- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 42 ความสามารถของราชิกส์ (1)
บทที่ 42 ความสามารถของราชิกส์ (1)
บทที่ 42 ความสามารถของราชิกส์ (1)
จอนกวังอิลเดินทางมาที่สนามบินนานาชาติอินชอน
ในเมื่อลูกค้ารายสำคัญระดับวีไอพีเสร็จสิ้นธุระและกำลังจะเดินทางกลับประเทศ เขาก็ย่อมต้องมาส่งให้ถึงที่เพื่อรักษามารยาท
“ดีใจจังเลยนะครับที่คุณแอนโทนิโอพึงพอใจกับประสบการณ์การใช้งานดาบศักดิ์สิทธิ์”
แอนโทนิโอสวนกลับด้วยน้ำเสียงเจือความหงุดหงิด “เอาเข้าจริงก็ไม่ได้สบอารมณ์ขนาดนั้นหรอกครับ”
“เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงหรือครับ”
“อุตส่าห์เช่าตั้งสองรอบแท้ๆ แต่กลับไม่มีส่วนลดให้สักแดงเดียว แบบนี้มันน่าผิดหวังนะครับเนี่ย”
คำบ่นกระปอดกระแปดของผู้อำนวยการแอนโทนิโอฟังดูแล้วไม่ใช่การพูดติดตลก แต่เป็นความในใจล้วนๆ
ผิดหวังบ้าบออะไรกัน คิดจะมาหน้าด้านหั่นราคาค่าเช่าหรือไง! จอนกวังอิลรู้สึกมาตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้อำนวยการแอนโทนิโอคนนี้เป็นพวกขี้เหนียวตัวพ่อ
คราวก่อนก็เสนอค่าเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์มาแค่หนึ่งล้านดอลลาร์จนเขาแทบจะอ้าปากค้าง แต่สุดท้ายก็รีดไถมาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะเพลเยอร์เจอราร์ดติดอกติดใจในอานุภาพของดาบศักดิ์สิทธิ์เข้าอย่างจัง ถึงขนาดงอแงจะขอเช่าต่อให้ได้ต่อหน้าเขา แล้วแบบนี้ใครมันจะไปห้ามได้ล่ะ
“ว่าแต่ ท่านเจ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์ไปได้ไอเทมระดับนั้นมาจากไหนเหรอครับ”
“ไม่ทราบสิครับ คงจะได้มาเป็นของรางวัลจากการเคลียร์หอคอยล่ะมั้งครับ? อย่างน้อยๆ ก็น่าจะชั้น 50 ขึ้นไปนั่นแหละครับ”
“ฮ่าๆๆ เป็นของรางวัลที่อลังการงานสร้างจริงๆ นะครับเนี่ย... ถ้าเคลียร์ด่านด้วยระดับ S++ ได้ ก็จะได้รับไอเทมแบบนั้นเหรอครับ”
“เรื่องนั้นผมก็ไม่ทราบหรอกครับ ก็เจ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เป็นเจ้าของสถิติการเคลียร์ระดับ S++ นี่ครับ”
เอาอีกแล้ว พยายามจะมาล้วงความลับกันอีกแล้ว
ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่หมอนี่เอาแต่แย็บถามอ้อมๆ เพื่อหยั่งเชิงดูว่าทางศูนย์ควบคุมรู้ตัวจริงของเจ้าของสถิติ S++ หรือเปล่า แน่นอนว่าจอนกวังอิลไม่มีทางหลงกลตกหลุมพรางง่ายๆ หรอก
“ถ้าคุณอยากรู้ขนาดนั้น ทำไมผู้อำนวยการแอนโทนิโอไม่ลองไปสืบหาตัวเจ้าของสถิติ S++ แล้วถามเขาดูเองเลยล่ะครับ แล้วถ้าเกิดไปสืบรู้มาได้ ก็รบกวนช่วยกระซิบบอกผมด้วยนะครับ ทางเราเองก็อยากรู้จนตัวสั่นเหมือนกันว่าเขาคือใคร”
แอนโทนิโอก็เป็นพวกตื๊อไม่เลิกเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้น หากมีโอกาส... ผมขออนุญาตไปพบท่านเจ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์เพื่อกล่าวคำขอบคุณด้วยตัวเองแบบเป็นการส่วนตัวจะได้ไหมครับ”
“ถ่อมาถึงสนามบินแล้วเนี่ยนะ? ใกล้จะถึงเวลาเครื่องออกแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“ยังไงผมก็นั่งเครื่องบินส่วนตัวอยู่แล้ว จะออกเดินทางตอนไหนก็ได้ครับ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แต่เผอิญว่าท่านเจ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์ตัวจริงเขาเป็นคนที่คิวทองรัดตัวสุดๆ เลยน่ะสิครับ ขนาดกับผม เขายังติดต่อมาแค่ทางข้อความเลย เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะช่วยเป็นธุระฝากคำขอบคุณไปให้แทนก็แล้วกันนะครับ”
แอนโทนิโอหลุดหัวเราะเสียงขึ้นจมูก
“ครับๆ รบกวนด้วยก็แล้วกันนะครับ”
ต้องระวังตัวให้ดี
อเมริกาอันตรายยิ่งกว่าญี่ปุ่นหรือจีนเสียอีก ลองคิดดูสิว่าถ้าตัวตนของเพลเยอร์บงจูฮยอกถูกเปิดเผย อเมริกาจะงัดไม้ไหนออกมาใช้? พวกนั้นคงงัดทุกวิถีทางที่มีเพื่อลากตัวเขาไปอยู่ด้วยแน่ๆ
“อ้อ จริงสิ! คุณจอน ผมได้ยินข่าวดีมาด้วยนี่ครับ...”
“ครับ? ข่าวอะไรเหรอครับ”
“เห็นว่าคราวนี้คุณมีรายชื่อติดโผเลื่อนตำแหน่งด้วยนี่ครับ”
“เรื่องนั้นไปเอามาจากไหน...”
“ผมเองก็มีหูมีตาคอยสอดส่องอยู่เหมือนกันแหละครับ มีคนคาบข่าวมาบอกตั้งเยอะแยะ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”
“...ขอบคุณครับ”
สืบข่าวได้ไวปานวอก
สมกับเป็นอเมริกาจริงๆ
ใช่แล้ว ด้วยผลงานความดีความชอบจากการสนับสนุนการพิชิตชั้นที่ 66 ในครั้งนี้ ทำให้จอนกวังอิลมีชื่อติดโผเลื่อนตำแหน่ง เขาเตรียมจะก้าวขึ้นไปนั่งเก้าอี้รองอธิบดีสำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังที่ถูกปล่อยว่างมาเนิ่นนาน
“คราวหน้าเราคงได้พบกันในฐานะท่านรองอธิบดีสินะครับ”
“ฮ่าๆๆ ทำเอาผมเขินเลยนะครับเนี่ย เอาล่ะครับ ในเมื่อคุณเองก็มีกำหนดการที่ต้องไปทำต่อ ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ ผมเองก็มีงานด่วนต้องไปจัดการต่อ ขอตัวก่อนนะครับ”
“ครับผม ไว้พบกันใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านะครับ”
ตอนนี้อเมริกากำลังง่วนอยู่กับการพิชิตชั้นที่ 67 ซึ่งมีแฟนทอมรีปเปอร์สายอันเดดโผล่ออกมา เวลาที่กำหนดไว้ยังเหลืออีกบานเบอะ พวกนั้นคงลองเข้าไปลุยดูสักสองสามรอบ แล้วสุดท้ายก็ต้องบากหน้ากลับมาที่นี่อีกอยู่ดี
ก็แหงล่ะ ได้ลิ้มรสความหอมหวานของอานุภาพดาบศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วนี่นา ขาดมันไปแล้วจะทนไหวได้ยังไง?
สรุปแล้ว ปล่อยเช่าดาบศักดิ์สิทธิ์ไป 2 ครั้ง ฟันรายได้เหนาะๆ รวมยี่สิบล้านดอลลาร์สหรัฐ
คิดเป็นเงินเกาหลีก็ราวๆ สองหมื่นหกพันล้านวอน!
ใจจริงเขาอยากจะต่อสายตรงไปแจ้งข่าวดีนี้ให้เพลเยอร์บงจูฮยอกรู้ใจจะขาด แต่ติดตรงที่ตอนนี้อีกฝ่ายดันขาดการติดต่อไปเสียนี่
เขาเคยโทรไปคุยล่วงหน้าแล้ว แต่อีกฝ่ายบอกว่าจะขอเก็บตัวนั่งสมาธิสักสองวัน
สำหรับพวกเพลเยอร์แล้ว เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย การรักษาสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ต้องบุกเดี่ยวลุยหอคอยเพียงลำพัง
แม้แต่พวกสมาชิกทีมระดับอีลีตก็ยังสรรหาสารพัดวิธีมาฟื้นฟูเยียวยาจิตใจตัวเอง ทั้งฝึกโยคะ ฟังเพลง ปลีกวิเวกไปตั้งแคมป์ หรือไม่ก็ไปหมกตัวฟิตกล้ามในยิมเหมือนอย่างเพลเยอร์นัมกาอึน
ในกรณีของเพลเยอร์บงจูฮยอกก็คงจะเป็นการทำสมาธินี่แหละ
อย่าไปรบกวนเขาเลย รอให้เขาเป็นฝ่ายโทรติดต่อกลับมาเองดีกว่า
※ ※ ※
คยอนดัลแรมักจะเรียกจอห์น โกซัคกับโกบังว่าเป็น ‘บ่าวไพร่’ อยู่บ่อยๆ
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคราวนี้จะได้บ่าวไพร่ของแท้มาอยู่ในทีมจริงๆ!
หลังจากจัดพิธีโยนตัวต้อนรับสมาชิกใหม่และทักทายทำความรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ ราชิกส์ก็ลงมือทำความสะอาดห้องพักทันที
“โฮเอโอ! ช่วยยกเท้าขึ้นหน่อยคร้าบ ยกเท้าหน่อย!”
ราชิกส์ถูพื้นห้องไปพลาง กลิ้งตัวหลุนๆ ไปพลาง ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังเอาผ้าขี้ริ้วถูพื้น หรือกำลังเอาตัวกลมๆ ของตัวเองถูพื้นกันแน่
ปกติแล้วบ้านที่ผู้ชายอาศัยอยู่คนเดียวมักจะไม่ค่อยเป็นระเบียบเรียบร้อยสักเท่าไหร่นัก ยกเว้นว่าจะเป็นพวกรักความสะอาดเข้าขั้นโรคจิต แต่ห้องพักของบงจูฮยอกนั้นจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่ค่อนข้างจะรกรุงรังเลยทีเดียว
ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกลับถูกจัดแจงให้เข้าที่เข้าทางในพริบตา ความรวดเร็วในการจัดเก็บข้าวของนั้นรวดเร็วปานเปิดวิดีโอเร่งความเร็วสามเท่า
ด้วยความที่แขนสั้นกุด ราชิกส์จึงต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริม เขาหยิบที่คีบของออกมาจากเป้ใบจิ๋วเพื่อใช้จัดระเบียบสิ่งของ ของชิ้นไหนที่วางเกะกะไม่เป็นที่ แค่เขาคีบแล้วโยนออกไปเบาๆ มันก็จะลอยไปตกอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะอยู่อย่างพอดิบพอดี
‘นั่นก็เป็นสกิลเหมือนกันเหรอเนี่ย?’
ปัดฝุ่นบนชั้นวางจนสะอาดเอี่ยมอ่อง โกยเสื้อผ้าที่กองสุมอยู่ตามมุมห้องไปโยนเข้าเครื่องซักผ้า ล้างจานชามในอ่างแล้วเอาเข้าเครื่องล้างจาน กวาดขยะทิ้งลงถัง แยกประเภทกล่องกระดาษ ขวดพลาสติก กระป๋อง และขวดแก้ว แล้วมัดรวมกันไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
คยอนดัลแรถึงกับหลุดปากชมเปาะ
“ตั้งแต่โซนยอเคยเห็นบ่าวไพร่มา เจ้านี่แหละคืออันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย! ไม่ต้องคอยสั่งคอยสอน ก็รู้จักขวนขวายทำงานงกๆ ได้ขนาดนี้!”
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ ราชิกส์ก็ยกมือสั้นๆ ขึ้นเท้าเอว ยืดอกแอ่นรับผลงานการทำความสะอาดของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ
“โฮเอ๊ง!”
สีหน้าของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมใจจนปิดไม่มิด
ใครเห็นก็ต้องปรบมือให้ทั้งนั้นแหละ
แปะ! แปะ! แปะ! แปะ!
“สุดยอดไปเลยครับ คุณราชิกส์!”
“ช่างยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร ข้ามอบฉายามาดังซเวผู้ยิ่งใหญ่ให้เจ้าเลยก็ยังได้ พวกเจ้าทุกคนควรจะดูเอาไว้เป็นแบบอย่างนะ เดี๋ยวโซนยอจะกอดให้รางวัลเจ้าเอง”
“โฮเอ๊ะ?”
“เก็บกวาดซากปรักหักพังที่โกบังทำรกไว้ซะเกลี้ยงเลยแฮะ เจ๋งเป้งไปเลยครับ! สมกับเป็นมาดังซเวจริงๆ ครับผม!”
“โฮเอ๊ง!”
บงจูฮยอกโดนตกเข้าอย่างจัง เขาหลงรักราชิกส์เข้าเต็มเปา
มารคลั่งน่ะเหรอ?
ขืนพาหมอนั่นติดสอยห้อยตามไปด้วย มีหวังเอาแต่เตร็ดเตร่ไปข้างนอก ปากก็พร่ำเพ้อแต่เรื่องจะครองโลก ดีไม่ดีอาจจะหันมาขู่ฆ่าเพื่อนร่วมทีมด้วยกันเองอีกต่างหาก
แต่ลองดูคนงานประจำเขาวงกตที่แสนซื่อสัตย์และเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนอย่างราชิกส์ตัวกลมปุ๊กนี่สิ
มันเอาไปเปรียบเทียบกันได้ที่ไหนล่ะ?
<ราชิกส์คือคนงานที่เหล่านักผจญภัยในเขาวงกตต่างยกนิ้วให้เป็นอันดับหนึ่งเสมอ จะพูดว่าแค่พาราชิกส์ไปด้วย ความยากลำบากในการสำรวจเขาวงกตก็ลดลงไปเกินครึ่งแล้วก็คงไม่เกินจริงนัก ทั้งทำอาหาร ซักผ้า กางเต็นท์ เก็บสมุนไพร ขุดแร่ ฟอกหนัง ซ่อมแซมอาวุธ... ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ ทว่าโชคร้าย ระหว่างที่กำลังสำรวจเขาวงกต เขาถูกบอสงูยักษ์อโพฟิสแห่งเขาวงกตใต้ดินชั้นที่ 93 จับกินเป็นอาหารเสียก่อน>
เรื่องราวภูมิหลังก็ช่วยตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของราชิกส์ได้เป็นอย่างดี
แต่น่าเสียดายจริงๆ พอถึงชั้นที่ 51 พวกเขาก็คงต้องแยกทางกันเสียแล้ว
เมื่อกี้บงจูฮยอกเพิ่งจะแอบสุมหัวปรึกษาหารือกับลูกสมุนคนอื่นๆ ลับหลังราชิกส์
“ถึงราชิกส์จะน่ารักน่าหยิกแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับการปีนหอคอยเลยนี่ครับบอส เราคงไม่ได้กะจะเอาเขาไปปัดกวาดเช็ดถูในหอคอยหรอกใช่ไหมครับ”
“ถึงจะน่ารักน่าเอ็นดู แต่โซนยอก็เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้นเจ้าค่ะ โซนยอคิดว่าควรจะให้เขาติดตามไปด้วยสักสามสิบวัน พอถึงเวลาที่สุ่มอัญเชิญครั้งใหม่ได้ ค่อยปลดเขาออกแล้วเปลี่ยนตัวคนใหม่เข้ามาแทน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะเจ้าคะ”
“ราชิกส์น่ารัก ทำงานเก่ง แต่ว่าอ่อนแอ”
มติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ ให้พาไปด้วยจนถึงแค่ชั้น 50 เท่านั้น
เพื่อที่จะเคลียร์ด่านชั้น 51 ด้วยระดับ S++ ให้ได้ พวกเขาจำเป็นต้องเสริมทัพด้วยตัวทำดาเมจอีกหนึ่งคน
ถ้าเป็นสายเวทมนตร์หรือโจมตีระยะไกลได้ก็จะยิ่งเพอร์เฟกต์
หัวใจหลักของการคว้าแรงก์ S++ คือการลากมอนสเตอร์มาฆ่าทีเดียว ซึ่งตั้งแต่ชั้น 1 ยันชั้น 50 มอนสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นมอนสเตอร์บนบก พวกเขาก็เลยใช้วิธีนี้จัดการมาได้ตลอด
ต่อให้มันจะตัวใหญ่เบ้อเริ่มหรือวิ่งไวปานพายุแค่ไหน ขอแค่โกบังขยายร่างเข้าไปแทงก์ดึงความเกลียดชังเอาไว้ให้แน่นๆ โกซัคก็แค่กระหน่ำแทงทำดาเมจแบบไม่ยั้ง ยิ่งมีบัฟจากคยอนดัลแรเสริมเข้าไปอีก การเคลียร์ด่านก็จบลงในชั่วพริบตา
แต่การลากมอนสเตอร์ประเภทบินที่เริ่มโผล่มาตั้งแต่ชั้น 51 มาจัดการทีเดียวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ก็เพราะพวกมันบินได้ยังไงล่ะ ต่อให้ร่อนลงมาแตะพื้น พวกมันก็ยังบินโฉบไปโฉบมาคอยก่อกวนเพลเยอร์อยู่กลางอากาศ พอจวนตัวเข้าหน่อยก็บินหนีเอาดื้อๆ
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือการที่คนตัวเบาอย่างจอห์น โกซัคหรือคยอนดัลแรถูกกรงเล็บของไวเวิร์นโฉบจับตัวบินขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งบงจูฮยอกเองก็มีสิทธิ์โดนหางเลขไปด้วยเหมือนกัน
เพราะงั้นพวกเขาถึงต้องรีบปิดเกมให้ไวที่สุด
คำตอบก็คือการระเบิดพลังโจมตีใส่มันซะ
ถ้าเป็นสายเวทมนตร์หรือตัวโจมตีระยะไกล ก็สามารถสาดสกิลสกัดดาวรุ่งทำดาเมจลดทอนกำลังพวกมันตั้งแต่ตอนที่กำลังบินโฉบลงมาได้ หรือต่อให้ได้ตัวทำดาเมจเพิ่มมาอีกแค่คนเดียว การลากมอนสเตอร์สี่ห้าตัวมาฆ่าพร้อมกันก็ทำได้รวดเร็วขึ้นเยอะ
ยังไงก็ต้องสุ่มให้ได้ตัวทำดาเมจมาให้ได้ในการอัญเชิญแบบสุ่มรอบหน้า
ด้วยเหตุนี้ การปลดราชิกส์ออกตั้งแต่ชั้น 51 เป็นต้นไปจึงเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
เว้นเสียแต่ว่าจะดวงดีได้สิทธิพิเศษเป็นการเสริมแกร่งคุณลักษณะอีกสักรอบ
แต่มันเป็นไปได้ยากโคตรๆ เลยนี่สิ
“เอาล่ะ เพื่อเป็นการฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่ เรามาลุยเคลียร์ชั้นที่ 41 กันดีไหมครับ”
บงจูฮยอกเป็นคนเปิดประเด็น
“วันทยาหัตถ์! ผมมั่นใจว่าจะคว้า S++ มาได้แน่นอนครับ! เชื่อใจ SSR โกซัคคนนี้ได้เลยครับบอส!”
“ยังมี SSR โกบังอยู่อีกคน”
“โซนยอจะคอยปรนนิบัติรับใช้คุณชายด้วยความจงรักภักดีเสมอเจ้าค่ะ”
“โฮเอ๊ง!”
ราชิกส์ชูแขนสั้นๆ ขึ้นเหนือหัวเป็นการตอบรับ
แต่เดี๋ยวนะ แกจะไปช่วยทำอะไรได้ล่ะห๊ะ?
※ ※ ※