- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 39 พิธีเข้าทรง (1)
บทที่ 39 พิธีเข้าทรง (1)
บทที่ 39 พิธีเข้าทรง (1)
การเดินทางอันแสนทะเยอทะยานของบงจูฮยอก ผู้หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้าสิทธิพิเศษเพื่อไขว่คว้าการเสริมคุณลักษณะมาครอบครองให้จงได้! และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้ถูกอัญเชิญทั้งสามชีวิต ผู้พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาเก้าอี้ของตัวเองเอาไว้ให้รอดพ้นจากการถูกปลด!
จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ครั้งนี้ ถูกจุดชนวนขึ้นที่ชั้นที่ 36 มอนสเตอร์ร่างยักษ์รูปร่างคล้ายมนุษย์... โอเกอร์
ถึงขนาดตัวของพวกมันจะเล็กกว่ามิโนทอร์อยู่บ้าง แต่จุดเด่นของพวกโอเกอร์ก็คือความว่องไวนี่แหละ ในชั้นที่ 36 ระดับ 1 ความเร็วของพวกมันก็งั้นๆ แหละ ไม่ได้น่ากลัวอะไร ทว่าพอเหยียบย่างเข้าสู่ระดับ 2 ไอ้ร่างยักษ์ๆ นั่นกลับพุ่งทะยานด้วยความเร็วพอๆ กับออร์คเลยทีเดียว
แล้วระดับ 3 ล่ะ ความเร็วระดับน้องๆ กระต่ายลมกรดเลยล่ะ มิหนำซ้ำพวกมันยังฉลาดแกมโกงสุดๆ พอเห็นท่าไม่ดีปุ๊บ แม่งก็พร้อมจะใส่เกียร์หมาเผ่นป่าราบปั๊บ!
ส่วนในระดับ 4 ไม่รู้ว่าพวกมันแอบไปงัดสกิลเคลื่อนที่บ้าบออะไรมาใช้ ถึงได้กระโดดเด้งดึ๋งๆ ข้ามหัวเพลเยอร์ไปมาให้ปวดเศียรเวียนเกล้าเล่น
ดังนั้น สกิลจำพวกขัดขวางการเคลื่อนที่จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะด่านนี้ บรรดาเพลเยอร์ทั้งหลายต่างก็มีสกิลหยุดการเคลื่อนที่ประจำสายอาชีพของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ แต่การจะกะจังหวะงัดออกมาใช้ให้ถูกที่ถูกเวลานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย นี่แหละที่เขาเรียกกันว่าพรสวรรค์ไงล่ะ!
แต่สำหรับบงจูฮยอกแล้ว... สกิลควบคุมการเคลื่อนที่บ้าบออะไรนั่น เขาไม่มีติดตัวเลยสักอย่าง! อาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี ก็คือเหล่าผู้ถูกอัญเชิญของเขาเท่านั้น
นิว SSR โกบัง ผู้ครอบครองเรือนร่างอันใหญ่โตมโหฬาร พละกำลังมหาศาล และความรวดเร็วที่เหนือชั้นกว่าพวกโอเกอร์เป็นไหนๆ
กร็อบ! กร๊อบบบ! สวบ!
“โฮกกกกก!”
องค์หญิงมุโดรีระดับ SSR คยอนดัลแร ผู้สาดสกิลดีบัฟพันธนาการฝูงโอเกอร์เป็นวงกว้าง
“เหล่าวิญญาณร้ายจงหยุดนิ่งอยู่กับที่ซะ!”
และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ... นักฆ่าจอห์น โกซัค ผู้กำลังคลุ้มคลั่งตาแดงก่ำไล่ล่าสังหารศัตรูอย่างบ้าคลั่ง!
“ย๊ากกก!”
อันที่จริง คนที่กำลังร้อนรนจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ก็ไม่ได้มีแค่จอห์น โกซัคหรอกนะ ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าผู้ถูกอัญเชิญคนต่อไปจะเป็นใคร ขืนทำตัวไร้ประโยชน์ มีหวังโดนไล่ออกตกงานแหงๆ!
ถ้าโดนไล่ออก พวกเขาก็จะอดสัมผัสความฟินของการได้กินเลี้ยงปาร์ตี้หมูกระทะฟรีๆ หลังจากเลิกงานงกๆ ที่เจ้านายเป็นเจ้ามือเลี้ยงอีกต่อไปน่ะสิ!
เพราะฉะนั้น ก็ต้องสู้ถวายหัวแบบสุดชีวิตอยู่แล้ว!
ส่วนทางด้านบงจูฮยอก เขาก็รักษาสัจจะที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด เขาเอาแต่ยืนโง่ๆ เป็นเป้านิ่งอยู่แนวหลัง โดยไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยสักอย่าง แต่ภายในใจกลับกำลังปั่นป่วนวุ่นวายอย่างหนัก ตอนที่ตะโกนสั่ง ‘ลุยเลย!’ น่ะ ก็ดูห้าวเป้งดีอยู่หรอก...
‘แต่ถ้าเกิดว่าปีนไปจนถึงชั้น 50 แล้วสิทธิพิเศษมันยังไม่โผล่ออกมาเลยล่ะ จะทำยังไงดีวะ’
ถ้าซวยขึ้นมาล่ะก็ มีหวังพังพินาศแน่ๆ!
‘ไม่สิ มันต้องโผล่ออกมาแน่ๆ!’
นอกจากการรอคอยสิทธิพิเศษแล้ว มันก็พอจะมีอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เขาได้รับการเสริมคุณลักษณะอยู่หรอกนะ นั่นก็คือการใช้ไอเทมรูนเสริมคุณลักษณะยังไงล่ะ
ทว่าโอกาสที่จะได้มันมาครอบครองนั้น กลับริบหรี่เสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ว่ากันว่าไอเทมชิ้นนี้จะดรอปเป็นของรางวัลให้เฉพาะคนที่เคลียร์ชั้น 40 หรือ 50 ขึ้นไปได้เท่านั้น มิหนำซ้ำ ช่วงนี้มันก็แทบจะไม่โผล่มาให้เห็นตามตลาดซื้อขายเลยด้วยซ้ำ
‘หรือว่าลองไปอ้อนวอนขอให้ทางสำนักงานบริหารจัดการฯ ช่วยหามาให้สักชิ้นดีไหมนะ’
แต่วิธีนั้นมันก็มีข้อเสียร้ายแรงอยู่เหมือนกัน การบากหน้าไปขอร้องให้คนอื่นช่วยหาของหายากระดับนั้นมาให้ มันก็เท่ากับว่าเขาสร้างหนี้บุญคุณก้อนโตที่ยิ่งใหญ่กว่าการรับเพนต์เฮาส์หรูๆ ซะอีกนะสิ!
‘วุ่นวายใจชะมัดเลยว่ะ’
เอาเป็นว่า รอให้ถึงชั้น 40 แล้วรอลุ้นสิทธิพิเศษดูก่อนก็แล้วกัน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที และแล้ว ในที่สุดชั้นที่ 36 ก็ถูกพิชิตลงจนได้
<ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 36>
ตามมาติดๆ ด้วยชั้นที่ 37
<ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 37>
ต่อด้วยชั้นที่ 38 และชั้นที่ 39...
<ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 38>
<ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 39>
ด้วยความเร็วที่บ้าบิ่นทะลุขีดจำกัด! วันละครั้งเป็นอย่างน้อย และมักจะเป็นช่วงเช้าตรู่เสมอ ที่เสียงประกาศแจ้งเตือนดังก้องกังวานไปทั่วทุกสารทิศ
ประชาชนตาดำๆ ที่กำลังนั่งดูละครเช้าเพลินๆ... ต่างก็ต้องเผชิญกับข้อความตัววิ่งที่ประกาศหราว่า ‘ทุบสถิติการเคลียร์หอคอยทมิฬเกาหลีชั้นที่ 3x ด้วยระดับ S++!’ ให้เห็นอยู่ทุกวี่ทุกวัน จนตอนนี้พวกเขากลายเป็นชาชิน และเลิกตื่นเต้นกับความมหัศจรรย์นี้ไปซะแล้ว
[นัมกาอึน ปะทะ เจ้าของสถิติ S++ 39 ชั้นรวด]
[ฉันขอโหวตให้นัมกาอึน]
[ฉันก็เหมือนกัน]
[โธ่เอ๊ย! ถ้าเป็นแค่คนธรรมดาก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเป็นเพลเยอร์ด้วยกันล่ะก็ ไม่มีใครเขาโหวตให้นัมกาอึนหรอกเว้ย]
[นั่นสิฟะ! ยังไงก็ต้องเทใจให้เจ้าของสถิติ S++ อยู่แล้ว!]
[สถิติเคลียร์ระดับ S++ 39 ชั้นรวดเนี่ยนะ! จะเอาไปเปรียบเทียบกับใครได้อีกวะ!]
[ว่าแต่ ช่วงนี้พี่แกโหมหนักไปหรือเปล่าวะ เล่นลุยรวดเดียว 4 วันติดเลยนะเว้ย]
สถิติการคว้าการประเมินระดับ S++ ติดต่อกันถึง 39 ชั้น แถมยังใช้เวลาเคลียร์ไปแค่สี่วันติดๆ กันอีกต่างหาก! ระดับความภาคภูมิใจของชาติมันพุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอทไปแล้วโว้ย!
