เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 ไปเรียนต่อที่อเมริกา

บทที่ 301 ไปเรียนต่อที่อเมริกา

บทที่ 301 ไปเรียนต่อที่อเมริกา


บทที่ 301 ไปเรียนต่อที่อเมริกา

"นักศึกษาเจียง นักศึกษาฟู่ รบกวนมองกล้องทางนี้หน่อยครับ"

"รบกวนมองกล้องทางนี้หน่อยครับ"

"ทางนี้ครับ"

บรรดานักข่าวต่างก็อยากได้ภาพในมุมที่ดีที่สุด ทุกคนจึงพยายามส่งเสียงเรียกให้ทั้งคู่หันมาทางกล้องของตัวเอง แสงแฟลชสว่างวาบขึ้นเป็นระยะ ๆ ทำเอาแสบตาไปหมด กว่าจะถ่ายรูปกันเสร็จก็กินเวลาไปพักใหญ่

เจียงชิ่นลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ในที่สุดก็จะได้ลงจากเวทีไปพักเสียที

ยืนอยู่บนนั้นตั้งนานสองนาน ทำเอาเธอรู้สึกเมื่อยไปหมดแล้ว

ฟู่เส้าตั๋วสังเกตเห็นท่าทีเหนื่อยล้าของเธอ จึงอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครมอง แอบบีบมือเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใย

หลังจากมอบรางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งเสร็จ ลำดับต่อไปก็เป็นการมอบรางวัลสำหรับอันดับสองและอันดับสาม

ผู้ที่ได้รับรางวัลอันดับสองและอันดับสามล้วนเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวง คนหนึ่งเรียนเอกวิศวกรรมทัศนศาสตร์ ส่วนอีกคนเรียนเอกระบบควบคุมไฟฟ้าอัตโนมัติ

เนื่องจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ในครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้นักศึกษาจากภาควิชาคณิตศาสตร์เข้าร่วม ผู้ที่ได้รับรางวัลจึงล้วนเป็นนักศึกษาจากคณะสายวิทย์-คณิตสาขาอื่น ๆ ทั้งสิ้น

เจียงชิ่นเริ่มรู้สึกง่วงนอน เธอจึงยกมือขึ้นปิดปากหาวหวอดใหญ่

ปกติตามเวลาแล้ว ช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกง่วงนอนที่สุด และตอนนี้นาฬิกาชีวภาพของเธอก็เริ่มทำงานอีกแล้ว เสียงทุ้มต่ำของฟู่เส้าตั๋วกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเธอ

"ทนอีกนิดเดียวนะ ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ"

"อื้ม เดี๋ยวเลิกงานแล้วพวกเรากลับบ้านกันเลยนะ ตอนบ่ายฉันอยากจะนอนพักที่บ้านน่ะ"

"ได้สิ เลิกงานปุ๊บเรากลับบ้านกันเลยนะ"

ฟู่เส้าตั๋วเอ่ยปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

รางวัลอันดับสองและอันดับสาม ได้รับเกียรติจากผู้นำของกระทรวงศึกษาธิการและอธิการบดีหนิงเป็นผู้มอบรางวัลตามลำดับ

หลังจากนั้นก็มีช่วงการกล่าวสุนทรพจน์และถ่ายรูปหมู่ร่วมกันอีกเล็กน้อย เวลาผ่านไปราว ๆ สี่สิบนาที ในที่สุดพิธีกรก็ประกาศปิดงานประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการ

"ไปเถอะ พวกเรากลับกันได้แล้ว"

ฟู่เส้าตั๋วประคองเจียงชิ่นให้ลุกขึ้นยืน ใจจริงเจียงชิ่นอยากจะเอนตัวไปซบไหล่เขาใจจะขาด แต่ด้วยความที่อยู่ในหอประชุมที่มีคนพลุกพล่าน เธอจึงต้องยอมเดินตามหลังเขาออกไปอย่างว่าง่าย

ทว่าทั้งสองคนเพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็มีคนส่งเสียงเรียกไว้เสียก่อน

