- หน้าแรก
- กบดานจนฟ้าดินสลาย ข้ากลายเป็นผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง
- บทที่ 15 ศัตรูถูกข้ายื้อจนตาย
บทที่ 15 ศัตรูถูกข้ายื้อจนตาย
บทที่ 15 ศัตรูถูกข้ายื้อจนตาย
บทที่ 15 ศัตรูถูกข้ายื้อจนตาย
หมัดนี้ของหลินอวี่ ใช้พละกำลังออกไปจนหมดเกลี้ยง
ภูเขาลูกเล็กทั้งลูก สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที
อานุภาพของหนึ่งหมัด สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งฟ้าดิน
ภายในถ้ำ ชายชุดดำซวนเซไปมา เกือบจะยืนไม่อยู่และล้มลงไปกองกับพื้น
ในดวงตาของมัน มีแววตาตื่นตระหนกวูบผ่าน
คิดไม่ถึงเลยว่า หมัดเดียวของอีกฝ่ายจะมีอานุภาพร้ายกาจขนาดนี้!
แต่ว่า
พอมันเห็นว่าค่ายกลตรงปากถ้ำยังคงปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ความตื่นตระหนกในแววตาก็ค่อยๆ หายไป
โชคดีที่ค่ายกลป้องกันเอาไว้ได้!
ชายชุดดำตบหน้าอกตัวเอง แล้วพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด
ค่ายกลไม่แตก ก็วางใจได้แล้ว
ค่ายกลที่มันกับพวกพ้องช่วยกันกางเอาไว้ ไม่ได้แค่ขวางอยู่ตรงปากถ้ำเฉยๆ แต่ครอบคลุมถ้ำเอาไว้ทั้งถ้ำ
ต่อให้อีกฝ่ายจะถล่มภูเขาลูกนี้ทิ้ง ตัวมันก็ยังปลอดภัยอยู่ดี
มองดูหลินอวี่ที่อยู่หน้าถ้ำ บนใบหน้าของชายชุดดำก็เผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
มันยื่นมือออกไป แล้วกระดิกนิ้วเรียก
ท่าทียั่วยุชัดเจนมาก
...
ด้านนอกถ้ำ
หลินอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หมัดเมื่อกี้นี้ เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาแล้ว
ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน แต่ค่ายกลนั่นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
วิธีการของผู้ฝึกตน ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
แน่นอนว่า อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ พลังโจมตีของเขาธรรมดาเกินไปจริงๆ
ตัวเองไม่มีทักษะโจมตีอะไรเลย มีแค่พละกำลังมหาศาลล้วนๆ
อยากจะทำลายค่ายกลแบบนี้ มันก็ค่อนข้างยากอยู่เหมือนกัน
หลินอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในหัวก็มีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา
จากนั้น เขาก็นั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าปากถ้ำ
ความได้เปรียบที่สุดของตัวเองในตอนนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่กำปั้น ไม่ใช่พลังป้องกัน และยิ่งไม่ใช่แต้มศาสตร์เร้นลับที่เพิ่งจะเพิ่มไปแค่แต้มเดียว
แต่เป็นอายุขัยที่ไม่มีวันหมดสิ้นของตัวเองต่างหาก
ในเมื่อทุบค่ายกลนี้ไม่แตก ถ้างั้นก็รอให้มันออกมาเองก็แล้วกัน!
หลินอวี่คิดว่า อีกฝ่ายไม่มีทางหมกตัวอยู่ในถ้ำนี้ไปตลอดชีวิตหรอก!
...
ภายในถ้ำ
พอเห็นว่าหลินอวี่นั่งลงหน้าปากถ้ำ
ชายชุดดำก็หัวเราะร่า
มันก็นั่งขัดสมาธิลงข้างในถ้ำ ประจันหน้ากับหลินอวี่ที่อยู่ข้างนอก
"แกคิดจะทำอะไร? ยื้อให้ข้าตายงั้นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" ชายชุดดำหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ในถ้ำของมัน มีทั้งของกินของดื่ม ลมพัดไม่โดน ฝนตกไม่ถึง สบายจะตายไป!
ถึงจะตุนอาหารไว้แค่สำหรับหนึ่งปี แต่มันก็เป็นผู้ฝึกตน สามารถใช้การฝึกวิชามาทดแทนอาหารที่ขาดแคลนได้ กินให้น้อยลงหน่อย อาหารพวกนี้ก็พอกินไปได้ถึงห้าปีด้วยซ้ำ!
ถึงตัวเองจะยังไม่สามารถอิ่มทิพย์ได้ และอดทนได้อย่างมากก็แค่ห้าปี แต่มันไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะยอมเสียเวลาอยู่ที่นี่กับมันตั้งห้าปี!
อีกอย่าง กลางป่ากลางเขาแบบนี้ อีกฝ่ายก็ไม่มีอะไรกิน ทนได้ไม่กี่วันหรอก!
"ไอ้หนู ข้าบอกให้เอาบุญเลยก็ได้ ข้าอยู่ถ้ำนี้ได้ถึงห้าปี ถ้าเก่งจริงก็ทนรอไปสิ!" ชายชุดดำตะโกนท้าทายอีกครั้ง
มันไม่กลัวเลยจริงๆ
ยังไงถ้ำนี้ก็อยู่ห่างจากซานเสียมาก รอบๆ มีแต่ภูเขาหัวโล้น ไม่มีใครโผล่มาหรอก
ถ้าเกิดอีกฝ่ายคิดจะกลับไปแจ้งข่าว มันก็สามารถฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่อยู่ รีบหนีไปได้สบายๆ
สรุปก็คือ ตัวมันอยู่ในจุดที่ไม่มีวันแพ้แล้ว!
ตอนนี้
ด้านนอกถ้ำ
หลินอวี่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น แล้วค่อยๆ หลับตาลง
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย
ในใจคิดอย่างเงียบๆ "ห้าปีงั้นเหรอ? บิดาอยู่ยื้อกับแกตรงนี้ได้ตั้งห้าร้อยปี!"
...
วันที่สอง
ชายชุดดำในถ้ำ เอาเนื้อแห้งออกมาใส่หม้อต้ม
ไม่นาน กลิ่นเนื้อหอมๆ ก็ลอยออกมาทางปากถ้ำ
หลินอวี่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน แค่เนื้อแห้งก็ช่างเถอะ แต่อีกฝ่ายดันตุนน้ำกับฟืนไว้ในถ้ำด้วย...
แต่หลินอวี่ก็แค่ลืมตาขึ้นมานิดหน่อย แล้วก็หลับตาทำสมาธิต่อ
ก็แค่กินข้าว ตัวเขาไม่กินก็ได้
อย่างมาก พอยื้อจนอีกฝ่ายตายแล้ว ค่อยหาของอร่อยๆ กินชดเชยสักสองสามปีก็พอ
ในถ้ำ ชายชุดดำทำหน้าตาโอหัง เติมฟืนลงใต้หม้อเหล็กไปพลาง หัวเราะไปพลาง "หอมจริงๆ เลยนะ น้ำแกงเนื้อหม้อนี้..."
"ไอ้หนู เลิกนั่งตรงนั้นได้แล้ว กลับบ้านไปกินข้าวเถอะ แกทนสู้ข้าไม่ได้หรอก!"
...
วันที่ห้า
ชายชุดดำตั้งหม้ออีกครั้ง
ก็ยังเป็นเนื้อแห้ง
แน่นอนว่า มันก็มีแค่เนื้อแห้ง
วัตถุดิบอย่างอื่น เก็บไว้ไม่ได้นานหรอก
กลิ่นเนื้อยังคงหอมฟุ้ง
หลินอวี่ก็ยังคงนิ่งเงียบ
เหมือนกับพระแก่ๆ ที่มรณภาพในท่านั่งสมาธิไม่มีผิด
สีหน้าของชายชุดดำเริ่มดูมืดมน มันชี้ไปที่หลินอวี่นอกถ้ำ แล้วด่าทอ "เก่งดีนี่ ห้าวันไม่ได้กินข้าวยังทนได้ ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าแกจะทนไปได้อีกกี่วัน!"
...
วันที่สิบ
ชายชุดดำนั่งอยู่ในถ้ำ เอาเนื้อแห้งออกมาใส่ปากเคี้ยวอย่างแรง แล้วก็ถ่มออกมา
กินเนื้อแห้งมาสิบวัน มันจะอ้วกอยู่แล้ว
ความจริงแล้ว ต่อให้เอาเนื้อแห้งไปต้มในหม้อ มันก็ไม่อร่อยเท่าไหร่หรอก ปัญหาหลักคือมันไม่มีรสชาติ
ในถ้ำไม่ได้เตรียมเครื่องปรุงเอาไว้...
เนื้อแห้งแบบนี้ สู้เอาเข้าปากเคี้ยวตรงๆ ยังจะดีกว่า
"แกแม่งไม่ต้องกินข้าวเลยใช่ไหม? ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย?" ชายชุดดำพูดอย่างหมดแรง
...
วันที่ยี่สิบ
ฝนตกหนักทะลุฟ้า
พายุพัดโหมกระหน่ำ ฟ้าแลบฟ้าร้อง
หลินอวี่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงอยู่หน้าปากถ้ำ ปล่อยให้สายฝนสาดกระหน่ำลงบนตัว
ในถ้ำ
วันนี้ชายชุดดำอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
การได้เห็นศัตรูของตัวเองตากฝน ดูเหมือนจะทำให้มันมีความสุขยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
วันนี้มันไม่ได้กินข้าว นั่งสมาธิฝึกวิชามาทั้งวัน พลังฝีมือไม่ค่อยเพิ่มขึ้นเลย
สิ่งที่มันเรียนคือเคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่ พอไม่มีผู้หญิง ความเร็วในการเพิ่มพลังของมันก็ช้ากว่าหอยทากซะอีก
...
วันที่หนึ่งร้อย
แสงแดดสดใส
ชายชุดดำในถ้ำ ก็เดินมาอยู่ตรงตำแหน่งที่ใกล้ปากถ้ำที่สุด เพื่ออาบแดด
สีหน้าของมันซีดเซียวจนน่ากลัว
บนหน้ามีแต่หนวดเครา เบ้าตาก็โบ๋ลงไปเล็กน้อย
มันหยิบเนื้อแห้งชิ้นหนึ่งเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ บนหน้าดูไม่ออกเลยว่ากำลังดีใจ โกรธ เศร้า หรือมีความสุข
เนื้อแห้งน่ะ กินจนเบื่อไปตั้งนานแล้ว
แต่มันก็มีแค่เนื้อแห้ง
ถ้าไม่กิน ก็จะอดตาย
...
วันที่สองร้อย
กระต่ายป่าตัวหนึ่ง จู่ๆ ก็วิ่งมาอยู่ไม่ไกลจากหลินอวี่
หูของหลินอวี่ขยับเล็กน้อย มือข้างหนึ่งหยิบเศษหินบนพื้นขึ้นมา แล้วปาออกไป
เวลาผ่านไปสองร้อยวัน ในที่สุดหลินอวี่ก็ลุกขึ้นยืน
เสียงตอนหลินอวี่ลุกขึ้น ทำให้ชายชุดดำในถ้ำตกใจตื่น
จู่ๆ บนหน้าของมันก็มีแววตาตื่นเต้นปรากฏขึ้น
หรือว่า ไอ้บัดซบนี่ทนไม่ไหวแล้ว? จะไปแล้วงั้นเหรอ?
มันรีบวิ่งมาที่ปากถ้ำ มองแผ่นหลังของหลินอวี่ด้วยน้ำตาคลอเบ้า
แต่ว่า
ไม่กี่วินาทีต่อมา
มันก็ต้องสิ้นหวังอีกครั้ง
เพราะหลินอวี่ไปหิ้วกระต่ายป่ามาจากพื้นข้างๆ กลับมา
จากนั้น
หลินอวี่ก็เก็บฟืนบนพื้นมากองหนึ่ง หาไม้มาสองสามก้าน ปั่นไม้จุดไฟ แล้วก็ย่างกระต่ายป่า!
กลิ่นเนื้อหอมฟุ้ง
หอมกว่ากลิ่นเนื้อแห้งต้มเป็นหมื่นเท่า
ชายชุดดำที่กินเนื้อแห้งมาสองร้อยวัน มองจนตาแทบถลน
แต่เพราะมีค่ายกลขวางอยู่ กระต่ายป่าไม่มีทางวิ่งเข้าไปในถ้ำหรอก ไม่มีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
"หอมจังโว้ย!"
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสองร้อยวัน ที่หลินอวี่พูดออกมา
...
หนึ่งปีต่อมา
หลินอวี่ได้แต้มคุณสมบัติมาใหม่หนึ่งแต้ม แล้วก็เพิ่มไปที่คุณสมบัติศาสตร์เร้นลับ
วันต่อมา หมูป่าตัวหนึ่งก็โผล่มาข้างๆ หลินอวี่อย่างน่าประหลาด แล้วก็โดนหลินอวี่จัดการด้วยหินก้อนเดียว
หมูป่าตัวนี้ หลินอวี่กินไปครึ่งตัวก็อิ่มแล้ว
อีกครึ่งที่เหลือ ก็โยนทิ้งไป
ชายชุดดำนอนอยู่ตรงปากถ้ำ ร่างกายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สภาพเหมือนขอทาน
มันพูดกับหลินอวี่นอกถ้ำอย่างหมดแรง "พี่ชาย ปล่อยข้าไปเถอะนะ ข้าสัญญาว่าต่อไปจะเป็นคนดี"
หลินอวี่ไม่สนใจมัน
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่แอ่งน้ำข้างๆ แล้วก็อาบน้ำ
สองวันก่อนมีฝนตกลงมา แอ่งดินตรงปากถ้ำก็เลยกลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ
หลินอวี่แอบขุดให้มันลึกขึ้นอีกหน่อยด้วยซ้ำ
กะว่าถ้าฝนตกคราวหน้า หลินอวี่ถึงขั้นลงไปแช่น้ำได้เลย
...
ปีที่สอง
หลินอวี่ได้แต้มคุณสมบัติใหม่มาอีกหนึ่งแต้ม
แล้วก็เพิ่มลงไปที่ศาสตร์เร้นลับอีกครั้ง
ตอนนี้
คุณสมบัติศาสตร์เร้นลับของหลินอวี่มีถึงสี่แต้มแล้ว
สองปีมานี้ หลินอวี่กินของไปไม่ใช่น้อย
กายาทองคำอมตะก็อัปขึ้นมาเป็นระดับหกแล้ว
...
ปีที่สองกับอีกสามเดือน
ชายชุดดำตายอยู่ในถ้ำ
ค่ายกลตรงปากถ้ำก็สลายไปเอง
ชายชุดดำอดตายไปเอง
มันประเมินพลังฝึกปรือของตัวเองสูงไปจริงๆ
ตอนแรกนึกว่าจะทนได้ตั้งห้าปี
แต่ทนได้แค่สองปีกว่าๆ ก็ไม่ไหวแล้ว
เนื้อแห้งกินหมดแล้ว น้ำในถ้ำก็ดื่มหมดไปตั้งนานแล้ว
หิวจนถึงวาระสุดท้าย มันก็ไม่มีแรงจะร้องขอชีวิตจากหลินอวี่แล้ว
หลินอวี่ยืนอยู่หน้าปากถ้ำ สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความดีใจที่ได้รับชัยชนะเลยสักนิด
ถือว่าแก้แค้นให้กังจื่อได้แล้ว
ถึงแม้อีกฝ่ายจะอดตายไปเอง ไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของตัวเอง แต่เขาก็ถือว่าทำเต็มที่แล้ว
หลินอวี่ไม่ได้สนใจศพในถ้ำ เขาหันหลังเดินจากสถานที่ที่ตัวเองอยู่มาสองปีกว่าแห่งนี้ไป
ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ใดๆ เหมือนกับตอนที่เดินออกจากถ้ำข้างหมู่บ้านสกุลจ้าวในปีนั้นไม่มีผิด
...