- หน้าแรก
- กบดานจนฟ้าดินสลาย ข้ากลายเป็นผู้อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง
- บทที่ 14 ชายชุดดำผู้โอหัง
บทที่ 14 ชายชุดดำผู้โอหัง
บทที่ 14 ชายชุดดำผู้โอหัง
บทที่ 14 ชายชุดดำผู้โอหัง
เหวินเซวียนกับจื่ออ๋างตายอย่างน่าอนาถมาก
พวกเขาทั้งสองถูกดาบฟันเข้าที่ท้องโดยตรง
บาดแผลทางขวางพาดผ่านเอวซ้ายขวา ลำไส้และอวัยวะภายในไหลทะลักออกมา
ต่อให้เป็นมือปราบเก่าแก่อย่างฉีหวาง ก็ยังไม่กล้ามองดูให้ชัดเจนนัก
หลังจากแน่ใจแล้วว่าทั้งสองคนไม่มีทางรอด ฉีหวางก็ถือดาบของตัวเอง ค่อยๆ ย่องเข้าไปข้างกายร่างสีดำนั้น
ยิ่งเข้าใกล้ร่างนั้นมากเท่าไหร่ ฉีหวางก็ยิ่งรู้สึกว่าหน้ากากบนหน้าของอีกฝ่ายดูน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
จ้องมองนานเข้า ถึงกับรู้สึกว่ามีกลิ่นอายคาวเลือดพุ่งพล่านขึ้นสมอง ทำเอาฉีหวางรู้สึกหน้ามืดวิงเวียน
ฉีหวางรีบสะบัดหัวแรงๆ พร้อมกับยื่นมือออกมาตบแก้มตัวเอง ถึงได้เรียกสติกลับคืนมาได้
เขาไม่มองหน้ากากบนหน้าของคนผู้นั้นอีก
แต่ค่อยๆ วางมือลงบนคอของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง เพื่อจับชีพจรดู
ชีพจรไม่เต้นแล้ว
ดูเหมือนจะตายแล้วจริงๆ
ตอนนี้เอง ฉีหวางก็พบว่า บนเสื้อตรงหน้าอกของอีกฝ่าย เหมือนจะมีคราบเลือดซึมออกมาไม่หยุด
ฉีหวางข่มความกลัวในใจเอาไว้ แล้วเลิกเสื้อท่อนบนของมันขึ้น
พลันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
ที่หน้าอกของชายชุดดำ ดันมีรูโหว่ขนาดใหญ่!
ถึงขนาดมองทะลุรูโหว่นั้น ไปเห็นพื้นดินด้านหลังของมันได้เลย!
และขนาดของรูโหว่นั่น ก็ดูเหมือนจะพอๆ กับขนาดกำปั้นของคนปกติ
ฉีหวางพยายามเค้นความทรงจำอย่างหนัก แต่ก็ยังนึกภาพตอนที่หลินอวี่จัดการอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้ไม่ออกอยู่ดี
เพราะความเร็วมันสูงมาก ตอนนั้นฉีหวางเห็นแค่เงารางๆ สายหนึ่งเท่านั้น
บนถนน ยังคงเงียบสงัดจนน่ากลัว
พอได้เห็นพลังต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของหลินอวี่แล้ว ฉีหวางก็ไม่คิดที่จะไปช่วยหลินอวี่รับมือกับศัตรูคนอื่นอีก
เขาก็พอจะรู้ลิมิตของตัวเองอยู่บ้าง
ฉีหวางมองซ้ายมองขวา ก็ไม่พบคนเป็นคนอื่นอีก
เขาทำได้แค่ปล่อยศพบนพื้นทิ้งไว้ก่อน แล้วสับเท้าวิ่งเหยาะๆ มุ่งหน้ากลับไปที่ศาลาว่าการ
ในศาลาว่าการ ยังมีมือปราบที่เข้าเวรอยู่
...
ตอนที่หลินอวี่กระโดดผ่านหน้าต่างบานนั้น กลับเข้ามาในห้องบนชั้นสองของตรอกอีกครั้ง ในห้องก็ไม่มีคนอยู่แล้ว
ชายชุดดำหายไปแล้ว
ผู้หญิงคนนั้น ก็หายตัวไปเช่นกัน
หลินอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
กำปั้นข้างหนึ่งของเขาค่อยๆ คลายออก เลือดสีแดงสดหยดติ๋งๆ ลงมา
เลือดนั่น เป็นของชายชุดดำเมื่อกี้นี้
หลินอวี่ต่อยหมัดเดียว ทะลวงหน้าอกของอีกฝ่ายจนทะลุ!
