เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 นี่ก็ห้าม นั่นก็ห้าม

ตอนที่ 16 นี่ก็ห้าม นั่นก็ห้าม

ตอนที่ 16 นี่ก็ห้าม นั่นก็ห้าม


ตอนที่ 16 นี่ก็ห้าม นั่นก็ห้าม

ยังไม่ทันที่นางจะครุ่นคิดให้กระจ่าง พลันสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงหันไปมองที่ประตู

เสียงกระเรียนร้องดังขึ้นที่ภายนอกเรือน พริบตาต่อมา ร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

อาภรณ์สีขาวปลิวไสว ท่วงท่าดั่งกระบี่ ผู้ที่มาก็คือ กวั่งซาเจินเหริน

"ศิษย์พี่ วันนี้มีประชุมสำนัก เหตุใดท่านจึงยังไม่เคลื่อนไหวอีก?"

นางกล่าวพลางเหลือบไปเห็นเฟยซิงที่อยู่ในเรือนพักของอวี้ซวงด้วย

"ข้ากำลังจะไปพอดี" อวี้ซวงเอ่ยกับเฟยซิงว่า "เจ้าตามข้ามา"

เฟยซิงยังคงกังวลเรื่องสมบัติปีศาจในร่าง จึงขานรับด้วยอารมณ์หนักอึ้ง

ในยามที่อวี้ซวงเดินผ่านข้างกายเขา เสียงเซียนสายหนึ่งก็ดังเข้าสู่โสตประสาทของเขา

"เรื่องสมบัติปีศาจห้ามบอกผู้อื่นเป็นอันขาด ไม่ฉะนั้นชีวิตเจ้าจะหาไม่"

เฟยซิงกะพริบตา แล้วพยักหน้าช้าๆ

กวั่งซาชายตามองเขาแวบหนึ่ง พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วยกมือขึ้นโบกไปมาที่หน้าจมูก

"ศิษย์พี่ ในห้องของท่านคล้ายมีกลิ่นแปลกๆ"

แม้เพลิงกระบี่จะเผาทำลายคราบสกปรกบนตัวอวี้ซวงและบนเตียงไปหมดแล้ว แต่ในอากาศคล้ายยังหลงเหลือร่องรอยบางอย่างอยู่

ก่อนหน้านี้อวี้ซวงไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยจึงไม่ได้สังเกต เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป

"กะ... กลิ่นอะไร..."

"ก็เป็นกลิ่นที่ประหลาด..."

"อย่ามัวสนใจเรื่องพวกนี้เลย รีบเดินทางเถิด" อวี้ซวงขัดจังหวะความรู้สึกของนาง แล้วกล่าวว่า "หากช้าไปจะถูกนังหนูหยางชุนนั่นคอยกระแนะกระแหนเอาได้"

เมื่อเอ่ยถึงหยางชุน ใบหน้าที่เดิมทีก็เย็นชาอยู่แล้วของกวั่งซาก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก

ทั้งสามคนขึ้นขี่นกกระเรียนเซียน บินมุ่งหน้าไปยังสำนักกระบี่หลิงซู่

แน่นอนว่าเฟยซิงยังคงนั่งกระเรียนตัวเดียวกับอวี้ซวง

ด้วยความที่ไม่ได้ขี่นกกระเรียนมานาน เขาจึงเผลอโอบกอดเอวของอวี้ซวงไว้ อวี้ซวงเลิกคิ้วขึ้นแล้วสะบัดมือฟาดลงที่แขนของเขาอย่างแรง

เพียะ...

เฟยซิงรู้สึกเจ็บที่มือทั้งสอง เมื่อปล่อยมือออกดูจึงเห็นว่าบนแขนมีรอยนิ้วสีแดงปรากฏอยู่

"เจินเหริน?"

อวี้ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแผ่วเบาว่า "ห้ามแตะต้องเอวข้า"

"อ้อ" เฟยซิงรับคำ แล้วเปลี่ยนมาพาดมือไว้บนไหล่ของนาง

เพียะ...

"เจินเหริน?"

"ห้ามแตะต้องไหล่ข้า"

"อ้อ" เฟยซิงรับคำอีกครั้ง หลังจากคิดดูแล้วเขาก็คว้าชายเสื้อของนางไว้

เพียะ...

