เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 พบกันครั้งแรก

ตอนที่ 17 พบกันครั้งแรก

ตอนที่ 17 พบกันครั้งแรก


ตอนที่ 17 พบกันครั้งแรก

หยางชุนบ่นอุบอิบ ทว่าในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง

งานชุมนุมเหมยเซียนเชียวนะ นี่คืองานใหญ่ที่รวมเหล่าสำนักเซียนจากสี่ทิศและนิกายจากแปดด้าน เป็นงานที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในทะเลเซียวเหยาเลยล่ะ

เฮ้อ คราวนี้ไม่มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ

นางถอนหายใจอย่างเซื่องซึม

เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นในสายตาของนาง

ที่ใต้ชายคาตำหนักข้างๆ มีบุรุษผู้หนึ่งสวมอาภรณ์ขาว ผมเผ้าสยายยืนอยู่

"อืม?"

หยางชุนสัมผัสไม่ได้ถึงไอเซียนจากชายผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย แต่สถานที่เช่นนี้จะมีมนุษย์ธรรมดาอยู่ได้อย่างไร?

"เฮ้!"

หยางชุนเดินไปข้างกายเขาแล้วตบไหล่เบาๆ

"เจ้าเป็นใคร?"

บุรุษผู้นั้นหันมามองนาง แล้วกล่าวอย่างสงบว่า "ข้าชื่อเฟยซิง"

"เฟยซิง?" หยางชุนมองสำรวจเขาด้วยความสนใจ "เจ้ามาหาใคร? ใครปล่อยให้เจ้าเข้ามา?"

เฟยซิงตอบตามตรงว่า "อวี้ซวงเจินเหรินเป็นคนพาข้ามา"

หยางชุนได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

อาจารย์อาอวี้ซวง? อาจารย์อาอวี้ซวงผู้ไม่เคยสนิทสนมกับผู้ใดถึงขั้นพาบุรุษมาด้วยเนี่ยนะ?!

เท่าที่นางทราบ อวี้ซวงไม่มีญาติมิตรในโลกนี้ ไม่เหมือนกับลูกหลานจากตระกูลใหญ่บางคนที่หลังจากฝึกเซียนแล้วก็ยังคงติดต่อกับตระกูลบ้าง คอยช่วยเหลือหรือสนับสนุนรุ่นน้องที่มีพรสวรรค์

"จริงหรือ? เจ้ากับอาจารย์อาอวี้ซวงรู้จักกันได้อย่างไร?"

เฟยซิงเล่าเรื่องที่ตนเองตื่นขึ้นมาแล้วพบกับอวี้ซวง ตานเฟิง และกวั่งซาทั้งสามคน จากนั้นจึงถูกอวี้ซวงพาตัวกลับไปเลี้ยงดูที่เกาะเซียนให้นางฟัง

เกี่ยวกับเรื่องบุปผาปีศาจ อวี้ซวงสั่งให้เขาอย่าเพิ่งบอกใคร ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เอ่ยถึงแม้เพียงคำเดียว

"เจินเหรินมาประชุม จึงให้ข้ามารอที่นี่ก่อน"

หลังจากหยางชุนฟังจบ ดวงตาก็ยิ่งเปล่งประกาย จากนั้นริมฝีปากของนางก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานนับไม่ถ้วน

นางได้กลิ่นของความสนุกแล้ว และยังเป็นความสนุกที่เกี่ยวกับอวี้ซวงที่นางต้องการมาตลอดเสียด้วย

แน่นอนว่าเฟยซิงย่อมไม่เข้าใจว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ จึงถามอย่างเป็นมิตรว่า "ข้ายังไม่ทราบว่าเจินเหรินมีนามว่าอย่างไร?"

"ข้าหรือ? ข้าชื่อ..."

หยางชุนไพล่มือไว้ข้างหลัง เดินวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบ จากนั้นจึงหยุดยืนตรงหน้าเขา ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนชิดกับเขาแล้วเงยหน้ามองพร้อมถามด้วยรอยยิ้มว่า

"เจ้าลองทายดูสิ?"

ใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก หยางชุนถึงกับสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเฟยซิงที่รินรดใบหน้า

เฟยซิงเริ่มครุ่นคิด ท่าทางที่จริงจังทำให้เขาดูหล่อเหลายิ่งขึ้น เมื่อมองดูใบหน้าของเขา หยางชุนก็ตระหนักว่าท่าทางของนางดูสนิทสนมเกินไปหน่อย แก้มทั้งสองพลันแดงระเรื่อแล้วรีบถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง

เฟยซิงกล่าวว่า

"ชุ่ยฮวา?"

"ไม่ใช่"

"ชุนเจวียน?"

"ไม่... ใช่"

"เยี่ยนหง?"

"ไม่ใช่...!" หยางชุนเลิกคิ้วขึ้นแล้วเอ่ยอย่างขัดใจว่า "ชื่อพวกนี้มันอะไรกัน! ข้าดูเหมือนสตรีชาวบ้านป่าขนาดนั้นเลยหรือไง!?"

"อย่างนั้น เวยเวย... ไฉ่เวย?"

