจริงแล้วมันคือความผูกพันรู้ใจที่หาได้ยากยิ่งที่สุดในหมู่คู่สามีภรรยาต่างหากล่ะ

พวกเขาสองคนยืนอยู่ในตรอก ซึ่งอาจจะมีคนเดินผ่านมาเมื่อไหร่ก็ได้ เจียงชิ่นจึงแค่จุ๊บเร็ว ๆ ไปหนึ่งที ไม่กล้าอ้อยอิ่งอยู่นาน

"ไปเถอะ กลับบ้านกินข้าวกัน ฉันหิวแล้วล่ะ"

ฟู่เส้าตั๋วถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้

จุดไฟเสร็จก็ชิ่งหนี แถมยังมีกะจิตกะใจไปคิดเรื่องกินข้าวอีก

แต่ก็นะ ใครใช้ให้เธอเป็นคนท้องล่ะ ช่วงนี้คนท้องใหญ่ที่สุดแล้วนี่นา

พอกลับถึงบ้าน ฟู่เส้าตั๋วก็ล้างมือถกแขนเสื้อเดินเข้าครัวไปทำกับข้าวทันที ในบ้านไม่มีใครอยู่ คาดว่าแม่ฟู่คงพาหยางหยางกับหน่วนหน่วนออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกแล้ว

เจียงชิ่นถอดเสื้อคลุมออก ล้มตัวลงนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนเตียง

ร่างกายของเธอแข็งแรงกว่าคนปกติมาก ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ความจริงก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรมากมายนัก

แต่ในเมื่อมีโอกาสได้พักผ่อน ใครจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ

ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงในหอประชุม เธอต้องใช้สมาธิจดจ่อสูงมาก พอกลับมาถึงบ้านร่างกายก็ผ่อนคลายลงทันที

เจียงชิ่นหลับตาลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผ่านไปไม่กี่นาที เธอก็ผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เหนื่อย แต่ในความเป็นจริง ร่างกายก็แสดงปฏิกิริยาตอบสนองออกมาอย่างซื่อตรง หลังจากตั้งครรภ์ สภาพร่างกายของเธอก็อ่อนแอลงไปไม่น้อย

การนอนหลับครั้งนี้เจียงชิ่นหลับสนิทมาก หลับลึกจนไม่ได้ฝันอะไรเลย

หลังจากที่เธอหลับลึกไปได้สองชั่วโมง ฟู่เส้าตั๋วก็ทำกับข้าวเสร็จ และเดินมาปลุกเธอให้ตื่น

"ลุกขึ้นมากินข้าวก่อน กินเสร็จแล้วค่อยนอนต่อนะ"

ฟู่เส้าตั๋วพูดพลางยกมือขึ้นบีบจมูกเจียงชิ่นเบา ๆ

เจียงชิ่นหายใจไม่ออก จึงรีบอ้าปากหอบหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นถึงค่อยมีแรงเอ่ยปากถาม

จบบทที่ บทที่ 302 ปฏิเสธการไปเรียนต่อต่างประเทศ

คัดลอกลิงก์แล้ว