จากนั้น ถึงได้ใช้ไหล่กระแทกศพของอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไป
เสียงสองเสียงที่เกิดขึ้น เพราะความเร็วมันสูงเกินไป พอเข้าหูฉีหวางก็เลยกลายเป็นแค่เสียงเดียว
ตอนนี้เอง
หลินอวี่เดินไปที่หน้าต่างอย่างช้าๆ
เขาหลับตาลง
หูขยับเล็กน้อย
ประสาทการได้ยินอันทรงพลัง แผ่ขยายโดยมีหลินอวี่เป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมพื้นที่รัศมีหลายลี้ในพริบตา
เหมือนกับเรดาร์ในชาติก่อนของหลินอวี่ไม่มีผิด
ถึงชายชุดดำคนนั้นจะหนีไปแล้ว แต่หลินอวี่ก็ไม่อยากปล่อยมันไป
เพราะหลินอวี่ก็ไม่แน่ใจว่าชายชุดดำที่เพิ่งฆ่าไปเมื่อกี้ ใช่ฆาตกรที่ฆ่ากังจื่อหรือเปล่า
มีความเป็นไปได้ครึ่งหนึ่ง ว่าจะเป็นไอ้คนที่หนีไปนี่แหละ!
"รอให้หาตัวมันเจอก่อนเถอะ จะซัดไอ้หมอนี่อีกสักหมัด!"
ความคิดของหลินอวี่ช่างเรียบง่ายตรงไปตรงมา
ในคืนที่เงียบสงัด ผู้คนต่างพากันหลับสนิท ถึงเมื่อกี้เสียงในตรอกจะดังมาก แต่ก็ไม่ได้รบกวนการพักผ่อนของชาวบ้านแถวนั้น
ตอนนี้
เสียงวิ่งสองเสียง ลอยเข้าหูของหลินอวี่อย่างชัดเจน
เสียงหนึ่ง น่าจะเป็นของฉีหวาง
เขากำลังรีบมุ่งหน้ากลับไปที่ศาลาว่าการ
ส่วนอีกเสียงหนึ่ง แตกต่างจากเสียงฝีเท้าของฉีหวางเล็กน้อย
มันช้ากว่า
เหมือนกับกำลังระมัดระวังตัว กลัวว่าจะทำให้เกิดเสียงดังเกินไป
แต่หลินอวี่ก็ฟังออก ว่าฝีเท้าของอีกฝ่ายหนักมาก
ชัดเจนเลยว่า นี่คือเสียงฝีเท้าของชายชุดดำคนนั้น
ในมือของมัน น่าจะยังอุ้มผู้หญิงคนนั้นอยู่!
หลินอวี่ลืมตาขึ้นมาทันที ในคืนที่มืดมิด ดวงตาของหลินอวี่กลับมีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา
กายาทองคำอมตะ ครอบคลุมไปถึงดวงตาของหลินอวี่อย่างสมบูรณ์แล้ว
จากนั้น
หลินอวี่กางแขนทั้งสองข้างออก พุ่งทะยานลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง ราวกับพญาอินทรี
หลินอวี่ไม่ลังเลเลยสักนิด พุ่งพรวดไปในทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
นั่นคือทิศทางที่มุ่งออกไปนอกเมือง!
หลินอวี่วิ่งไปเป็นเส้นตรง
เมื่อเจอสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนหรืออะไรก็ตาม หลินอวี่ก็สามารถกระโดดข้ามไปได้อย่างรวดเร็ว
ไม่รู้ว่าสัมผัสได้ถึงการไล่ล่าของหลินอวี่ที่อยู่ข้างหลังหรือเปล่า เสียงนั้นก็เร่งความเร็วขึ้นเหมือนกัน
แถมอีกฝ่ายที่อุ้มคนอยู่คนหนึ่ง กลับไม่ได้ช้าไปกว่าหลินอวี่เท่าไหร่นัก
หลินอวี่ลองคำนวณดูคร่าวๆ ตามความเร็วในตอนนี้ ถ้าเขาอยากจะไล่ตามให้ทัน สงสัยคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองสามชั่วโมง!
แต่สองสามชั่วโมงแล้วยังไงล่ะ!
ขอแค่ตามทันก็พอ!
ทั่วทั้งร่างของหลินอวี่ส่องประกายแสงสีทองจางๆ ดูสว่างสะดุดตาเป็นพิเศษในความมืด
แม้กายาทองคำอมตะจะเป็นแค่ทักษะป้องกันล้วนๆ แต่ตอนที่หลินอวี่วิ่ง มันก็ยังออกมาร่วมแจมด้วย ไม่รู้ว่าจะช่วยเพิ่มความเร็วให้หลินอวี่ได้บ้างหรือเปล่า
หนึ่งดำ หนึ่งทอง สองเงาร่าง พุ่งข้ามกำแพงเมืองของซานเสีย ทะยานหายเข้าไปในคืนที่มืดมิด
สิบนาที
ครึ่งชั่วโมง
ในที่สุด
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่า ร่างสีดำนั้นก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลินอวี่
มันยังอุ้มผู้หญิงคนนั้นอยู่จริงๆ!
ชายชุดดำก็เห็นหลินอวี่เหมือนกัน
บนใบหน้าใต้หน้ากากของมัน เผยให้เห็นถึงความลนลาน
นึกไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายจะสามารถไล่ตามตัวเองทันในคืนที่มืดมิดขนาดนี้!
ความเร็วของชายชุดดำนั้นสูงมาก มันไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นผู้ฝึกมาร!
ทุกย่างก้าวของมัน จะมีกลิ่นอายสีดำจางๆ ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้า ช่วยให้ฝีเท้าของมันเบาหวิวปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น
แต่ว่า แสงสีทองบนตัวของอีกฝ่ายนั่น มันคืออะไรกัน?
ชายชุดดำไม่เคยเห็นของแปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน
ขนาดผู้ฝึกตนที่มันเคยเจอ บนตัวก็ยังไม่มีแสงสีทองโผล่ออกมาเลย
ไม่กี่นาทีต่อมา
หลินอวี่ขยับเข้าใกล้ชายชุดดำเข้าไปทุกที
ชายชุดดำถึงกับมองเห็นเลือดบนแขนของหลินอวี่ได้เลย!
ในที่สุดชายชุดดำก็สัมผัสได้ถึงความกลัว!
อีกฝ่ายสามารถฆ่าพวกพ้องของมันได้ ก็อาจจะฆ่ามันได้เหมือนกัน!
ตอนนี้เอง ชายชุดดำก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
มันโยนผู้หญิงในอ้อมกอดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
จากนั้น ความเร็วของมัน ก็พุ่งพรวดขึ้นมาอีกระดับ
ผู้หญิงคนนี้สำคัญมาก เป็นสิ่งที่มันต้องใช้ในการฝึกวิชา แต่ถ้าเทียบกันแล้ว ชีวิตน้อยๆ ของมันสำคัญกว่า!
ความเร็วของชายชุดดำเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่จากนั้นมันก็พบว่า ความเร็วของตัวเองมาถึงขีดจำกัดแล้ว แต่ก็ยังสลัดไอ้คนที่อยู่ข้างหลังไม่หลุดอยู่ดี
ชายชุดดำเริ่มสิ้นหวัง
มันวิ่งอย่างสุดชีวิตแล้ว แถมพละกำลังของตัวเองก็ใกล้จะหมดเต็มที ขืนวิ่งต่อไปอีกหน่อย คงวิ่งไม่ไหวแล้วแน่ๆ
มันเป็นผู้ฝึกมารก็จริง แต่มันก็เป็นแค่ผู้ฝึกมารระดับมือใหม่เท่านั้นแหละ
มันแค่บังเอิญได้คัมภีร์วิชามารที่บันทึกเคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่มาเล่มหนึ่ง ถึงได้เริ่มฝึกวิชากับพวกพ้องสองคน
อาศัยผู้หญิงที่จับตัวมาจากซานเสียในช่วงนี้ ถึงเพิ่งจะฝึกวิชาบรรลุถึงขั้นเริ่มต้นได้
แต่ว่า
ในความสิ้นหวัง ก็ยังมีความหวังหลงเหลืออยู่สายหนึ่ง
เพราะอีกแค่ไม่กี่ลี้ ก็จะถึงรังของตัวเองแล้ว
รังของมัน ความจริงแล้วก็คือถ้ำแห่งหนึ่ง
แต่มันกับพวกพ้องได้ช่วยกันจัดค่ายกลป้องกันเอาไว้ โดยอิงจากบันทึกในคัมภีร์วิชามารเล่มนั้น
ถ้ำทั้งถ้ำ ถูกค่ายกลป้องกันครอบคลุมเอาไว้หมด
แถมยัง
พวกมันสองคนเคยลองทดสอบดูแล้ว ต่อให้ร่วมมือกัน ใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดโจมตีใส่ค่ายกลนั่น ก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของค่ายกลได้เลยสักนิด
ขอแค่ไปถึงที่นั่น มันก็สามารถหลบเข้าไปในค่ายกลได้แล้ว
ถึงตอนนั้น ต่อให้ร่างสีทองนี่จะเก่งกาจแค่ไหน ก็คงทำลายค่ายกลของมันไม่ได้หรอก
ส่วนภายในถ้ำ มันก็เตรียมของกินของดื่มเอาไว้เยอะแยะแล้ว
ถึงขนาดพอให้มันใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำได้เป็นปีๆ เลยทีเดียว!
พอคิดได้แบบนี้ กลิ่นอายสีดำบนตัวชายชุดดำก็พลุ่งพล่านขึ้นมา ความเร็วเพิ่มขึ้นไปอีกนิด
ไม่กี่นาทีต่อมา
ถ้ำแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลินอวี่และชายชุดดำ
ชายชุดดำไม่ลังเลเลยสักนิด พุ่งพรวดเข้าไปข้างในทันที
หลังจากที่ชายชุดดำเข้าไปในถ้ำแล้ว ตรงปากถ้ำก็มีแสงสีม่วงเข้มสว่างวาบขึ้นมา ขวางปากถ้ำเอาไว้จนมิด
ร่างของหลินอวี่ หยุดลงที่หน้าปากถ้ำ
ภาพตรงหน้า ทำให้เขามั่นใจว่าตัวเองต้องเจอกับผู้ฝึกตนของโลกใบนี้เข้าให้แล้ว
ถึงจะดูเหมือนพวกมารนอกรีต แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่หลินอวี่ได้เจอผู้ฝึกตน
หลินอวี่จำต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นอีกหน่อย
และในตอนนี้เอง
ชายชุดดำยืนอยู่ข้างในถ้ำ หันตัวกลับมา แล้วถอดหน้ากากบนหน้าออก
ดูจากใบหน้าของชายชุดดำแล้ว อายุของมันน่าจะประมาณสามสิบกว่าปี ใบหน้าดูซีดเซียว เหมือนไม่ได้โดนแดดมานานแล้ว
ตอนนี้
บนใบหน้าของมันมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ ราวกับว่าพอเข้ามาในถ้ำแล้ว ก็จะปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
"ไอ้หนู ข้าขอเตือนว่าอย่าแส่เรื่องชาวบ้านให้มันมากนัก ไม่งั้นล่ะก็ รอข้าฝึกวิชาสำเร็จเมื่อไหร่ จะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าแน่!" ชายชุดดำถึงกับยังมีอารมณ์มาขู่หลินอวี่
จากนั้น มันก็ชี้ไปที่ม่านแสงสีม่วงตรงหน้า แล้วพูดว่า "ค่ายกลนี้ เจ้าไม่มีทางทำลายได้หรอก ไสหัวไปซะดีๆ วันหลังอย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก!"
ด้านนอกปากถ้ำ
หลินอวี่ยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้น ไม่ได้พูดอะไร ราวกับไม่ได้ยินเสียงโวยวายของชายชุดดำในถ้ำ
จะให้ปล่อยชายชุดดำคนนี้ไปน่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอก
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ จะทำลายสิ่งที่เรียกว่าค่ายกลนี่ยังไงล่ะ!
หลินอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย มือขวากำหมัดแน่น ใต้เท้าออกแรงเหยียบอย่างแรง!
"ตู้ม!"
หลินอวี่ต่อยหมัดเดียว กระแทกเข้าใส่ม่านแสงสีม่วงนั่น
...