เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านนะ

ตอนที่ 43 เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านนะ

ตอนที่ 43 เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านนะ


ตอนที่ 43 เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านนะ

เมื่อครู่เขามัวแต่สนใจความเคลื่อนไหวภายนอก อีกทั้งยังต้องคอยระวังสภาพของบุปผามารในกาย เมื่อร่างนุ่มนิ่มไร้กระดูกของหยางชุนโถมเข้าสู่อ้อมกอดของเขา เขาจึงไม่ได้ตระหนักเลยว่าร่างกายที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นของตนจะมีการตอบสนองตามสัญชาตญาณ

ทว่าโชคดีที่นี่เป็นเพียงปฏิกิริยาทางร่างกาย บุปผามารยังคงสงบ เฟยซิงไม่ได้สูญเสียสติไป

ดังนั้นเขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งว่า

"เจินเหรินไม่ต้องกังวล ข้าทนได้ จะไม่ทำสิ่งใดทั้งสิ้น"

เจ้าพูดเช่นนี้ก็จบแล้วหรือ!?

หยางชุนแทบจะตะโกนออกมาเสียงดัง

"เจ้าช่วย... ขยับมันออกไป หรือทำให้มันเล็กลงหน่อยได้หรือไม่!"

"ตกลง เช่นนั้นข้าจะลองดู"

ท่าทางที่ดูสงบของเฟยซิงทำให้หยางชุนอดไม่ได้ที่จะสงสัยในตนเอง หรือว่าจะเป็นตนเองที่ตื่นตูมเกินไป?

นางสัมผัสได้ชัดเจนถึงรูปร่างและอุณหภูมิของแก่นกายที่แนบอยู่กับท้องของตน สิ่งนั้นถึงขั้นเต้นตุบๆ เป็นจังหวะอยู่รำไร!

ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ว่าสตรีนางใดมาเจอก็คงสงบใจไม่ได้หรอก ท่าทางของเขานี่แหละที่แปลกเกินไป! ดูเหมือนจะไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญเกินไปหรือไม่!

หรือว่าในสายตาของเขา ข้าไม่ไม่ใช่สตรีกันแน่?!

เฟยซิงหลับตาลง เริ่มท่องวิชาชำระจิตสงบปราณ

ครู่ต่อมา หยางชุนสัมผัสได้ว่าสิ่งที่แข็งขืนและร้อนผ่าวบนหน้าท้องค่อยๆ ย่อขนาดลงและห่างออกจากร่างกายของนางไป จึงได้ลอบถอนหายใจยาว

นางมองดูใบหน้าที่งดงามยิ่งนักเบื้องหน้านี้ หวนนึกถึงคืนที่นอนร่วมแท่นเดียวกันกับเขาเมื่อสองวันก่อน ใจเริ่มว้าวุ่นเล็กน้อย

ในยามนั้น เสียงตะโกนจากภายนอกขัดจังหวะการคิดฟุ้งซ่านของนาง

"รับกระบี่ข้าไป!"

ตามมาด้วยเสียงถล่มของภูเขาและหิมะ

จุดที่เฟยซิงและหยางชุนอยู่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โขดหินรอบข้างถูกแรงปะทะจนบีบอัดเข้ามาด้านใน

"อื้อ..."

ศีรษะของหยางชุนเกือบจะชนกับเฟยซิง โชคดีที่ในวินาทีสำคัญเบี่ยงออกไปด้านข้าง

เห็นเพียงตำแหน่งของทั้งสองคนทรุดต่ำลง หิมะทั้งสองด้านบีบอัดเข้าหาตัวพวกเขา ทำให้ทั้งสองคนแนบชิดกันยิ่งขึ้น

ยามนี้ร่างนุ่มของหยางชุนแนบชิดกับเฟยซิงอย่างสมบูรณ์ แก้มแนบติดกัน ประหนึ่งคู่รักที่กำลังโอบกอดกันอย่างชิดใกล้

เฟยซิงโอบกอดโฉมงาม สูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผม สัมผัสความนุ่มนิ่มที่หน้าอก ความสามารถในการรับรู้ที่ทรงพลังประเมินขนาดของหยางชุนออกมาตามสัญชาตญาณ

แม้จะเทียบไม่ได้กับเจินเหรินอวี้ซวง แต่ก็นับว่าไม่เล็กแล้ว ฝ่ามือของข้าคงจะกุมได้พอดี

หลังจากกลายเป็นผู้บ่มเพาะเซียน ความเร็วในการเติบโตของร่างกายก็แตกต่างจากปุถุชน ปัจจุบันหยางชุนความจริงแล้วยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีก

ไม่ถูกสิ เหตุใดข้าถึงคิดเรื่องพวกนี้

เฟยซิงได้สติกลับมา ถามว่า

"เจินเหริน ไม่เป็นไรใชหรือไม่?"

ยามนี้เฟยซิงนอนหงายหน้ามองฟ้า ส่วนหยางชุนหมอบหน้ามองดิน

เสียงของเฟยซิงดังขึ้นที่ข้างหูของหยางชุน ลมหายใจอุ่นเป่าผ่านเส้นผมของนาง ตกกระทบลงบนติ่งหูที่บอบบางพอดี ร่างนิ่มของหยางชุนอดสั่นสะท้านไม่ได้

"ไม่..."

นางดิ้นรนในอ้อมกอดของเฟยซิงสองสามครั้ง ปรารถนาจะแยกออกจากเขาเล็กน้อย

เฟยซิงแอบแผ่สัมผัสเซียนออกไปภายนอกทีละน้อยอย่างระมัดระวัง แล้วรีบชักกลับมาอย่างรวดเร็ว

"เจินเหริน เหนือหัวพวกเรามีเศษหินทับถมอยู่ คนทั้งสามคนนั้นล้วนอยู่ไม่ไกล สัมผัสเซียนคงจะ... คาดว่าคงจะแผ่ครอบคลุมมาถึงที่นี่แล้ว"

สิ่งนี้หมายความว่าทันทีที่พวกเขาทำอะไรให้เกิดความเคลื่อนไหว หรือใช้ปราณเซียน ก็จะถูกตรวจพบทันที

ความพยายามของหยางชุนไร้ผล ในสภาพที่มีเศษหินทับถมอยู่เบื้องบน หากนางออกแรงเพียงเล็กน้อย ย่อมต้องทำให้เกิดความเคลื่อนไหวบางอย่างขึ้นแน่นอน

เฟยซิงเอ่ยว่า "เจินเหริน ข้าไม่เข้าใจ ต่อให้พวกเราถูกพบแล้วจะเป็นอย่างไร?"

ลมหายใจของเขาตกกระทบติ่งหูของนางอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของหยางชุนสั่นสะท้านอีกครั้ง ทว่ายามนี้แม้แต่พื้นที่ให้หันศีรษะก็ยังไม่มี

นางอดที่จะอับอายและโมโหมิได้ กระทั่งน้ำเสียงก็เริ่มกระวนกระวาย

"ใครจะไปรู้ว่านิสัยของพวกเขาเป็นอย่างไรเล่า หากสู้กันจนโมโหแล้วพลั้งมือฆ่าพวกเราจะทำอย่างไร?"

เฟยซิงเอ่ยว่า "คงจะไม่กระมัง"

เขารู้สึกว่านิสัยของทั้งสามคนนี้ไม่ได้เลวร้ายเพียงนั้น อย่างน้อยเจิ้งไหวเอินและชิงเฉินก็น่าจะนิสัยดีพอสมควร

"อย่างไรเสียเจ้าก็ห้ามขยับ เจ้าไม่อยากอยู่ แต่ข้ายังไม่อยากตายนะ!"

"ตกลง"

เฟยซิงไม่ได้ใส่ใจนัก

เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย

ในที่ห่างออกไป เจิ้งไหวเอินและซุยรื่อออกกระบวนท่าเข้าใส่ชิงเฉินพร้อมกัน

เมื่อเผชิญกับการโจมตีประสานของทั้งสองคน ชิงเฉินก็ใช้กระบวนท่าวิชาไม้ตายที่เป็นตัวแทนของสำนักเซียนตงหวงออกมา

เห็นเพียงเบื้องหลังของนางปรากฏร่างจำแลงสีเขียวสูงหลายจั้ง วาดฝ่ามือออกไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของนาง

กระบวนท่าของทั้งสองฝ่ายปะทะกัน เกิดความเคลื่อนไหวที่ไม่น้อยอีกระลอกหนึ่ง...

ชิงเฉินพุ่งตัวออกจากม่านฝุ่นเป็นคนแรก แย้มยิ้มกล่าวว่า

"เจิ้งไหวเอิน กระบี่ที่เจ้าฟันเมื่อครู่นี้ด้อยกว่ากระบวนท่าของซุยรื่อมากนัก อย่างไรเล่า? หมดสิ้นท่าแล้วหรือ? เจ้าควรจะยังมีวิชาไม้ตายก้นหีบอยู่อีกสองสามท่ากระมัง? ข้าถึงกับใช้เคล็ดวิชาชิงเทียนหลิงรื่อแล้ว เจ้าก็อย่าได้ขี้เหนียวนักเลย ให้ข้าได้ชมดูหน่อยเป็นอย่างไร?"

ม่านฝุ่นจางลง อาภรณ์ของซุยรื่อขาดวิ่นไปหลายแห่ง เผยให้เห็นแขนที่ขาวซีดจนดูเหมือนเจ็บป่วย

ส่วนเจิ้งไหวเอินกลับดูสะบักสะบอมยิ่งกว่า เขาเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก ในใจเริ่มลังเลว่าจะยอมเปิดเผยขีดจำกัดความสามารถของตนออกมาทั้งหมดเพียงเพื่อกู้หน้าครั้งนี้หรือไม่

เฟยซิงแม้จะแอบเดินวิชาสงบจิตตานุภาพ ทว่ากลับจัดการสิ่งใดกับบุปผารักเซียนมัวเมาไม่ได้เลย

ท่ามกลางการต่อสู้ของคนทั้งสาม ปราณเซียนที่ควบแน่นซึ่งกระจายออกมาเป็นริ้วๆ ได้ลอยล่องไปไกล กลับคืนสู่ธรรมชาติ

หนึ่งในปราณสายนั้นตกกระทบลงบนกองหิมะ และถูกเฟยซิงรับรู้ได้

บุปผารักเซียนมัวเมาในกายดูเหมือนจะแสดงความโลภออกมา และเริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง!

มังกรยักษ์ค่อยๆ ผงาดศีรษะขึ้น

สีหน้าของหยางชุนเปลี่ยนไปตามกัน

นางสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่คุ้นเคยจากเบื้องล่าง มีบางสิ่งกำลังค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น

นางส่ายร่างนุ่มทันที เอ่ยเสียงร้อนรนด้วยใบหน้าแดงก่ำว่า

"เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านนะ!"

จบบทที่ ตอนที่ 43 เจ้าอย่าได้คิดฟุ้งซ่านนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว