เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง

ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง

ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง


ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง

เมื่อเฟยซิงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงหยกของอวี้ซวงเจินเหริน

เขาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ คาดว่าอวี้ซวงเจินเหรินจะเป็นผู้เปลี่ยนให้ เมื่อลุกขึ้นนั่งก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทว่าภายในร่างคล้ายมีกระแสความอบอุ่นไหลเวียน ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

หันมองไป อวี้ซวงเจินเหรินกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

นางหลับตาลง มีกระบี่บินลอยอยู่เบื้องหลัง เสื้อผ้าบนกายสวมใส่เรียบร้อยดูหมดจด ท่าทางดูเย็นชาสูงส่งไม่กินเส้นกับโลกมนุษย์ดังเช่นที่เคยเป็น

ภาพของนางที่เสียสติคร่ำครวญอย่างเย้ายวน แลบลิ้นและมีน้ำลายไหลซึมเมื่อคืนนั้น ผุดขึ้นมาในหัวของเขา

ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าภาพทั้งสองนี้มาจากสตรีคนเดียวกัน

เพราะเฟยซิงมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้บริสุทธิ์ นางจึงข่มใจไม่สังหารเฟยซิงที่ล่วงเกินร่างกายของนาง

หากเมื่อคืนเฟยซิงข่มใจไม่อยู่จนถึงขั้นตอนสุดท้าย และพรากพรหมจรรย์ของนางไป บัดนี้เขาคงไม่ได้นอนอยู่บนเตียงหยกแน่ แต่อาจจะนอนอยู่ใต้ก้นบ่อ หรือไม่ก็ถูกฟันจนกลายเป็นควันสีเขียวไปแล้ว

เฟยซิงเอ่ยขึ้นว่า "เจินเหริน..."

"ข้าถ่ายโอนไอเซียนสายหนึ่งไว้ในร่างเจ้า"

อวี้ซวงขัดจังหวะคำพูดของเขา น้ำเสียงไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแม้แต่น้อย

"ต่อไปนี้เรื่องที่ข้าถาม เจ้าต้องตอบตามความจริง"

"เจินเหรินเชิญถาม"

"บุปผาปีศาจนั่นเข้าไปอยู่ในร่างเจ้าได้อย่างไร?"

"ข้าไม่ทราบ" เฟยซิงตอบเสียงเบา "หลายวันนี้มันคอยปั่นป่วนจิตใจข้า ข้าเองก็เพิ่งจะได้เห็นร่างจริงของมันเมื่อคืนนี้เอง"

หลังจากปีศาจราคะนั่นตายลง บุปผาปีศาจที่ไร้เจ้าของจึงเลือกเขาเป็นร่างสถิตอย่างนั้นหรือ?

อวี้ซวงคิดเช่นนั้น นางไม่มีทางคาดคิดได้เลยว่าบุปผาปีศาจเซียนมัวเมายอมละทิ้งปีศาจราคะด้วยตนเองเพื่อขอรับเฟยซิงเป็นเจ้านาย

นางถามว่า "เจ้าสามารถเรียกมันออกมาได้หรือไม่?"

เฟยซิงส่ายหน้า

เรื่องนี้ไม่เป็นที่แปลกใจ หากไร้ซึ่งไอเซียนหรือไอปีศาจ ย่อมไม่อาจกระตุ้นสมบัติเซียนหรือสมบัติปีศาจได้

เขาถามว่า "เจินเหรินพอจะมีวิธีขจัดมันออกไปหรือไม่?"

อวี้ซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า

"สมบัติปีศาจเมื่อจำยอมรับนายแล้วย่อมยากจะแยกจาก ยกเว้นเสียแต่ว่า..."

นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันมาสบตาเฟยซิง

"เจ้าจะสิ้นชีพดวงวิญญาณสลายไป"

เฟยซิงได้ยินดังนั้นดวงตาก็พลันหดวูบ

"ความสามารถในการยั่วยวนใจของบุปผาปีศาจในร่างเจ้านั้น เจ้าก็ได้ประจักษ์มาแล้ว แม้แต่ข้ายังได้รับผลกระทบจากมัน..."

เมื่อเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อคืน มือทั้งสองของอวี้ซวงก็ลอบกำแน่น ทว่าใบหน้ายังคงรักษาความเฉยเมยไว้ได้

"ร่างกายมนุษย์ของเจ้าไม่อาจต้านทานได้ ไม่นานเจ้าจะถูกบุปผาปีศาจนั่นควบคุม ถึงเวลานั้นบุปผาปีศาจจะกัดกินเลือดเนื้อเจ้าเพื่อเป็นอาหาร สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว และเมื่อมันสูบกินเจ้าจนแห้งเหี่ยวแล้ว มันก็จะไปหาร่างสถิตคนใหม่ต่อไป"

"ตามที่เจินเหรินกล่าวมา ข้าควรทำเช่นไรดี?"

"หากข้าบอกแล้วเจ้าจะทำตามหรือ?"

"เจินเหรินมีความรู้กว้างขวางกว่าข้า ข้าย่อมต้องฟังคำของเจินเหริน"

อวี้ซวงชายตามองเขาแวบหนึ่ง พลันเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเรียบเฉยเหมือนไม่ใช่เรื่องของตนแล้วเอ่ยว่า

"แทนที่เจ้าจะฟังคำสั่งของบุปผาปีศาจนั่น อยู่ต่อไปอย่างไร้สติไปวันๆ แล้วก็ตายไปอย่างไร้ค่า ไม่สู้ปลิดชีพตนเองเสียเดี๋ยวนี้ ข้าจะได้กำจัดบุปผาปีศาจนั่นไปเสียพร้อมกัน"

เฟยซิงได้ยินก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาหลุบลงสีหน้าพลันเศร้าหมอง

อวี้ซวงรอคอยคำตอบจากเขา

เฟยซิงทอดสายตามองหิมะนอกหน้าต่าง สีหน้าค่อยๆ กลับมาสงบนิ่ง

ครู่ต่อมา เขาขยับตัวลงจากเตียง แล้วค้อมกายประสานมือคำนับอวี้ซวง

"ขอบคุณเจินเหรินที่เมตตาดูแลมาสามเดือน รบกวนเจินเหรินช่วยให้เฟยซิงได้พ้นทุกข์ด้วย"

อวี้ซวงหันมามองเขา

"เจ้าต้องการให้ข้าฆ่าเจ้าจริงหรือ?"

เฟยซิงเอ่ยอย่างจริงใจว่า "ข้าเกรงว่าตนเองจะลงมือไม่ลง"

อวี้ซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า

"สมบัติปีศาจแต่ละชิ้นล้วนแตกต่างกัน บางทีบุปผาปีศาจนั่นอาจจะไม่เอาชีวิตเจ้าก็ได้"

เฟยซิงยืดตัวขึ้นแล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า

"ข้าเคยอ่านเรื่องราวในตำรามามากมายเกี่ยวกับพวกนอกรีตและปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว แม้เรื่องเลวร้ายเหล่านั้นข้าจะไม่ได้ประสบด้วยตนเอง แต่เมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกสลดใจ หากข้าถูกสมบัติปีศาจควบคุม แม้จะมีชีวิตรอดไปได้ก็คงอยู่เยี่ยงตาย อีกทั้งหากต้องทำให้สรรพสิ่งต้องพินาศย่อยยับย่อมเป็นเรื่องที่สวรรค์ไม่อาจอภัยได้"

อวี้ซวงฟังแล้วก็หันหน้าหนีไปโดยไม่เอ่ยคำใด

เฟยซิงกล่าวอย่างสงบว่า "ข้าค่อนข้างกลัวความเจ็บปวด หวังว่าเจินเหรินจะลงมือให้รวดเร็วสักหน่อย"

พูดจบเขาก็จ้องมองอวี้ซวงอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายอยากจะประทับใบหน้าของนางไว้ในความทรงจำ จากนั้นจึงหลับตาลง

อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้มีความผูกพันกับโลกใบนี้มากนัก เขาจึงดูสงบนิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเป็นตาย

แบบนี้ก็ดี ไม่ส่งเสียงร้องโวยวายให้รำคาญใจ...

อวี้ซวงมองเขา พลางยื่นมือไปกุมด้ามกระบี่

นางชักกระบี่ออกมาช้ากว่าปกติ

จริงอยู่ที่เขาไม่ส่งเสียงโวยวาย แต่นางกลับรู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมา

ทั้งที่ตอนนี้การฆ่าเขาคือวิธีที่มั่นคงที่สุด ทั้งที่เขาเพิ่งจะล่วงเกินร่างกายของนางไป...

เป็นเพราะได้อยู่ร่วมกันมาช่วงเวลาหนึ่ง จนทำให้นางลงมือไม่ลงอย่างนั้นหรือ?

หรือเป็นเพราะจิตใจที่งดงามของเขาที่ทำให้นางไม่อาจหักใจได้กันแน่?

ภายนอกหน้าต่างไร้ลมไร้หิมะ ทว่าในใจของอวี้ซวงกลับยากจะสงบลงได้

เมื่อมองดูใบหน้าที่ยอมรับความตายอย่างสงบของเฟยซิง ดวงตาที่เย็นชาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนหลายส่วน

"ความจริงแล้ว ข้าเพิ่งนึกออกว่ายังมีอีกวิธีหนึ่ง"

เฟยซิงลืมตาขึ้น อวี้ซวงกำลังยืนไพล่มือหันหลังให้เขา

"หากเจ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียน ใช้ไอเซียนหล่อเลี้ยงสมบัติปีศาจนั่น บางทีอาจจะขัดเกลามันให้กลายเป็นสมบัติเซียนประจำตัวได้"

"โอกาสสำเร็จมากหรือไม่?"

"ย่อมต่ำยิ่งนัก"

"เช่นนั้น..." ดวงตาของเฟยซิงที่เพิ่งมีความหวังก็พลันมืดมนลงอีกครั้ง

"มดแมลงยังรักตัวกลัวตาย เจ้าอยากตายนกหรือ?" อวี้ซวงชายตามองเขาแวบหนึ่ง "ลองดูเสียก่อน หากล้มเหลว ค่อยตายก็ยังไม่สาย"

เฟยซิงถามว่า "เจินเหรินหมายความว่า จะให้ข้าฝากตัวเข้าสำนักกระบี่หลิงซู่หรือ?"

"สำนักข้ารับเพียงสตรี เจ้าคอยไปหาสำนักอื่นเถิด"

"ในเมื่อในร่างข้ามีสมบัติปีศาจ สำนักใดจะยอมรับข้า?"

อวี้ซวงนิ่งเงียบไป

นี่เป็นปัญหาจริงๆ

………….

จบบทที่ ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว