เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - เหล่าศาสตราจารย์

บทที่ 30 - เหล่าศาสตราจารย์

บทที่ 30 - เหล่าศาสตราจารย์


บทที่ 30 - เหล่าศาสตราจารย์

รอนยกมือกุมแก้มและกรีดร้อง "พวกเธอฆ่าโทรลล์เหรอ?!"

แฮร์รี่หันไปมองทุกคน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจจะคุยกับรอน เขาจึงพูดขึ้นว่า "เปล่าหรอก เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนจัดการให้มันสลบน่ะ" เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมโดยไม่รู้ตัวว่า "ด้วยคาถาตัวลอย"

สาเหตุของความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสองในวิชาคาถาเมื่อเช้า ก็คือการที่เฮอร์ไมโอนี่พยายามสอนรอนว่าควรใช้คาถาตัวลอยที่ถูกต้องอย่างไร แต่เพราะท่าทางที่ดูเหมือน "สั่งสอน" ทำให้รอนรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น

"—เฮอร์ไมโอนี่น่ะเหรอ?" รอนอุทานอย่างตกใจและพึมพำว่า "นี่—มันจะเป็นไปได้ยังไง? นั่นมัน... นั่นมันโทรลล์เลยนะ!"

เฮอร์ไมโอนี่ส่งเสียง "หึ" ออกมาอย่างแรง เธอถือไม้กายสิทธิ์ไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัว จ้องมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ราวกับมีบางอย่างในสายเลือดของเธอเพิ่งจะตื่นขึ้น

ปัทมาโผล่หัวออกมาจากด้านหลังของเวดและถามเบาๆ "โทรลล์ตายหรือยัง?"

"ยัง" เวดมองดูหน้าอกของโทรลล์ที่ยังคงกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ แล้วตอบว่า "แค่สลบไปน่ะ"

"โอ้—ค่อยยังชั่ว" ปัทมาเอามือลูบอก

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่สับสนวุ่นวายดังขึ้น—ศาสตราจารย์มักกอนนากัลวิ่งนำมาก่อนด้วยใบหน้าซีดเผือด ตามมาด้วยศาสตราจารย์สเนปที่เสื้อคลุมสีดำสะบัดพลิ้วอยู่ข้างหลัง จากนั้นคือศาสตราจารย์ฟลิตวิกที่แม้ตัวจะเล็กแต่ก็วิ่งได้เร็วมาก ทว่าก็ยังตามสองคนแรกไม่ทัน และคนสุดท้ายคือศาสตราจารย์ควีเรลล์ พอเขาเห็นเท้าใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยหนังสัตว์ของโทรลล์ เขาก็เอามือกุมอกและสะอื้นออกมาเหมือนกำลังจะเป้นลม

สเนปปรายตามองแฮร์รี่ที่ยืนอึ้งอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงตรวจสอบโทรลล์ ศาสตราจารย์ฟลิตวิกพูดด้วยน้ำเสียงเล็กแหลมที่เป็นเอกลักษณ์ว่า "โอ้ เมอร์ลินเป็นพยาน! เด็กๆ พวกเธอไม่เป็นไรใช่ไหม?"

"พวกเราสบายดีครับ ศาสตราจารย์" ไมเคิลพูดอย่างตื่นเต้น "ยกเว้นแต่เกือบจะอ้วกเพราะกลิ่นเหม็นเน่าของโทรลล์น่ะครับ"

ศาสตราจารย์ฟลิตวิกตบแขนเขาอย่างภูมิใจและเอ่ยชมเสียงดัง "เก่งมาก! ปีหนึ่ง—ปราบโทรลล์ได้! ฉันกล้าพูดเลยว่าไม่มีใครทำได้แบบนี้มากนักหรอก! พวกเธอจัดการกับเจ้ายักษ์นี่ได้ยังไงกัน?"

"ฮ่าๆๆ ทั้งหมดนี้คือความร่วมมือของทุกคนครับ" ไมเคิลพยายามหุบยิ้มและทำสีหน้าให้ดูถ่อมตัวแต่จริงจังที่สุด "พอตเตอร์พุ่งออกมาดึงความสนใจของมันไว้—"

ศาสตราจารย์สเนปจ้องมองแฮร์รี่ด้วยสายตาที่กดดันทันที แฮร์รี่รีบก้มหน้าลง นึกอยากให้ไมเคิลไม่ได้พูดถึงเขาเลย ในขณะที่รอนมองแฮร์รี่ด้วยความอิจฉา

"พวกเราทุกคนช่วยกันใช้คาถาเรียกนกมาก่อกวนมัน จากนั้นเวดก็ใช้คาถาบทหนึ่ง—"

ไมเคิลจำไม่ได้ว่าเป็นคาถาอะไร จึงหันไปหาเวด

"กลิสเซโอ" เวดบอก

"ใช่ครับ—กลิสเซโอ ทำให้โทรลล์ล้มลง" ไมเคิลพูดต่อ "สุดท้ายเฮอร์ไมโอนี่ก็ใช้คาถาตัวลอยฟาดมันจนสลบครับ"

ศาสตราจารย์ฟลิตวิกปรบมือชื่นชม "เป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมมาก! มหัศจรรย์จริงๆ! การใช้คาถาง่ายๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ฉันจะให้คะแนนพวกเธอคนละห้าคะแนน!"

"ฟิลิอัส!"

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลตะโกนเสียงดัง น้ำเสียงที่เข้มงวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ศาสตราจารย์ฟลิตวิกที่กำลังดีใจจนออกนอกหน้าถึงกับสะดุ้งและเงียบเสียงลง เดินไปยืนอยู่ด้านข้างแทน

แม่มดในชุดคลุมสีเขียวกวาดสายตาอันเย็นชาไปที่นักเรียนทุกคน ใครก็ตามที่สบสายตากับท่านต่างพากันก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ รวมถึงเวดด้วย

"โทรลล์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายมาก พ่อมดที่โตแล้วยังโดนมันฆ่าตายมานับไม่ถ้วน! วินาทีแรกที่พวกเธอเจอมัน พวกเธอควรจะรีบวิ่งหนีไปหาศาสตราจารย์มาจัดการ! ครั้งนี้ถือว่าพวกเธอโชคดีที่มันไม่ฆ่าตายเอา!—มิสเกรนเจอร์!"

เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งสุดตัว

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลมองไปที่เด็กสาวผมสีน้ำตาลและถามว่า "ฉันจำได้ว่าช่วงบ่ายเธอขอลาหยุดเพราะไม่สบาย ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?"

"หนู..." เฮอร์ไมโอนี่ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่เคยโกหกคุณครูมาก่อน เมื่อโดนถามตรงๆ หัวสมองของเธอก็เริ่มวุ่นวายและตอบตะกุกตะกัก "หนูคิดว่า—หนูเคยอ่านเรื่องโทรลล์ในหนังสือ หนูเลยนึกว่า—"

เวดเอามือแตะไหล่ของเด็กสาวและดันเธอไปด้านข้างเบาๆ—แม่หนูคนนี้คงไม่ได้กำลังจะบอกว่านึกว่าตัวเองจะสู้กับโทรลล์ได้ เลยแอบมาดวลเดี่ยวหรอกนะ? ข้ออ้างนี้บื้อจนขนาดโทรลล์ยังไม่เชื่อเลย

ถ้าศาสตราจารย์ไม่เชื่อก็ยังพอว่า แต่ถ้ามีใครโยนความผิดเรื่องที่โทรลล์หลุดเข้ามาในปราสาทมาให้พวกเขาล่ะจะทำยังไง? อย่าคิดว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เวดจำได้ว่าในเนื้อเรื่องเดิมแฮร์รี่เคยถูกเพื่อนในโรงเรียนเข้าใจผิดตั้งหลายครั้งหลายครา

"ช่วงเย็นเธอรู้สึกดีขึ้นแล้วครับ และไม่อยากพลาดงานเลี้ยง พวกเราเลยตั้งใจจะเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ด้วยกัน" เวดพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง "พอเดินผ่านมาทางนี้ เฮอร์ไมโอนี่กับปัทมาขอแวะเข้าห้องน้ำ ผมกับไมเคิลรออยู่ข้างนอกสักพัก ตอนจะไปถึงได้เจอโทรลล์เข้าครับ ความจริงเราควรจะหนีทันทีแต่เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหัน ทุกคนเลยตกใจจนทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ มาดึงความสนใจของโทรลล์ไว้และเตือนพวกเราครับ"

เหล่าศาสตราจารย์หันไปมองแฮร์รี่อีกครั้ง เด็กชายหน้าแดงก่ำ เขารู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับคำชื่นชมที่สูงส่งขนาดนี้เลย

ไมเคิลมองดูเวดอย่างครุ่นคิดและเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงช่วยเสริมว่า "ใช่ครับ เขาขว้างถังน้ำใส่หัวโทรลล์และตะโกนบอกให้พวกเราวิ่ง—เขาช่างกล้าหาญจริงๆ ครับ"

ศาสตราจารย์สเนป: "—ถังน้ำ?"

แฮร์รี่ก้มมองพื้น เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสายตาของศาสตราจารย์สเนปเฉือนเนื้อออกเป็นชิ้นๆ—ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าพวกเรเวนคลอสองคนนี้จงใจเยินยอเขาขนาดนี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศาสตราจารย์หรือเปล่า

"แล้วเธอละคะ คุณวีสลีย์?" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหันไปทางรอน "ทำไมเธอไม่รีบกลับหอพักตามคำสั่ง?"

รอนที่เมื่อกี้ในหัวกำลังคิดฟุ้งซ่านว่าเขาควรจะมากับแฮร์รี่ตั้งแต่แรก จะได้กลายเป็นวีรบุรุษผู้ช่วยชีวิตทุกคน และที่สำคัญคือทำให้แม่เกรนเจอร์ที่ชอบทำตัวเหนือกว่าคนอื่นต้องมองเขาใหม่ พอถูกศาสตราจารย์มักกอนนากัลเรียกชื่อกะทันหัน เขาก็ถึงกับอึกอักจนลืมคำพูดที่เตรียมไว้ไปหมด

สายตาของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเริ่มเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ

แฮร์รี่ต้องออกโรงช่วยเพื่อนรัก เขาจึงรวบรวมความกล้าพูดว่า "รอนวิ่งมาเพื่อเตือนพวกเราเรื่องโทรลล์ครับ—"

"อ้อ ใช่สิ พวกเราได้ยินกันหมดแล้ว!" ศาสตราจารย์สเนปแค่นหัวเราะออกมาและพูดจาเย้ยหยัน "ตะโกนลั่นระเบียงทางเดินเหมือนกลัวว่าโทรลล์จะหามันไม่เจอ—ฉันว่าในหนังสือของพวกเธอคงมีเขียนไว้นะ ว่าโทรลล์มีประสาทการรับเสียงที่ไวมาก? โอ้—คาดว่าคุณวีสลีย์คงไม่เคยเปิดหนังสือเรียนดูเลยสินะ? ก็เหมือนกับดวงดาวผู้กอบกู้ของเรา—คุณแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ใช้ถังน้ำดึงความสนใจของโทรลล์—หึ ถังน้ำงั้นเรอะ?! ฉันหวังว่าเธอคงจะไม่ลืมไปแล้วนะว่าตัวเองเป็นพ่อมด!"

สองคู่หูกริฟฟินดอร์หน้าแดงก่ำจนถึงใบหูด้วยความอับอายและโกรธแค้น

ไมเคิลแอบยกนิ้วให้เวดอยู่ในใจ—ถ้าไม่ยกยอแฮร์รี่ พอตเตอร์ ขึ้นมา คนที่โดนจิกกัดตอนนี้อาจจะเป็นพวกเขาก็ได้ เขาไม่รู้หรอกว่า ความฝังใจที่สเนปมีต่อแฮร์รี่นั้นเป็นสิ่งที่ถาวรและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ต่อให้มีคนอยู่ตรงนี้เป็นพันคน สายตาของเขาก็จะมองเห็นแค่แฮร์รี่ พอตเตอร์ เท่านั้น

แต่พอมีศาสตราจารย์สเนปออกโรงว่ากล่าว ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ดูจะมีอารมณ์เย็นลง ท่านครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ในเมื่อมีเหตุผลที่พอจะฟังขึ้น ฉันก็จะไม่หักคะแนนพวกเธอเพิ่ม ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ให้ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ทราบ พวกเธอรีบกลับห้องนั่งเล่นรวมไปได้แล้ว—นักเรียนคนอื่นกำลังกินมื้อค่ำวันฮัลโลวีนกันอยู่ที่หอพักของตัวเอง!"

ทุกคนรีบจากไปทันที เมื่อพ้นสายตาของเหล่าศาสตราจารย์แล้ว ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มหลุดขำออกมาก่อน จากนั้นทุกคนก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดังตามๆ กัน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - เหล่าศาสตราจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว