- หน้าแรก
- บุปผาเซียนเร้นราคะ
- ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง
ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง
ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง
ตอนที่ 15 ความว้าวุ่นใจของเซียนหญิง
เมื่อเฟยซิงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงหยกของอวี้ซวงเจินเหริน
เขาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ คาดว่าอวี้ซวงเจินเหรินจะเป็นผู้เปลี่ยนให้ เมื่อลุกขึ้นนั่งก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทว่าภายในร่างคล้ายมีกระแสความอบอุ่นไหลเวียน ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
หันมองไป อวี้ซวงเจินเหรินกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
นางหลับตาลง มีกระบี่บินลอยอยู่เบื้องหลัง เสื้อผ้าบนกายสวมใส่เรียบร้อยดูหมดจด ท่าทางดูเย็นชาสูงส่งไม่กินเส้นกับโลกมนุษย์ดังเช่นที่เคยเป็น
ภาพของนางที่เสียสติคร่ำครวญอย่างเย้ายวน แลบลิ้นและมีน้ำลายไหลซึมเมื่อคืนนั้น ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าภาพทั้งสองนี้มาจากสตรีคนเดียวกัน
เพราะเฟยซิงมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้บริสุทธิ์ นางจึงข่มใจไม่สังหารเฟยซิงที่ล่วงเกินร่างกายของนาง
หากเมื่อคืนเฟยซิงข่มใจไม่อยู่จนถึงขั้นตอนสุดท้าย และพรากพรหมจรรย์ของนางไป บัดนี้เขาคงไม่ได้นอนอยู่บนเตียงหยกแน่ แต่อาจจะนอนอยู่ใต้ก้นบ่อ หรือไม่ก็ถูกฟันจนกลายเป็นควันสีเขียวไปแล้ว
เฟยซิงเอ่ยขึ้นว่า "เจินเหริน..."
"ข้าถ่ายโอนไอเซียนสายหนึ่งไว้ในร่างเจ้า"
อวี้ซวงขัดจังหวะคำพูดของเขา น้ำเสียงไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแม้แต่น้อย
"ต่อไปนี้เรื่องที่ข้าถาม เจ้าต้องตอบตามความจริง"
"เจินเหรินเชิญถาม"
"บุปผาปีศาจนั่นเข้าไปอยู่ในร่างเจ้าได้อย่างไร?"
"ข้าไม่ทราบ" เฟยซิงตอบเสียงเบา "หลายวันนี้มันคอยปั่นป่วนจิตใจข้า ข้าเองก็เพิ่งจะได้เห็นร่างจริงของมันเมื่อคืนนี้เอง"
หลังจากปีศาจราคะนั่นตายลง บุปผาปีศาจที่ไร้เจ้าของจึงเลือกเขาเป็นร่างสถิตอย่างนั้นหรือ?
อวี้ซวงคิดเช่นนั้น นางไม่มีทางคาดคิดได้เลยว่าบุปผาปีศาจเซียนมัวเมายอมละทิ้งปีศาจราคะด้วยตนเองเพื่อขอรับเฟยซิงเป็นเจ้านาย
นางถามว่า "เจ้าสามารถเรียกมันออกมาได้หรือไม่?"
เฟยซิงส่ายหน้า
เรื่องนี้ไม่เป็นที่แปลกใจ หากไร้ซึ่งไอเซียนหรือไอปีศาจ ย่อมไม่อาจกระตุ้นสมบัติเซียนหรือสมบัติปีศาจได้
เขาถามว่า "เจินเหรินพอจะมีวิธีขจัดมันออกไปหรือไม่?"
อวี้ซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
"สมบัติปีศาจเมื่อจำยอมรับนายแล้วย่อมยากจะแยกจาก ยกเว้นเสียแต่ว่า..."
นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหันมาสบตาเฟยซิง
"เจ้าจะสิ้นชีพดวงวิญญาณสลายไป"
เฟยซิงได้ยินดังนั้นดวงตาก็พลันหดวูบ
"ความสามารถในการยั่วยวนใจของบุปผาปีศาจในร่างเจ้านั้น เจ้าก็ได้ประจักษ์มาแล้ว แม้แต่ข้ายังได้รับผลกระทบจากมัน..."
เมื่อเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อคืน มือทั้งสองของอวี้ซวงก็ลอบกำแน่น ทว่าใบหน้ายังคงรักษาความเฉยเมยไว้ได้
"ร่างกายมนุษย์ของเจ้าไม่อาจต้านทานได้ ไม่นานเจ้าจะถูกบุปผาปีศาจนั่นควบคุม ถึงเวลานั้นบุปผาปีศาจจะกัดกินเลือดเนื้อเจ้าเพื่อเป็นอาหาร สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว และเมื่อมันสูบกินเจ้าจนแห้งเหี่ยวแล้ว มันก็จะไปหาร่างสถิตคนใหม่ต่อไป"
"ตามที่เจินเหรินกล่าวมา ข้าควรทำเช่นไรดี?"
"หากข้าบอกแล้วเจ้าจะทำตามหรือ?"
"เจินเหรินมีความรู้กว้างขวางกว่าข้า ข้าย่อมต้องฟังคำของเจินเหริน"
อวี้ซวงชายตามองเขาแวบหนึ่ง พลันเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเรียบเฉยเหมือนไม่ใช่เรื่องของตนแล้วเอ่ยว่า
"แทนที่เจ้าจะฟังคำสั่งของบุปผาปีศาจนั่น อยู่ต่อไปอย่างไร้สติไปวันๆ แล้วก็ตายไปอย่างไร้ค่า ไม่สู้ปลิดชีพตนเองเสียเดี๋ยวนี้ ข้าจะได้กำจัดบุปผาปีศาจนั่นไปเสียพร้อมกัน"
เฟยซิงได้ยินก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาหลุบลงสีหน้าพลันเศร้าหมอง
อวี้ซวงรอคอยคำตอบจากเขา
เฟยซิงทอดสายตามองหิมะนอกหน้าต่าง สีหน้าค่อยๆ กลับมาสงบนิ่ง
ครู่ต่อมา เขาขยับตัวลงจากเตียง แล้วค้อมกายประสานมือคำนับอวี้ซวง
"ขอบคุณเจินเหรินที่เมตตาดูแลมาสามเดือน รบกวนเจินเหรินช่วยให้เฟยซิงได้พ้นทุกข์ด้วย"
อวี้ซวงหันมามองเขา
"เจ้าต้องการให้ข้าฆ่าเจ้าจริงหรือ?"
เฟยซิงเอ่ยอย่างจริงใจว่า "ข้าเกรงว่าตนเองจะลงมือไม่ลง"
อวี้ซวงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า
"สมบัติปีศาจแต่ละชิ้นล้วนแตกต่างกัน บางทีบุปผาปีศาจนั่นอาจจะไม่เอาชีวิตเจ้าก็ได้"
เฟยซิงยืดตัวขึ้นแล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า
"ข้าเคยอ่านเรื่องราวในตำรามามากมายเกี่ยวกับพวกนอกรีตและปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว แม้เรื่องเลวร้ายเหล่านั้นข้าจะไม่ได้ประสบด้วยตนเอง แต่เมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกสลดใจ หากข้าถูกสมบัติปีศาจควบคุม แม้จะมีชีวิตรอดไปได้ก็คงอยู่เยี่ยงตาย อีกทั้งหากต้องทำให้สรรพสิ่งต้องพินาศย่อยยับย่อมเป็นเรื่องที่สวรรค์ไม่อาจอภัยได้"
อวี้ซวงฟังแล้วก็หันหน้าหนีไปโดยไม่เอ่ยคำใด
เฟยซิงกล่าวอย่างสงบว่า "ข้าค่อนข้างกลัวความเจ็บปวด หวังว่าเจินเหรินจะลงมือให้รวดเร็วสักหน่อย"
พูดจบเขาก็จ้องมองอวี้ซวงอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายอยากจะประทับใบหน้าของนางไว้ในความทรงจำ จากนั้นจึงหลับตาลง
อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้มีความผูกพันกับโลกใบนี้มากนัก เขาจึงดูสงบนิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเป็นตาย
แบบนี้ก็ดี ไม่ส่งเสียงร้องโวยวายให้รำคาญใจ...
อวี้ซวงมองเขา พลางยื่นมือไปกุมด้ามกระบี่
นางชักกระบี่ออกมาช้ากว่าปกติ
จริงอยู่ที่เขาไม่ส่งเสียงโวยวาย แต่นางกลับรู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมา
ทั้งที่ตอนนี้การฆ่าเขาคือวิธีที่มั่นคงที่สุด ทั้งที่เขาเพิ่งจะล่วงเกินร่างกายของนางไป...
เป็นเพราะได้อยู่ร่วมกันมาช่วงเวลาหนึ่ง จนทำให้นางลงมือไม่ลงอย่างนั้นหรือ?
หรือเป็นเพราะจิตใจที่งดงามของเขาที่ทำให้นางไม่อาจหักใจได้กันแน่?
ภายนอกหน้าต่างไร้ลมไร้หิมะ ทว่าในใจของอวี้ซวงกลับยากจะสงบลงได้
เมื่อมองดูใบหน้าที่ยอมรับความตายอย่างสงบของเฟยซิง ดวงตาที่เย็นชาของนางก็หรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อนหลายส่วน
"ความจริงแล้ว ข้าเพิ่งนึกออกว่ายังมีอีกวิธีหนึ่ง"
เฟยซิงลืมตาขึ้น อวี้ซวงกำลังยืนไพล่มือหันหลังให้เขา
"หากเจ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียน ใช้ไอเซียนหล่อเลี้ยงสมบัติปีศาจนั่น บางทีอาจจะขัดเกลามันให้กลายเป็นสมบัติเซียนประจำตัวได้"
"โอกาสสำเร็จมากหรือไม่?"
"ย่อมต่ำยิ่งนัก"
"เช่นนั้น..." ดวงตาของเฟยซิงที่เพิ่งมีความหวังก็พลันมืดมนลงอีกครั้ง
"มดแมลงยังรักตัวกลัวตาย เจ้าอยากตายนกหรือ?" อวี้ซวงชายตามองเขาแวบหนึ่ง "ลองดูเสียก่อน หากล้มเหลว ค่อยตายก็ยังไม่สาย"
เฟยซิงถามว่า "เจินเหรินหมายความว่า จะให้ข้าฝากตัวเข้าสำนักกระบี่หลิงซู่หรือ?"
"สำนักข้ารับเพียงสตรี เจ้าคอยไปหาสำนักอื่นเถิด"
"ในเมื่อในร่างข้ามีสมบัติปีศาจ สำนักใดจะยอมรับข้า?"
อวี้ซวงนิ่งเงียบไป
นี่เป็นปัญหาจริงๆ
………….