"นักศึกษาฟู่ นักศึกษาเจียง กรุณารอสักครู่ครับ"

ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น เจียงชิ่นก็แทบจะไม่อยากหันขวับกลับไปมองเลยสักนิด

คุณจ๊าคส์ดึงดันอยากจะคุยกับเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วให้ได้ พอเห็นทั้งสองคนกำลังจะเดินออกไป เขาก็ร้อนใจกระสับกระส่าย เวินเซ่าเฉินจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเป็นฝ่ายส่งเสียงเรียกให้พวกเขาหยุดเดิน

เจียงชิ่นไม่อยากจะเสวนาด้วย แต่โชคร้ายที่จู่ ๆ ก็มีนักข่าวสองคนโผล่พรวดพราดเข้ามาขวางทางเอาไว้พอดี

"สวัสดีครับ ผมเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ 'เมืองหลวงรายวัน' อยากจะขอสัมภาษณ์พวกคุณสักหน่อยครับ"

"ผมเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ 'การศึกษา' อยากจะขอสัมภาษณ์พวกคุณเหมือนกันครับ"

คราวนี้หมดทางเลี่ยง เจียงชิ่นจึงจำต้องยืนอยู่กับที่

เธออยู่ในสภาพที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดคุย ฟู่เส้าตั๋วก็เลยไม่อยากให้เธอต้องฝืนพูดอะไรมากนัก การให้สัมภาษณ์ทั้งหมด เขาจึงเป็นคนรับหน้าที่ตอบคำถามเองคนเดียว

นักข่าวตั้งคำถามว่า "ได้ยินมาว่าพวกคุณสองคนเป็นสามีภรรยากันใช่ไหมครับ ? "

"ใช่ครับ"

ฟู่เส้าตั๋วตอบสั้น ๆ ได้ใจความ

"ยอดเยี่ยมมากเลยครับ ในฐานะคู่สามีภรรยาที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเมืองหลวงซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ แถมยังสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้มาครองได้ร่วมกันอีก ปกติแล้วพวกคุณมีเคล็ดลับในการเรียนยังไงบ้างครับ ? พอจะช่วยแชร์เป็นวิทยาทานให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วประเทศฟังหน่อยได้ไหมครับ ? "

คนที่ตั้งคำถามนี้คือนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ 'การศึกษา'

ฟู่เส้าตั๋วเลือกตอบเฉพาะประเด็นสำคัญ ๆ สองสามข้อ ในที่สุดก็สามารถรับมือกับการสัมภาษณ์จนผ่านพ้นไปได้ แต่ทว่า นักข่าวเพิ่งจะเดินคล้อยหลังไป เวินเซ่าเฉินก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าพวกเขาเอาไว้แทน

"คุณจ๊าคส์ต้องการจะคุยกับพวกคุณสักสองสามประโยค"

น้ำเสียงของเขาฟังดูแข็งกระด้างมาก

ฟู่เส้าตั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงที่ชายหนุ่มตรงหน้าใช้มันฟังดูไม่น่ารื่นหูเอาเสียเลย

แต่ด้วยฐานะของคุณจ๊าคส์แล้ว จะแกล้งทำเป็นเมินเฉยไม่สนใจเลยก็คงไม่ได้

จังหวะนั้นเอง ผู้นำจากกระทรวงศึกษาธิการและอธิการบดีหนิง ก็เดินคุ้มกันคุณจ๊าคส์เข้ามาพอดี

"เสี่ยวเจียง เสี่ยวฟู่ คุณจ๊าคส์ประทับใจในตัวพวกเธอสองคนมากเลยนะ อยากจะคุยด้วยเป็นการส่วนตัวสักหน่อยน่ะ" อธิการบดีหนิงพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง

คุณจ๊าคส์เป็นชายสูงวัยอายุราว ๆ ห้าสิบกว่าปี เวลายิ้มดูเป็นมิตรและอบอุ่นมาก

พอเขาเห็นเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋ว ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

"นักศึกษาเจียง นักศึกษาฟู่ ขอแสดงความยินดีกับพวกคุณด้วยนะครับ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งในการแข่งขันคณิตศาสตร์ครั้งนี้มาครองได้ พวกคุณสองคนนี่สุดยอดจริง ๆ เลยครับ"

คุณจ๊าคส์พูดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งหลังจากที่เขาพูดจบ ตามมารยาทแล้ว เวินเซ่าเฉินในฐานะล่ามก็ควรจะแปลประโยคนี้เป็นภาษาจีน เพื่อสื่อสารให้เจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วเข้าใจ

ทว่าเขากลับยืนนิ่งเฉยอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะทำหน้าที่แปลเลยแม้แต่น้อย

เห็นได้ชัดว่าเขาจงใจจะไม่แปลให้ฟัง เพื่อหวังจะได้เห็นเจียงชิ่นและฟู่เส้าตั๋วทำหน้าเหวอ ปล่อยไก่กลางงาน

ลูกไม้ตื้น ๆ พรรค์นี้ ทำเอาเจียงชิ่นแทบจะกลอกตาบนใส่

ชาติที่แล้วเธอก็เรียนจบระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชั้นนำนะ ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของเธอก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ประโยคพวกนั้นของคุณจ๊าคส์ ต่อให้ไม่มีล่ามแปลให้ฟัง เธอก็ฟังเข้าใจแจ่มแจ้ง

คุณจ๊าคส์ยืนรอให้เวินเซ่าเฉินแปล แต่เวินเซ่าเฉินกลับยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน บรรยากาศจึงเกิดเดดแอร์ขึ้นมาชั่วขณะ ผู้นำจากกระทรวงศึกษาธิการและอธิการบดีหนิงต่างก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน

ไม่มีล่ามแปลให้ฟัง แล้วเจียงชิ่นกับฟู่เส้าตั๋วในฐานะนักศึกษารุ่นแรกที่เพิ่งจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย และเพิ่งจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ ด้วยทักษะภาษาอังกฤษของพวกเขาสองคนในตอนนี้ คงไม่มีทางฟังสิ่งที่คุณจ๊าคส์พูดรู้เรื่องแน่ ๆ

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังจะเริ่มอึดอัด อธิการบดีหนิงก็ขยับริมฝีปาก เตรียมจะทำหน้าที่เป็นล่ามกู้สถานการณ์แทน เขาจะไม่ยอมให้นักศึกษาของตัวเองต้องมาเสียหน้าเด็ดขาด

และในเวลาเดียวกันนั้น เจียงชิ่นก็กำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว เตรียมจะตอบกลับคุณจ๊าคส์อยู่เหมือนกัน

แต่ทว่า ก่อนที่อธิการบดีหนิงและเจียงชิ่นจะทันได้อ้าปาก ฟู่เส้าตั๋วก็ชิงตอบขึ้นมาเสียก่อน

"ขอบคุณมากครับคุณจ๊าคส์ แต่นี่เป็นเพียงก้าวแรกของความสำเร็จเท่านั้น ในฐานะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเมืองหลวง พวกเราจะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคตครับ"

เขาตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปังลื่นไหลราวกับเจ้าของภาษา ชนิดที่ว่าไม่น้อยหน้าเวินเซ่าเฉินที่ทำหน้าที่เป็นล่ามเลยแม้แต่นิดเดียว

แม้แต่เจียงชิ่นก็ยังแอบอึ้ง นี่สามีของเธอเก่งภาษาอังกฤษขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ?

พอคุณจ๊าคส์ได้ยินคำตอบของฟู่เส้าตั๋ว เขาก็ดูดีใจอย่างเห็นได้ชัด

"พวกคุณมีความสามารถและฉลาดหลักแหลมมากครับ ซึ่งตรงกับสเปกบุคลากรที่อเมริกาของเรากำลังต้องการตัวอยู่พอดีเลย ถ้าผมกลับประเทศไป ผมสามารถดำเนินการขอทุนการศึกษาเต็มจำนวนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาให้พวกคุณได้เลยนะครับ หวังว่าพวกคุณจะสนใจไปศึกษาต่อที่อเมริกานะครับ"

คำพูดของคุณจ๊าคส์ดังเข้าหูอธิการบดีหนิง ทำเอาเขาเกิดอาการไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที

หมายความว่ายังไงกันฮะ มาแย่งตัวคนเก่งกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ มันจะทำเกินไปหน่อยไหม ?

แต่อธิการบดีหนิงก็ไม่ได้รู้สึกกังวลเลยสักนิดว่าเจียงชิ่นจะใจอ่อนตอบตกลง

ผลงานวิจัยของเจียงชิ่นน่ะ ก้าวล้ำนำหน้าเทคโนโลยีของอเมริกาพวกนายไปไกลลิบแล้วนะขอบอก ขืนเธอไปเรียนที่อเมริกาของพวกนาย แล้วจะไปเรียนรู้อะไรจากพวกนายได้อีกล่ะ

เห็นได้ชัดว่าไม่มีอะไรให้เรียนรู้เลยสักนิด

และถ้าเจียงชิ่นไม่ไป ฟู่เส้าตั๋วก็คงไม่มีทางไปเด็ดขาด

สำหรับเสี่ยวฟู่น่ะ ภรรยาอยู่ที่ไหน เขาก็ต้องอยู่ที่นั่นแหละ

เพราะฉะนั้นอธิการบดีหนิงจึงไม่รู้สึกกังวลอะไรเลย

และก็เป็นไปตามคาด ฟู่เส้าตั๋วปฏิเสธข้อเสนอของคุณจ๊าคส์ไปในทันทีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

"ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ครับคุณจ๊าคส์ ผมกับภรรยาเป็นคนจีน พวกเราคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตและการเรียนที่ประเทศจีนแห่งนี้เป็นอย่างดี และในตอนนี้พวกเรายังไม่มีแผนที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศเลยครับ ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณมากนะครับ พวกเรารับรู้ถึงน้ำใจของคุณแล้วครับ"

เขาตอบปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แต่ก็แฝงไปด้วยความหนักแน่นเด็ดขาด

เดิมทีคุณจ๊าคส์คิดว่าพอพวกเขาสองคนได้ยินข้อเสนอนี้ จะต้องดีใจจนเนื้อเต้น และรีบตอบตกลงไปเรียนต่อที่อเมริกาทันทีแน่ๆ ใครจะไปคิดว่าจะถูกปฏิเสธกลับมาหน้าตาเฉย

เขาเดินทางไปเยือนมาแล้วหลายประเทศ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกปฏิเสธ คุณจ๊าคส์แทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลย

นักศึกษาคนอื่น ๆ พอได้ยินว่ามีทุนการศึกษาเต็มจำนวนให้ไปเรียนที่อเมริกา ต่างก็ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้นยอมตกลงไปกันทั้งนั้น แล้วนักศึกษาสองคนตรงหน้านี้มันยังไงกันล่ะเนี่ย ?

คุณจ๊าคส์ยังไม่ยอมถอดใจ เขาตั้งใจจะพูดโน้มน้าวทั้งสองคนต่อ

"พวกคุณไม่จำเป็นต้องรีบให้คำตอบผมตอนนี้หรอกครับ กลับไปลองคิดทบทวนดูดี ๆ ก่อน แล้วค่อยมาให้คำตอบผมทีหลังก็ได้"

คราวนี้ เป็นทีของเจียงชิ่นที่เอ่ยปากบ้าง

"คุณจ๊าคส์คะ ไม่จำเป็นต้องเก็บไปคิดทบทวนหรอกค่ะ พวกเราไม่มีทางเดินทางไปที่อเมริกาแน่นอน พวกเราจะปักหลักอยู่ที่จีน และไม่คิดจะย้ายไปไหนทั้งนั้นค่ะ"

คำพูดของเธอช่างตรงไปตรงมา และไม่ไว้หน้ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก

คุณจ๊าคส์พอได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาเล็กน้อย

ในขณะเดียวกัน เวินเซ่าเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หรี่ตามองมาทางนี้อย่างจับผิด

จบบทที่ บทที่ 301 ไปเรียนต่อที่อเมริกา

คัดลอกลิงก์แล้ว