เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ศิษย์สายตรง

บทที่ 20 ศิษย์สายตรง

บทที่ 20 ศิษย์สายตรง


บทที่ 20 ศิษย์สายตรง

"เหยาตันระดับสอง, โสมมังกรมรกต, น้ำนมศิลาพันปี..."

ฟางชิงจดจ่ออยู่กับการฟังตำรับโอสถสร้างรากฐาน พลางคำนวณในใจ "นอกจากเหยาตันระดับสองแล้ว วัตถุดิบเสริมอื่นๆ ก็ไม่ได้นับว่าหาได้ยากเย็นนัก อย่างมากก็เพียงต้องการอายุปีที่สูงหน่อย ยังพอมีหวังที่จะรวบรวมให้ครบได้"

ตัวเขาเองมีพรสวรรค์ระดับกลาง โอสถสร้างรากฐานเพียงเม็ดเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการสร้างรากฐาน ดังนั้นจึงต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าเพื่อความไม่ประมาท

"การสร้างรากฐานมีสามด่าน—กาย ปราณ และจิต โอสถสร้างรากฐานถูกทำขึ้นเพื่อมุ่งเน้นไปที่สามสมบัติในร่างกายมนุษย์ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย... ดังนั้นในบรรดาวัตถุดิบเสริม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ 'บุปผาสามศักดิ์สิทธิ์' ซึ่งมีสรรพคุณในการแปรเปลี่ยนสามสมบัติ เพื่อเข้าไปชดเชยในจุดที่ผู้ฝึกตนยังบกพร่อง เพื่อส่งเสริมการสร้างรากฐาน..."

พร้อมกับการอธิบายอย่างละเอียดของผู้อาวุโสเทียนติ่ง ฟางชิงกลับรู้สึกตื่นเต้นในใจอย่างยิ่ง

'โอสถสร้างรากฐานนี้มุ่งเน้นไปที่กระบวนการสร้างรากฐานโดยเฉพาะ ดังนั้นในระหว่างการหลอม ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับความลับบางส่วนของการสร้างรากฐานด้วยสินะ...'

'กาย ปราณ จิต รึ? 'ปราณ' ของข้ามีเคล็ดวิชาถึงสองชุด หากฝึกจนเต็มทั้งคู่ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน... งั้นก็เหลือเพียงกายและจิตแล้วสินะ?'

'กายคือความแข็งแกร่งของร่างกายและปราณโลหิต ส่วนจิตคือพลังวิญญาณ หรือแม้แต่สัมผัสเทวะ...'

'ข้าสามารถไปหาเคล็ดวิชาบ่มเพาะกายเนื้อและเคล็ดวิชาพลังวิญญาณที่เกี่ยวข้องมาฝึกฝนเพิ่มได้...'

ฟางชิงจมดิ่งอยู่กับความรู้เหล่านั้น ฟังจนเคลิบเคลิ้มหลงใหล

ความจริงแล้ว มีเพียงการปรุงโอสถด้วยวิชาวารีเท่านั้น ถึงจะมีเรื่องดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้นได้

เพราะปรมาจารย์ปรุงโอสถอย่างพวกเขา สามารถช่วยผู้อาวุโสเทียนติ่งในการเตรียมวัตถุดิบเบื้องต้นได้

ผู้อาวุโสเทียนติ่งต้องการแรงงานจากพวกเขา จึงได้มอบตำรับโอสถสร้างรากฐานและกระบวนการหลอมให้ล่วงหน้า

หากเปลี่ยนเป็นการปรุงโอสถด้วยวิชาไฟ ยิ่งมีคนเข้าร่วมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสผิดพลาดได้ง่ายขึ้น โดยปกติแล้วปรมาจารย์ปรุงโอสถเพียงคนเดียวจะลงมือตั้งแต่ต้นจนจบ ย่อมไม่มีเรื่องดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้นแน่นอน

"การแสดงธรรมในวันนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ อีกครึ่งเดือนข้างหน้า ยอดเขาน้ำตกเย็นจะเปิดเตาหลอมโอสถ"

หลังจากผ่านไปหลายชั่วยาม ผู้อาวุโสเทียนติ่งก็สะบัดแขนเสื้อ กลายเป็นแสงสายหนึ่งเหาะจากไป ทิ้งไว้เพียงเหล่าปรมาจารย์ปรุงโอสถที่ยังคงรู้สึกค้างคาใจอยู่เบื้องหลัง

"การหลอมโอสถสร้างรากฐานถึงกับมีเงื่อนไขและขั้นตอนมากมายถึงเพียงนี้ ช่างยากเย็นแสนเข็ญนัก..."

ฟางชิงทอดถอนใจด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

โอสถสร้างรากฐานหากแบ่งตามลำดับขั้นของวิถีหลอมลมปราณ ย่อมนับเป็นโอสถระดับสอง ตามหลักการแล้ว โดยปกติจะมีเพียงปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสองที่มีพลังบำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานเท่านั้นถึงจะสามารถทดลองหลอมได้

ทว่าในโลกนี้มักจะมีอัจฉริยะที่เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ เช่นปรมาจารย์ปรุงโอสถที่สามารถหลอมโอสถระดับสองได้ตั้งแต่ยังอยู่ในระดับหลอมลมปราณ!

"หากในอนาคตข้าสร้างรากฐานไม่สำเร็จ เกรงว่าคงต้องเลือกเดินบนเส้นทางนี้เสียแล้ว..."

"ช้าก่อนนะ ดูเหมือนทางฝั่งกู่สู้ก็น่าจะมีอะไรให้รอคอยอยู่บ้าง... ทว่ากลับรู้สึกอย่างประหลาดว่า การที่วิถีสูดปราณจะเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตฐานเต๋า อาจจะยากลำบากยิ่งกว่าการสร้างรากฐานให้สำเร็จเสียอีก"

ยามนี้ฟางชิงนับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการค้าขายระหว่างสองภพแล้ว ความแตกต่างระหว่างกู่สู้และเกาะปี้อวี้เขาจึงเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

วิชาอาคมทางฝั่งกู่สู่นั้นลี้ลับพิสดาร ทว่าทรัพยากรการบำเพ็ญเซียนกลับไม่อุดมสมบูรณ์นัก บางทีวัตถุดิบธาตุทองและธาตุไฟอาจจะมีมากกว่ากระมัง?

ในขณะที่ทางฝั่งเกาะปี้อวี้ เคล็ดวิชาจะเป็นอย่างไรนั้นยังไม่แน่ชัด ทว่าทรัพยากรการบำเพ็ญเซียนกลับอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง

"ที่นี่อย่างน้อยยังมีโอสถสร้างรากฐานให้ตั้งตารอ ไม่แน่ว่าทางฝั่งนั้นอาจจะไม่มีแม้แต่โอสถที่ช่วยส่งเสริมการทะลวงสู่ขอบเขตฐานเต๋าเลยด้วยซ้ำ ช่างน่าเวทนานัก ช้าก่อน... ดูเหมือนจะมีวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่ดูจะอุดมสมบูรณ์อยู่บ้างนะ"

ฟางชิงนึกถึงโอสถโลหิตของผู้ฝึกตนโจรที่เขาชิงมาได้คราวก่อน และนึกถึงการฆ่าล้างเมืองของพวกทหารแตกทัพในปาจวิ้น จึงอดไม่ได้ที่จะเงียบงันไป...

...

ครึ่งเดือนต่อมา

ยอดเขาน้ำตกเย็นถูกปิดตายโดยสมบูรณ์ เหล่าศิษย์ที่ยังมิได้เป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถที่ติดระดับล้วนหายหน้าไปจนหมดสิ้น

ฟางชิงยืนอยู่ที่เชิงเขา สีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองเหล่าปรมาจารย์ปรุงโอสถรอบกาย

คนที่อยู่ใกล้ตัวเขา ล้วนเป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถที่เพิ่งจะติดระดับ สูงขึ้นไปคือปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับหนึ่งขั้นกลางและขั้นสูง

ณ บริเวณตาน้ำพุบนไหล่เขา มีผู้ฝึกตนสร้างรากฐานหลายท่านยืนเด่นอยู่ ซึ่งล้วนเป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสอง ฝูอวิ๋นจื่อก็รวมอยู่ในนั้นด้วย เขาเป็นบุรุษวัยกลางคนที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของบัณฑิตอย่างเข้มข้น

และที่ยอดเขาเบื้องบนสุด ย่อมเป็นผู้อาวุโสเทียนติ่งที่คอยควบคุมดูแลทุกสรรพสิ่ง

"การหลอมโอสถสร้างรากฐาน... เริ่มได้!"

พร้อมกับเสียงส่งสัมผัสเทวะอันทรงพลัง ภารกิจการหลอมโอสถที่ยิ่งใหญ่ก็เริ่มดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

"ทุกคน... พวกเจ้าจงช่วยข้าขัดเกลา 'วารีเหมันต์' ก่อน!"

ฟางชิงมองไปยังหัวหน้ากลุ่มของตน ซึ่งก็คือสวีอวี่ซูนั่นเอง

ในยามนี้ สวีอวี่ซูมีสีหน้าเคร่งเครียด สองมือประสานร่ายอาคม

น้ำพุวิญญาณสายแล้วสายเล่าเริ่มรวมตัวและถูกกลั่นกรองอย่างต่อเนื่อง...

"ย่าห์!"

เขาเองก็ประสานมือร่ายอาคม เริ่มใช้วิชาควบคุมวารีเช่นกัน

'วารีเหมันต์' ที่กลุ่มของพวกเขาต้องหลอม คือหนึ่งในน้ำทิพย์วิญญาณสามชนิดที่ใช้สำหรับจัดการกับโสมมังกรมรกต

เนื่องจากสรรพคุณของโสมมังกรมรกตนั้นรุนแรงเกินไป น้ำทิพย์วิญญาณระดับหนึ่งทั่วไปมิอาจสลายมันได้ จึงจำเป็นต้องใช้น้ำทิพย์วิญญาณที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ

ตามตำรับโอสถสร้างรากฐาน จำเป็นต้องหลอมน้ำทิพย์วิญญาณที่ต่างกันสามชนิด ถึงจะสามารถแยกและสกัดสรรพยาของมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

และเหล่าศิษย์ระดับหลอมลมปราณอย่างพวกเขาก็ต้องวุ่นวายกันอยู่เกือบครึ่งเดือน ถึงจะหลอม 'วารีเหมันต์' ออกมาได้ประมาณหนึ่งโต่ว(ถัง) อีกทั้งยังต้องผ่านการตรวจสอบจากปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสองที่อยู่บนไหล่เขา เมื่อยืนยันว่าคุณภาพไร้ที่ติแล้ว จึงจะสามารถนำไปรวมเป็นน้ำทิพย์วิญญาณระดับสอง เพื่อเริ่มขั้นตอนการสกัดโสมมังกรมรกต ซึ่งนี่ก็เป็นหน้าที่ของเหล่าปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสองบนไหล่เขาเหล่านั้น

การแบ่งงานเป็นลำดับชั้นเช่นนี้ ทำให้ผู้อาวุโสเทียนติ่งจัดการเพียงเรื่องที่ยากที่สุดอย่างเหยาตันระดับสอง และการหลอมรวมสรรพยาต่างๆ ในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระงานลงไปได้มหาศาล

อีกทั้ง ยังสามารถหลอมเหยาตันหลายเม็ดไปพร้อมกันได้ด้วย!

ซ่า ซ่า!

ฟางชิงเห็นน้ำพุวิญญาณพุ่งทะยานขึ้นมาสายแล้วสายเล่า ไหลวนไปมาเก้าโค้งสิบแปดโค้ง กลิ่นหอมโอสถที่รุนแรงตลบอบอวลไปทั่ว ราวกับมีน้ำพุโอสถสายหนึ่งกำลังชะล้างไปทั่วทั้งยอดเขาน้ำตกเย็น

พวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ราวกับสายพานการผลิตในยุคโบราณ ส่วนเขาก็กลายเป็นคนงานที่เข้ามาขันน็อตในโรงงาน...

...

หลายวันต่อมา

'ช่วงแรกยังรู้สึกว่าน่าสนใจอยู่บ้าง ทว่ายามนี้กลับรู้สึกน่าเบื่อนัก'

ฟางชิงจัดการกับ 'วารีเหมันต์' เสร็จสิ้นไปอีกส่วนหนึ่ง เขาจึงหันไปมองสวีอวี่ซูที่อยู่ข้างๆ

เห็นเพียงปรมาจารย์ปรุงโอสถผู้นี้กำลังนั่งขัดสมาธิ เพิ่งจะฟื้นฟูพลังเวทเสร็จสิ้น เมื่อเห็นฟางชิงมองมา เขาจึงส่งยิ้มที่เปี่ยมด้วยไมตรีจิตให้ "วิชาควบคุมวารีของศิษย์น้องช่างล้ำลึกนัก ถึงกับทำให้ศิษย์พี่อย่างข้ารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสองจางๆ อนาคตย่อมต้องไร้ขีดจำกัดแน่นอน"

"มิกล้า มิกล้า..."

ต่อหน้าปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสอง ฟางชิงย่อมแปรเปลี่ยนพลังเวททั้งหมดให้กลายเป็นพลังเวทวารีดำไปนานแล้ว

หากพูดถึงความสามารถในการควบคุมน้ำพุ ย่อมมิอาจเทียบได้กับยามที่มีพลังเวทวิถี 【วารีทะยาน】 อยู่เลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่าเพราะก่อนหน้านี้เขาจมดิ่งอยู่กับมัน วิชาควบคุมวารีของเขาจึงก้าวหน้าไปมากจริงๆ ซึ่งประสบการณ์และความก้าวหน้านี้ จะไม่เลือนหายไปเพียงเพราะการสับเปลี่ยนพลังเวท

"จริงด้วย..."

ฟางชิงเอ่ยถามปัญหาที่เขาสนใจที่สุด "การหลอมโอสถในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าจะสำเร็จกี่เม็ดหรือ?"

เรื่องของโอสถสร้างรากฐาน มักจะเป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ศิษย์ระดับหลอมลมปราณเสมอ

แม้การปรุงโอสถด้วยวิชาวารีจะใช้เวลานาน ทว่าในระหว่างกระบวนการก็พอจะมีเวลาให้พักผ่อนได้บ้างเป็นครั้งคราว

ศิษย์ที่อยู่ใกล้เคียงสองสามคนต่างพากันขยับเข้ามาหา แม้จะเป็นเพียงศิษย์ระดับล่าง ทว่าแต่ละคนต่างก็มีเส้นสายของตนเอง เมื่อนำข้อมูลมาปะติดปะต่อกัน จึงพอจะคาดเดาความจริงได้เจ็ดแปดส่วน

"ข้ามีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งทำงานอยู่ที่บ่อแปลงมังกร ได้ยินว่าคราวนี้ในสำนักมีอสรพิษมังกรน้อยระดับสองสำเร็จถึงสิบกว่าตัวเชียวนะ! ทว่าน่าเสียดายที่บางตัวไม่มีเหยาตัน... สุดท้ายจึงนำออกมาได้เพียงแปดเม็ดเท่านั้น"

ศิษย์เกาะโอสถคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"เหยาตันระดับสองแปดเม็ดยังงั้นหรือ..."

สวีอวี่ซูพยักหน้า "โอสถสร้างรากฐานนับเป็นโอสถระดับสอง หากเป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสองทั่วไปลงมือ การที่เหยาตันระดับสองหนึ่งเม็ดจะให้โอสถสร้างรากฐานของแท้หนึ่งเม็ด ก็นับว่าผ่านเกณฑ์แล้ว หากฝีมือดีหน่อย นอกจากของแท้หนึ่งเม็ดแล้ว อาจจะได้ของด้อยคุณภาพเพิ่มมาอีกหนึ่งเม็ด... ส่วนผู้ที่สามารถหลอมโอสถสร้างรากฐานของแท้ออกมาได้สองเม็ดจากเหยาตันเม็ดเดียว นั่นย่อมเป็นมหาปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสอง!"

"ผู้อาวุโสเทียนติ่งแห่งสำนักเรามีวิชาที่หาใดเปรียบ เหยาตันหนึ่งเม็ดสามารถหลอมโอสถของแท้ออกมาได้สองเม็ดอย่างมั่นคง และบางครั้งยังมีของด้อยคุณภาพแถมมาอีกหนึ่งเม็ด... หรือหากช่วงไหนที่ท่านมือขึ้นจริงๆ ถึงกับหลอมของแท้ออกมาได้สามเม็ดเลยทีเดียว!"

ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย ศิษย์น้องหญิงคนหนึ่งยิ้มพลางกล่าวว่า "เหล่าศิษย์สายตรงต่างก็มีทิฐิสูงส่ง ย่อมไม่มีทางยอมรับโอสถด้อยคุณภาพแน่นอน... ข้าล่ะหวังให้ผู้อาวุโสเทียนติ่งหลอมออกมาได้ของแท้สองเม็ดและของด้อยคุณภาพหนึ่งเม็ดอย่างมั่นคง เช่นนี้ก็จะมีโอสถสร้างรากฐานด้อยคุณภาพถึงแปดเม็ด ให้พวกเราได้แย่งชิงกัน..."

"แม้โอสถสร้างรากฐานด้อยคุณภาพจะช่วยคุ้มครองไม่ให้ตายยามสร้างรากฐานล้มเหลว ทว่าโอกาสสำเร็จในการสร้างรากฐานกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินนัก ทางที่ดีพวกเราควรพยายามเป็นศิษย์สายตรงให้ได้จะดีกว่า"

สวีอวี่ซูส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้

'นั่นหมายความว่า การหลอมโอสถในครั้งนี้ จะได้ของแท้ระหว่างสิบหกถึงยี่สิบสี่เม็ด? ส่วนของด้อยคุณภาพอย่างมากก็แปดเม็ดสินะ?'

ฟางชิงขยับความคิด "ศิษย์สายตรงของสำนักเรา มีจำนวนเท่าใดหรือขอรับ?"

"ยี่สิบห้า ศิษย์สายตรงของสำนักเรานั้น หากมีคนขึ้นไปหนึ่งคน ก็ต้องมีคนลงมาหนึ่งคน โดยคงจำนวนไว้ที่ยี่สิบห้าตำแหน่งเสมอ"

สวีอวี่ซูมีความเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี "ในบรรดาศิษย์สายตรงทั้งยี่สิบห้าตำแหน่งนี้ ทุกๆ สิบปีจะมีการจัดงานประลองยุทธ์ขึ้นหนึ่งครั้ง ศิษย์ที่ติดสิบอันดับแรกจะได้เป็นศิษย์สายตรง อีกสิบตำแหน่งมอบให้แก่ศิษย์ที่มีวิชาการบำเพ็ญเซียนที่โดดเด่น และห้าตำแหน่งสุดท้าย มาจากการเสนอชื่อโดยสภาผู้อาวุโส..."

"ผู้ที่ชนะการประลองยุทธ์และได้เป็นศิษย์สายตรง พวกเราย่อมไม่มีข้อกังขา ส่วนศิษย์สายตรงสายศิลปวิทยาการทั้งร้อย จำต้องฝึกฝนวิชาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ถึงระดับว่าที่ระดับสองหรือระดับสองถึงจะผ่านเกณฑ์... จะเหลือก็เพียงห้าตำแหน่งสุดท้ายที่มาจากการเสนอชื่อโดยสภาผู้อาวุโสนั่นแหละ เฮ้อ..."

ศิษย์น้องหญิงคนหนึ่งทอดถอนใจ

เห็นได้ชัดว่า ทั้งสามหนทางนั้น นางแทบจะไร้ซึ่งความหวังเลยแม้แต่น้อย

ทว่าฟางชิงฟังแล้วกลับครุ่นคิด:

'หากสำนักต้องการจะพัฒนา ยอดฝีมือสายต่อสู้ย่อมสำคัญยิ่ง ทว่าในขณะเดียวกันก็จำต้องมีบุคลากรสายการผลิตด้วย... การมอบโอกาสสร้างรากฐานให้ฝั่งละสิบตำแหน่ง จึงถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล'

'ส่วนห้าตำแหน่งสุดท้ายที่มาจากการเสนอชื่อโดยสภาผู้อาวุโส แม้จะดูเหมือนเป็นการใช้เส้นสายอย่างโจ่งแจ้ง ทว่าในความเป็นจริงกลับเป็นการดึงดูดคนส่วนใหญ่ไว้...'

ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนนี้ เหล่าศิษย์ระดับหลอมลมปราณไม่เคยเป็นคนส่วนใหญ่เลย!

ทว่าเหล่าผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานขึ้นไปที่กุมอำนาจระดับสูงต่างหาก คือคนส่วนใหญ่!

มนุษย์ย่อมมีความเห็นแก่ตัว! การเปิดช่องทางนี้ไว้ กลับช่วยให้สามารถรวบรวมเหล่าผู้อาวุโสสร้างรากฐานส่วนใหญ่ให้เป็นปึกแผ่นได้

อีกทั้ง บุคลากรที่ได้รับเลือกจากการเสนอชื่อเช่นนี้ หากสามารถสร้างรากฐานสำเร็จ ย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นตัวเลือกเจ้าสำนักปี้ไห่ในอนาคตได้เลยทีเดียว ส่วนวิธีการปกครองย่อมมีที่ปรึกษาคนสนิทคอยช่วยเหลือ ลำพังเพียงความสามารถในการรวบรวมผู้อาวุโสสร้างรากฐานส่วนใหญ่ให้มอบคะแนนเสียงให้ได้ การจะปกครองสำนักย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่

'ในสภาผู้อาวุโสแห่งนี้ บรรพชนแก่นทองคำเพียงคนเดียวก็น่าจะมีคะแนนเสียงมากกว่าเหล่าผู้ฝึกตนสร้างรากฐานจำนวนมากแล้วกระมัง?'

ฟางชิงครุ่นคิดดูแล้ว รู้สึกว่าระบบศิษย์สายตรงนี้ค่อนข้างสมเหตุสมผลทีเดียว

แน่นอนว่า สำหรับเขามันกลับเสียเปรียบอย่างยิ่ง

อย่างน้อยห้าตำแหน่งจากการเสนอชื่อโดยสภาผู้อาวุโสนั่น เขาไม่ต้องนำมาคิดให้เสียเวลาเลย

"การต่อสู้และวิชาการปรุงโอสถรึ?"

เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ หากไม่ใช้ความสามารถของวิถีสูดปราณ พลังที่แท้จริงของเขาจะแข็งแกร่งเพียงใดกันนะ?

'อืม หากข้าบรรลุขั้นเก้าทั้งวิถีสูดปราณและวิถีหลอมลมปราณ การจะคว้าชัยในการประลองยุทธ์ก็ใช่ว่าจะไร้หวังเสียทีเดียว?'

'นอกจากนี้ หากทุ่มเทศึกษาในวิชาการปรุงโอสถ ข้าก็พอจะมีหวังเช่นกัน'

"อีกอย่าง... ศิษย์สายตรงเหล่านี้มุ่งหวังในการสร้างรากฐาน ดังนั้นผู้ที่มีอายุเกินหกสิบปี หรือผู้ที่เคยใช้โอสถสร้างรากฐานแล้วล้มเหลว โดยปกติจะถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันอีก" สวีอวี่ซูกล่าวเสริม

"เช่นนั้นก็หมายความว่า จำเป็นต้องมีโอสถสร้างรากฐานของแท้อย่างน้อยยี่สิบห้าเม็ดสินะ?"

ศิษย์คนหนึ่งลองคำนวณดู "ต่อให้ผู้อาวุโสเทียนติ่งจะแสดงฝีมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าก็ยังขาดไปอีกหนึ่งเม็ด..."

"มิผิด... ด้วยเหตุนี้หลังจากจบการหลอมโอสถในครั้งนี้ สำนักจึงมีโอกาสสูงที่จะเริ่ม 'การล่าครั้งใหญ่'..."

เหล่าศิษย์เกาะโอสถพากันยิ้มอย่างสะใจ "โชคดีนักที่พวกเรามาช่วยหลอมโอสถสร้างรากฐานก็นับว่าเป็นภารกิจบังคับของสำนักแล้ว มิเช่นนั้นคราวนี้คงต้องลำบากกันแน่ๆ..."

จบบทที่ บทที่ 20 ศิษย์สายตรง

คัดลอกลิงก์แล้ว