- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 42 ความสามารถของราชิกส์ (2)
บทที่ 42 ความสามารถของราชิกส์ (2)
บทที่ 42 ความสามารถของราชิกส์ (2)
<กำลังเข้าสู่หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 41>
ตั้งแต่ชั้นที่ 41 เป็นต้นไป มอนสเตอร์ที่จะโผล่ออกมาคือสัตว์ร้ายร่างยักษ์บนบก
สภาพแวดล้อมเป็นป่าทึบที่มีต้นไม้หนาแน่นและพงหญ้าเตี้ยๆ
<ภารกิจชั้นที่ 41: กำจัดบาซิลิสก์เกราะเหล็ก 15 ตัว>
บาซิลิสก์เกราะเหล็ก สัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนเอาแอลลิเกเตอร์กับกิ้งก่ามาผสมพันธุ์กัน ขนาดตัวของมันใหญ่โตมโหฬารจนน่าขนลุก ลำตัวยาวเหยียดตั้งแต่ 7 ถึง 8 เมตร ถ้าเผลอไปสบตากับมันเข้า ร่างกายก็จะถูกแช่แข็งจนขยับไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นก็เตรียมตัวโดนเขมือบหัวหลุดกระเด็นได้เลย
สาเหตุของอาการตัวแข็งทื่อก็คือลำแสงอัมพาต ถ้าโดนเข้าไปก็หมดสิทธิ์หนีรอด
ช่วงแรกๆ มีเพลเยอร์หลายคนต้องสังเวยชีวิตให้กับพวกมัน แต่เดี๋ยวนี้มีการคิดค้นไอเทมป้องกันตัวออกมาแล้ว ก็เลยรับมือได้ค่อนข้างจะปลอดภัยขึ้นเยอะ
แต่สำหรับบงจูฮยอกล่ะ
ไอ้ลำแสงอัมพาตบ้าบออะไรนั่นน่ะเหรอ ก็เขามีผู้กล้าระดับ SSR ตั้ง 3 คนคอยคุ้มกะลาหัวอยู่นี่นา แถมยังมีลูกผู้ชายตัวจริงอีกหนึ่งคน กับแฮมสเตอร์ตัวน้อยน่ารักอีกหนึ่งตัว
“เอาล่ะๆ รีบๆ เคลียร์ด่านให้จบๆ ไป แล้วเราไปกินปาร์ตี้หมูกระทะกันเถอะครับ! ปาร์ตี้หมูกระทะ! งั้นเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง ผมขอรับเหมาบาซิลิสก์สัก 3 ตัวก็แล้วกัน ตกลงไหมครับ... หรือว่ามันจะน้อยไปหน่อย งั้นขอเป็น 4 ตัวเลยก็แล้วกันครับ”
แต่ทว่า จอห์น โกซัคกลับส่ายหัวดิก
“ไม่ได้เด็ดขาดเลยครับบอส!”
“อ้าว ทำไมอีกล่ะครับเนี่ย”
“บอสต้องคอยคุ้มครองคุณราชิกส์สิครับ! ลองดูสิครับ! เขาออกจะบอบบางน่าทะนุถนอมขนาดนี้!”
“โฮเอ๊ง?”
“ถ้าขืนปล่อยให้เขาวิ่งไปวิ่งมาข้างหน้าแล้วพลาดท่าโดนมอนสเตอร์ฆ่าตายขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ บอสช่วยอยู่เป็นเพื่อนปกป้องคุณราชิกส์ด้วยเถอะนะครับ”
คราวนี้จะเอาเรื่องปกป้องราชิกส์มาเป็นข้ออ้างห้ามไม่ให้เขาสู้เหรอเนี่ย?
“ถ้าอย่างนั้น คุณโกซัคก็เป็นคนปกป้องคุณราชิกส์เองสิครับ”
“โธ่เอ๊ย ขืนผมต้องมานั่งเฝ้าเขา แล้วใครจะเป็นคนลุยคว้าแรงก์ S++ มาให้บอสล่ะครับ”
“...”
คยอนดัลแรเองก็เอ่ยสมทบ “โซนยอเองก็อยากจะปกป้องคุณราชิกส์เหมือนกันนะเจ้าคะ แต่ติดตรงที่ต้องคอยสั่นกระดิ่งร่ายรำนี่สิเจ้าคะ เพราะฉะนั้น คุณชายโปรดรับหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้ไว้เถอะนะเจ้าคะ”
นี่มันพวกชอบโยนขี้ชัดๆ
ทั้งๆ ที่ตอนก่อนจะขึ้นมาชั้นที่ 41 ยังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะอยู่เลยว่าจะยอมให้เขาเข้าร่วมวงต่อสู้ด้วย
‘หนอย! ให้ฉันเรียกมารคลั่งออกมาขู่สับคอพวกแกอีกรอบดีไหมฮึ?’
เอาจริงๆ เขาก็แอบเป็นห่วงราชิกส์อยู่เหมือนกันแหละ
ขนาดงูยักษ์มันยังจับกินได้ แล้วประสาอะไรกับไอ้บาซิลิสก์ตัวเบ้อเริ่มนี่ล่ะ
คนงานแฮมสเตอร์ที่อ่อนแอและบอบบางขนาดนี้ ยังไงก็ต้องปกป้องเอาไว้ให้ดีที่สุดอยู่แล้ว
แต่พอมาลองคิดทบทวนดูอีกที ที่พวกลูกน้องคอยประคบประหงมเขามาตลอด มันก็คงจะให้ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้แหละมั้ง?
‘...หึหึ’
เอาเถอะ น่า!
‘ก็ฉันมันเป็นลูกผู้ชายสายลุยที่มีพรสวรรค์เหลือล้นนี่หว่า’
ยังไงวันนี้เขาก็ขอยอมถอยให้ก้าวหนึ่งก็แล้วกัน
เพราะเขาก็เป็นห่วงราชิกส์เหมือนกันนี่นา...
การกวาดล้างเริ่มต้นขึ้น
เสียงกระดิ่งของคยอนดัลแรดังก้องกังวานร่ายบัฟเสริมพลัง
โกบังขยายร่างจนใหญ่โตมโหฬาร ใช้มือเดียวคว้าหางของบาซิลิสก์แล้วจับฟาดเหวี่ยงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ตามมาด้วยการปิดฉากของจอห์น โกซัค เขาใช้มีดสั้นแทงทะลุกะโหลกของบาซิลิสก์แล้วปั่นสมองของมันจนเละเป็นโจ๊ก
ลำแสงอัมพาตน่ะเหรอ
ไม่มีผลอะไรเลยสักนิด
ก็เพราะบัฟของคยอนดัลแรช่วยหักล้างพลังของลำแสงอัมพาต แถมยังร่ายดีบัฟใส่ศัตรูให้ร่างกายอ่อนแอลงอีกต่างหาก
ยอดคิลพุ่งกระฉูดขึ้นรัวๆ อย่างรวดเร็ว
อา...
บงจูฮยอกเองก็อยากจะพุ่งเข้าไปแจมด้วยใจจะขาด
ก็เขาเลเวล 41 แล้วนี่นา อุตส่าห์ได้เซตไอเทมสุดหรูมาครอบครอง แต่กลับยังไม่มีโอกาสได้เอาออกมาโชว์เทพเลยสักนิด
แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพื่อที่จะปกป้องคนงานสุดน่ารักอย่างราชิกส์ล่ะก็...
“เฮ้ย!”
หายไปไหนแล้วเนี่ย?
ราชิกส์หายวับไปในพริบตาเดียว
บงจูฮยอกสอดส่ายสายตามองหาเลิ่กลั่ก
‘เมื่อกี้ยังยืนอยู่ข้างๆ กันอยู่เลย’
ทันใดนั้นเอง เขาเหลือบไปเห็นก้อนขนสีขาวปุกปุยโผล่ขึ้นมาใกล้ๆ กับซากของบาซิลิสก์
‘...ไปโผล่อยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะนั่น?’
วิ้งงง!
เขาเปิดใช้งานก้าวเงา พุ่งทะยานตามก้อนขนนั้นไปในทันที ทว่า...
‘...หายไปอีกแล้วแฮะ’
มาผลุบๆ โผล่ๆ ราวกับผีสางเลยเว้ย
ด้วยขาสั้นกุดของราชิกส์ ไม่มีทางที่จะวิ่งเร็วสับตีนแตกได้ขนาดนั้นหรอก
หรือว่าหมอนี่จะวาร์ปได้วะ?
“โฮเอเอ๊ง!”
เสียงร้องของหมอนั่นดังแว่วมา
พอหันขวับไปมองก็พบว่า...
“...ฮ่าฮ่าฮ่า”
คราวนี้ก้อนขนไปโผล่อยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้ามซะแล้ว
‘อะไรของมันวะเนี่ย’
ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมถึงต้องวิ่งวุ่นพล่านไปทั่วแบบนั้น
พอวิ่งตามไปดูอีกทีก็ไม่ทันซะแล้ว
ก้อนขนสีขาวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ตรงนั้นทีตรงนี้ที พอเขาลองสังเกตดูดีๆ ว่าหมอนั่นเคลื่อนที่ยังไง ก็พบว่า... มันกำลังกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้น
‘โห! ขยับตัวแบบนี้นี่เอง’
กลิ้งขลุกๆๆ กลิ้งขลุกๆๆ
ความเร็วระดับที่บงจูฮยอกวิ่งตามไม่ทันเลยทีเดียว
ก็แหงล่ะ รูปร่างกลมดิกเป็นลูกบอลขนาดนั้น กลิ้งเอาย่อมเร็วกว่าใช้ขาสั้นๆ นั่นสับเตาะแตะอยู่แล้ว มัวแต่วิ่งไล่จับจับก้อนขนไปๆ มาๆ...
<กำจัดบาซิลิสก์เกราะเหล็ก 15/15>
<คุณทำภารกิจชั้นที่ 41 สำเร็จแล้ว>
<เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น>
<รางวัล: ผลึกมานา 4.1 กิโลกรัม>
การกวาดล้างจบลงแล้ว แน่นอนว่าของรางวัลก็ยังคงเป็นแค่ผลึกมานาเหมือนเดิม
<ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 41>
<รางวัลการเคลียร์ระดับ S++: มอบแพลตทินัมแบดจ์>
วิ้งงง!
บงจูฮยอกและเหล่าผู้ถูกอัญเชิญถูกวาร์ปกลับมาที่ห้องพักอีกครั้ง
“ลุยมาเหนื่อยๆ พักผ่อนกันเถอะครับผม”
“เหนื่อยหน่อยนะเจ้าคะ”
“ต้องขอบคุณท่านผู้อัญเชิญที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี”
“...”
เหนื่อยบ้าบออะไรกัน ยังไม่ได้ลองงัดเซตไอเทมออกมาแกว่งเล่นดูเลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่า
“โฮเอเอ๊ง”
ราชิกส์ร้องไห้ขี้มูกโป่ง น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
...ไอ้เจ้านี่มันจะร้องไห้ทำไมอีกล่ะเนี่ย?
“บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”
“โฮเอ๊ง เปล่าคร้าบ”
“อ้าว แล้วร้องไห้ทำไมล่ะครับเนี่ย”
“ก็มันจบเร็วเกินไปนี่คร้าบ”
“จบเร็วก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็ผมเพิ่งจะเก็บของมาได้แค่นี้เองนี่นา... ขอโทษจริงๆ นะคร้าบ โฮเอ๊ง”
เก็บของ?
ราชิกส์ล้วงมือเข้าไปควานหาของในเป้ใบจิ๋วแล้วหยิบบางอย่างออกมา
ตุ้บ!
หนังเต็มผืนของบาซิลิสก์เกราะเหล็กขนาดมหึมา
“...นะ หนังนี่”
“หนังเต็มผืนเลยครับผม”
เอาของแบบนี้ออกมาได้ยังไงเนี่ย มันไม่ใช่ของรางวัลจากระบบสักหน่อย
ถึงจะได้ของรางวัลเป็นหนัง มันก็ไม่มีทางเป็นหนังผืนใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มแบบนี้หรอก อย่างมากก็แค่ให้เศษหนังชิ้นเล็กๆ มาเท่านั้นแหละ
ต่อมา...
ตึงๆๆ!
ผลึกมานากองโตที่กะด้วยสายตาแล้วน้ำหนักไม่ต่ำกว่ายี่สิบกิโลกรัมหล่นตุ้บลงมา
“...”
และตามด้วย...
พรึ่บๆๆๆ!
สมุนไพรหน้าตาแปลกๆ จำนวนมหาศาลร่วงหล่นลงมากองรวมกันจนนับไม่ถ้วน
“...สมุนไพรเหรอ”
ปกติแล้วระบบจะสุ่มแจกเศษสมุนไพรแห้งๆ ให้แค่สองสามต้นเป็นของรางวัล แต่ไอ้กองพะเนินตรงหน้านี่มันสมุนไพรสดๆ ที่เพิ่งจะเด็ดมาหมาดๆ ชัดๆ
ทำได้ยังไงเนี่ย
เมื่อกี้ราชิกส์พูดคำว่า ‘เก็บของ’ งั้นเหรอ
‘แสดงว่า... นี่มันไม่ใช่ของรางวัลจากระบบ แต่เป็นของที่...’
เก็บเกี่ยวเอาจากในหอคอยโดยตรงงั้นเหรอ?
‘เรื่องแบบนั้นมันทำได้ด้วยเหรอเนี่ย?’
ไม่มีทางน่า ถ้าเกิดสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากในหอคอยได้ตามใจชอบ วัตถุดิบพวกนี้ก็คงไม่ขาดตลาดจนขาดแคลนหรอก
บงจูฮยอกเพิ่งจะตระหนักได้เดี๋ยวนี้เอง
‘ฉันประเมินค่ามันต่ำไปจริงๆ ด้วยแฮะ’
ความสามารถของคนงานนี่มัน...
จู่ๆ ร่างเล็กจิ๋วของราชิกส์ก็ดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามยิ่งกว่าโกบังเสียอีก