- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 37 คดีฆาตกรรมหมู่
บทที่ 37 คดีฆาตกรรมหมู่
บทที่ 37 คดีฆาตกรรมหมู่
บงจูฮยอกหลับสนิทตลอดคืนจนกระทั่งรุ่งเช้า
พอเดินออกมาดูที่ห้องนั่งเล่น ทีวีก็ถูกปิดสนิทเรียบร้อยแล้ว ส่วนจอห์น โกซัคก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่รู้ว่าเมื่อคืนหมอนั่นจะดูฟุตบอลสนุกหรือเปล่านะ
เอาล่ะ ก่อนอื่นก็ต้องเตรียมตัวออกไปข้างนอกก่อน วันนี้เขามีแพลนจะแวะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดสักหน่อย แล้วช่วงบ่ายค่อยเข้าไปปีนหอคอยชั้นที่ 35
บงจูฮยอกเรียกใช้บริการรถแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านเกิด
พอไปถึง เขาก็ให้บอดี้การ์ดคอยสแตนด์บายรออยู่ด้านล่าง
"ลูกชายสุดที่รักกลับมาแล้วคร้าบ~"
ทว่าแทนที่จะดีใจ บงซูชอลผู้เป็นพ่อกลับขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้าเขา
"ช่วงนี้แกไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าฮึ? ทำไมพักนี้คำพูดคำจามันดูแปลกๆ ทะแม่งๆ พิกล"
"หา? ลูกทำอะไรผิดไปงั้นหรือขอรับท่านพ่อ?"
"ไปเจอเรื่องดีๆ อะไรมาล่ะสิ อาการแบบนี้"
"โธ่เอ๊ย ลูกชายของท่านพ่อก็มีเรื่องดีๆ วิ่งเข้าหาตลอดนั่นแหละขอรับ วันนี้ลูกก็เลยตั้งใจจะเอาสิ่งดีๆ มาแบ่งปันให้ท่านพ่อท่านแม่ยังไงล่ะขอรับ"
ฮงกึมจาผู้เป็นแม่หลุดขำพรืดออกมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"ยังไม่ได้กินข้าวมาใช่ไหมลูก?"
"เยสเซอร์!"
"เฮ้อ... เอาเถอะ อย่างน้อยถ้ามีของกินยัดปาก แกก็คงจะเลิกพูดจาเพ้อเจ้อได้สักพักนั่นแหละ"
หลังจากจัดการฟาดข้าวฝีมือแม่จนเกลี้ยงจาน...
"แม่ครับ ช่วงนี้ขาดเหลือเงินทองบ้างไหมครับ? ให้ผมโอนค่าขนมให้เอาไหม"
"โอ๊ย ไม่ต้องหรอกลูก เดี๋ยวแม่ก็ว่าจะกลับไปหางานทำแล้วล่ะ"
"จะไปทำที่ไหนล่ะครับ"
"ก็คงไปรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารนั่นแหละ"
อ่า...
ให้ตายสิ นี่เขาเป็นถึงเพลเยอร์ระดับท็อปของเกาหลีใต้ มีเงินในบัญชีนอนนิ่งๆ เป็นพันๆ ล้านวอนแท้ๆ แต่กลับยังปล่อยให้พ่อแม่ต้องลำบากตรากตรำทำงานหาเงินอยู่อีกงั้นเหรอเนี่ย!
"เดี๋ยวผมจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ก้อนนึงนะครับ แม่ค่อยๆ หางานไปก็แล้วกัน ไม่ต้องรีบร้อนหรอก..."
"ไม่ต้องเลย! เงินที่แกต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงตายแลกมา แม่จะเอาไปใช้ลงได้ยังไงกัน เก็บออมไว้เถอะลูก อนาคตข้างหน้ามันไม่แน่นอน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่มีใครรู้"
ในจังหวะนั้นเอง บงซูชอลที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็แอบทำมือเป็นรูปตัวโอ ส่งสัญญาณเป็นนัยๆ พร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองรัวๆ ปากก็พะงาบๆ เป็นคำพูดแบบไร้เสียง
โอนมาให้พ่อสิลูก โอนมาทางนี้เลย
'...'
ให้ตายเถอะ พลังแห่งพันธุกรรมนี่มันน่ากลัวจริงๆ
"อ้อ! เกือบลืมไปเลย แป๊บนึงนะครับ ผมขอลายเซ็นของเพลเยอร์นัมกาอึนมาฝากด้วยนะ... แล้วก็ นี่ครับ ผมเตรียมมาเผื่อทุกคนเลย แบ่งกันพกติดตัวไว้นะครับ จะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านใน หรือพับใส่กระเป๋าสตางค์ก็ได้ แต่อย่าให้ห่างตัวเด็ดขาดเลยนะครับ"
"หืม? ...ยันต์งั้นเรอะ?"
"ใช่แล้วครับ! อันนี้ยันต์สุขภาพ ส่วนอันนี้ยันต์นำโชค ผมเตรียมมาเผื่อพ่อ แม่ แล้วก็มินฮยอก คนละสามใบเลยนะครับ"
"นี่แกไปเชื่อเรื่องงมงายพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันฮึ?"
"เพิ่งจะมาเชื่อสนิทใจก็เมื่อไม่นานมานี้นี่แหละครับ ขอบอกเลยนะว่าของเขาแรงจริง! ผมไปให้ปรมาจารย์ร่างทรงชื่อดังระดับประเทศเป็นคนเขียนให้กับมือเลยนะ"
ไม่ได้โม้สักนิด นี่แหละของจริงเสียงจริง
ก็เขาเพิ่งจะเจออิทธิฤทธิ์กับตัวมาหมาดๆ เลยนี่นา
"อืม... ก็ได้ๆ แล้วของแกล่ะ มีเผื่อตัวเองไว้หรือเปล่า?"
"แน่นอนอยู่แล้วครับ"
รับรองว่าหลังจากนี้ สุขภาพของพ่อจะต้องค่อยๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน
และโชคดีก็จะหลั่งไหลเข้ามาสู่ครอบครัวของเขา
แม้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงแค่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามที
※ ※ ※
เมื่อกลับมาถึงห้องเช่า บงจูฮยอกก็จัดการเรียกตัวเหล่าผู้ถูกอัญเชิญมารวมตัวกันทันที
ในเมื่อแรร์โกบังได้วิวัฒนาการร่างใหม่ กลายเป็น 'นิว SSR โกบัง' ผู้แข็งแกร่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังไงวันนี้เขาก็ต้องทะลวงชั้น 35 ให้จงได้!
"ตอนนี้ทีมเรามีตัวตึงระดับ SSR ถึงสามคนแล้ว การจะกวาดล้างชั้น 40 ด้วยระดับ S++ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปใช่ไหมครับ? หรือว่าพลังรบของเรายังขาดตกบกพร่องตรงไหนอีกหรือเปล่า"
"นายท่านประเมินพวกข้าน้อยต่ำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ระดับนี้ต่อให้ทะลวงไปถึงชั้น 50 ก็ยังถือว่าง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือเลยนะเจ้าคะ"
โอ้โห!
ดูเหมือนว่าการอัปเกรดเป็นระดับ SSR ของโกบังจะสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาลจริงๆ
"แต่ทว่า ตั้งแต่ชั้น 51 เป็นต้นไป การจะคว้าการประเมินระดับ S++ อาจจะเริ่มตึงมือขึ้นมาบ้าง..."
เขารู้เรื่องนั้นดี
มอนสเตอร์ประเภทบินขนาดยักษ์
กริฟฟอนและไวเวิร์น พวกมันสามารถสาดการโจมตีจากฟากฟ้า ทั้งสลัดขนนกคมกริบลงมาดั่งห่าฝน หรือพ่นลมหายใจทำลายล้างที่กวาดล้างทุกสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง
แถมพวกมันยังแข็งแกร่งถึงขั้นล่ามิโนทอร์และโอเกอร์กินเป็นอาหารว่างอีกต่างหาก การที่พวกมันบินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศก็ถือว่ารับมือได้ยากลำบากมากพออยู่แล้ว นี่ยังไม่นับรวมถึงการโจมตีด้วยเวทมนตร์ที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจากการโจมตีทางกายภาพอีกต่างหาก
ยังไงซะ เขาก็กะจะอัญเชิญลูกน้องมาเสริมทัพเพิ่มอีกสักคนตอนที่ไปถึงชั้น 40 อยู่แล้ว
ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า เขาจะได้สิทธิพิเศษอย่างรูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะมาครอบครองหรือไม่ต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจัดการแปะยันต์นำโชคไว้ข้างในกางเกงในอย่างแน่นหนา
ใจจริงก็อยากจะแปะมันซะทั่วตัวราวกับเป็นมัมมี่ ถ้ามันจะช่วยเพิ่มความขลังให้มากขึ้นล่ะก็นะ แต่ในเมื่อปรมาจารย์ร่างทรงยืนยันหนักแน่นว่า จะแปะแค่ใบเดียว หรือร้อยใบ อานุภาพของมันก็เท่ากัน เขาจึงต้องจำใจยอมแพ้
"เอาล่ะ พวกเราลุยกันเถอะ ไปเด็ดหัวไอ้บอสวัวกระทิงนั่นกัน!"
"เยสเซอร์!"
<กำลังเข้าสู่หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 35>
ภารกิจในครั้งนี้คือ...
<ภารกิจชั้นที่ 35: กำจัดมิโนทอร์จำนวน 80 ตัว (ไม่จำกัดสายพันธุ์) และกำจัดมิโนทอร์คิงจำนวน 1 ตัว>
<ระยะเวลาที่กำหนด: ภายใน 13 ชั่วโมง>
<เงื่อนไขความสำเร็จ: มิโนทอร์ (ทุกสายพันธุ์) 0/80, มิโนทอร์คิง 0/1>
โอ้โห
จำนวนเยอะเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ ทั้งพวกผิวขาว ผิวดำ ผิวด่าง ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีให้เลือกสรรครบทุกไซส์ทุกสี
เขาแอบชำเลืองมองจอห์น โกซัคที่ยืนอยู่ข้างๆ หมอนั่นกำลังจ้องมองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด
แววตามุ่งมั่นทะลุปรอท ไม่มีแม้แต่เสียงเจื้อยแจ้วประจบสอพลอเหมือนอย่างเคย หมอนั่นชักมีดสั้นคู่ใจทั้งสองเล่มออกมา กระตุ้นออร่าจนคมมีดเปล่งประกายวาววับ ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"ฉันจะไม่ยอมโดนทิ้งเด็ดขาด... จะต้องไม่โดนทิ้ง... ฉันจะอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายให้ได้... จนถึงวินาทีสุดท้าย..."
พูดบ้าอะไรของมันวะเนี่ย?
ใครจะไปทิ้งใครกัน จู่ๆ สมองก็เพี้ยนไปแล้วหรือไง? หรือว่าเมื่อคืนตอนดูบอล หมอนั่นแอบไปแทงพนันออนไลน์แล้วเสียพนันยับเยินกันนะ?
กรุ๊งกริ๊ง~ กรุ๊งกริ๊ง~ กรุ๊งกริ๊ง~!
เสียงกระดิ่งใสกระจ่างของคยอนดัลแรดังรัวขึ้น เป็นสัญญาณเปิดฉากการกวาดล้างหอคอยชั้น 35 อย่างเป็นทางการ
และในวินาทีนั้นเอง!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
จอห์น โกซัคพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เร็วยิ่งกว่ากระสุนปืน!
เพียงชั่วพริบตา เขาก็กระโดดเหินเวหาขึ้นไปปาดคอหอยของมิโนทอร์ระดับ 3 จนเลือดสาดกระเซ็น ก่อนจะหมุนตัวพุ่งทะยานเข้าหาเหยื่อรายต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
'อืมม...'
คุณโกซัคแกเป็นบ้าอะไรของแกอีกล่ะเนี่ย ทำไมไม่ค่อยๆ สู้ไปแบบปลอดภัยๆ ล่ะ
แค่คอยเดินตามหลังหลังโกบัง แล้วคอยลาสช็อตเก็บตกสบายๆ ก็ได้แล้วแท้ๆ หรือว่าเพราะไม่ได้ออกโรงบู๊มานาน ร่างกายมันก็เลยเรียกร้องหาการปะทะงั้นสิ?
'ว่าแต่... แล้วฉันควรจะทำอะไรดีล่ะเนี่ย?'
ไปหาเก็บพวกมิโนทอร์ระดับ 1 หรือระดับ 2 แถวๆ นี้สักสองสามตัวดีไหมนะ
ครืดดดด!
บงจูฮยอกกางชุดอุปกรณ์บาเรียพลังงานออกมาป้องกันตัว ตามด้วยการเรียกโล่ขนาดเล็กและกระบองลูกตุ้มอาดาแมนต์ออกมาเตรียมพร้อม ถึงแม้จะแอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่สัมผัสได้ถึงสายตาเป็นห่วงเป็นใยจากเหล่าลูกน้องที่คอยชำเลืองมองมาเป็นระยะๆ ก็ตาม
"ฉันคือใคร? ฉันคืออัจฉริยะที่สามารถใช้งานก้าวเงากลางอากาศได้สำเร็จเชียวนะโว้ย!"
รีบๆ ไปสอยมาสักสองสามตัวก่อนที่พวกนั้นจะเข้ามาห้ามดีกว่า
ฟุ่บ!
ฟ้าววว! ฟ้าววว!
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
"โฮกกกกก!!!"
มิโนทอร์คิง ร่างยักษ์น่าเกรงขามที่มาพร้อมกับขวานยักษ์ในมือ ปรากฏตัวขึ้นกลางสมรภูมิรบอย่างกะทันหัน
มาไวขนาดนี้เลยเรอะ!?
"เฮ้ยๆ! พวกนายใจเย็นๆ กันหน่อยดิ! ฉันเพิ่งจะเริ่มวอร์มอัปเองนะโว้ย"
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้บ่นจบ นิว SSR โกบังก็พุ่งทะยานเข้าใส่มิโนทอร์คิงด้วยความเร็วที่เหนือชั้นยิ่งกว่า
ตู้มมมม!!!
ร่างยักษ์ของโกบังพุ่งกระแทกเข้าใส่ศัตรูอย่างจัง!
ผลั้วะ!
"มอออ..."
ร่างของบอสวัวกระทิงยักษ์แหลกเหลวเป็นชิ้นๆ กระเด็นปลิวไปไกลลิบ ขวานยักษ์คู่กายร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ในขณะที่ร่างของมันลอยละล่องขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเศษผ้าขี้ริ้วขาดๆ
'...'
ให้ตายเถอะ นิว SSR โกบังนี่มันบั๊กของเกมชัดๆ อย่างน้อยๆ ก็ในชั้น 30 นี้น่ะนะ
<ประกาศ: คุณบรรลุการประเมินระดับ S++ ในการเคลียร์หอคอยทมิฬ (เกาหลี) ชั้นที่ 35>
<รางวัลการเคลียร์ระดับ S++: มอบแพลตทินัมแบดจ์>
เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือแค่ลุ้นสิทธิพิเศษสินะ
※ ※ ※
แถบโปลิศไลน์สีเหลืองถูกขึงล้อมรอบอาคารย่านเริงรมย์ในกรุงโซล เพื่อกั้นพื้นที่เกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ขึ้นภายในร้านนวดแผนโบราณที่ปิดกิจการไปแล้ว
บุรุษไปรษณีย์ที่มาส่งจดหมายในตอนเช้าได้กลิ่นคาวคละคลุ้งโชยลอดออกมาจากช่องประตูที่แง้มเปิดไว้ ด้วยความสงสัยว่าอาจจะเป็นกลิ่นเลือด เขาจึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
เหล่าสายสืบแผนกคดีอุกฉกรรจ์ต่างยืนมองสภาพที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าตกตะลึงจนพูดไม่ออก ฆาตกรรมหมู่อีกแล้ว คดีก่อนหน้านี้เพิ่งจะผ่านไปได้ไม่ทันไรเอง
“มันจะเกี่ยวข้องกันกับคดีสไมล์แคชไหมครับ ที่นั่นก็เป็นฆาตกรรมหมู่เหมือนกันนี่นา”
“ก็ไม่รู้สินะ ศพที่ถูกตัดคอจนขาดสะบั้นมีแค่ศพเดียวเอง ส่วนใหญ่จะถูกแทงทะลุหัวใจ แล้วก็มีศพที่ถูกแทงทะลุหัวอีกศพ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ... มันไม่มีริบบิ้นไงล่ะ”
ถึงอย่างนั้น รอยตัดบนลำคอที่เรียบเนียนไร้ที่ติขนาดนี้ก็ถือเป็นจุดเชื่อมโยงที่คล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย
“ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาหรือยัง”
“ข้างในร้านไม่มีกล้องติดตั้งไว้เลยครับ ส่วนกล้องของร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามก็จับภาพได้แค่ตอนที่พวกเหยื่อเดินเข้าออกเท่านั้นเองครับ”
“เฮ้อ งานเข้าชุดใหญ่เลยสิวะเนี่ย”
เหตุฆาตกรรมหมู่สุดสะเทือนขวัญที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนได้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว พวกสื่อมวลชนคงแห่กันมาทำข่าวราวกับฝูงแร้งลงเป็นแน่ และกรมตำรวจก็คงหนีไม่พ้นการถูกรุมประณามอย่างหนัก
“หัวหน้าครับ”
“มีอะไร”
“ลองดูนี่สิครับ”
“หืม”
สายสืบนายหนึ่งดึงสิ่งของบางอย่างออกมาจากศพของเหยื่อ
“ปืนพกครับ น่าจะเป็นรุ่นโตกาเรฟ”
“ว่าไงนะ”
โตกาเรฟงั้นเรอะ ปืนพกที่ถูกลอกเลียนแบบมากที่สุดในโลก ดังนั้นมันจึงเป็นของที่หาได้เกลื่อนกลาดทั่วไป
“ตรงนี้ก็มีครับ ตรงนี้ด้วย... คนพวกนี้พกปืนกันคนละกระบอกเลยนะครับเนี่ย”
สิ่งที่น่าสงสัยไม่ได้มีแค่ปืนพกเท่านั้น ทั้งมีดทหาร เข็มฉีดยาที่บรรจุของเหลวใส เชือกมัดนักโทษ เทปกาว และกุญแจมือสำหรับพันธนาการ... เท่านั้นยังไม่พอ ภาพถ่ายจำนวนมากถูกทิ้งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น มันเป็นภาพซูมใบหน้าของบุคคลปริศนา ซึ่งดูคร่าวๆ แล้วน่าจะมีประมาณสิบใบได้
ตกลงว่าคนพวกนี้เป็นใครกันอีกล่ะ
“เรื่องผู้ต้องสงสัยก็ส่วนผู้ต้องสงสัยนะครับ แต่ผมว่าพวกเหยื่อนี่แหละที่ดูน่าสงสัยกว่าเยอะเลย”
หัวหน้าสายสืบพยักหน้าเห็นด้วย “แล้วบัตรประชาชนล่ะ”
“ทุกคนพกติดตัวไว้หมดเลยครับ”
“งั้นก็รีบเอาไปตรวจสอบประวัติซะ”
ครู่ต่อมา สายสืบที่กำลังติดต่อกับศูนย์บัญชาการก็หันมารายงาน
“หัวหน้าครับ เรื่องนี้มันชักจะทะแม่งๆ แล้วนะครับ”
“มีอะไร”
“บัตรประชาชนพวกนี้เป็นของปลอมทั้งหมดเลยครับ ถึงชื่อจะตรงกับข้อมูลในฐานระบบ แต่หน้าตากลับไม่ตรงกันเลยสักคน”
“...กะไว้แล้วเชียว”
ตกลงว่าไอ้พวกนี้มันเป็นใครกันแน่ ลางสังหรณ์บอกว่าพวกมันไม่ใช่คนเกาหลี แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองงั้นหรือ ไม่มีทาง! พวกแรงงานที่ไหนจะพกปืนสั้นติดตัวกันล่ะ ถ้างั้นก็เป็นพวกแก๊งมาเฟียสินะ นั่นก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน พวกแก๊งนักเลงในถิ่นนี้ เขาจำหน้าค่าตาและประวัติพวกมันได้หมดทะลุปรุโปร่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแก๊งในประเทศหรือแก๊งข้ามชาติก็ตาม
หัวหน้าสายสืบแผนกคดีอุกฉกรรจ์เริ่มมีข้อสันนิษฐานอยู่ในใจ เข็มฉีดยาที่พบในข้าวของเครื่องใช้ของพวกมัน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นยาเสพติดหรือไม่ก็ยาสลบ
‘พวกมันวางแผนจะลักพาตัวใครสักคน’
ใครกันล่ะ คนในรูปถ่ายพวกนี้น่าจะเป็นเป้าหมายหลักสินะ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัด
“ติดต่อเบื้องบนให้ช่วยประสานงานกับหน่วยข่าวกรองแห่งชาติที บอกให้พวกเขารีบส่งเจ้าหน้าที่มาที่นี่ด่วนเลย”
เวลาล่วงเลยไป เจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ
“โอ้โห ทำงานกันหนักเลยนะครับ ลำบากแย่เลย แล้วพวกศพล่ะครับ”
“เชิญทางนี้เลยครับ”
“ตกลงครับ”
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง กลิ่นคาวเลือดก็ลอยคละคลุ้งแตะจมูก เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก พลางกวาดสายตาสำรวจซากศพอย่างพินิจพิเคราะห์
“...เอ๊ะ”
สายตาของเขาเลื่อนจากศพไปยังภาพถ่ายที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้น เขาเดินเข้าไปใกล้ราวกับคนเหม่อลอย ก้มลงเก็บรูปภาพขึ้นมาใบแล้วใบเล่า...
“บัดซบเอ๊ย!”
คำสบถผรุสวาทหลุดพรวดออกมาจากปากอย่างกะทันหัน แววตาของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและดุดัน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนดูแข็งทื่อ
“หัวหน้าครับ”
“ว่าไงครับ”
“คดีนี้ยังไม่ได้ปล่อยข่าวให้สื่อรู้ใช่ไหมครับ”
“พวกเขาน่าจะยังไม่รู้เรื่องครับ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะขอรับช่วงต่อคดีนี้เองครับ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติแล้วล่ะครับ”
และในวันนั้นเอง... ทั้งหน่วยข่าวกรองแห่งชาติและสำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังต่างก็ปั่นป่วนวุ่นวายกันจนแทบจะพลิกแผ่นดิน