- หน้าแรก
- การ์ดมรดกเผ่าวิญญาณ ข้าจะนำพาวงศ์ตระกูลสู่เส้นทางเซียน
- บทที่ 19: ยื่นมือช่วยยามคับขัน และการสกัดการ์ดระหว่างทาง
บทที่ 19: ยื่นมือช่วยยามคับขัน และการสกัดการ์ดระหว่างทาง
บทที่ 19: ยื่นมือช่วยยามคับขัน และการสกัดการ์ดระหว่างทาง
ห้าวันต่อมา ยามขอบฟ้าเริ่มทอแสงรำไร
ภายใต้การนำของหลินหลิงเฟิง ทีมเดินทางไปตลาดนัดทั้งหกคนค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากเขตตระกูลหลินอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่ตลาดนัดอำเภอลั่วเซี่ยอย่างเร่งรีบ
ทีมชุดนี้ถูกจัดวางอย่างรัดกุม: หลินหลิงเฟิงผู้มีระดับพลัง ขั้นกลั่นลมปราณระดับที่ห้า รับหน้าที่นำทีม ตามมาด้วยหลินหลิงอวิ๋นและหลินหลิงอวี่ในระดับที่สี่ ส่วนหลินชางเฉินที่เพิ่งทะลวงสู่ระดับสาม และท่านอาหลินหลิงถูกับหลินหลิงจินซึ่งอยู่ระดับสามเช่นกันรั้งท้าย ทุกคนต่างอยู่ในสภาวะตื่นตัวสูงสุด~ เพราะอย่างไรเสีย เงาทมิฬของผู้ฝึกตนสายมารที่สร้างความปั่นป่วนตามชายแดนก็ยังไม่จางหายไป
หลินหลิงเฟิงพุ่งทะยานนำหน้าด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่รวดเร็ว หลิงอวิ๋นและหลิงอวี่ตามไปติด ๆ ด้วยวิชาท่าร่างที่ว่องไว ส่วนหลินชางเฉินก็ใช้ ย่างก้าวไล่ลม ระดับเกือบชำนาญตามไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แถมยังมีแรงเหลือพอจะลอบสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อีกด้วย ขณะที่ท่านอาอีกสองคนดูจะตึงมือเล็กน้อยแต่ก็ยังรักษาระดับความเร็วไว้ได้
“ตื่นตัวไว้และระวังตัวให้ดี! เราจะเลี่ยงพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการซุ่มโจมตี ต่อให้ต้องอ้อมไกลหน่อยก็ยอม” เสียงของหลินหลิงเฟิงดังแว่วมาจากด้านหน้า เข้าสู่หูของทุกคนอย่างชัดเจน
“รับทราบครับ!” ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียว
การเดินทางดำเนินไปอย่างเงียบสงัด บรรยากาศรอบข้างค่อนข้างตึงเครียด นอกเหนือจากนกที่ตกใจตื่นกับสัตว์ป่าระดับต่ำบางตัวที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาชนขบวนรบแล้ว พวกเขาก็ยังไม่เจออันตรายร้ายแรงใด ๆ
เมื่อเห็นว่าเหลือระยะทางอีกเพียงหนึ่งวันก็จะถึงตลาดนัด เส้นประสาทที่ตึงเครียดของทุกคนก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง ตามความเร็วระดับนี้ พวกเขาจะถึงเขตปลอดภัยหน้าตลาดนัดในเย็นวันพรุ่งนี้แน่นอน
ทว่า ขณะที่กำลังเคลื่อนผ่านป่าสนหนาทึบ เสียงคำรามจากการปะทะของพลังปราณและเสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดก็ดังแว่วมาจากข้างหน้า!
“มีเหตุการณ์ผิดปกติ!” หลินหลิงเฟิงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทีมหยุดกึกทันที
ทุกคนรีบซ่อนกายหลังต้นไม้และโขดหิน พลางเก็บงำกลิ่นอายพลังอย่างมิดชิด หลินชางเฉินรีบรีดเร้น เคล็ดเร้นวิญญาณ ระดับชำนาญของตนจนกลิ่นอายจางหายไปราวกับอากาศธาตุ
หลินหลิงเฟิงค่อย ๆ แผ่จิตสัมผัสออกไปสำรวจ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย “นั่นทีมลาดตระเวนของตระกูลหลี่! พวกเขากำลังสู้กับใครบางคนอยู่... กลิ่นอายพลังปราณของอีกฝ่ายดูสับสนและปนเปไปด้วยความชั่วร้ายพวกมันคือผู้ฝึกตนสายมาร!”