"ไม่ต้องทายแล้ว! ข้าชื่อหยางชุน!"

นางเบ้ปาก เท้าสะเอว พ่นลมหายใจฟึดฟัดเหมือนลูกวัวตัวน้อย

เฟยซิงกล่าวอย่างสงบว่า "ที่แท้คือหยางชุนเจินเหริน"

เห็นเขาเป็นเช่นนี้ หยางชุนก็ถอนหายใจแล้วกลับมายิ้มอีกครั้งพลางถามว่า

"เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าดูหน้าตาอมทุกข์ มีเรื่องหนักใจอะไรหรือเปล่า?"

"นี่..."

เฟยซิงมีสีหน้าลำบากใจ เรื่องบุปผาปีศาจนั้นบอกนางไม่ได้

หยางชุนเย้าแหย่ว่า "ไม่อยากบอก? หรือว่าบอกข้าไม่ได้?"

เฟยซิงนิ่งเงียบ

"ไม่บอก... ก็ช่างเถอะ"

แม้หยางชุนจะสงสัย แต่ก็นึกรู้ว่าควรมีขอบเขต หากเขาเป็นคนใกล้ชิดของอาจารย์อาอวี้ซวง การสร้างสัมพันธ์ที่ดีไว้ในตอนนี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว

"จะว่าไป ทำไมเจ้าถึงปล่อยผมสยายแบบนี้ล่ะ?"

"ปล่อยผมสยาย?" เฟยซิงกะพริบตา นึกถึงในตำราที่บรรยายถึงการรวบผมและสวมมงกุฎของคนต่างๆ เหล่าเจินเหรินในสำนักกระบี่หลิงซู่ล้วนทำมวยผมกันทั้งสิ้น จึงเพิ่งตระหนักได้ว่าการที่ตนปล่อยผมสยายเช่นนี้อาจจะไม่ดีนัก

"เช่นนั้นผมของข้าควรจัดการอย่างไร? ทำแบบเจินเหรินได้หรือไม่?"

"เจ้าเป็นบุรุษ จะมาทำมวยผมถุยกว้าเหมือนข้าได้อย่างไร? อาจารย์อาอวี้ซวงไม่ได้สอนเรื่องนี้ให้เจ้าเลยหรือ?"

หยางชุนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นดวงตาก็กลอกไปมาคล้ายมีแผนการบางอย่าง แล้วกล่าวว่า

"มาเถิด ข้าจะสอนเจ้าเอง เจ้าฟังให้ดีนะ"

นางกล่าวพลางหยิบสิ่งของมากมายออกมาจากที่ใดไม่อาจทราบได้ แล้วอธิบายทีละอย่างว่า

"นี่คือปิ่นปักผม ในเมื่อเจ้าเป็นบุรุษ ก็ใช้แบบเรียบๆ หน่อยก็แล้วกัน"

"ส่วนนี่เรียกว่าผ้าโพกศีรษะ เอาไว้ใช้หุ้มมวยผม ต้องหุ้มให้ไม่ดนะ อย่าให้เล็ดลอดออกมาได้แม้แต่นิดเดียว"

"พวกนี้เรียกว่ามงกุฎผม หากเจ้าอยากดูภูมิฐานหน่อย หลังจากโพกผ้าเสร็จก็สวมเจ้านี่ทับลงไป"

"ยังมีพวกนี้อีก ผ้าคาดผม เชือกผูกผม ผ้ารัดหน้าผาก ตราบใดที่เจ้าไม่รำคาญว่าของบนหัวเยอะเกินไปก็ใช้ได้หมดเลย!"

ของที่อยู่ตรงหน้ามีมากมายหลากหลายรูปแบบ เฟยซิงยังไม่ทันจะจำชื่อได้หมด หยางชุนก็ให้เขานั่งลงบนขั้นบันได แล้วนางก็อ้อมไปด้านหลังเพื่อถักผมให้เขา

"ผมของเจ้านี่เยอะจริงๆ นะ แถมยังเส้นหนาและแข็งด้วย!"

เฟยซิงถามว่า "มันไม่ดีหรือ?"

"ดีสิ!"

นางถือหวีไม้ท้อ ค่อยๆ สางผมของเขาให้เรียบสลวย แล้วม้วนให้แน่นที่กลางกระหม่อม

"เจ้าไม่รู้หรอก มีอาจารย์อาของข้าหลายคนผมร่วงตลอดเลย ช่วงนี้ดูเหมือนจะดีขึ้นบ้าง แต่ข้าว่าพวกนางคงจะใช้ไอเซียนหล่อเลี้ยงเส้นผมแน่ๆ หรืออาจจะใช้คาถาเซียนอะไรบางอย่างด้วยซ้ำ!"

นางเอ่ยพลางหัวเราะร่า ม้วนผมยาวที่ขมวดแน่นเป็นมวยผม จากนั้นจึงเลือกปิ่นหยกขาวที่เข้ากับเฟยซิงปักลงไปในมวย แล้วขยับจัดระเบียบให้มวยผมเข้าที่

………

จบบทที่ ตอนที่ 17 พบกันครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว