- หน้าแรก
- ยอดเซียนวิถีซุ่มบำเพ็ญ
- บทที่ 3 วันประสูติราชามังกรทะเล
บทที่ 3 วันประสูติราชามังกรทะเล
บทที่ 3 วันประสูติราชามังกรทะเล
บทที่ 3 วันประสูติราชามังกรทะเล
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สามเดือนต่อมา
เกาะปี้อวี้
ณ หมู่บ้านชาวประมงแห่งหนึ่ง
ฟางชิงเปลือยท่อนบน อวดผิวพรรณกำยำขณะกำลังตากแห
นับตั้งแต่ถูกครอบครัวของตาเฒ่าฉาช่วยชีวิตไว้เมื่อสามเดือนก่อน เขาก็ได้รับความเมตตาให้อยู่อาศัยด้วย ฟางชิงจึงกระตือรือร้นช่วยงานทุกอย่าง เป้าหมายหลักคือเพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและฝึกฝนภาษา
แม้ภาษาบนเกาะปี้อวี้จะมีความคล้ายคลึงกับภาษาปา(ภาษาท้องถิ่นของเมืองปาจวิ้น) อยู่บ้าง แต่ก็ยังมีจุดที่แตกต่างกันไป สุดท้ายเขาก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับมัน
โชคดีที่ตาเฒ่าฉาเข้าใจว่าเขามาจากดินแดนอันไกลโพ้น ระยะทางระหว่างเกาะใหญ่น้อยแต่ละแห่งนั้นห่างไกลกันนัก สำเนียงที่เพี้ยนไปบ้างจึงถือเป็นเรื่องปกติ
ส่วนเรื่องฐานะของตนเอง ฟางชิงย่อมใช้มุกเก่าคร่ำครึอย่างการสูญเสียความทรงจำ โดยบอกว่าจำได้เพียงชื่อเท่านั้น...
อย่างไรเสีย เขาก็ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่และผู้คน จึงมิอาจปั้นแต่งข้ออ้างที่ดีกว่านี้ได้
นับว่ายังดีที่ตาเฒ่าฉาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง และรับเขาไว้ดูแลทันที
แม้จากการสังเกตของฟางชิง อีกฝ่ายเพียงต้องการแรงงานเพิ่ม หรืออาจจะมีแผนการอื่นแฝงอยู่บ้างก็ตาม
"นับว่ายังโชคดีที่นี่สามารถหาเสบียงจากท้องทะเลได้ แม้แต่คนธรรมดาก็ยังมีกินมีใช้จนอิ่มหนำ... ไม่ขาดแคลนอาหารสำหรับข้าสักมื้อ"
"พี่ฟาง กินข้าวได้แล้ว!"
ขณะที่ฟางชิงกำลังทอดถอนใจอยู่นั้น เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งก็ประคองชามกระเบื้องใบใหญ่ที่มีรอยบิ่น วิ่งเหยาะๆ ตรงเข้ามาหาเขา
"ขอบใจมากนะจูเอ๋อร์"
ฟางชิงรับมา ในชามนั้นมีขนมก้อนสีเขียวเข้ม รสชาติคล้ายสาหร่ายผสมกับข้าว
นี่คืออาหารที่ทำจากสาหร่ายในทะเล แม้รสชาติจะธรรมดา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อิ่มท้อง
บางครั้งยังได้กินอาหารทะเลสดๆ หากเทียบความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรแล้ว ที่นี่นับว่าเหนือกว่าแอ่งสามลำธารที่เขาเคยอยู่มากนัก แต่แน่นอนว่ายังมิอาจเทียบกับโลกก่อนได้
"ฮิๆ..."
จูเอ๋อร์สวมเสื้อกั๊กสีแดงสด บนศีรษะมัดผมทรงเขาแกะ ดวงตากลมโตฉายแววเฉลียวฉลาดน่าเอ็นดู นางนั่งยองๆ เล่นเปลือกหอยอยู่บนพื้น
"จูเอ๋อร์เจ้าน่ารักถึงเพียงนี้ จะต้องมีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเซียนแน่ๆ หากถูกสำนักปี้ไห่คัดเลือกไป เจ้าก็จะได้เป็นเซียนเลยนะ"
ฟางชิงเอ่ยเย้าหยอก
จากการสืบข่าวในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เขาเริ่มมีความรู้เกี่ยวกับน่านน้ำแถบนี้บ้างแล้ว
ทะเลเสี่ยวหวน เกาะปี้อวี้!
ทะเลเสี่ยวหวนเป็นส่วนหนึ่งของ 'โลกบำเพ็ญเพียรทะเลตะวันออก' ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ณ ที่แห่งนี้มีสำนักใหญ่สามแห่งที่มีบรรพชนแก่นทองคำคอยปกปักรักษาคุ้มครองราษฎร ทำให้เหล่าอสูรในทะเลไม่กล้ากำแหง
อีกทั้งในทะเลเสี่ยวหวนยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายอยู่ประดุจดวงดาว บนเกาะเหล่านั้นอาจมีผู้ฝึกตนสร้างรากฐานคอยดูแลจนกลายเป็นขุมกำลังขนาดย่อม หรืออาจมีปรมาจารย์เซียนหลอมลมปราณคอยคุ้มครองเพื่อความอยู่รอดอันยากลำบาก
'เนื่องจากทะเลรอบนอกนั้นอันตรายมาก เกาะที่ไร้ผู้ฝึกตนหลอมลมปราณคุ้มครองย่อมมิอาจให้ปุถุชนอาศัยอยู่ได้... ปุถุชนและผู้ฝึกตนอาศัยอยู่ปะปนกัน ด้วยเหตุนี้ข่าวคราวต่างๆ จึงไม่ใช่ความลับอีกต่อไป'
ฟางชิงทอดสายตามองลึกเข้าไปในเกาะ แววตาดูลุ่มลึก 'สำนักปี้ไห่นับเป็นสำนักฝ่ายธรรมะที่มีชื่อเสียง ทุกช่วงเวลาหนึ่งจะมีการคัดเลือกเด็กที่มีรากวิญญาณเข้าสำนัก... นี่คือโอกาสของข้า!'
ดวงตาของเขาฉายแววแรงกล้า แม้อายุสิบสี่สิบห้าปีจะดูมากไปเสียหน่อย แต่เพื่อการบำเพ็ญเซียนแล้ว ต่อให้ต้องพยายามหนักเพียงใดเขาก็ไม่หวั่น!
'ยิ่งไปกว่านั้น... เคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนของที่นี่เป็นอย่างที่ข้าจินตนาการไว้ คือขอเพียงมีพรสวรรค์และได้วิชามาก็สามารถฝึกฝนได้ทันที จะไม่ถูกกำแพงเรื่องปราณแท้ขวางกั้นไว้... อีกทั้งในหมู่บ้านชาวประมงมักมีตำนานเล่าขานถึงยอดฝีมือยุทธภพที่พลัดตกทะเลแล้วไปพบโบราณสถานของคนรุ่นก่อน หรือบัณฑิตยากไร้ที่พลิกเจอตำราลับบำเพ็ญเซียนในคัมภีร์ จนก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนและบรรลุเป็นเซียนในที่สุด!'
เมื่อเทียบกับการบำเพ็ญเซียนที่เข้าถึงยากในกู่สู่แล้ว ฟางชิงรู้สึกว่าวิชาบำเพ็ญเซียนของที่นี่เหมาะสมกับเขามากกว่า
แน่นอนว่า ความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดย่อมมาจากความสามารถ 'หวนคืนสู่ต้นกำเนิด' ของนิ้วทองคำ ต่อให้ก้าวเดินผิดทางก็ไม่ต้องหวาดกลัว!
ความรื่นรมย์ที่สุดในชีวิต คือการมีอำนาจในการเดินหมากใหม่ได้เสมอ!
ดังนั้น งานชุมนุมเซียนของสำนักปี้ไห่ ฟางชิงจะต้องเข้าร่วมให้ได้!
ยามโพล้เพล้ ตะวันรอน แสงสีทองสาดส่องไปทั่วหล้า
"ฮ่าๆ เสี่ยวฟาง มาช่วยข้าหน่อยเร็วเข้า"
บนเรือประมงตระกูลฉา ตาเฒ่าฉาถือถังไม้ใบหนึ่งแล้วกระโดดลงจากเรือ
ฟางชิงรับมาและพบว่าภายในมีปลาทะเลเบียดเสียดกันอยู่เต็มถัง
"วันนี้โชคไม่ดีเลย ได้แต่ปลาชิงฮวาไม่กี่ตัว..."
ตาเฒ่าฉาส่ายหน้าไปมา "หากจับปลาวิเศษได้สักตัวก็คงดี..."
ฟางชิงรู้ดีว่าสิ่งที่เรียกว่า 'ปลาวิเศษ' นั้น แท้จริงแล้วเป็นปลาที่เหนือกว่าปลาทั่วไป คือเป็น 'สายพันธุ์พิเศษ' ที่มีสรรพคุณทางยามากมาย แม้แต่เหล่าปรมาจารย์เซียนก็ยังต้องการ
ในหมู่คนธรรมดา ปลานี้มีค่าประดุจทองคำ!
'เป็นอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ อาศัยภูเขาหากินกับภูเขา อาศัยทะเลหากินกับทะเล... ได้ยินว่าเหล่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมลมปราณส่วนใหญ่จะอาศัยปลาวิเศษในการบำเพ็ญเพียรประจำวัน... ส่วนผู้ยิ่งใหญ่สร้างรากฐานล่ะ? ย่อมต้องกินสัตว์อสูรที่แท้จริงอยู่แล้ว...'
และเมื่อเทียบกับสัตว์อสูร เหล่า 'ปลาวิเศษสายพันธุ์พิเศษ' เหล่านี้ อาจอยู่ในระดับกึ่งอสูรเท่านั้น หากกลายเป็นสัตว์อสูรที่แท้จริง ชาวประมงทั่วไปย่อมมิอาจรับมือได้ และมักจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเรืออับปางคนล้มตาย แน่นอนว่า บิดามารดาของจูเอ๋อร์ก็เล่าลือกันว่าเสียชีวิตไปเพราะเหตุนี้
"ตอนท่านยังหนุ่มเคยตกปลาจานเกล็ดแดงได้ ครั้งนี้ท่านย่อมต้องตกได้อีกแน่นอน"
ฟางชิงเอ่ยยิ้มๆ เขารู้ดีว่าควรพูดอย่างไรให้ตาเฒ่าฉาอารมณ์ดี
เขาปรนนิบัติตาเฒ่าไปพลาง เริ่มลงมือจัดการปลาชิงฮวาไปพลาง
ปลาชิงฮวาเหล่านี้มีเกล็ดสีเขียวและเขี้ยวแหลมคม ท่าทางดุร้าย พวกมันถึงกับพยายามจะกัดนิ้วของเขา พละกำลังจากการสะบัดหางยังไม่น้อย รับมือได้ยากยิ่ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟางชิงพลันหรี่ตาลงและลงมือรวดเร็วดุจสายฟ้า
"ฝ่ามือทรายแดง!"
ฝ่ามือของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขาคว้าปลาชิงฮวาตัวหนึ่งไว้แล้วออกแรงเพียงเล็กน้อยก็บดขยี้สมองปลาจนแหลกละเอียด
"เจ้าหนุ่ม ฝ่ามือทรายแดงของเจ้านับว่าเข้าขั้นแล้วนะ"
ตาเฒ่าฉาเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
สิ่งที่เรียกว่า 'ฝ่ามือทรายแดง' เป็นเพียงวิชายุทธ์ระดับสาม ซึ่งบนเกาะปี้อวี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องวิเศษอันใด คนธรรมดาส่วนใหญ่ต่างก็ฝึกฝนวิชาไว้สักหนึ่งหรือสองท่าเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
ชาวประมงในแถบนี้มักฝึกวิชาพื้นฐานที่สุดคือ 'ฝ่ามือทรายแดง' และ 'วิชาพันจินร่วงหล่น'
วิชาแรกใช้สำหรับจับปลา ซึ่งต้องฝึกฝนกับทรายแดงที่มีลักษณะเฉพาะบนชายหาด
ส่วนวิชาพันจินร่วงหล่นนับเป็นวิชากายา ใช้เพื่อยึดร่างให้มั่นคงยามอยู่บนเรือ
ฟางชิงต้องขึ้นเรือไปช่วยงาน ตาเฒ่าฉาจึงถ่ายทอดวิชาทั้งสองนี้ให้แก่เขา
"หึๆ..."
ตาเฒ่าฉายิ้มกริ่มขณะหยิบกล้องยาสูบทองแดงออกมา พิงกราบเรือพักผ่อนพลางมองฟางชิงจัดการปลาชิงฮวาจนสะอาดสะอ้าน แล้วจู่ๆ พลันเอ่ยขึ้นว่า "พ่อหนุ่ม เจ้ามาที่นี่ได้สามเดือนแล้วสินะ?"
"ขอรับ สามเดือนแล้ว"
มือของฟางชิงยังคงไม่หยุดนิ่ง เขารู้ดีว่าตาเฒ่าฉามีจุดประสงค์แฝงอยู่
"เจ้าอยากไปงานชุมนุมเซียนงั้นรึ? แม้สำนักเซียนปี้ไห่จะรับสมัครเด็กๆ แต่เจ้าอายุมากไปหน่อย อีกทั้งมิใช่คนบนเกาะนี้ เรื่องนี้จัดการยากนัก..."
ตาเฒ่าฉาเอ่ยพลางส่ายหน้า
"หวังว่าท่านผู้เฒ่าจะช่วยชี้แนะ"
ฟางชิงจัดการปลาชิงฮวาเสร็จก็ก้าวเข้าไปคำนับอย่างนอบน้อม
เขารู้ดีว่าชาวประมงชราผู้นี้ช่วยชีวิตเขาไว้อาจเป็นเพราะความเมตตาชั่วครั้งชั่วคราว แต่การรับเขาไว้นานถึงเพียงนี้ ทั้งยังถ่ายทอดวิชายุทธ์ให้ ย่อมมิใช่เพียงเพราะความเมตตาเพียงอย่างเดียวแน่นอน
'คนผู้นี้ต้องมีสิ่งที่ต้องการ และคิดจะใช้ประโยชน์จากข้า'
'แต่การมีค่าให้ถูกใช้งานย่อมนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี อย่างน้อยเขาก็ยังยอมลงทุนกับข้าก่อน...'
สีหน้าของฟางชิงยังคงเรียบเฉย
ข้างๆ กันนั้น จูเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ เดินเข้าไปทุบหลังให้ปู่ของนาง แววตาออดอ้อน "ท่านปู่ ท่านก็ช่วยพี่ฟางหน่อยเถิดเจ้าค่ะ..."
"ไปๆ!"
ตาเฒ่าฉาทำท่าขัดใจพลางถลึงตาใส่ฟางชิงหนึ่งที ก่อนจะไล่จูเอ๋อร์ออกไป แล้วจึงเริ่มเอ่ยปาก "ช่วงนี้ข้าออกทะเลไม่หยุด วนเวียนอยู่แถวน่านน้ำใกล้เกาะ แต่น่าเสียดายที่ตกปลาวิเศษไม่ได้เลยสักตัว..."
"หากมีปลาวิเศษมาช่วยปรับปรุงพรสวรรค์ ต่อให้จูเอ๋อร์ไม่มีรากวิญญาณ นางก็ยังสามารถฝึกยุทธ์ต่อได้หลังจากงานชุมนุมเซียน..."
ฟางชิงแสดงออกว่าเขาเข้าใจเจตนา
"ปลาวิเศษตัวหนึ่งมีค่าอย่างน้อยร้อยเปลือกหอยเงิน..." ตาเฒ่าฉาทอดถอนใจ "คนเก่าคนแก่ในหมู่บ้านที่ไม่กล้าออกไปทะเลลึก ชั่วชีวิตหากจับปลาวิเศษได้สักสองสามตัวก็นับว่าน่าเลื่อมใสแล้ว
แต่ข้ารู้จักเส้นทางหนึ่ง อีกไม่กี่วันจะเป็น 'วันประสูติราชามังกรทะเล' ยามทำพิธีเซ่นสรวง โขดหินมังกรทะเลจะต้องดึงดูดปลาวิเศษให้มาติดกับแน่นอน!"
"วันประสูติราชามังกรทะเล?"
สีหน้าของฟางชิงเคร่งขรึมขึ้น "มีขั้นตอนอย่างไรบ้างขอรับ?"
เขารู้ดีว่า ช่วงเวลาสำคัญมาถึงแล้ว
"สิ่งที่เรียกว่าวันประสูติราชามังกรทะเล..." ตาเฒ่าฉามีสีหน้าลึกลับขณะเริ่มเล่า "คือพิธีเซ่นสรวงของเหล่าชาวประมง ต้องใช้คนเก่าคนแก่ที่เชี่ยวชาญการเดินเรือพายเรือนำเครื่องเซ่นและนักรบผู้พิทักษ์เครื่องเซ่นไปส่งยัง 'โขดหินมังกรทะเล'... พอถึงยามค่ำคืน เรือใหญ่จะถอนตัวออกมา เหลือเพียงนักรบไม่กี่คนคอยเฝ้าเครื่องเซ่น เมื่อผ่านพ้นคืนนั้นไปจนถึงรุ่งสาง จะเกิดนิมิตอัศจรรย์ 'หมื่นมัจฉาสักการะ' ซึ่งในนั้นจะต้องมีปลาวิเศษอยู่หลายตัวเป็นแน่ ด้วยฝีมือของเจ้าในยามนี้ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะจับมาได้สักตัว"
เมื่อกล่าวจบ เขาก็จ้องมองฟางชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"เรื่องนี้... ย่อมต้องอันตรายมาก ข้ามีข้อสงสัยบางประการ หวังว่าท่านจะช่วยไขข้อข้องใจ ไม่ทราบว่าอันตรายอยู่ที่ใด? "
ฟางชิงมีสีหน้าเคร่งเครียด
"อันตราย... ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่ปีที่ผ่านๆ มาก็ไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอันใด"
ตาเฒ่าฉาอธิบายทีละจุด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พ่อหนุ่ม เจ้ามีลักษณะของคนไม่ธรรมดา วันหน้าย่อมไม่ใช่ปลาในหนองน้ำเล็กๆ ข้าผู้เฒ่าขอเอาชื่อเสียงบรรพบุรุษเป็นประกัน ขอเพียงเจ้าตกลงเข้าร่วมงานวันประสูติราชามังกรทะเล ข้าจะรีบไปค้ำประกันให้เจ้าได้เข้าทะเบียนราษฎร์ของ 'หมู่บ้านชาวประมงต่าฮวา' แห่งนี้ทันที เพื่อให้เจ้าได้เข้าร่วมงานชุมนุมเซียน"
'ฟังดูแล้ว... เหมือนจะไม่อันตราย... ก็บ้าแล้ว!'
ฟางชิงครุ่นคิดในใจ 'ที่นี่มีสำนักปี้ไห่อยู่ ย่อมไม่มีอสูรตนใดกล้ากำแหง แต่สิ่งที่เรียกว่า 'ราชามังกรทะเล' นั้น ช่างน่าสงสัยนัก...'
'ยังดีที่ข้าฟังดูแล้ว อันตรายจะเกิดเฉพาะกับคนที่อยู่บนโขดหินเท่านั้น... อีกทั้งอันตรายยังเกิดในยามค่ำคืน ซึ่งสามารถหลบเลี่ยงได้โดยตรง'
แม้ในใจจะเริ่มเอนเอียง แต่สีหน้าของเขายังคงแสดงความลำบากใจ "เรื่องนี้... ข้าขอพิจารณาดูให้ดีก่อน"
"ย่อมได้ พ่อหนุ่มเจ้าลองตรึกตรองดูให้ดี วาสนาเซียนนั้นเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ด้วยอายุของเจ้า หากพลาดปีนี้ไป ปีหน้าอาจจะสมัครไม่ได้แล้วนะ"
ตาเฒ่าฉายิ้มออกมา ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นในสายตาของฟางชิงกลับดูคล้ายกับท่านอาอยู่บ้าง
...
กลางดึก
ฟางชิงตรวจสอบความเรียบร้อยรอบกาย ก่อนจะยกถังทรายแดงขึ้นมา แล้วเรียกหาด้วยจิตสำนึก
'ไข่มุกกำเนิดเต๋า!'
ครืน!
เมฆหมอกพวยพุ่ง ฟ้าดินเชื่อมโยง!
ปราณขุ่นมัวและใสหมุนวนกลายเป็นประตูมิติ
เพียงพริบตาเดียว ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละโลก
ณ ดินแดนกู่สู่ ภายในถ้ำ
ร่างของฟางชิงปรากฏขึ้น ข้างกายยังมีซากโครงกระดูกของหมาป่าอยู่หลายตัว หัวกะโหลกยุบตัวลง เห็นได้ชัดว่าถูกตีตายด้วยพละกำลังมหาศาล
เขาลูบมือทั้งสองข้างของตนพลางครุ่นคิด "ข้าใช้ความสามารถ 'หวนคืนสู่ต้นกำเนิด' ของนิ้วทองคำ เปลี่ยนพลังภายในของ 'ฝ่ามือทรายแดง' ให้กลายเป็น 'ปราณหยวน' แต่กลับได้มาเพียงเท่านี้เองรึ?"
ในยามนี้ หากฟางชิงมองเข้าไปภายใน 'ไข่มุกกำเนิดเต๋า' เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ลึกลับซับซ้อน ไม่ได้อยู่ในกายและไม่ได้อยู่นอกกาย พลังจากวิชาฝ่ามือทรายแดงที่เขาฝึกฝนมาได้กลายเป็นจุดแสงสีขาวที่มีขนาดเล็กกว่าเมล็ดข้าวถึงสิบเท่า จนแทบจะสังเกตไม่เห็น
"ยังดีที่ข้าสามารถเปลี่ยนพลังของ 'วิชาพันจินร่วงหล่น' ให้กลายเป็นปราณได้เช่นกัน แล้วนำมาเพิ่มให้กับฝ่ามือทรายแดง... นี่เองคือเหตุผลที่ข้าฝึกวิชาได้รุดหน้าอย่างรวดเร็วปานนี้"
ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา แม้เขาจะข้ามโลกกลับมาน้อยครั้ง แต่เขาก็ได้ค้นหาวิธีการใช้งานนิ้วทองคำอยู่ตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่น 'หวนคืนสู่ต้นกำเนิด'!
ฟางชิงเพียงนึก ปราณหยวนหยดนั้นก็เปลี่ยนกลับไปเป็นระดับพลังของวิชาพันจินร่วงหล่นทันที ทำให้ขาทั้งสองข้างของเขาแข็งแกร่งและมีพลัง เทียบเท่ากับชาวประมงที่ฝึกฝนมานานครึ่งปี!
"นี่มัน... สุดยอดไปเลย"
ใบหน้าของเขาฉายแววยินดี "ดูเหมือนว่า หากข้าฝึกวิชาระดับต่ำจำนวนมาก แล้วนำมาล้างแต้มทั้งหมด ข้าอาจจะสามารถเพิ่มระดับวิชายุทธ์หนึ่งให้ถึงขั้นสูงสุด หรือแม้แต่ขั้นบรรลุได้อย่างรวดเร็วสินะ?"
ฟางชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลังเล "แต่เรื่องประสิทธิภาพกับการสูญเสีย รวมถึงคอขวดของวิชาระดับสูง ทั้งหมดนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา..."