ทีมลาดตระเวนตระกูลหลี่? ผู้ฝึกตนสายมาร?
หัวใจของทุกคนบีบคั้นขึ้นมาทันที ไม่นึกเลยว่าจะมาแจ็กพอตเจอพวกมันเข้าจริง ๆ!
“พวกมันมีกี่คน? ฝีมือระดับไหนครับ?” หลินหลิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา
“สายมารสี่คน: ระดับหกหนึ่งคน, ระดับห้าสองคน และระดับสี่อีกหนึ่งคน! ส่วนฝั่งตระกูลหลี่มีห้าคน คนที่เก่งที่สุดอยู่แค่ระดับห้า สถานการณ์ดูท่าจะแย่แล้ว!” หลินหลิงเฟิงร่ายยาวด้วยความรวดเร็ว พลางขมวดคิ้วแน่น
ระดับหกเชียวนะ! นั่นมันเกินกำลังที่ทีมเล็ก ๆ ของพวกเขาจะรับมือไหว
“เราควรทำยังไงดีครับ? จะอ้อมไปไหม?” หลินหลิงอวี่เสนอด้วยสีหน้ากังวล การเข้าไปพัวพันกับศึกระดับนี้เสี่ยงเกินไป
แววตาของหลินหลิงเฟิงสั่นไหวพลางชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย ตระกูลหลี่คือผู้ปกครองอำเภอลั่วเซี่ย หากจะยืนดูดายก็นับว่าไม่เหมาะสม แต่ถ้าบุ่มบ่ามเข้าไปก็อาจจะรักษาชีวิตคนของตัวเองไว้ไม่ได้
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังมาจากสมรภูมิเบื้องหน้า! เงาร่างของคนตระกูลหลี่คนหนึ่งถูกซัดจนกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะรูดลงมานิ่งสนิทพร้อมกลิ่นอายชีวิตที่ดับวูบไป
ตายแล้ว!
ในเวลาเดียวกัน เสียงที่แฝงไปด้วยความยโสก็ดังขึ้น: “ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้พวกขยะตระกูลหลี่! ฝีมือกระจอกแค่นี้ยังกล้ามาลาดตระเวนอีกรึ? ฆ่าพวกมันให้หมด รีบปิดงานซะ!”
รูม่านตาของหลินหลิงเฟิงหดเล็กลงพลางกำหมัดแน่น เขามองเห็นป้ายหยกประจำตัวที่ห้อยอยู่ที่เอวของผู้ตาย และสังเกตเห็นแนวป้องกันที่กำลังจะพังทลายของสมาชิกตระกูลหลี่ที่เหลืออีกสี่คน
“จะปล่อยให้พวกเขามารอความตายแบบนี้ไม่ได้!” หลินหลิงเฟิงตัดสินใจฉับพลัน “เราจะลอบโจมตี! เป้าหมายคือผู้ฝึกตนสายมารระดับสี่คนนั้น ช่วยตระกูลหลี่คลายวงล้อมก่อน! ชางเฉิน... ระดับพลังของเจ้าต่ำที่สุด คอยหาจังหวะใช้ยันต์ก่อกวนและเน้นปกป้องตัวเองให้ดี! คนอื่นตามข้ามา!”
“ครับ!” เมื่อมาถึงขั้นนี้ คนตระกูลหลินต่างรู้ดีว่าเลี่ยงไม่ได้ จึงขานรับกันอย่างพร้อมเพรียง
หลินหลิงเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะคำรามเสียงต่ำ “บุก!”
สิ้นเสียงคำราม ร่างของเขาก็พุ่งออกไปดั่งสายฟ้าฟาด มุ่งตรงไปยังผู้ฝึกตนสายมารระดับสี่ที่กำลังแสยะยิ้มขณะเข้าจู่โจมผู้ฝึกตนหญิงของตระกูลหลี่! ดัชนีทองคำกรรแสง ของเขาระเบิดพลังออกมาเต็มพิกัด ลมดัชนีสีทองที่ควบแน่นอย่างที่สุดพุ่งนำออกไปก่อน โดยเล็งเป้าไปที่กลางหลังของศัตรู!
ผู้ฝึกตนสายมารสัมผัสได้ถึงลมสังหารจากด้านหลังจึงรีบเอี้ยวตัวหลบ แต่ลมดัชนีนั้นกลับสั่นสะเทือนเลือดลมในร่างจนจังหวะการเคลื่อนไหวชะงักไป
ขณะเดียวกัน หลิงอวิ๋น, หลิงอวี่, หลิงถู และหลิงจิน ต่างก็พุ่งออกมาจากทิศทางที่ต่างกัน เข้าโถมจู่โจมเป้าหมายของตน บ้างใช้เคล็ดวิชาเถาวัลย์เขียวพันธนาการ บ้างใช้ดาบและกระบี่ฟาดฟันอย่างดุร้าย เล่นงานจนพวกมันตั้งตัวไม่ติด!
“นั่นใครกัน?!” หัวหน้าสายมารระดับหกทั้งตกใจและโกรธแค้น ไม่คิดว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาแทรกแซงกลางคัน
ฝ่ายทีมลาดตระเวนตระกูลหลี่ที่กำลังสิ้นหวัง เมื่อเห็นคนมาช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ขวัญกำลังใจก็กลับมาเต็มเปี่ยม ต่างพากันฮึดสู้ตายถวายหัว
หลินชางเฉินหมอบอยู่หลังหินยักษ์ รอจังหวะที่เหมาะสมก่อนจะสะบัดข้อมือซัด ยันต์ศรเพลิง เกรดต่ำออกไปสองแผ่นรวด!
ตู้ม! ตู้ม!
ลูกไฟระเบิดขึ้นที่ใต้เท้าของผู้ฝึกตนสายมารระดับสี่คนเดิม แม้มันจะไม่สร้างความเสียหายมากนัก แต่มันสร้างประกายไฟและควันพวยพุ่งจนบดบังทัศนวิสัยและรบกวนสมาธิของอีกฝ่ายได้สำเร็จ
“ไอ้ลูกสุนัขตัวไหนมันปาขยะมาแถวนี้วะ?!” สายมารคนนั้นคำรามลั่นด้วยความรำคาญ และในจังหวะที่มันเสียสมาธินี่เอง หลินหลิงเฟิงก็คว้าโอกาสทองไว้อย่างแม่นยำ ประกายกระบี่คมกริบวาบผ่าน ทิ้งแผลฉกรรจ์ที่ลึกจนเห็นกระดูกไว้บนร่างของมันทันที!
“อ๊าก!” มันกรีดร้องลั่น พลังต่อสู้ลดฮวบลงในพริบตา
สถานการณ์ในสนามรบพลิกผันทันที!
การเข้ามาเสริมทัพของทีมตระกูลหลินโดยเฉพาะการโจมตีที่เฉียบคมของหลินหลิงเฟิง อัจฉริยะสี่รากปราณบวกกับความร่วมมือที่เข้าขากันอย่างเป็นระบบ ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนผลลัพธ์ของศึกครั้งนี้
ผู้ฝึกตนสายมารระดับสี่เป็นคนแรกที่พลาดท่า ถูกหลินหลิงเฟิงและหลินหลิงอวิ๋นรุมสังหารจนสิ้นชื่อ!
ไม่นานหลังจากนั้น สายมารระดับห้าอีกคนก็ล้มลงภายใต้การรุมล้อมของผู้ฝึกตนทั้งสองตระกูล
“ไอ้พวกสารเลว! ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เมื่อเห็นท่าไม่ดี หัวหน้าสายมารระดับหกก็ฉายแววตาอำมหิตพลางกัดฟันด้วยความเสียดาย ก่อนจะขว้างลูกกลมสีแดงดำออกมาลูกหนึ่ง!
“ระวัง! นั่นมัน อสนีบาตหยิน!” ผู้ฝึกตนตระกูลหลี่ร้องเตือนด้วยความตระหนก
ทุกคนต่างรีบหลบและกางข่ายมนตร์ป้องกันกันวุ่นวาย
บึ้ม!
เสียงระเบิดทึบ ๆ ดังขึ้น ควันสีแดงดำแผ่กระจายไปทั่ว ส่งกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงและมีฤทธิ์กัดกร่อนมหาศาล
กว่าควันจะจางลง หัวหน้าสายมารระดับหกและลูกน้องระดับห้าอีกคนที่เหลือ ก็อาศัยควันเป็นม่านบังตาใช้เคล็ดวิชา โลหิตเร้นลับ หลบหนีไปเสียแล้ว พวกมันเปลี่ยนร่างเป็นแสงสีเลือดสองสายพุ่งหายเข้าไปในส่วนลึกของป่าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบจนหายวับไปในชั่วพริบตา
“ตามไม่ทันแล้ว” หลินหลิงเฟิงเก็บกระบี่เข้าฝักพลางส่ายหน้า อีกฝ่ายระดับพลังสูงกว่าเขา แถมยังยอมใช้เคล็ดวิชาหลบหนีที่ต้องแลกด้วยพลังมหาศาล การจะตามไปนับว่าเสี่ยงเกินไป
ศึกจบลง ทิ้งสมรภูมิไว้ในสภาพเละเทะ
สมาชิกตระกูลหลี่ที่เหลือทั้งสี่คนต่างได้รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า พวกเขามองดูซากศพสายมารสามร่างและร่างของพวกพ้องที่นอนไร้วิญญาณอยู่หนึ่งคนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าผสมกับความโล่งใจที่รอดตายมาได้
ผู้นำกลุ่มตระกูลหลี่ระดับห้าเดินเข้ามาหาหลินหลิงเฟิงพลางประสานมืออย่างนอบน้อม “ข้ามีนามว่าหลี่หมิงหยวน ขอบคุณสหายนักพรตหลินมากที่ยื่นมือเข้าช่วยยามคับขัน! หากไม่ได้พวกท่าน วันนี้พวกเราคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่กันหมดแล้ว!”
เขาจำหลินหลิงเฟิงได้ อัจฉริยะแห่งตระกูลหลินเมืองชิงสือผู้มีชื่อเสียงไม่น้อยในแวดวงตระกูลฝึกปราณแห่งอำเภอลั่วเซี่ย
“สหายนักพรตหลี่เกรงใจไปแล้ว พวกเราต่างก็เป็นคนลั่วเซี่ยด้วยกัน การช่วยเหลือกันย่อมเป็นเรื่องปกติ” หลินหลิงเฟิงตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ไม่อ่อนน้อมจนเกินไปแต่ก็ไม่โอหัง
ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามและเล่าถึงเหตุการณ์ที่พบกัน ทีมลาดตระเวนตระกูลหลี่บังเอิญพบร่องรอยของสายมารพวกนี้ระหว่างลาดตระเวนตามปกติ จึงตั้งใจจะสะกดรอยตามไปรายงาน แต่โชคร้ายที่ถูกพวกมันไหวตัวทันจนโดนลอบจู่โจมเข้าเสียก่อน
“พวกผู้ฝึกตนสายมารเริ่มเหิมเกริมขึ้นทุกวันแล้ว!” หลี่หมิงหยวนกัดฟันกรอด “ข้าต้องรีบกลับไปรายงานตระกูลเดี๋ยวนี้! ว่าแต่สหายนักพรตหลิน พวกท่านกำลังจะไปไหนกันหรือ?”
“พวกเรากำลังมุ่งหน้าไปตลาดนัดครับ” หลินหลิงเฟิงตอบ
“ตลาดนัดงั้นรึ?” หลี่หมิงหยวนนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ห่างจากที่นี่ไปทางตะวันออกราวสามสิบลี้ มีจุดพักชั่วคราวที่ตระกูลหลี่สร้างไว้ ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย หากพวกท่านไม่รังเกียจ เชิญไปพักผ่อนกับพวกเราก่อนเถอะ แล้วค่อยมุ่งหน้าไปตลาดนัดต่อ ข้าจะได้บันทึกเหตุการณ์วันนี้อย่างละเอียดเพื่อเสนอรางวัลให้แก่ตระกูลหลินด้วย!”
หลินหลิงเฟิงหันไปมองสมาชิกในทีม เมื่อเห็นว่าทุกคนล้าและต้องการการพักผ่อนจึงพยักหน้าตกลง “ถ้าเช่นนั้น ก็ต้องรบกวนสหายนักพรตหลี่แล้ว”
พวกเขาช่วยกันเก็บกวาดสนามรบ เน้นไปที่การเก็บรักษาศพของคนตระกูลหลี่ผู้ล่วงลับและตรวจนับของจากศพสายมาร (ซึ่งทางตระกูลหลี่จะเป็นคนเก็บไว้ก่อน และจะจัดสรรบางส่วนเป็นรางวัลให้ตระกูลหลินในภายหลัง)
ในระหว่างกระบวนการนี้ ไม่มีใครสังเกตเห็นหลินชางเฉินที่แอบอยู่หลังหินยักษ์ เขากวาดสายตามองไปยังศพสายมารสามร่างที่ยังอุ่น ๆ และศพคนตระกูลหลี่อย่างรวดเร็ว
เขาท่องในใจรัว ๆ:
“สกัด!”
“สกัด!”
“สกัด!”
“สกัด!”
การ์ดสี่ใบปรากฏขึ้นในมิติจิตสำนึกอย่างเงียบเชียบ
สามใบแรกได้มาจากพวกสายมาร: 【การ์ดพลังปราณบริสุทธิ์ (ระดับจิ๋ว)】, 【เศษเสี้ยวไอปีศาจปนเปื้อน (ไร้สาระ)】 และ 【การ์ดป้องกันกาย (ระดับจาง)】 ดูเหมือนพวกสายมารพวกนี้จะไม่ค่อยมีของดีติดตัวเท่าไหร่แฮะ
แต่เมื่อเขา “จ้อง” ไปที่การ์ดที่สกัดได้จากคนตระกูลหลี่ที่ตาย หัวใจเขาก็แทบจะหยุดเต้น!
การ์ดใบนั้นแผ่รัศมีสีครามจาง ๆ เหมือนเตาหลอมยา ลวดลายบนการ์ดเป็นรูปตำราปรุงยาที่เปิดอยู่พร้อมไอหมอกแห่งโอสถวนเวียนรอบ ๆ
【การ์ดมรดกศาสตร์ปรุงยาระดับหนึ่ง ขั้นต่ำ (ฉบับสมบูรณ์)】
คำอธิบาย: บรรจุความทรงจำและประสบการณ์มรดกศาสตร์ปรุงยาระดับหนึ่ง ขั้นต่ำไว้อย่างครบถ้วน หลังจากใช้งาน จะสามารถเข้าใจวิธีหลอมและหลักเภสัชกรรมของโอสถทั่วไปเกือบทั้งหมดในขั้นฝึกปราณระยะแรกได้โดยตรง
หลินชางเฉิน: “!!!”
มรดกศาสตร์ปรุงยา! แถมยังเป็นระดับหนึ่ง ขั้นต่ำที่สมบูรณ์แบบด้วย!
นี่มัน... สวรรค์ส่งหมอนมาให้ในตอนที่กำลังจะสัปหงกชัด ๆ! นี่คือสิ่งที่ตระกูลหลินขาดแคลนที่สุดในตอนนี้!
มรดกปรุงยาที่ไม่สมบูรณ์ของปู่รองหลินเย่าซานน่ะ ปรุงได้แค่ยาเม็ดสลายหิวกับยาเสริมปราณ แถมอัตราความสำเร็จยังน่าอนาถใจสุด ๆ แต่ด้วยการ์ดใบนี้ ระดับการปรุงยาของตระกูลจะก้าวกระโดดขึ้นทันที! ชนิดของโอสถที่ทำได้จะเพิ่มขึ้นมหาศาล ซึ่งจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งโดยรวมของตระกูลให้พุ่งทะยาน!
เขาข่มความอยากที่จะใช้งานเดี๋ยวนั้นเอาไว้ หลินชางเฉินบรรจง “เก็บ” การ์ดล้ำค่านี้ไว้ที่มุมสงบของจิตสำนึก แยกจากใบอื่น ๆ อย่างชัดเจน
เขามองไปยังร่างของคนตระกูลหลี่พลางขอบคุณในใจเงียบ ๆ แม้จะไม่รู้จักกัน แต่อีกฝ่ายก็ได้มอบพลังสำคัญในการผลักดันตระกูลหลินให้รุ่งเรืองด้วยชีวิต (บวกกับระบบสกัดการ์ดของเขา)
“นี่มันนับเป็นการ... รูดทรัพย์เทคโนโลยีหลักจากศพสินะ?” หลินชางเฉินพึมพำกับตัวเอง รู้สึกสับสนเล็กน้อยแต่ความยินดีที่ “รวยเละเพียงชั่วข้ามคืน” นั้นมีมากกว่าหลายเท่านัก
เขาเดินตามทีมมุ่งหน้าสู่จุดพักของตระกูลหลี่ ฝีเท้าดูจะเบาสบายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
เดิมทีแค่กะจะไปตลาดนัดเพื่อเติมของ ไม่นึกเลยว่าระหว่างทางจะแจ็กพอตได้ลาภก้อนโตขนาดนี้! ทริปนี้กำไรเน้น ๆ จริง ๆ!