- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในนิยายน้ำเน่า ผมต้องเอาตัวรอดในร่างโลลิสายโหด
- บทที่ 15: เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?
บทที่ 15: เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?
บทที่ 15: เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?
"ซูเถา ตั้งแต่กินข้าวเสร็จ เธอดูเหม่อๆ นะ มีเรื่องอะไรในใจหรือเปล่า?"
เวลาสองทุ่มตรง หยาดฝนเม็ดโป้งร่วงหล่นลงมาอย่างหนักหน่วง ชะล้างเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด กลิ่นอายของดินและฝุ่นละอองลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
ซูเถาและเย่เหลียงยืนหลบฝนอยู่บริเวณหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้มและต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ และงานอีเวนต์ตอนสามทุ่มยังไม่เริ่ม ทั้งสองจึงตั้งใจจะเดินเล่นฆ่าเวลากันสักหน่อย
ทว่าสายฝนกลับเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัด เย่เหลียงก็สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าซูเถาดูซึมลงไปถนัดตา
เธออยู่ในชุดเดรสทางการสีขาวปักลายเรียบหรู ก้มหน้าลงต่ำ ปลายรองเท้าที่ห่อหุ้มเท้าเล็กๆ ของเธอกำลังเคาะพื้นเบาๆ เขาไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เย่เหลียงเห็นดังนั้นจึงใช้ศอกสะกิดไหล่เธอเบาๆ "คิดอะไรอยู่เนี่ย? เหม่อเชียว"
"อ๊ะ... อ๋อ ขอโทษที" ซูเถาฝืนยิ้มแหย "ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่กำลังคิดเรื่องของเสี่ยวเฉิงอยู่น่ะ"
เมื่อได้ยินชื่อนั้น เย่เหลียงก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที "เธอจะไปนึกถึงยัยนั่นทำไมกัน? ยัยนั่นมันคนละชั้นกับเธอเลยนะ ซูเถา... ทางที่ดีเธอรีบตัดหางปล่อยวัดยัยนั่นซะเถอะ นี่ยังจะไปปกป้องมันอยู่อีก"
ซูเถาอ้าปากค้าง หมายจะระบายความในใจออกมา ทว่าภาพเหตุการณ์ในห้องใต้ดินกลับสว่างวาบขึ้นมาในหัว ขัดจังหวะคำพูดที่เตรียมจะเอื้อนเอ่ยออกไปเสียสนิท
ในที่สุด เธอก็ค่อยๆ เอ่ยถามออกไป "เย่เหลียง... นายคิดว่าเสี่ยวเฉิงเป็นคนยังไงเหรอ?"
"น่าสะอิดสะเอียนสุดๆ"
เย่เหลียงตอบกลับมาอย่างไม่ลังเล
ซูเถาหัวเราะแห้งๆ "ถ้าไม่นับเรื่องอคติในช่วงหลังๆ นี้นะ... แล้วตอนที่นายเจอฉันกับเสี่ยวเฉิงครั้งแรกล่ะ?"
เย่เหลียงหันมองซูเถาด้วยความงุนงง
ทว่าความคิดของเขากลับล่องลอยตามคำพูดของเธอ ย้อนกลับไปในฤดูร้อนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ครั้งแรกที่เขาได้พบกับซูเถา คือที่ร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
เพื่อหลบเลี่ยงผู้หญิงจากตระกูลอื่นที่ผู้ใหญ่จับคู่ให้ดูตัว เขาจึงหนีเข้าไปซ่อนในห้องลองเสื้อของร้านขายเสื้อผ้า และบังเอิญว่าซูเถาก็เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องนั้นพอดี
เธอเพิ่งจะเปลี่ยนมาใส่ชุดเดรสยาวสีขาวเรียบง่ายที่ตั้งใจจะซื้อ
ราวกับนางฟ้าชุดขาวผู้แสนบริสุทธิ์ เธอสะกดสายตาผู้คนให้ต้องเหลียวมองอย่างไม่อาจต้านทานได้
หลังจากที่ทั้งสองประจันหน้ากัน
ผู้หญิงที่มาดูตัวคนนั้นก็เข้ามาซักไซ้ไล่เลียงเขา
เขาออกคำสั่งแกมบังคับซูเถาไม่ให้บอกที่ซ่อนของเขา แลกกับเงินหนึ่งแสนหยวนเป็นค่าปิดปาก
แม้ว่าซูเถาจะพยายามช่วยปิดบังให้แล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ถูกจับได้อยู่ดี
เมื่อเผชิญกับการซักไซ้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดฟันโกหกไปว่าซูเถาคือแฟนสาวของเขา
ผลก็คือ... ซูเถาไม่เพียงแต่จะยอมรับสมอ้างเท่านั้น แต่เธอยังช่วยตอกกลับผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นให้อย่างเจ็บแสบอีกด้วย
ในฐานะคุณชายผู้ทรงอิทธิพลและมีอำนาจล้นฟ้า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องไปหลบอยู่หลังผู้หญิง
เธอหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา
แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและทำให้เขารู้สึกปลอดภัย
เขาได้รับการปกป้องจากเธอ
หลังจากนั้น เพื่อเป็นการชดเชยที่ทำให้ซูเถาต้องเสียเวลา เย่เหลียงจึงเสนอเงินให้เธอถึงหนึ่งล้านหยวนทันที
คนธรรมดาทั่วไป หากต้องเผชิญหน้ากับเงินก้อนโตขนาดนี้ คงจะตื่นเต้นดีใจจนพูดไม่ออกเป็นแน่
ทว่าซูเถากลับปฏิเสธข้อเสนอนั้นอย่างใจเย็น
แถมยังช่วยพูดปลอบใจเขาอย่างอดทนด้วยประโยคที่ว่า "มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยเองค่ะ"
บางทีอาจจะเป็นเพราะออร่านางเอกกระมัง แต่หลังจากที่ถูกปฏิเสธด้วยสารพัดวิธี เย่เหลียงก็เริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจดีแฮะ
และแน่นอนว่า... รูปร่างหน้าตาของเธอก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเช่นกัน
และแล้ว... เรื่องราวระหว่างเขากับซูเถาก็เริ่มต้นขึ้น
ส่วนเรื่องของฉือเสี่ยวเฉิงน่ะเหรอ...
เย่เหลียงลูบปลายคาง พยายามนึกย้อนกลับไปอย่างละเอียดอีกครั้ง ถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ข้างกายของซูเถาในตอนนั้น... มีร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งยืนอยู่ด้วย ร่างที่เล็กจ้อยเสียจนแทบจะถูกกลืนหายไปกับพื้นหลัง
"ตอนนั้น... ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะยังไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มขนาดนี้นี่นา แค่แต่งหน้าอ่อนๆ เองมั้ง?" เย่เหลียงทำหน้าครุ่นคิด "ฉันจำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ แต่ยังไงซะ... ยัยนั่นก็น่ารังเกียจอยู่ดีแหละ"
ซูเถาแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ก่อนจะถอนหายใจยาว "ความจริงแล้ว... เมื่อก่อนเสี่ยวเฉิงไม่ได้เป็นคนแบบนี้หรอกนะ เธอ... แค่ไปคบเพื่อนผิด ก็เลยถูกชักจูงไปในทางที่ผิดน่ะ"
พูดจบ ซูเถาก็นึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งเข้าเรียนมัธยมปลาย แล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา "เสี่ยวเฉิงคนก่อนน่ะ เป็นเด็กใสซื่อมากเลยนะ แล้วหน้าสดของเธอก็น่ารักมากๆ ด้วย"
เย่เหลียงหันมองซูเถาด้วยสายตาแปลกประหลาดอีกครั้ง
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมซูเถาถึงต้องเอาแต่พูดถึงยัยนั่นด้วย
ขนาดแต่งหน้าแล้วยังขี้เหร่ขนาดนั้น
เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าตอนหน้าสดยัยนั่นจะสภาพเป็นยังไง
เขาจึงออกคำสั่งเสียงเฉียบขาดกับซูเถา "เอาเป็นว่า... ฉันจะยอมฟังเธอ และจะไม่ไปหาเรื่องฉือเสี่ยวเฉิงอีก แต่เธอก็ต้องรับปากฉันเหมือนกัน ว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวและติดต่อกับยัยนั่นอย่างเด็ดขาด"
ซูเถาอ้าปากค้าง
ก่อนจะก้มหน้าลงต่ำ
เธอไม่ได้พยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้ส่ายหน้าปฏิเสธ
เมื่อเห็นดังนั้น เย่เหลียงก็ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ "หืม?"
ซูเถาหดคอวูบเมื่อได้ยินเสียงนั้น "จริงๆ แล้ว... ฉันอยากจะลองพยายามดูอีกสักครั้งน่ะ เสี่ยวเฉิงก็แค่ถูกคนอื่นเป่าหูมา เนื้อแท้ของเธอเป็นคนจิตใจดีนะ ถ้าเป็นไปได้... ฉันก็ไม่อยากจะสูญเสียเพื่อนอย่างเธอไป"
"ยัยนั่นทำกับเธอขนาดนั้น ลักพาตัวเธอไปขังไว้! ถ้าฉันไปช่วยไม่ทัน ป่านนี้เธอคงเป็นอันตรายไปแล้ว ทำไมเธอยังจะไปหวังอะไรจากยัยนั่นอยู่อีก?!"
เย่เหลียงไม่อาจทำความเข้าใจกระบวนการความคิดของซูเถาได้เลยจริงๆ
แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
เพราะเขารักเธอ เขาจึงไม่อยากจะแข็งกร้าวกับซูเถา และยิ่งไม่อยากจะบังคับขืนใจให้เธอทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
เมื่อเห็นว่าเย่เหลียงเริ่มจะมีน้ำโห ซูเถาก็รีบอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "ฉันเป็นเด็กกำพร้านะ ตั้งแต่ประถมที่ฉันได้รู้จักกับเสี่ยวเฉิง พวกเราก็อยู่ด้วยกันมาตลอด เธออยู่เคียงข้างฉันมาตลอดช่วงชีวิตวัยเด็ก เป็นเหมือนน้องสาวที่แสนดี และเป็นครั้งแรก... ที่ฉันสัมผัสได้ถึงคำว่า 'ครอบครัว'"
"เพราะงั้น... ฉันถึงอยากจะ... ลองดูอีกสักครั้งน่ะ"
เย่เหลียงยื่นมือใหญ่ของเขาออกไป คล้ายกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่สุดท้าย เขาก็ปล่อยมันตกลงข้างลำตัวอย่างแรง
เขาขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด
"คนเรามันเปลี่ยนกันได้!" เขาเอ่ยตัดบท ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุย "ช่างเถอะ เลิกพูดถึงยัยตัวซวยนั่นได้แล้ว ถึงงานจะเริ่มตอนสามทุ่ม แต่พวกเราไปรอที่นั่นกันก่อนเลยดีกว่า"
พูดจบ เขาก็ออกคำสั่งให้ซูเถาขึ้นรถทันที แล้วขับมุ่งหน้าไปยังชายหาดของเมืองจิ่วโจว
ระหว่างทาง เย่เหลียงก็ชวนซูเถาคุย "งานคืนนี้ ครอบครัวฉันเป็นคนจัดขึ้นบนเรือสำราญลำใหญ่เลยนะ ชุดที่เธอใส่อยู่เนี่ย... รับรองว่าต้องสะกดสายตาทุกคนในงานได้แน่ๆ!"
"แล้วก็... คนในครอบครัวฉันก็จะมาร่วมงานนี้ด้วยนะ ซูเถา... เธอรู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง?"
เย่เหลียงเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย ทว่าเมื่อหันไปมอง เขากลับเห็นว่าซูเถากำลังก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือยิกๆ "นี่เธอได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมเนี่ย?"
"อ๊ะ?" ซูเถารีบดึงสติกลับมา ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ "เอ่อ... นายช่วยพูดใหม่อีกทีได้ไหม?"
เสียงของเย่เหลียงดังเจื้อยแจ้วเข้าหูอีกครั้ง ทว่าความคิดของเธอกลับยังคงจดจ่ออยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ
บนหน้าจอ ปรากฏข้อความที่ฉือเสี่ยวเฉิงเพิ่งจะส่งมา
"ซูเถา ใกล้จะสามทุ่มแล้ว เธออยู่ที่หอหรือเปล่า? เดี๋ยวฉันไปหานะ"
เธอต้องไปร่วมงานปาร์ตี้กับเย่เหลียงตอนสามทุ่มนี่นา
แล้วเสี่ยวเฉิงมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับเธอกันแน่นะ?
ถ้าแค่อยากจะคุยเฉยๆ โทรคุยกันเอาก็ได้ไม่ใช่เหรอ?
ซูเถาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป "เสี่ยวเฉิง มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? กว่าฉันจะกลับก็คงเลยสามทุ่มไปแล้วล่ะ"
ข้อความของฉือเสี่ยวเฉิงตอบกลับมาแทบจะในทันที: "ฉันอยากจะคุยกับเธอแบบเจอหน้ากันน่ะ ซูเถากลับมาไม่ได้เหรอ?"
"ขอโทษทีนะ" ซูเถาส่งสติกเกอร์รูปอ้อนวอนสุดคิวต์ไปให้ "ตอนนี้ฉันยังเดินช้อปปิ้งอยู่ข้างนอกกับเพื่อนอยู่น่ะ คงจะกลับไปไม่ทันจริงๆ"
เปรี้ยง—
เสียงฟ้าร้องคำรามดังลั่นขึ้นมาในจังหวะนั้น
สายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาหนักกว่าเดิม
หลังจากกดส่งข้อความนั้นไป ซูเถาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที
ดูท่าทางฝนจะตกหนักซะด้วยสิ ข้ออ้างที่เธอใช้มันฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย
แต่เธอไม่กล้าบอกความจริงว่าอยู่กับเย่เหลียง เพราะกลัวว่าจะไปกระตุ้นต่อมโมโหของฉือเสี่ยวเฉิงเข้า
โชคดีที่ข้อความตอบกลับของฉือเสี่ยวเฉิงทำให้เธอโล่งอก "ถ้างั้น... เธอจะยังมาตามนัดอยู่ไหม?"
"อื้อ! ฉันจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุดเลยนะ!"
ซูเถาวางโทรศัพท์มือถือลง สีหน้าโล่งใจปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีเลยล่ะ
ตราบใดที่เสี่ยวเฉิงยังเต็มใจที่จะพูดคุยกับเธอ โอกาสที่พวกเธอจะกลับมาเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิมก็ยังคงมีอยู่
เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ซูเถาก็ใช้มือสางผมลวกๆ ก่อนจะสบเข้ากับสายตาไม่พอใจของเย่เหลียง
ซูเถาหัวเราะแห้งๆ "ฉันไม่เล่นโทรศัพท์แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะปิดเสียงไว้เลย"
เธอกดปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ แล้วเก็บมันลงในกระเป๋าสะพาย
ทว่าเธอไม่ได้สังเกตเห็นข้อความถัดไปที่ฉือเสี่ยวเฉิงส่งมาเลย
"ซูเถา ถ้างั้นฉันจะรอเธออยู่ที่ดาดฟ้านะ... แล้วเมื่อไหร่เธอจะกลับมาล่ะ?"
สิบนาทีต่อมา: "ซูเถา เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?"
สิบห้านาทีต่อมา: "ซูเถา เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?"
ยี่สิบนาทีต่อมา: "ซูเถา เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?"
สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
"ซูเถา... เมื่อไหร่เธอจะกลับมา?"