เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: เธอไม่ชอบดื่มน้ำงั้นเหรอ?

บทที่ 12: เธอไม่ชอบดื่มน้ำงั้นเหรอ?

บทที่ 12: เธอไม่ชอบดื่มน้ำงั้นเหรอ?


ปลายลิ้นมักจะเผลอไปตวัดโดนรอยแผลที่ริมฝีปากด้านในอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา ซูเถาก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงเหตุการณ์ในห้องใต้ดินวันนั้น

จูบแรกของเธอถูกพรากไปแล้ว

แถมเธอยังถูกบีบบังคับให้ต้องโกหกเย่เหลียงอีกด้วย

เสี่ยวเฉิงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน และยังพูดจาแปลกประหลาดในสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย

ตลอดสองวันที่ผ่านมา เธอเก็บเอาเรื่องนี้มาคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่ได้ปริปากเล่าให้ใครฟังเลย ทว่ายิ่งคิด เธอก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ฉือเสี่ยวเฉิงถึงได้เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้

เธอไม่เข้าใจ และไม่อาจทำความเข้าใจได้เลย

ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือการหลบหน้าหลบตาอีกฝ่ายไปก่อน

แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่า ฉือเสี่ยวเฉิงจะมาปรากฏตัวที่การแข่งขันบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยจริงๆ

ที่มานี่... ตั้งใจจะมาหาฉันเหรอ?

หรือว่ามาส่งเสียงเชียร์เย่เหลียงกับตงฟางหยางกันแน่?

แต่แล้วจู่ๆ ความคิดแปลกประหลาดอีกอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของซูเถา

— ก็ไหนเสี่ยวเฉิงบอกว่า ไม่ได้ชอบเย่เหลียงกับตงฟางหยางไม่ใช่หรือไง?

ซูเถาเก็บงำความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจ ไม่นานนัก การแข่งขันก็เริ่มเปิดฉากขึ้น ในฐานะพระเอกของนิยายเรื่องนี้ เย่เหลียงและตงฟางหยางย่อมเป็นตัวตนที่เก่งกาจและสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้าน

ทั้งสองทีมผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือดสูสี และลีลาการทำคะแนนอันหล่อเท่บาดใจของทั้งคู่ ก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาวๆ ข้างสนามได้ดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อการแข่งขันดำเนินมาได้ถึงครึ่งทาง ฉือเสี่ยวเฉิงก็แอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของซูเถาอย่างเงียบๆ

เธอเห็นว่านัยน์ตาของซูเถาก็กำลังทอประกายวิบวับอยู่เช่นกัน

แม้ว่าความรู้สึกที่ซูเถามีต่อเธอนั้นจะสับสนซับซ้อนแค่ไหน

แต่ก็เห็นได้ชัดว่า ลึกๆ แล้วเธอก็ยังคงมีความรู้สึกดีๆ ให้กับพวกพระเอกอยู่ไม่น้อย

เมื่อเหลือบไปเห็นว่าข้างๆ ตัวเธอไม่มีขวดน้ำดื่มเลยสักขวด ฉือเสี่ยวเฉิงก็กลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด

เธอหันขวับไปหาเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลัง ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดย้อย "พี่ชายคะ ช่วยอะไรหนูหน่อยได้ไหมเอ่ย?"

เด็กหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วขณะเมื่อจู่ๆ ก็ถูกทักทาย สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของฉือเสี่ยวเฉิงอย่างลืมตัวไปเกือบสองวินาที

ฉือเสี่ยวเฉิงไม่ได้ถือสาอะไร เธอเพียงแค่กะพริบตาปริบๆ อย่างซุกซน

เด็กหนุ่มรีบดึงสติกลับมา ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเก้ๆ กังๆ "ดะ... ได้สิครับ"

"หนูหิวน้ำจังเลยค่ะ พี่ชายช่วยไปซื้อน้ำแร่ให้หนูสักสองขวดได้ไหมคะ?"

"สะ... สองขวดเลยเหรอครับ?"

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย ลึกๆ ในใจแอบรู้สึกยินดี

เขาเองก็กำลังหิวน้ำอยู่พอดี ถ้าซื้อมาสองขวด ก็จะได้แบ่งกันดื่มคนละขวดพอดีเลย

การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป เด็กหนุ่มผู้ตกหลุมรักสาวน้อยน่ารักเข้าอย่างจัง รีบวิ่งหน้าตั้งไปซื้อน้ำแล้วกลับมาอย่างรวดเร็ว เขายื่นขวดน้ำขวดแรกให้ฉือเสี่ยวเฉิง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะบิดเกลียวเปิดฝาขวดน้ำอีกขวด เขาก็เห็นฉือเสี่ยวเฉิงยื่นมือมารอรับอีกครั้ง

เขาชะงักงันไปชั่วครู่ "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

"หนูเอาสองขวดเลยค่ะ" ฉือเสี่ยวเฉิงเอ่ยด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์

เด็กหนุ่มหันไปสบตากับเพื่อนข้างๆ ด้วยความงุนงง ก่อนจะหันกลับมามองฉือเสี่ยวเฉิง "น้องจะดื่มคนเดียวสองขวดเลยเหรอครับ?"

"อ๋อ หนูไม่ได้จะเอามาดื่มเองหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูจะเอาไปให้เย่เหลียงกับตงฟางหยางน่ะค่ะ"

ถ้อยคำเรียบง่ายและตรงไปตรงมานั้น ราวกับสาดน้ำเย็นจัดรดหัวใจที่กำลังพองโตของเด็กหนุ่มจนเปียกปอน

อุตส่าห์อาสาไปซื้อน้ำให้สาวสวย แต่สาวสวยดันเอาน้ำที่เขาซื้อไปประเคนให้ผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ?

แล้วตกลงฉันเป็นตัวอะไรวะเนี่ย?

เขายื่นขวดน้ำส่งให้อย่างเหม่อลอย จากนั้นก็เห็นฉือเสี่ยวเฉิงล้วงเอากระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมา แล้วหยิบธนบัตรใบละห้าหยวนยื่นให้เขา

เธอยัดเงินใส่มือเขา "ขอบคุณมากนะคะพี่ชาย~"

น้ำสองขวดราคาสี่หยวน

เธอยังอุตส่าห์ให้ค่าหิ้วเขามาตั้งหนึ่งหยวนแหนะ!

ในเวลานี้ เด็กหนุ่มรู้สึกจมูกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าบนหัวของเขากำลังสวมวิกผมทรงตัวตลกอยู่ไม่มีผิด

ความรักเพิ่งจะเริ่มเบ่งบาน ก็มีอันต้องจบเห่ลงเสียแล้ว

เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตบไหล่เขาเบาๆ เป็นการปลอบใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน "ป่ะ ไปกันเถอะ ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวแบทแมนก็แห่มาจับตัวโจ๊กเกอร์หรอก"

ไม่นานนัก การแข่งขันในครึ่งแรกก็สิ้นสุดลง

ทีมสีน้ำเงินของเย่เหลียงเป็นฝ่ายขึ้นนำ

ถึงเวลาพักครึ่งแล้ว

บรรดานักกีฬาของทั้งสองทีมต่างก็เหงื่อโทรมกาย บรรดาสาวๆ ต่างพากันกรูกันเข้าไปเสิร์ฟน้ำและผ้าซับเหงื่อให้อย่างไม่ขาดสาย จะยกเว้นก็แต่เย่เหลียงและตงฟางหยางเท่านั้น

สองคนนี้คือหนุ่มฮอตตัวท็อปของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง ทั้งชื่อเสียงและบารมีล้นเหลือจนคนธรรมดาเดินดินไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้

แถมมีใครบ้างล่ะที่ไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังตามจีบซูเถาแข่งกันอยู่?

แล้วตอนนี้ตัวจริงเสียงจริงของเขาก็นั่งหัวโด่อยู่นี่ด้วย

และในจังหวะนั้นเอง ซูเถาก็หยิบขวดน้ำขึ้นมาเตรียมจะลุกขึ้นยืน

ทว่าร่างเล็กบอบบางร่างหนึ่งกลับไวกว่าเธอเสียอีก

ฉือเสี่ยวเฉิงคว้าขวดน้ำแร่ขึ้นมา ซอยเท้าถี่ๆ วิ่งตรงดิ่งไปหาตงฟางหยาง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างราวกับคนโง่งม "คุณชายตงฟาง ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ?"

เธอประคองขวดน้ำด้วยสองมือ ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความคาดหวัง

ราวกับว่ามันเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต

ตงฟางหยางหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เป็นไร ขอบใจนะ"

แม้ว่ามุมมองที่เขามีต่อฉือเสี่ยวเฉิงจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว แต่เขาก็ไม่มีทางรับน้ำจากเธอต่อหน้าธารกำนัลมากมายขนาดนี้อย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ต่อหน้าซูเถา

เมื่อเห็นดังนั้น ความผิดหวังก็พาดผ่านใบหน้าของฉือเสี่ยวเฉิงไปเพียงชั่ววูบ

ด้วยทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยม เธอจงใจปล่อยให้ตงฟางหยางจับสังเกตเห็นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของเธอได้ทัน ก่อนจะฝืนยิ้มแหยๆ ออกมา "ถ้าอยากดื่มน้ำเมื่อไหร่ก็บอกฉันได้เสมอนะคะ"

เธอหมุนตัวหันหลังกลับ

เสียงของระบบก็ดังแจ้งเตือนขึ้นในหัว

【แต้มอารมณ์ +4...】

【แต้มอารมณ์ +7...】

【แต้มอารมณ์ +2...】

ตงฟางหยางประหลาดใจมากที่เธอกล้าเอาน้ำมาให้เขาต่อหน้าคนตั้งมากมาย โดยเฉพาะในจังหวะที่ซูเถากำลังจะลุกขึ้นเอามาให้เขาพอดี

ยัยนี่จงใจชัดๆ!

แน่นอนสิ... ฉือเสี่ยวเฉิงจงใจทำแบบนั้นอยู่แล้ว

เธอแค่ไม่คิดว่าจะได้กอบโกยแต้มอารมณ์มาด้วยวิธีนี้ก็เท่านั้นเอง

เธอจึงหมุนตัวกลับ

และมุ่งหน้าตรงไปยังเย่เหลียง

รอยยิ้มโง่งมเมื่อครู่นี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นในพริบตา เมื่อเธอไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา และประคองขวดน้ำแร่ยื่นให้ด้วยสองมือ

ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา

เย่เหลียงก็ปัดขวดน้ำแร่ในมือเธอทิ้งลงพื้นอย่างแรง

"เธอยังกล้าโผล่หน้ามาเสแสร้งเล่นละครตบตาฉันอยู่อีกงั้นเรอะ ไสหัวไปซะ!"

น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด และความหงุดหงิดงุ่นง่านนั้น ก็ช่วยมอบแต้มอารมณ์ให้ฉือเสี่ยวเฉิงมาได้อีก 23 แต้ม

ขวดน้ำแร่กลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหลายตลบ ก่อนจะไปหยุดอยู่แทบเท้าของเด็กผู้หญิงผมสีทองคนหนึ่ง

เธอเหยียบมันเอาไว้

เด็กผู้หญิงคนนั้นตวัดสายตามองฉือเสี่ยวเฉิงด้วยความเย้ยหยัน

ร่างเล็กบอบบางยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางวงล้อมที่ผู้คนพากันตีตัวออกห่าง ท่าทางของเธอดูโดดเดี่ยวและน่าสงสารจับใจ

เมื่อเห็นดังนั้น ตงฟางหยางก็ขมวดคิ้วมุ่น อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเตือนเย่เหลียง "ทำเกินไปหรือเปล่า? คนก็อยู่ตั้งเยอะแยะ ช่วยรักษาภาพพจน์หน่อยเถอะ"

เย่เหลียงแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา "อะไรกันตงฟางหยาง นี่นายเกิดนึกสงสารยัยนี่ขึ้นมาหรือไง? ฉันยังไม่ได้สะสางบัญชีแค้นกับยัยนี่เลยนะ แล้วยังจะกล้าเสนอหน้ามาหาฉันอีก ถ้าเมื่อวานซูเถาไม่ห้ามฉันเอาไว้ล่ะก็ ยัยนี่คงหายสาบสูญไปจากมหาลัยนี้แล้วล่ะ แค่เห็นหน้าฉันก็คลื่นไส้จะอ้วกแล้ว!"

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้ปรายตามองฉือเสี่ยวเฉิงเลยแม้แต่น้อย

ใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวไร้เครื่องสำอางนั้นช่างดูน่าทะนุถนอมก็จริง แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมมอง แล้วจะถูกตกได้ยังไงล่ะ?

ฉือเสี่ยวเฉิงเดินคอตกกลับไปที่นั่งของตัวเอง หยิบขวดน้ำแร่ขวดสุดท้ายขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองซูเถา "ซูเถา... เธอ... เธอดื่มน้ำหน่อยไหม?"

หลังจากถูกปฏิเสธมาติดๆ กันถึงสองคน

ดูเหมือนเธอต้องการจะหาที่พึ่งพิงทางใจ

เมื่อเห็นว่าสีหน้าและท่าทางของฉือเสี่ยวเฉิงดูย่ำแย่มาก ซูเถาก็ตั้งใจจะรับน้ำขวดนั้นมาเพื่อปลอบโยนจิตใจอีกฝ่าย

ทว่าเย่เหลียงที่เดินตามมาแต่ไกลกลับแค่นเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูกอีกครั้ง

ซูเถาหดคอวูบ หลังจากปรายตามองเขาแวบหนึ่ง เธอก็ชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้าปฏิเสธ "ขอโทษนะเสี่ยวเฉิง ตอนนี้ฉันยังไม่ค่อยหิวน้ำเท่าไหร่น่ะ"

"ตุ้บ!"

ขวดน้ำแร่ในมือของเธอร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างแรง

สายตาของผู้คนที่รายล้อมซึ่งเดิมทีมองมาอย่างสอดรู้สอดเห็น ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสายตาเย้ยหยันบ้าง สมเพชเวทนาบ้าง

"อ้อ... อย่างนี้นี่เอง ซูเถาไม่อยากดื่มน้ำนี่เอง..."

น้ำเสียงของฉือเสี่ยวเฉิงไม่ได้ดังมากนัก ทว่ามันกลับลอยไปเข้าหูซูเถาอย่างชัดเจน

เธอยื่นขวดน้ำส่งให้เย่เหลียง ทว่าพอหันกลับไปมอง ก็พบว่าบนริมฝีปากของฉือเสี่ยวเฉิงปรากฏรอยยิ้มจางๆ และในนัยน์ตาสีแดงเรื่อคู่นั้นก็สะท้อนภาพจังหวะที่เธอกำลังยื่นขวดน้ำให้เขาพอดี

นัยน์ตาคู่นั้นไร้ซึ่งประกายแสงสว่างใดๆ ว่างเปล่าและมืดมิดสนิท

แววตาเลื่อนลอยนั้น ราวกับกำลังจะสื่อสารข้อความบางอย่างไปถึงซูเถา

ว่าโลกทั้งใบของฉือเสี่ยวเฉิง...

มันได้พังทลายลงไปแล้ว

จบบทที่ บทที่ 12: เธอไม่ชอบดื่มน้ำงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว