- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 40 เพลเยอร์จากอเมริกา (1)
บทที่ 40 เพลเยอร์จากอเมริกา (1)
บทที่ 40 เพลเยอร์จากอเมริกา (1)
นี่มันคือมหากาพย์การเดินทางอันยิ่งใหญ่ชัดๆ!
นับตั้งแต่เปิดฉากลุยชั้น 36 เป็นต้นมา พวกเขาก็บุกเบิกฝ่าฟันชั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน จนกระทั่งสามารถสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ นั่นคือการบรรลุ ‘การเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะ’ ในชั้นที่ 40 ได้สำเร็จ!
รอยยิ้มแห่งความปีติยินดีไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าของเหล่าผู้ถูกอัญเชิญเลยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะจอห์น โกซัค ดูเหมือนว่าเขาจะยกภูเขาออกจากอกได้อย่างหมดจดเสียที
"เกิดมาทั้งชีวิตเนี่ย ผมเคยฉี่ราดกางเกงแค่สองครั้งเองนะครับบอส! ครั้งแรกก็ตอนที่เห็นบอสเดินเล่นเหินเวหาอยู่กลางอากาศ ส่วนครั้งที่สองก็คือ..."
"ตอนที่ผมพูดว่า 'กริ๊ก' งั้นเหรอครับ"
"เยสเซอร์! ตอนนั้นแหละครับ! ผมตื่นเต้นซะจนฉี่ราดกางเกงเปียกโชกไปหมดเลยครับผม!"
"ฮ่าๆๆ คงไม่ได้ฉี่แตกจริงๆ หรอกมั้งครับ น่าจะเป็นแค่คำเปรียบเปรยมากกว่า"
"..."
"อ... เอาจริงดิ?"
"...แฮะๆๆ"
และแล้ว โกบังก็โพล่งขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
"ฉัน โกบัง ขอยืนยันด้วยสองตาคู่นี้เลยว่ากางเกงของไอ้นักฆ่านี่มันเปียกชุ่มจริงๆ"
ทันใดนั้น เสียงตวาดแหวลั่นของคยอนดัลแรก็ดังแทรกขึ้นมา
"พวกเจ้าจะบ้ากันไปแล้วหรือไร!!! ...เฮ้อ ท่านโกซัค ท่านโกบัง พวกท่านหัดคิดก่อนพูดเสียบ้างเถิด! บังอาจเอาเรื่องลามกจกเปรตเช่นนี้มาพูดต่อหน้าคุณชายได้อย่างไรกัน! แต่ถึงกระนั้น โซนยอก็เชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของคุณชายจะต้องส่งไปถึงสวรรค์เบื้องบนอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"
พิธีเข้าทรงนั่นแหละคือไพ่ตาย!
พวกเขาลงทุนลงแรงไปกับพิธีเข้าทรงนั่นมากกว่าการตะลุยหอคอยซะอีก
บงจูฮยอกยังจำภาพการร่ายรำไต่คมมีดอันแสนศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามของคยอนดัลแรในวันนั้นได้ติดตา
"โซนยอละอายใจยิ่งนักเจ้าค่ะ เป็นเพียงแค่ทักษะงูๆ ปลาๆ เท่านั้น หากแม้นว่าเรามีนักดนตรีฝีมือดีมาคอยบรรเลงเพลงให้ แทนที่จะต้องมาเปิดเพลงจากลำโพงบลูทูธเช่นนั้น เกรงว่าคุณชายคงไม่ต้องมานั่งลุ้นตอนหมุนรูเล็ตต์ให้เสียเวลาหรอกเจ้าค่ะ"
โกบังเองก็ไม่น้อยหน้า รีบอวดอ้างผลงานของตัวเองบ้าง
"ฉันก็ช่วยจับมีดให้แน่นหนาดีนะ องค์หญิงก็เลยยืนทรงตัวอยู่บนนั้นได้สบายๆ"
แล้วมีหรือที่จอห์น โกซัคจะยอมน้อยหน้า
"เขาว่ากันว่า ถ้าเราปรารถนาสิ่งใดอย่างแรงกล้า จักรวาลก็จะส่งพลังมาช่วยเราครับบอส! นี่มันคือสัจธรรมของโลกเลยนะครับ! ผมนี่เฝ้าภาวนาเช้าสายบ่ายเย็น ขอให้ท่านผู้อัญเชิญบงได้รับการเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะสักทีเถอะ!"
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยิ้มปริ่มด้วยความภาคภูมิใจ
พอทุกคนร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแบบนี้ ต่อให้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็ยังกลายเป็นไปได้เลย!
แรงอธิษฐานของทุกคนหลอมรวมกันจนก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ในที่สุด
"ตอนนั้นผมโคตรจะลุ้นจนเยี่ยวเหนียวเลยครับบอส! พอท่านผู้อัญเชิญบงชูมือขึ้นฟ้าแล้วตะโกนว่า 'กริ๊ก!' ขาทั้งสองข้างของผมมันก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนทรุดลงไปกองกับพื้นเลย..."
"พอเถอะเจ้าค่ะ ท่านโกซัค!!!"
"ฮี่ฮี่ฮี่!"
ในจังหวะเป็นตายที่เข็มรูเล็ตต์กำลังจะเลยช่องเป้าหมายไปแล้วแท้ๆ...
แต่จู่ๆ วงล้อก็ขยับกลับมาทางขวาอีก 0.5 เซนติเมตร พร้อมกับเสียง 'กริ๊ก!'
'อูยย... ตอนนั้นฉันเองก็เกือบจะฉี่แตกเหมือนกันแหละ'
นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนติดการพนันกันงอมแงมสินะเนี่ย
แต่เอาเถอะ ในเมื่อผลลัพธ์มันออกมาดีงามพระรามแปดขนาดนี้
ดีมาก โคตรจะดีเลยล่ะ!
งั้นพรุ่งนี้เราก็ลุยชั้น 41 กันต่อเลยดีไหม?
ไม่เอาโว้ย!
ขอพักเบรกยาวๆ ไปเลย!
การสุ่มอัญเชิญครั้งล่าสุดก็คือตอนที่เรียกตัวคยอนดัลแรออกมา
ตอนนั้นน่าจะเพิ่งอยู่ชั้น 30 เองใช่ไหมนะ?
จากนั้นพวกเขาก็ลุยแหลกแหกค่ายมาจนถึงชั้น 40
ทั้งลุย ทั้งพัก สลับกันไปมา จนเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่า 20 วันแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบวันก็จะครบกำหนดคูลดาวน์ของการสุ่มอัญเชิญครั้งต่อไปแล้ว
ถ้าจะให้เป๊ะๆ ก็คืออีก 9 วัน
จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาจะขอใช้ชีวิตกินๆ นอนๆ ให้หนำใจไปเลย!
"เพื่อเป็นการฉลอง วันนี้เรามากินเนื้อย่างกันดีไหมครับ!"
"ซี้ดดด... ขะ ขอเก็บไว้ก่อนดีกว่าครับบอส! ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่เลยครับ ฮี่ฮี่ฮี่"
"ฮ่าๆๆ งั้นเปลี่ยนเป็นไก่ทอดดีไหมครับ ไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว"
"คอออลลล!!!"
ทว่าในจังหวะนั้นเอง!
ติ๊งต่อง!
เสียงออดหน้าประตูออฟฟิศเทลของบงจูฮยอกก็ดังขึ้น
"ชู่ว!"
ใครมาฟะ?
ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปดูที่หน้าจออินเตอร์คอม
'หืม...'
จอนกวังอิลนี่หว่า
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรจะ...
'ยกเลิกการอัญเชิญพวกเขากลับไปก่อนดีไหมนะ?'
รู้งี้หาเช่าห้องใหญ่ๆ ซะก็ดีหรอก จะได้ให้พวกนี้ไปซ่อนตัวอยู่ในห้องสักห้องแล้วล็อกประตูไว้
จอห์น โกซัคที่อ่านสถานการณ์ออกอย่างรวดเร็ว รีบเสนอตัวทันที "ยกเลิกการอัญเชิญพวกผมกลับไปก่อนเถอะครับบอส!"
"จะเอาแบบนั้นเหรอครับ?"
"เยสเซอร์!"
