- หน้าแรก
- การ์ดมรดกเผ่าวิญญาณ ข้าจะนำพาวงศ์ตระกูลสู่เส้นทางเซียน
- บทที่ 20: จารึกมรดก และภารกิจ Speed-run ณ ตลาดนัด
บทที่ 20: จารึกมรดก และภารกิจ Speed-run ณ ตลาดนัด
บทที่ 20: จารึกมรดก และภารกิจ Speed-run ณ ตลาดนัด
จุดพักชั่วคราวที่ตระกูลหลี่สร้างขึ้นนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงฐานที่มั่นเล็ก ๆ ภายในถ้ำหินธรรมชาติ ซึ่งถูกจัดวางด้วยค่ายกลพรางตาและค่ายกลเตือนภัยอย่างเรียบง่าย พื้นที่ภายในไม่ได้กว้างขวางนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับผู้ฝึกตนสองกลุ่มที่จะหยุดพักผ่อนช่วงสั้น ๆ
ร่างของสมาชิกตระกูลหลี่ที่ล่วงลับได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อรอการเคลื่อนย้ายกลับตระกูลในภายหลัง สมาชิกที่เหลืออีกสี่คนยังคงมีร่องรอยของความโศกเศร้าและความล้าปรากฏบนใบหน้า ทว่าสายตาที่มองมายังคนตระกูลหลินนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง
หลี่หมิงหยวนผู้เป็นหัวหน้าทีมไม่ยอมเสียเวลา เขาหยิบแผ่นหยกออกมาบันทึกรายละเอียดการถูกลอบโจมตีและการยื่นมือเข้าช่วยอย่างเที่ยงธรรมของตระกูลหลินทันที โดยให้หลินหลิงเฟิงประทับรอยจิตวิญญาณไว้เป็นหลักฐาน
“สหายนักพรตหลิน ข้าหลี่หมิงหยวนจะจดจำน้ำใจนี้ไว้ในใจ และตระกูลหลี่ของเราจะไม่มีวันลืมเลือน” หลี่หมิงหยวนกล่าวกับหลินหลิงเฟิงด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหยิบถุงผ้าเล็ก ๆ ออกมาจากถุงเก็บสมบัติ “นี่คือศิลาวิญญาณส่วนหนึ่งที่รวบรวมได้จากพวกสายมารสามคนที่ถูกกำจัด รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบก้อน และยังมี ‘ยาฟื้นปราณ’ อีกสามขวดเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจเล็กน้อย โปรดรับไว้เถอะครับ!”
หลินหลิงเฟิงทำท่าปฏิเสธตามมารยาท แต่เมื่อเห็นท่าทีที่หนักแน่นของอีกฝ่าย เขาจึงยอมรับไว้ในนามของตระกูลหลิน ศิลาวิญญาณ 150 ก้อนถูกแบ่งให้สมาชิกทั้งหกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้แต่ละคนได้รับคนละ 25 ก้อน ส่วนยาฟื้นปราณสามขวด (ขวดละห้าเม็ด) หลินหลิงเฟิงเป็นผู้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน
รางวัลในครั้งนี้ถือว่าใจป้ำมากทีเดียว~ เพราะอย่างไรเสียความดีความชอบหลักก็อยู่ที่ตระกูลหลี่ซึ่งเป็นผู้แบกรับแรงกดดันส่วนใหญ่เอาไว้ ส่วนตระกูลหลินนั้นเป็นฝ่ายสนับสนุนเท่านั้น ทุกคนจึงรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลที่จับต้องได้ขนาดนี้
หลังจากพักฟื้นและรักษาบาดแผลอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ทีมตระกูลหลินก็บอกลาและมุ่งหน้าสู่ตลาดนัดต่อ ส่วนหลี่หมิงหยวนและคนอื่น ๆ ยังคงต้องรอคอยกำลังเสริมที่จะมารับตัวกลับ
เมื่อออกเดินทางอีกครั้ง บรรยากาศก็ผ่อนคลายขึ้นมาก ไม่ใช่เพียงเพราะสลัดพวกสายมารหลุดไปได้ แต่เป็นเพราะมีศิลาวิญญาณอุ่น ๆ เข้ามาอยู่ในกระเป๋านี่แหละ
“ฮิๆ ศิลาวิญญาณยี่สิบห้าก้อน~ ทริปนี้ไม่ขาดทุนแล้วเว้ย!” หลินหลิงอวิ๋นหยิบถุงเงินขึ้นมาโยนเล่นอย่างมีความสุข
“หลัก ๆ เป็นเพราะพี่หลิงเฟิงเก่งมากต่างหากล่ะคะ เล่นซะไอ้สายมารระดับสี่คนนั้นน่วมไปเลย” หลินหลิงอวี่เสริมด้วยรอยยิ้ม
หลินหลิงเฟิงยังคงรักษาความสงบนิ่ง “มันเป็นเรื่องของดวงมากกว่า ถ้าอีกฝ่ายไม่ถูกตระกูลหลี่ตัดกำลังไปก่อน เราคงไม่สำเร็จง่าย ๆ แบบนี้ ทุกคนอย่าเพิ่งประมาท ตลาดนัดอยู่ตรงหน้าแล้ว เรายิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้น”
หลินชางเฉินก้าวตามทีมไปพลาง หัวใจเบิกบานดั่งดอกไม้ผลิ
ศิลาวิญญาณ 25 ก้อนนั้นเป็นเพียงลาภลอยที่ไม่ได้คาดคิด แต่รางวัลที่แท้จริงคือ 【การ์ดมรดกศาสตร์ปรุงยาระดับหนึ่ง ขั้นต่ำ】 ที่นอนอยู่อย่างสงบในมิติจิตสำนึกต่างหาก!
เขาระงับความอยากที่จะใช้งานมันในทันที จนกระทั่งทีมออกเดินทางมาถึงเส้นทางที่ค่อนข้างปลอดภัย ในขณะที่ยังคงรักษาระดับ ย่างก้าวไล่ลม เขาก็สั่งการในใจเงียบ ๆ ว่า:
“ใช้งาน 【การ์ดมรดกศาสตร์ปรุงยาระดับหนึ่ง ขั้นต่ำ】!”
วึ่ง!
ราวกับมีระฆังยักษ์ถูกตีรัวก้องอยู่ในหัว หรือประหนึ่งได้รับการเปิดเนตรจากสวรรค์!
ความรู้ เทคนิค และความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์การปรุงยาจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ก้นบึ้งของความทรงจำราวกับกระแสน้ำหลาก มันหลอมรวมเข้ากับจิตสำนึกเดิมของเขาได้อย่างไร้ที่ติ โดยไม่มีความรู้สึกต่อต้านแม้แต่นิดเดียว
เขา “เห็น” รูปลักษณ์ สรรพคุณทางยา สภาพแวดล้อมที่เติบโต และวิธีการจัดการสมุนไพรวิญญาณระดับหนึ่ง ขั้นต่ำนานาชนิด เขารู้แจ้งถึงความละเอียดอ่อนของเทคนิคการควบคุมไฟพื้นฐาน และวิธีรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยภายในเตาหลอมยา เขา “บรรลุ” ตำรับยาและกระบวนการกลั่นกรองโอสถพื้นฐานกว่าสิบชนิดในขั้นฝึกปราณระยะแรก!
ไม่ว่าจะเป็น... ยาเม็ดสลายหิว, ยาเสริมปราณ, ยาเม็ดมังกรเหลือง (รักษา), ยาเม็ดล้างใจ (กล่อมจิต), ยาเม็ดถอนพิษ, ยาเม็ดเดือดโลหิต (เพิ่มพลังชั่วคราว)... และยังมีโอสถเฉพาะทางที่แม้จะเป็นระดับต่ำแต่ใช้งานได้จริงอีกหลายรายการ!
ความสมบูรณ์ของมรดกนี้เหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก! เมื่อเทียบกับมรดกที่แหว่งวิ่นของปู่รองหลินเย่าซานแล้ว มันต่างกันราวกับแบบฝึกหัดเด็กประถมกับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเลยทีเดียว!
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบและกินเวลาเพียงสิบกว่าลมหายใจ เมื่อพายุข้อมูลสงบลง หลินชางเฉินรู้สึกราวกับมีหอตำราที่รวบรวมศาสตร์ปรุงยาไว้โดยเฉพาะปรากฏขึ้นในใจ พร้อมให้เขาหยิบมาใช้งานได้ทุกเมื่อ
ฝีเท้าของเขาเผลอชะงักไปครู่หนึ่งจนเกือบเสียหลัก
“ชางเฉิน เป็นอะไรไปรึเปล่า?” หลินหลิงเฟิงที่สังเกตเห็นความผิดปกติเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“มะ... ไม่มีอะไรครับ! ผมสบายดี!” หลินชางเฉินรีบตั้งตัวให้ตรง ใบหน้าแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “แค่แอบคิดฟุ้งซ่านเรื่องการเดินปราณนิดหน่อยน่ะครับ”
เขาคงบอกไม่ได้หรอกว่า จู่ ๆ เขาก็กลายเป็น “ปรมาจารย์ปรุงยาสายทฤษฎี” ภายในพริบตาเดียวไปแล้ว
“ระวังหน่อยล่ะ ใกล้ถึงตลาดนัดแล้ว ตั้งสมาธิให้ดี” หลินหลิงเฟิงเตือนโดยไม่สงสัยอะไร
“ครับ ท่านอาหลิงเฟิง!” หลินชางเฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ข่มความดีใจสุดขีดไว้ในใจ แม้แววตาที่สั่นระริกจะปิดไม่มิดก็ตาม
คราวนี้ข้ารวยเละแล้ว! รวยเละจริงๆ!
ในมุมมองส่วนตัว มรดกนี้หมายความว่าเขาสามารถลองปรุงยาได้เองในอนาคต เลี้ยงตัวเองได้ หรือแม้แต่หาศิลาวิญญาณจากมัน! ส่วนในมุมมองของตระกูล มันคือขุมทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งเพียงพอจะยกระดับรากฐานของตระกูลหลินขึ้นไปอีกขั้นใหญ่!
อย่างไรก็ตาม การจะมอบมรดกนี้ให้ตระกูลอย่าง “สมเหตุสมผล” ต้องมีการวางแผนที่รอบคอบ ขืนบอกทื่อ ๆ ว่ามรดกโผล่มาในหัวเอง มีหวังโดนจับไปชำแหละหาว่าโดนปิศาจเฒ่าเข้าสิงแน่ ๆ เขาต้องหาโอกาสและวิธีการที่เนียนกว่านี้
เขาข่มความตื่นเต้นและกลับมาโฟกัสกับการเดินทางต่อ
ในที่สุด ช่วงบ่ายของวันที่สอง กลุ่มเดินทางที่เนื้อตัวมอมแมมก็มาถึงชายขอบตลาดนัดอำเภอลั่วเซี่ยโดยสวัสดิภาพ
เมื่อเทียบกับครั้งก่อน ตลาดนัดในวันนี้ดูจะเงียบเหงากว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด การตรวจตราของทหารยามตระกูลหลี่ที่ประตูเมืองเข้มงวดขึ้นมาก มีการใช้สมบัติวิเศษตรวจสอบไอปีศาจด้วย โชคดีที่คนตระกูลหลินมีประวัติใสสะอาด และหลินหลิงเฟิงก็เป็น “คนคุ้นหน้า” พวกเขาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าสู่ตลาดนัด บรรยากาศที่คุ้นเคยก็พุ่งเข้าปะทะ ทว่าหากมองให้ดี จะพบว่าสีหน้าของผู้คนแฝงไปด้วยความระแวดระวัง และบทสนทนาก็ดูจะเบาเสียงลง อิทธิพลของผู้ฝึกตนสายมารเริ่มแผ่กระจายมาถึงที่นี่แล้ว
“สถานการณ์ไม่ปกติ เราต้องเร่งมือกันหน่อย” หลินหลิงเฟิงเรียกทุกคนมารวมกันเพื่อสั่งการ “ของที่ตระกูลฝากขาย ข้า หลิงอวิ๋น และหลิงอวี่ จะไปจัดการที่หอหมื่นสัมพันธ์เอง พร้อมกับจัดซื้อโอสถและยันต์ที่จำเป็น ส่วนหลิงถูและหลิงจิน พวกเจ้าตามสบาย ไปซื้อทรัพยากรที่พวกเจ้าต้องการ แต่อีกหนึ่งชั่วโมงต้องมาเจอกันที่นี่!”
เขาชี้ไปยังจุดนัดพบที่เด่นชัดใกล้ประตูตลาดนัด
“ชางเฉิน แล้วเจ้าล่ะ?” หลินหลิงเฟิงหันมาถาม
“ท่านอาหลิงเฟิงครับ ผมอยากเดินดูคนเดียวหน่อย เผื่อจะเจอพวกบันทึกอาคมหรือของแปลก ๆ บ้าง อีกหนึ่งชั่วโมงผมจะกลับมาเจอกันที่จุดนัดพบแน่นอนครับ!” หลินชางเฉินรีบบอก เขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อย่อยข้อมูลมหาศาลและลองมองหาช่องทาง “ชุบมือเปิบ” ดูบ้าง
หลินหลิงเฟิงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ก็ได้ แต่ไปคนเดียวต้องระวังตัวให้มาก อย่าเผยทรัพย์สินล่อตาล่อใจใคร ถ้ามีปัญหาให้ใช้ ยันต์ส่งสาร ทันที!”
“ทราบแล้วครับ!” หลินชางเฉินตบหน้าอกรับคำ
ทีมล่าแยกย้ายกันไปทันที
หลินชางเฉินสูดอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของตลาดนัดเข้าไปเต็มปอดกลิ่นอายที่ผสมปนเประหว่างสมุนไพรวิญญาณ, โอสถ และวัสดุทำยันต์เขารู้สึกเหมือนปลาที่ได้กลับคืนสู่สายน้ำ
เป้าหมายแรกของเขาคือโซนที่พวกนักพรตพเนจรวางแผงลอย ที่นี่คนพลุกพล่านและวุ่นวายที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่เขามีโอกาสจะเจอ “ของหลุด” ได้มากที่สุด
สายตาของเขาประดุจสายฟ้า กวาดมองแผงลอยทีละแผงอย่างรวดเร็ว ทั้งสมุนไพร, แร่ธาตุ, สมบัติวิเศษระดับต่ำ, แผ่นหยกที่แตกหัก... ละลานตาไปหมด
ด้วยความรู้ศาสตร์ปรุงยาที่เพิ่งได้รับมา ความสามารถในการจำแนกสมุนไพรของเขาจึงพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในไม่ช้า เขาก็สังเกตเห็นสมุนไพรเสริมระดับหนึ่ง ขั้นต่ำหลายชนิดบนแผงลอยบางแห่งที่ถูกจัดการอย่างผิดวิธีหรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหญ้าไร้ค่า เขาจึงสามารถซื้อมันมาได้ในราคาที่ถูกแสนถูกเพื่อเก็บไว้ใช้ปรุงยาในอนาคต เขาแอบใช้ศิลาวิญญาณเพียงไม่กี่ก้อนเพื่อกวาด “หุ้นศักยภาพ” เหล่านี้มาไว้ในครอบครอง
ต่อมา ที่แผงขายของเบ็ดเตล็ดแห่งหนึ่ง เขาพบแผ่นหยกที่ดูธรรมดาและเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน เจ้าของแผงอ้างว่าเก็บได้จากชายขอบถ้ำเซียนโบราณแต่เปิดไม่ออก เลยเอามาวางขายเป็นของประดับขำ ๆ หลินชางเฉินลองส่งจิตสัมผัสเข้าไปสำรวจเล็กน้อย และรู้สึกว่าโครงสร้างภายในของมันดูประหลาดพิกล ไม่เหมือนของไร้ค่าทั่วไป เขาจึงควักศิลาวิญญาณ 5 ก้อนซื้อมันมาทันที! ขอลองเสี่ยงดวงดูหน่อย ต่อให้เสียเงินฟรีก็ไม่เจ็บตัวเท่าไหร่
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินชางเฉินกลับมาที่จุดนัดพบตรงเวลาเป๊ะ
คนอื่น ๆ กลับมาถึงแล้วเช่นกัน กลุ่มของหลินหลิงเฟิงจัดการภารกิจของตระกูลเสร็จสิ้น ทั้งขายของและซื้อโอสถกับวัสดุทำยันต์กลับมาครบถ้วน ท่านอาอีกสองคนก็ได้ของที่ต้องการและมีสีหน้าพึงพอใจ
หลินชางเฉินโชว์ “หญ้าไร้ค่า” ไม่กี่ต้นกับ “แผ่นหยกหัก ๆ” ที่เขาซื้อมาพลางแบมือ “ไม่มีของดีเลยครับ แค่ซื้อของแปลก ๆ มาดูเล่นเฉย ๆ”
ทุกคนหัวเราะร่วนและไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะการจะเจอของดีราคาถูกจริง ๆ นั้นมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
“เอาละ คนครบแล้ว เรากลับกันเดี๋ยวนี้เลย!” หลินหลิงเฟิงตัดสินใจเฉียบขาด นำทีมมุ่งหน้าออกจากตลาดนัดทันที
ทริปตลาดนัดครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการ “Speed-run” อย่างแท้จริง ตั้งแต่เข้าจนออกใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
แม้เวลาจะสั้น แต่กำไรที่หลินชางเฉินได้รับนั้นเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
เขาลูบ “หญ้าไร้ค่า” และแผ่นหยกปริศนาในถุงเก็บสมบัติ พลางสัมผัสมรดกศาสตร์ปรุงยาอันยิ่งใหญ่ในหัว รอยยิ้มที่พึงพอใจผุดขึ้นที่มุมปาก
“ตลาดนัดนี่มันเป็นที่ที่ดีจริงๆ~”
“คราวหน้าถ้ามาอีก ข้าอาจจะได้เอาโอสถที่ปรุงเองมาวางขายบ้างก็ได้นะ?”
ด้วยจินตนาการถึงอนาคตที่แสนงดงาม ทีมตระกูลหลินจึงออกเดินทางขากลับ เงาร่างของพวกเขาทั้งหกค่อย ๆ หายลับไปทางทิศของเมืองชิงสือ