เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TXV - 653 ชะตากรรมของไก่

TXV - 653 ชะตากรรมของไก่

TXV - 653 ชะตากรรมของไก่


TXV - 653 ชะตากรรมของไก่

ช่องว่างด้านบนของกล่องโลหะโบราณดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ มันเป็นเพียงรูที่เกิดจากชิ้นส่วนที่ยังขาดหายไป ครั้งหนึ่งเซี่ยเหล่ยเคยลองใส่ปากกาเข้าไปในรูนั้นและผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าสยดสยองมาก ในตอนนี้กล่องวางอยู่ตรงหน้าเขา แม้มันจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่มันยังคงเต็มไปด้วยปริศนาที่ทำให้ผู้มองรู้สึกยำเกรง

ท้องฟ้าไม่ใช่ท้องฟ้า หากไร้ซึ่งระยะทาง เวลาไม่ใช่เวลา เมื่อพันปีผ่านไปในชั่วพริบตา นักเดินทางมาจากกาลเวลาอันไกลโพ้น ท้องฟ้าไม่ใช่กำแพงกั้นสำหรับเขา และกาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือนร่างกายของเขาได้ เขามองหาจุดเริ่มต้นแต่กลับหลงทางในโลกที่มืดมิด เขากำลังจะลืมเลือนตัวเอง สิ่งเดียวที่สามารถ...

สมองของเซี่ยเหล่ยยังคงวนเวียนอยู่กับถ้อยคำเหล่านั้น แสงสว่างในหัวของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ไม่กี่นาทีต่อมา เขาหาไขควงมาได้อันหนึ่ง เขาค่อยๆ วางมันลงในช่องว่างของกล่องโลหะโบราณ

ครั้งที่แล้วเขาใช้ปากกา ครั้งนี้เขาต้องการใช้วัตถุที่ทนทานกว่าในการทดลอง

ไขควงนั้นยาวกว่าความสูงของกล่องมาก แต่รูนั้นกลับเหมือนหลุมที่ไร้ก้นบึ้ง เมื่อเขาใส่ไขควงลงไป มันกลับไม่ชนก้นกล่องเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเหลือเพียงส่วนปลายของด้ามไขควง เซี่ยเหล่ยก็ตัดสินใจกระแทกมันเข้าไปในกล่องอย่างรวดเร็วและรุนแรงก่อนจะชักมือกลับทันที ไขควงหายวับไป และครั้งนี้เขาสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบปากหลุมเพียงชั่วครู่ มันเกิดขึ้นและหายไปเร็วมากจนเขาไม่แน่ใจว่าตาฝาดไปหรือไม่

เซี่ยเหล่ยไม่ได้กังวลเรื่องนั้น เขารีบก้มมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้เวลาผ่านไปเพียง 1 วินาทีหลังจากใส่ไขควงลงไป เขาจำเวลาไว้แม่นยำ

ติ๊ก... ต่อก... ติ๊ก... ต่อก...

เมื่อเข็มวินาทีเดินไปครบ 59 ครั้ง จู่ๆ พลังงานในความว่างเปล่าก็เกิดการผันผวน ไขควงที่หายไปกลับปรากฏออกมาอีกครั้ง มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับมีถาดที่มองไม่เห็นรองรับไว้ ทว่าสภาพของมันเต็มไปด้วยสนิมเขรอะ แม้แต่ด้ามพลาสติกก็สลายไปหมดสิ้น มันดูเหมือนของที่ผ่านแดดผ่านฝนมานานนับพันปี

เคร้ง! ไขควงตกลงบนโต๊ะทำงาน แม้มันจะไม่สลายกลายเป็นผงในทันที แต่สนิมทั้งหมดก็หลุดร่วงออกมา ตอนนี้ไขควงเหลือขนาดเพียง 1 ใน 10 ของขนาดเดิม พื้นผิวของมันบิดเบี้ยวและขรุขระอย่างยิ่ง

แม้จะเคยเห็นอะไรแบบนี้มาบ้างแล้ว แต่หัวใจของเซี่ยเหล่ยยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไขควงเข้าไปเพียงนาทีเดียว แต่เมื่อกลับออกมา 9 ใน 10 ของมันกลายเป็นสนิม ด้ามพลาสติกสลายตัวโดยสมบูรณ์ นั่นหมายความว่ากาลเวลาในพื้นที่มิติภายในกล่องโลหะโบราณนั้น "เร็วกว่า" โลกภายนอกเกินกว่าพันปี! หากมนุษย์ที่มีชีวิตเข้าไปและกลับออกมา คนผู้นั้นคงเหลือเพียงกองกระดูกไม่ใช่หรือ?

แรงบันดาลใจที่เขาได้มาก่อนหน้านี้ คือความคิดที่จะ "เข้าไป" ในกล่องโลหะโบราณด้วยตัวเอง

ท้องฟ้าไม่ใช่ท้องฟ้า หากไร้ซึ่งระยะทาง เวลาไม่ใช่เวลา เมื่อพันปีผ่านไปในชั่วพริบตา

นี่ไม่ใช่การบรรยายถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในการทดลองหรอกหรือ? ไขควงหายไปในความว่างเปล่าที่ไร้ระยะทาง มันเข้าไปเพียงหนึ่งนาที แต่กลับออกมาในสภาพที่ผ่านการกัดกร่อนมาพันปี ปรากฏการณ์นี้ตรงกับคำพูดที่ว่า "ชั่วพริบตาเดียว พันปีได้ผ่านพ้นไป" เป๊ะๆ

นักเดินทางมาจากกาลเวลาอันไกลโพ้น ท้องฟ้าไม่ใช่กำแพงกั้นสำหรับเขา และกาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือนร่างกายของเขาได้

ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนเคยเข้าไปในโลกภายในกล่องนั้น และร่างกายของเขาไม่ถูกทำลายโดยกาลเวลา

เขามองหาจุดเริ่มต้นแต่กลับหลงทางในโลกที่มืดมิด

ประโยคนี้ดูเหมือนจะบอกว่านักเดินทางคนนั้นกำลังตามหาอะไรบางอย่างแต่หลงทาง ซึ่งโลกมืดมิดที่ว่าก็น่าจะเป็นโลกภายในกล่อง องค์หญิงหย่งเหมยเคยบรรยายว่าโลกในกล่องนั้นมืดมิด ว่างเปล่า และหนาวเหน็บอย่างยิ่ง คำอธิบายของเธอคือหลักฐานยืนยันชั้นดี

เซี่ยเหล่ยวิเคราะห์คำพูดของหนิงจิ้งและมั่นใจว่าความถูกต้องน่าจะสูงถึง 80-90% แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือประโยคสุดท้ายที่เธอพูดไม่จบ “เขากำลังจะลืมเลือนตัวเอง สิ่งเดียวที่สามารถ...” ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน เขาก็ยังตีความไม่ออก

‘ในเมื่อได้เบาะแสมาแล้ว ฉันต้องไขความลับนี้ให้ได้’ เซี่ยเหล่ยออกจากห้องแล็บใต้ดินไป

สิบนาทีต่อมา เขากลับมาพร้อมกับถุงพลาสติกที่มี "จั๊กจั่น" อยู่ข้างใน ซึ่งเขาจับมาจากแมกไม้ข้างวิลล่า นอกจากนี้เขายังไปขอ "ไก่เป็นๆ" มาจากโรงอาหารตัวหนึ่ง

“กุ๊กๆ... กระต๊าก!” ไก่ส่งเสียงร้องประท้วง

สมองของไก่นั้นเรียบง่าย เซี่ยเหล่ยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันกำลังกลัวหรือไม่ เมื่อมันเข้ามาในห้องแล็บใต้ดิน มันก็ไม่ได้ตายทันทีหรือแสดงอาการคลั่ง แต่อย่างว่า... คงไม่มีใครเคยเห็นไก่ที่เป็นบ้าจริงๆ หรอกใช่ไหม?

เซี่ยเหล่ยไม่มีเวลามานั่งศึกษาพฤติกรรมสัตว์ เขาใช้ฟอร์เซป * คีบจั๊กจั่นใส่ลงไปในรูของกล่องโลหะโบราณ

หนึ่งนาทีต่อมา พลังงานรอบความว่างเปล่าเริ่มผันผวน สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่จั๊กจั่น แต่เป็น "เถ้าถ่านสีเทาดำ"

เขาลองใหม่ด้วยจั๊กจั่นตัวที่สอง ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม จั๊กจั่นทนทานต่อการกัดกร่อนนับพันปีไม่ไหว ร่างของมันกลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดสิ้น

เซี่ยเหล่ยหยุดพักครู่หนึ่ง ก่อนจะจับไก่ที่ยังมีชีวิตอยู่ค่อยๆ ดันมันเข้าไปในรูของกล่องโลหะโบราณ

ไก่นั้นมีขนาดใหญ่กว่ากล่องหลายเท่า แต่สิ่งที่แปลกคือรูนั้นเหมือน "หลุมดำ" วัตถุใดก็ตามที่เข้าสู่สนามพลังของมันจะถูกบีบอัดจนเล็กลง ไก่ไม่ได้สัมผัสโดนตัวกล่องเลยด้วยซ้ำ มันให้ความรู้สึกว่าต่อให้เป็นรถยนต์ทั้งคันก็อาจจะยัดลงไปได้ เพราะสนามพลังนั้นทำงานเหมือนกรวยที่เปิดรับวัตถุที่ใหญ่กว่าตัวมันเอง

กล่องนี้จะรับวัตถุที่ใหญ่ได้แค่ไหนกัน? เซี่ยเหล่ยไม่เคยทดลอง แต่เขาเดาว่าถ้าเขาอยากเข้าไปเอง เขาก็คงเข้าไปได้

ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนครู่หนึ่ง ก่อนที่กอง "กระดูกไก่และเถ้าถ่าน" จะร่วงหล่นออกมา กระดูกไก่ตกลงบนโต๊ะทำงานและสลายกลายเป็นผงธุลีในทันที ไม่เหลือชิ้นส่วนที่สมบูรณ์เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

จากการทดลองทั้งสามครั้ง ความคิดที่จะมุดเข้าไปในกล่องด้วยตัวเองของเซี่ยเหล่ยพลันมลายหายไป เขามีเพียงชีวิตเดียว หากความจริงต้องแลกมาด้วยความตาย เขายอมไม่รู้เสียยังจะดีกว่า

‘คำพูดของหนิงจิ้งคือคำใบ้ว่าคนสามารถเข้าไปได้ แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ใครจะกล้าเข้าไป? แต่ถ้าไม่มีใครเข้าไป เบาะแสเหล่านี้ก็ไร้ความหมาย...’

เซี่ยเหล่ยถอนหายใจ ความคืบหน้าของเขามาถึงทางตันอีกครั้ง

กริ๊งงง... กริ๊งงง...

โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อผู้โทรเขาก็รีบกดรับทันที “เจิ้งหนาน มีอะไรเหรอ?”

“ลู่เซิ่งไปหาพี่ที่ออฟฟิศแต่ไม่เจอครับ เขาบอกว่ามีชาวเยอรมันสองสามคนมาขอพบ ผมเลยบอกว่าจะติดต่อพี่ให้ ลู่เซิ่งกำลังรอคำตอบอยู่ครับ จะให้เขาพาคนเยอรมันเข้ามาเลยไหม?” หลิวเจิ้งหนานถาม

“มากันกี่คน?” เซี่ยเหล่ยขมวดคิ้ว “ลู่เซิ่งได้ขอดูบัตรหรือถามเหตุผลที่มาไหม?”

เสียงหลิวเจิ้งหนานคุยกับคนข้างๆ ดังลอดเข้ามา ก่อนจะตอบว่า “พี่ครับ ลู่เซิ่งบอกว่าเป็นท่านทูตเยอรมันคนเดิมที่ชื่อฟิลิปครับ มากับผู้ช่วยอีกสองคน คนหนึ่งชื่ออลิส ส่วนอีกคนลู่เซิ่งไม่รู้จักชื่อครับ... เห็นว่าเป็นผู้หญิงเยอรมันที่ยังอายุน้อยอยู่”

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวพี่ไปเดี๋ยวนี้แหละ” เซี่ยเหล่ยสั่ง “เจิ้งหนาน บอกลู่เซิ่งให้พาพวกเขาไปรอที่ออฟฟิศพี่เลย”

“ครับพี่” หลิวเจิ้งหนานวางสาย

เซี่ยเหล่ยลอบยิ้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เจิ้งหนานเรียกเขาว่า "พี่" ทั้งที่เซี่ยเสวี่ยไม่ได้อยู่ด้วย แสดงว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปถึงขั้น "ว่าที่ครอบครัว" แล้ว เจิ้งหนานเป็นคนนิสัยดี มีความสามารถ และซื่อสัตย์ ถ้าเซี่ยเสวี่ยได้อยู่กับเขา เซี่ยเหล่ยก็เบาใจ

แต่รอยยิ้มก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว โรงงานธันเดอร์ฮอร์สเพิ่งอัปเกรดเสร็จ เฮลล์ฮาวด์เพิ่งเปิดตัว คนเยอรมันก็มาเคาะประตูบ้านทันที โบราณว่า "คนไม่มีธุระไม่มาถึงเรือนชาน" หรือฟิลิปจะมาพร้อมกับออเดอร์ใหม่จากรัฐบาลเยอรมันอีก?

เซี่ยเหล่ยรีบเก็บของทุกอย่างเข้าตู้เซฟ

‘ผู้หญิงเยอรมันอายุน้อย? ถ้าลู่เซิ่งไม่รู้จัก ก็คงไม่ใช่แอนนิน่า หรือจะเป็นสายลับหรือเจ้าหน้าที่รัฐคนใหม่?’ เขาเดินครุ่นคิดออกจากวิลล่ามุ่งหน้าไปออฟฟิศ

“พี่คะ! หนูมีเรื่องจะบอกค่ะ!” เซี่ยเสวี่ยวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเขาจากระยะไกล

“มีอะไรเหรอ?” เซี่ยเหล่ยยิ้ม “หรืออยากให้พี่เตรียมเงินสินสอดไว้ให้แล้ว?”

เซี่ยเสวี่ยหน้าแดงซ่าน ตีแขนพี่ชายเบาๆ “พี่คะ! เรา... เรายังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้นสักหน่อย!”

“อย่ามาหลอกพี่เลย เจิ้งหนานเรียกพี่ว่าพี่แล้วนะ แสดงว่าคุยเรื่องแต่งงานกันแล้วล่ะสิ บอกมาเถอะ น้องสาวพี่ทั้งคน สินสอดพี่จัดให้ไม่ต่ำกว่า 800 ล้านถึงพันล้านแน่นอน”

“ไม่คุยด้วยแล้ว!” เซี่ยเสวี่ยเขินจนทนไม่ไหว ทำท่าจะวิ่งหนี

“อ้าว ไหนบอกมีเรื่องจะคุยไง?”

เซี่ยเสวี่ยหยุดกะทันหัน “อ้อ ลืมเลย! เพราะพี่นั่นแหละทำให้หนูลืม!”

“ว่ามา มีอะไร?”

“วันนี้หนูได้รับพัสดุค่ะ ส่งไปที่โรงเรียน หนูเลยต้องแวะกลับไปเอามาให้พี่ที่นี่”

“แค่เนี้ย?” เซี่ยเหล่ยรู้สึกแปลกใจ

เซี่ยเสวี่ยส่ายหน้า “มันไม่ใช่พัสดุธรรมดาค่ะ ข้างในมันคือ...”

ยังไม่ทันที่เซี่ยเสวี่ยจะพูดจบ เสียงภาษาเยอรมันก็ดังขึ้นจากด้านบน “คุณเซี่ย ผมมาหาคุณอีกแล้วนะ คุณตั้งใจจะให้ผมรอนานแค่ไหนกัน?”

เซี่ยเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมอง เห็นทูตฟิลิปยืนอยู่

“พี่ไปทำงานก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวเสร็จแล้วหนูค่อยมาคุยด้วยใหม่” เซี่ยเสวี่ยบอก

เซี่ยเหล่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกำชับ “อย่าเพิ่งแกะของข้างในนะ เดี๋ยวเอาพัสดุไปให้พี่ที่ออฟฟิศด้วย”

“รับทราบค่ะ!” เซี่ยเสวี่ยวิ่งเริงร่าจากไป

หมายเหตุ :

*ฟอร์เซป คือ ปากคีบ หรือคีมคีบ ใช้สำหรับหยิบจับวัตถุขนาดเล็ก

จบบทที่ TXV - 653 ชะตากรรมของไก่

คัดลอกลิงก์แล้ว