"ถึงเวลาที่ข้าน้อยต้องลากลับแล้วสินะเจ้าคะ"
"ผู้อัญเชิญ รักษากายด้วย"
เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกัน
"ถ้างั้นก็... ยกเลิกการอัญเชิญทั้งหมด"
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
หลังจากแน่ใจว่าทุกคนกลับไปหมดแล้ว บงจูฮยอกก็จัดการเปิดทีวีแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น ก่อนจะเดินไปเปิดประตูต้อนรับจอนกวังอิล
"เชิญเข้ามาเลยครับ"
"ฮ่าๆๆ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับที่คุณสามารถคว้าสถิติ S++ ในชั้นที่ 40 มาครองได้สำเร็จ"
"โธ่เอ๊ย ไม่ต้องชมกันขนาดนั้นหรอกครับ ผมเขินจะแย่แล้ว"
"ตอนนี้วงการเพลเยอร์กำลังสั่นสะเทือนเลยล่ะครับ! ข่าวลือเรื่องการเคลียร์ชั้น 66 เงียบกริบเป็นเป่าสากไปเลย"
เฮ้อ...
ขืนดังไปมากกว่านี้คงรับมือลำบากแน่ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะปิดบังตัวตนไปได้อีกนานแค่ไหน
"ที่ผมมาหาในวันนี้ ก็เพราะมีของจะมามอบให้น่ะครับ..."
"เรื่องเพนต์เฮาส์น่ะเหรอครับ? ผมก็บอกไปแล้วไงครับว่าผมไม่รับของฟรีเด็ดขาด"
"ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ" จอนกวังอิลวางกระเป๋าเจมส์บอนด์สีดำสนิทลงบนโต๊ะเสียงดังป้าบ! ก่อนจะเปิดมันออก
"นี่ครับ"
"...ห๊ะ? ปะ... ปืนของเล่นเหรอครับ?"
"ของจริงครับ"
สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายในกระเป๋าคือปืนพกสีเงินวาววับ
"อ้าว แล้วคุณเอาปืนพกมาให้ผมทำไมล่ะครับ?"
"เอาไว้ใช้ป้องกันตัวครับ หากมีไอ้สวะหน้าไหนกล้าเข้ามาวุ่นวายกับคุณ ก็ยิงแสกหน้ามันไปเลยครับ! ไม่ต้องลังเล!"
"...ยิงเหรอครับ? จะให้ผมสาดกระสุนใส่คนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าเนี่ยนะ!?"
"ทางเราจะรับผิดชอบทุกอย่างเองครับ รับรองว่าคุณจะไม่ถูกตำรวจรวบตัว ไม่ถูกตั้งข้อหา และไม่ต้องไปขึ้นศาลให้เสียเวลาแน่นอนครับ"
"..."
นี่มันคือการมอบสิทธิคุ้มกันทางกฎหมายให้ชัดๆ
"เมื่อไม่นานมานี้ มีเหตุการณ์ลักพาตัวเพลเยอร์เกิดขึ้นน่ะครับ ถึงแม้ว่าฟ้าจะมีตา ทำให้แผนการของพวกมันพังไม่เป็นท่าไปซะก่อน แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้หรอกครับว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก"
"อ๋อ! แบบนี้นี่เอง แต่ว่าผมไม่มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนนะครับ"
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ทางเราจัดการเคลียร์เรื่องเอกสารให้เรียบร้อยหมดแล้ว"
บงจูฮยอกหยิบปืนพกกระบอกนั้นขึ้นมาพิจารณา ถึงจะเคยผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว แต่เขาก็เพิ่งเคยจับปืนพกเป็นครั้งแรกนี่แหละ
"ปืนกระบอกนั้นสามารถเก็บเข้าไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอยได้ด้วยนะครับ"
"อ้าว! ถ้างั้นมันก็ต้อง...?"
"ใช่ครับ มันถูกสร้างขึ้นมาจากโลหะที่หาได้จากในหอคอยครับ"
โลหะจากหอคอยงั้นเหรอ...
มิน่าล่ะ น้ำหนักของมันถึงได้เบาหวิวขนาดนี้
'ลองเก็บเข้าไปดูหน่อยดีกว่าแฮะ'
ชายหนุ่มจัดการเสียบแม็กกาซีนเข้ากับตัวปืน...
แกร๊ก!
แล้วพยายามจะยัดมันเข้าไปในช่องเก็บของเฉพาะหอคอย... เอ๊ะ?
"...ทำไมมันถึงไม่ยอมเข้าไปล่ะครับ?"
"เอ่อ ค... คือว่า คุณต้องถอดแม็กกาซีนออกก่อนน่ะครับ ถึงจะเก็บเข้าไปได้"
นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย?
"ดินปืนไม่ใช่สิ่งของที่มาจากหอคอยน่ะครับ"
"..."
ถ้าเป็นแบบนี้ แล้วจะดั้นด้นเอาโลหะจากหอคอยมาทำปืนหาพระแสงอะไรวะ!
ในเมื่อปืนและกระสุนธรรมดาๆ ทั่วไป หากเพลเยอร์พกติดตัวเอาไว้ มันก็จะถูกนับว่าเป็นสิ่งของส่วนตัวและสามารถนำเข้าไปในหอคอยได้เหมือนกันนี่หว่า
"ทางเราคาดว่าถ้าใช้ลำกล้องปืนที่ทำจากโลหะหอคอย ประสิทธิภาพในการยิงก็น่าจะเพิ่มสูงขึ้นน่ะครับ ก็เลยลองสร้างมันขึ้นมาดู"
"แล้วมันดีขึ้นจริงเหรอครับ?"
"ก็... ในระดับหนึ่งแหละครับ"
นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้พวกเพลเยอร์ไม่สามารถขนอาวุธสงครามหนักๆ เข้าไปในหอคอยได้
ต่อให้สร้างตัวปืนจากโลหะหอคอยแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะวะ? ในเมื่อมันเอาไปดัดแปลงให้ยิงจรวดหรือกระสุนปืนใหญ่ไม่ได้อยู่ดี
"เอาเป็นว่า ผมจะเก็บมันไว้ก็แล้วกันนะครับ"
"อ้อ! แล้วก็ ทางเรามีแผนจะยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นด้วยนะครับ ซึ่งมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดเวลาเดินทางไปไหนมาไหนอยู่บ้าง"
อะไรนะ?
แบบนั้นมันไม่โอเคเลยนะเว้ย
"ในสัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าการรักษาความปลอดภัยจะต้องไม่เข้มงวดจนเกินไป?"
"แต่มันเป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานนี่ครับ..."
"สำหรับผมต้องเป็นข้อยกเว้นเท่านั้นครับ! อีกไม่นานผมก็กะจะย้ายบ้านอยู่แล้วด้วย จะได้ไม่ต้องมีใครมาคอยวุ่นวาย"
"ดะ... เดี๋ยวสิครับ ลองเก็บไปคิดดูใหม่อีกทีเถอะนะครับ สำหรับพวกเพลเยอร์แล้ว ภายนอกหอคอยน่ะอันตรายกว่าข้างในหอคอยตั้งเยอะนะครับ"
มันก็จริงอย่างที่เขาว่าแหละนะ...
'สงสัยต้องงัดของดีออกมาโชว์ซะแล้วสิ'
ถึงเวลาแล้วสินะ อุตส่าห์ปิดบังมาตั้งนาน แต่ในเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับ เขาก็คงต้องโชว์ให้เห็นซะหน่อยแล้วล่ะ ว่าตัวเขาน่ะมีความปลอดภัยขั้นสุดยอดมากแค่ไหน
"บนโลกใบนี้ คงหาคนที่ปลอดภัยไปกว่าผมไม่ได้อีกแล้วล่ะครับ"
"คะ... ครับ? คุณหมายความว่ายังไงครับ?"
"เดี๋ยวผมจะแสดงให้ดูครับ"
บงจูฮยอกพึมพำเบาๆ
"ใช้งานชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงาน"
ทันใดนั้น...
วิ้งงง!
บาเรียแสงสีขาวขุ่นแบบกึ่งโปร่งใสก็แผ่ขยายออกมาจากกำไลข้อมือ คลุมร่างของเขาเอาไว้จนมิดชิด
"เฮ้ย!"
หัวหน้าจอนกวังอิลสะดุ้งเฮือกด้วยความตกตะลึง
นี่เขาจะต้องช็อกตายเพราะเพลเยอร์ที่ชื่อบงจูฮยอกคนนี้อีกกี่รอบกันวะเนี่ย?
"...อ... ไอเทมงั้นเหรอครับ? แถมยังไม่มีคำว่า 'เฉพาะหอคอย' กำกับไว้ด้วย?"
"ใช่ครับ ผมได้มาเป็นของรางวัลจากการเคลียร์ด่านน่ะครับ มันคือบาเรียพลังงานที่สามารถใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ความแข็งแกร่งของมันน่าจะทนรับกระสุนปืนได้สบายๆ เลยล่ะครับ"
จอนกวังอิลเผลอพยักหน้าหงึกหงักโดยไม่รู้ตัว
'ทั้งดาบศักดิ์สิทธิ์ ทั้งไอเทมป้องกันตัวสุดโกงนี่อีก... ของรางวัลที่ได้จากการเคลียร์ระดับ S++ นี่มันคนละระดับกันจริงๆ ด้วยแฮะ'
ไอเทมจากหอคอยที่สามารถนำออกมาใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกวัตถุดิบที่ได้มาเป็นของรางวัลจากการเคลียร์ด่าน อย่างพวกผลึกมานา โลหะ สมุนไพร หนังสัตว์ หรือกระดูกมอนสเตอร์ ซึ่งของพวกนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในโลกภายนอกได้
แต่ทว่า ของรางวัลเหล่านี้กลับมีจำนวนจำกัดมากๆ สมุนไพรจึงมักจะถูกนำไปใช้ในงานวิจัย ส่วนโลหะ หนังสัตว์ และกระดูก ก็มักจะถูกนำไปคราฟต์เป็นไอเทมสวมใส่ให้กับพวกเพลเยอร์
แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่พวกวัตถุดิบเสมอไปหรอกนะ บางครั้งก็อาจจะสุ่มได้ไอเทมแบบสำเร็จรูปมาเลยเหมือนกัน
อย่างพวกเครื่องรางที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ดาบที่ฟันเหล็กกล้าขาดกระจุยราวกับหั่นเต้าหู้ หรือไอเทมป้องกันตัวสุดโกงอย่างที่เห็นอยู่นี่ไงล่ะ ไอเทมพวกนี้ไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้หรอก
ในยุคที่ภาพวาดของศิลปินชื่อดังหรือวัตถุโบราณล้ำค่าถูกประมูลซื้อขายกันในราคา 400 - 500 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ...
ไอเทมบาเรียป้องกันตัวชิ้นนี้ก็คงมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างแน่นอน
พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐเชียวนะ!
ขืนข่าวนี้แพร่งพรายออกไป พวกมหาเศรษฐีอาหรับหรือพวกเศรษฐีอเมริกันคงจะหอบเงินสดเป็นฟ่อนๆ มาประเคนให้ถึงที่แน่ๆ
"อ... ไอเทมชิ้นนั้น คุณต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้ให้ดีเลยนะครับ ห้ามขายให้ใครเด็ดขาดเลยนะครับ!"
"โธ่เอ๊ย ผมจะบ้าเอาเครื่องรางคุ้มภัยของตัวเองไปขายได้ยังไงล่ะครับ"
"คุณคิดถูกแล้วล่ะครับ"
ในเมื่อโชว์ของดีให้ดูเป็นขวัญตาแล้ว...
"เพราะงั้นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยน่ะ ขอแบบหลวมๆ เหมือนเดิมนะครับ ไม่สิ ไม่ต้องส่งบอดี้การ์ดมาคุมเลยจะดีกว่า"
"อืมม... เดี๋ยวผมจะลองเอาไปเสนอเบื้องบนดูก็แล้วกันนะครับ"
หลังจากที่จอนกวังอิลเดินทางกลับไปแล้ว
และเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง เขาก็เรียกตัวเหล่าผู้ถูกอัญเชิญกลับมาอีกครั้ง
"เอาล่ะๆ พักผ่อนกันให้เต็มที่เลยนะครับ ช่วงนี้ผมจะงดปีนหอคอยยาวๆ ไปเลย ขาดเหลืออะไรก็บอกได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งไก่ทอดมาเลี้ยงฉลองให้ก่อนเลยดีไหมครับ?"
"ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะ"
"ตกลง"
"กริ๊ก!"
และแล้ว พวกเขาก็ได้กินอิ่มนอนหลับพักผ่อนกันอย่างเต็มที่
มีแวะออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างประปราย
ชีวิตดี๊ดีแบบนี้ลากยาวไปเป็นอาทิตย์เลยล่ะ!
※ ※ ※