"ห้ามดึงเสื้อผ้าข้า"

เฟยซิงกะพริบตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงคว้าเอาขนปีกของนกกระเรียนเซียนแทน

นกกระเรียนเซียนส่งเสียงร้องเบาๆ คล้ายจะประท้วงอยู่บ้าง

กระบี่โบกโบยกลางเขาสีคราม เมฆาคล้อยผ่านยอดเขาแฝด

ณ ตำหนักชิงซิน เงาร่างงดงามกว่ายี่สิบสายยืนถือกระบี่สงบนิ่ง

อวี้ซวงและกวั่งซาก้าวเข้ามาในตำหนัก พยักหน้าทักทายพวกนาง

ท่วงท่าดุจผีเสื้อวสันต์ ดวงตาดั่งสายชลสารท ตานเฟิงเดินมาข้างกายอวี้ซวงแล้วเอ่ยขึ้นว่า

"ศิษย์พี่ เหตุใดวันนี้ท่านจึงมาล่าช้าถึงเพียงนี้?"

ริมฝีปากของอวี้ซวงขยับเล็กน้อย นิ่งเงียบไปหลายลมหายใจก่อนจะกล่าวว่า

"ปกติมีเพียงข้าที่มารอพวกเจ้าในตำหนัก อีกทั้งเจ้าสำนักก็มักจะมาสายทุกครั้ง ข้าจะรีบมาไปทำไม"

กวั่งซาที่อยู่ด้านข้างคิดในใจว่าสิ่งที่ศิษย์พี่พูดก็มีเหตุผล ต่อไปตนเองก็ควรจะมาสายบ้างดีกว่า

ไม่นานนัก ก็มีอีกร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในตำหนัก

ทุกคนหันไปมอง จากนั้นหลายคนก็รีบสะบัดแขนเสื้อหันหลังกลับทันที

แน่นอนว่าผู้ที่มาไม่ใช่เจ้าสำนักหลิวซีเจินเหริน

"สวัสดีอาจารย์อาทั้งหลาย!"

พร้อมกับเสียงกระดิ่งที่ดังกรุ๊งกริ๊ง หยางชุนก้าวเท้าอย่างร่าเริงเดินนวยนาดเข้ามา

สายตาของนางกวาดไปรอบๆ พลันเล็งเป้าหมายไปยังร่างที่ดูอวบอิ่มงดงามร่างหนึ่ง แล้วปรี่เข้าไปเหมือนลูกแมว ก่อนจะเอ่ยปากว่า

"เอ๋ อาจารย์อาหงอวิ๋น ท่านอ้วนขึ้นหรือเปล่าเนี่ย?"

สิ่งที่ตอบกลับมาคือสายตาที่แหลมคมทว่านางกลับทำเป็นมองไม่เห็น เสียงหัวเราะดั่งระฆังเงินดังขึ้น นางก็ปรี่เข้าไปหาอีกคนหนึ่ง

"อาจารย์อาหลิ่วเวย ท่านควรพักผ่อนให้มากๆ นะ บนหน้าจะเริ่มมีริ้วรอยแล้วล่ะ!"

"ยา อาจารย์อาเฟิงเยว่ ไม่เจอกันนานเลยนะ ทำไมท่านยังอยู่ที่ระดับเดิมอีกล่ะ?"

"อาจารย์อาไฉ่ฮวา ทรงผมท่านดูแย่มากเลย..."

"นี่ไม่ใช่อาจารย์อาหว่านเจียงหรอกหรือ..."

"..."

ราวกับโยนก้อนหินลงในน้ำจนเกิดระลอกคลื่นนับพัน

น้ำเสียงใสกระจ่างของนางดังสะท้อนไปมาไม่หยุดยั้ง ภายในตำหนักที่เคยสงบนิ่งพลันเกิดจิตกระบี่ไหลเวียนขึ้นหลายสายอย่างเลือนราง

"อาจารย์อาอวี้ซวง!"

ในที่สุดนางก็มาถึงข้างกายอวี้ซวง

ตานเฟิงส่ายหน้าแล้วเดินหนีไป กวั่งซามองด้วยสายตาเย็นชา

"อาจารย์อากวั่งซา ทำไมท่านดูดุจังเลยล่ะ? หรือว่ารอบเดือนมาไม่ปกติ?"

ภายใต้สายตาดุจคมกระบี่ของกวั่งซา หยางชุนซบเข้าข้างกายอวี้ซวง ดึงแขนของนางแล้วกระซิบถามว่า

"มีผู้มากความสามารถมากมายมาเชิญท่าน อาจารย์อาไม่ตกลงปลงใจกับใครสักคนจริงๆ หรือ?"

อวี้ซวงกล่าวอย่างเฉยเมยว่า "ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก"

"หยางชุน"

เสียงที่สงบดังขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก ร่างในอาภรณ์ขาวดั่งสายลมพัดผ่านหลิวมาถึงอย่างเงียบเชียบ

"อาจารย์!"

หยางชุนปล่อยแขนอวี้ซวงแล้ววิ่งไปหาผู้นั้น

"คารวะเจ้าสำนัก..."

ทุกคนหันไปค้อมกายประสานมือทำความเคารพ

ผู้ที่มาก็คือเจ้าสำนักกระบี่หลิงซู่ หลิวซีเจินเหริน ผู้มีตบะอยู่ในระดับฮวาเสินขั้นกลาง

ผู้แข็งแกร่งในระดับฮวาเสินทั่วทั้งทะเลเซียวเหยาเกามีเพียงไม่กี่ร้อยคน เจ้าสำนักและผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักขนาดกลางและเล็กจำนวนมากล้วนอยู่ในระดับนี้

หยางชุนโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของหลิวซี หลิวซีลูบหัวนางแล้วกล่าวว่า

"ไม่ไปบ่มเพาะ มาทำอะไรที่นี่?"

"อาจารย์อาทั้งหลายยังมาได้ ทำไมข้าจะมาไม่ได้ล่ะ?"

หลิวซีเอ่ยอย่างเอ็นดูว่า

"ในเมื่อเจ้าเรียกพวกนางว่าอาจารย์อา เช่นนั้นย่อมไม่ใช่ธุระของเจ้า"

หยางชุนพึมพำเบาๆ "อย่างนั้นข้าเรียกศิษย์พี่ก็ได้ใช่ไหม?"

หลิวซียิ้มน้อยๆ แล้วใช้นิ้วดีดหน้าผากนางหนึ่งที

"เรื่องของวันนี้ พวกเจ้าน่าจะเดากันได้แล้ว"

นางเดินไปที่ใต้คานกระบี่ในตำหนัก แล้วหันหน้ามาหาทุกคน

"งานชุมนุมเหมยเซียนจะเปิดขึ้นอีกครั้งที่เกาะเซียนเผิงไหลในช่วงปลายปีนี้ สำนักเราสามารถส่งลูกศิษย์รุ่นเยาว์ไปได้ยี่สิบคน จำเป็นต้องมีสามคนร่วมทางไปเพื่อคอยดูแล ในหมู่พวกเจ้ามีใครสมัครใจหรือไม่?"

"ข้าไปเอง ข้าไปเอง!" หยางชุนกระโดดโบกมือ

หลิวซีทำเป็นมองไม่เห็นนาง แล้วกล่าวว่า "หากไม่มีใครอาสา ข้าจะเป็นคนเลือกเอง"

"อาจารย์ อาจารย์ ให้ข้าไปเถอะนะ!" หยางชุนอ้อนวอน

หลิวซีสะบัดแขนเสื้อเบาๆ หยางชุนรู้สึกเพียงมีสายลมพัดผ่านหน้าไป

พริบตาต่อมา เมื่อนางได้สติอีกครั้ง ตนเองก็มายืนอยู่นอกตำหนักเสียแล้ว

"คนขี้เหนียว!"

มองดูประตูตำหนักชิงซินที่ปิดสนิท นางเท้าสะเอวพลางแลบลิ้นใส่

"ไม่ไปก็ไม่ไปสิ"

………..

จบบทที่ ตอนที่ 16 นี่ก็ห้าม นั่นก็ห้าม

คัดลอกลิงก์แล้ว