และในขณะเดียวกันนั้นเอง... แหล่งผลิตความภาคภูมิใจของชาติรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ก็แอบย่องเงียบหลบฉากออกจากรังซ่อนตัวของตัวเองไปอย่างลับๆ
※ ※ ※
ทุกครั้งที่หยิบเครื่องรางออกมาใช้งาน เขาก็ต้องยอมรับเลยว่าอานุภาพของยันต์รบกวนการรับรู้มันช่างทรงพลังจริงๆ มันไม่ใช่แค่ช่วยอำพรางใบหน้าไม่ให้ใครจำได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยลบเลือนความหวาดระแวงของผู้คนรอบข้างไปจนหมดสิ้นอีกต่างหาก ต่อให้จะเดินเฉียดไหล่กันไปมา คนพวกนั้นก็ยังหลงคิดไปว่าเขาคือคนคุ้นหน้าคุ้นตา เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีพิษภัยอะไรเลย
อันที่จริง ช่วงนี้มาตรการรักษาความปลอดภัยรอบๆ ออฟฟิศเทลที่บงจูฮยอกอาศัยอยู่ถูกยกระดับขึ้นอย่างเข้มงวด จำนวนยามรักษาการณ์ภายในตึกเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แถมยังมีกองกำลังปริศนามาคอยป้วนเปี้ยนสอดส่องความเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ตึกอีกเพียบ
ทว่าต่อหน้ายันต์รบกวนการรับรู้นี้... พวกมันก็กลายเป็นแค่หุ่นไล่กาดีๆ นี่เอง แม้เขาจะเปิดประตูเดินทอดน่องออกมาจากออฟฟิศเทลตอนตีสี่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปลอดคนสุดๆ แต่ไอ้พวกนั้นก็คงจะคิดแค่ว่ามีหมาจรจัดเดินผ่านไปตัวนึงล่ะมั้ง
หลังจากเดินทิ้งห่างออกมาจากออฟฟิศเทลได้สักพัก เขาก็สังเกตเห็นรถแท็กซี่กะดึกจอดรอผู้โดยสารอยู่ประปราย ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเรียกแท็กซี่คันหนึ่งอย่างขวยเขิน
“เอ่อ... โชเฟอร์ครับ... ผมอยากจะไปที่ตลาดสดเมืองคงจู จังหวัดชุงนัมหน่อยน่ะครับ”
“ห๊ะ? ว่าไงนะ จะไปไหนนะ”
“ตลาดสดเมืองคงจูครับ... ไปไม่ได้เหรอครับ”
“โหยยย มันไกลเกินไปมั้งน้อง...”
“อ่า... อืม... ถ้าผมให้ห้าแสนวอนล่ะครับ จ่ายเงินสดเลยนะครับ...”
“คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยเลยครับผม!”
รถแท็กซี่พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงครึ่ง เขาก็เดินทางมาถึงตลาดสดเมืองคงจูเป็นที่เรียบร้อย ท้องฟ้ายังคงมืดมิด บ่งบอกว่านี่ยังคงเป็นเวลาเช้ามืดอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ผู้คนก็เริ่มพลุกพล่านเดินจับจ่ายใช้สอยกันให้ควั่กแล้ว พอก้มลงมองดูนาฬิกาก็พบว่ายังไม่ถึงหกโมงเช้าเลยด้วยซ้ำ
บงจูฮยอกแอบย่องเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะของตลาด ก่อนจะเรียกตัวจอห์น โกซัคออกมา
“วันทยาหัตถ์! โกซัครายงานตัวครับผม!”
“เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหมครับ”
“ผมเตรียมใจไว้พร้อมรับทุกสถานการณ์แล้วครับบอส!”
“ดีมากครับ งั้นไปกันเลย”
จุดประสงค์หลักของการถ่อมาถึงตลาดสดแต่เช้าตรู่แบบนี้... ก็ต้องมาเดินจ่ายตลาดอยู่แล้วสิฟะ!
“เริ่มจากเหมาผลไม้ก่อนเลยดีไหมครับบอส!”
“นอกจากผลไม้แล้วยังมีของจุกจิกอีกเพียบเลยนะครับ ผมเกรงว่ามันจะหนักเกินไปน่ะสิ”
“โธ่เอ๊ย! เรื่องจิ๊บๆ ครับบอส! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง! ท่านผู้อัญเชิญบงแค่มีหน้าที่ควักกระเป๋าตังค์จ่ายก็พอแล้วครับผม!”
และก็เป็นไปตามคาด... พวกเขาเหมาของมาเยอะจนแทบจะเปิดร้านขายชำได้เลยทีเดียว หลังจากกวาดซื้อของจนพอใจ ทั้งคู่ก็เตรียมตัวออกเดินทางกันต่อ ชายหนุ่มโบกเรียกแท็กซี่อีกคัน
“ไปอุทยานแห่งชาติคเยรยงซานครับ”
“อ้อ ได้เลยครับ กะจะไปปีนเขากันแต่เช้าเลยสิท่า เชิญขึ้นรถเลยครับ”
“คือว่า... สัมภาระมันค่อนข้างเยอะน่ะครับ รบกวนช่วยเปิดท้ายรถให้หน่อยนะครับ...”
บงจูฮยอกและจอห์น โกซัคก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่บนรถแท็กซี่ ตลอดการเดินทางอันยาวนาน ทั้งสองคนไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว และแล้ว พวกเขาก็เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติคเยรยงซานจนได้
ชายหนุ่มพาลูกน้องเดินปลีกตัวออกห่างจากผู้คนเพื่อไปหามุมสงบๆ ก่อนจะจัดการอัญเชิญโกบังและคยอนดัลแรตามออกมา
“โซนยอรอคอยเวลานี้มาตลอดเลยเจ้าค่ะ คุณชาย”
“สัมภาระทั้งหมดนั่น ฉันจะเป็นคนแบกเอง เอามานี่” โกบังเอ่ยปากอาสา
คยอนดัลแรรับหน้าที่เดินนำทาง “แม้นว่าโลกใบนี้จะแตกต่างไปจากโลกเดิมของข้าน้อย ทว่าภูมิประเทศของขุนเขาแห่งนี้กลับมีส่วนคล้ายคลึงกันยิ่งนัก โซนยอเชื่อมั่นว่าสถานที่แห่งนั้นจะต้องยังคงหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ โปรดตามข้าน้อยมาทางนี้เลยเจ้าค่ะ”
หญิงสาวเดินนำขบวนไปตามเส้นทางปีนเขาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหักเลี้ยวเบี่ยงตัวเข้าไปในเส้นทางสายรอง เผยให้เห็นหุบเขาลึกอันแสนสลับซับซ้อนซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง หลังจากเดินลัดเลาะไปตามทางเรื่อยๆ...
“ถึงแล้วเจ้าค่ะ”
“แล้วจะให้ผมวางของพวกนี้ไว้ตรงไหนดีครับ”
“อืม... วางไว้ตรงนี้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ... อ๊ะ!”
หญิงสาวอุทานขึ้นมาเบาๆ ราวกับเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะหันไปทางโกบัง
“รบกวนท่านโกบังช่วยยกก้อนหินก้อนนี้หลบไปด้านข้างทีเถิดเจ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้ว องค์หญิง”
ก้อนหินขนาดยักษ์ที่แค่กะด้วยสายตาก็รู้ว่ามันหนักอึ้งขนาดไหน กลับถูกโกบังยกขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับยกก้อนสำลี เผยให้เห็นแท่นหินแบนเรียบซ่อนอยู่เบื้องล่าง
“พวกท่านต้องช่วยกันทำความสะอาดให้เอี่ยมอ่องเลยนะเจ้าคะ ไปตักน้ำจากลำธารมา แล้วก็เอาแปรงที่เตรียมมาขัดให้สุดแรงเกิดเลยเจ้าค่ะ”
“เยสเซอร์!”
จอห์น โกซัครับคำสั่งอย่างแข็งขันโดยไม่มีทีท่าอิดออดเลยแม้แต่น้อย โกบังและจอห์น โกซัคช่วยกันขัดถูตะไคร่น้ำที่เกาะกรังอยู่บนก้อนหินจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วคยอนดัลแรล่ะ มัวทำอะไรอยู่
หญิงสาวเองก็มีภารกิจที่ต้องจัดการเช่นเดียวกัน เธอกำลังคาบกระดาษสาเอาไว้ในปาก พลางนั่งคุกเข่าฝนมีดด้วยท่าทีสำรวม...
ครืด... ครืด...
‘อืมม...’ หญิงสาวในชุดฮันบกสีขาวบริสุทธิ์ กำลังนั่งฝนมีดอยู่ในป่าลึกแบบนี้... มันชวนให้รู้สึกสยองขวัญสั่นประสาทอยู่ไม่น้อยเลยแฮะ
หลังจากทำความสะอาดเสร็จสรรพ อาหารคาวหวานสารพัดชนิดก็ถูกนำมาจัดเรียงอย่างสวยงามบนแท่นหิน ตรงกลางคือหัวหมูต้มสุก ขนาบข้างด้วยผลไม้มงคลและเครื่องเซ่นไหว้นานาชนิด
“โซนยอจะเริ่มประกอบพิธีแล้วนะเจ้าคะ”