- หน้าแรก
- มหาเศรษฐี จากดาวรุ่งวอลล์สตรีทสู่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอเมริกา
- บทที่ 44 การให้เงินนั้นง่าย แต่การให้เงินอย่างแนบเนียนนั้นยาก
บทที่ 44 การให้เงินนั้นง่าย แต่การให้เงินอย่างแนบเนียนนั้นยาก
บทที่ 44 การให้เงินนั้นง่าย แต่การให้เงินอย่างแนบเนียนนั้นยาก
บทที่ 44 การให้เงินนั้นง่าย แต่การให้เงินอย่างแนบเนียนนั้นยาก
2 ชั่วโมงต่อมา ประตูไม้บานหนาของห้องหนังสือก็ถูกดึงเปิดออกช้าๆ
สกอตต์ เคน และคาร์ล ทยอยเดินออกมา สีหน้าของทั้งสามคนแฝงความเหนื่อยล้าเอาไว้บางๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น
กลยุทธ์ในภาพรวมนั้นถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ผลาญเวลาไปถึง 2 ชั่วโมงเต็มๆ คือรายละเอียดปลีกย่อยที่แสนจะน่าปวดหัวต่างหาก
ปัญหาแรกสุดที่ต้องเผชิญ คือจะทำอย่างไรถึงจะเข้าถึงผู้ว่าการรัฐมาริโอได้
เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายแค่ใช้เงินฟาด
ถึงแม้เงินบริจาคทางการเมืองจะเป็นช่องทางที่เปิดเผยและถูกต้อง
แต่ช่องทางนี้ก็ถูกตีกรอบด้วยกฎเกณฑ์ยิบย่อยมานานแล้ว เพดานการบริจาคต่อคนต่อเดือนถูกจำกัดไว้ตายตัว ไม่มีทางที่เงินก้อนใหญ่จะไหลเวียนได้ตามอำเภอใจ
และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่ทำไมในยุคหลัง พวกบริษัทยักษ์ใหญ่ในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานคนมหาศาล...
ถึงสามารถชี้เป็นชี้ตายในวงการการเมืองได้ ทั้งที่มูลค่าบริษัทเทียบไม่ได้กับเศรษฐีใหม่ในวงการอินเทอร์เน็ตเลยแม้แต่น้อย
อย่ามองแค่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ที่บริษัทอินเทอร์เน็ตมักจะสร้างกระแสจนสะเทือนเลื่อนลั่น...
เพราะกฎเกณฑ์ของเกมการเมืองไม่เคยตัดสินกันที่ว่าใครเสียงดังกว่า แต่ตัดสินกันที่ว่าสุดท้ายแล้วนโยบายจะเอนเอียงไปทางไหน
บริษัทยักษ์ใหญ่แบบดั้งเดิมที่กุมตำแหน่งงานมหาศาลเอาไว้ในมือ...
ไม่ได้กุมแค่คะแนนเสียงและตำแหน่งงาน แต่ยังกุมช่องทางการส่งมอบเงินบริจาคทางการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายและล้ำค่าเอาไว้ด้วย
ยิ่งมีพนักงานมาก ก็ยิ่งสามารถรวบรวมโควตาการบริจาคที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นกอบเป็นกำ และเปลี่ยนมันให้เป็นอิทธิพลทางการเมืองที่จับต้องได้จริง
สถานการณ์ของสกอตต์ในตอนนี้ ก็เหมือนกับบริษัทอินเทอร์เน็ตพวกนั้นไม่มีผิด
มีเงินเหลือเฟือ แต่กลับต้องมานั่งกลุ้มว่าจะส่งเงินออกไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและแนบเนียนได้อย่างไร
และนี่ก็คือประเด็นหลักที่ทั้งสามคนถกเถียงกันมาตลอด 2 ชั่วโมง
คนในวงการต่างก็รู้ดีว่า เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่พนักงานของตัวเองมีไม่พอจะรวบรวมโควตาเงินบริจาค ทางออกเดียวที่มีก็คือการ ซื้อ
ซื้อหุ้นบางส่วนของบริษัทที่มีการจ้างงานสูง เพื่อขอยืมช่องทางของอีกฝ่ายมาใช้ในทางอ้อม
แต่เบื้องหลังคำว่า ซื้อ นั้น เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกลไกมากมาย
จะเลือกบริษัทไหน?
จะมั่นใจในความลับของการซื้อขายได้อย่างไร?
แนวคิดทางการเมืองของอีกฝ่ายตรงกับฝั่งตัวเองหรือเปล่า?
จะเป็นการฝังรากปัญหาที่จะกลับมาแว้งกัดในภายหลังหรือไม่?
เรื่องพวกนี้ล้วนต้องนำมาชั่งน้ำหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำเป็นเล่นไปไม่ได้เด็ดขาด
แน่นอนว่านอกจากการสานสัมพันธ์กับผู้ว่าการรัฐที่แสนจะยุ่งยากแล้ว สกอตต์และเคนยังใช้เวลาไม่น้อยไปกับการถกกันถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในภาพรวมของปีนี้
ต่อให้สกอตต์จะมีความทรงจำจากโลกอนาคต แต่เศษเสี้ยวความทรงจำเหล่านั้นก็เป็นได้แค่ข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น
ตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถคาดเดาจุดขึ้นลงทุกจุดได้อย่างแม่นยำ เพียงแค่พึ่งพาภาพจำในอดีต
ข้อสรุปสุดท้าย คือรายละเอียดการเตรียมตัวกลับแคลิฟอร์เนียของสกอตต์
เส้นทางการบินของเครื่องบินส่วนตัวต้องแจ้งล่วงหน้า ส่วนที่พักในลอสแองเจลิสก็ต้องคัดเลือกกันใหม่
ทำเลในเวสต์ฮอลลีวูดอาจจะดูหรูหราก็จริง แต่มันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
วิลล่าอยู่ติดถนนเกินไป ไม่มีพื้นที่มากพอให้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเลย
ถึงแม้ว่าตอนนี้คงจะไม่มีใครแบกบาซูก้ามายิงถล่มประตูบ้านแบบในหนัง
แต่เมื่อก้าวมาถึงจุดนี้ แถมความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็อยู่แค่เอื้อม ทุกอย่างก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้แต่เนิ่นๆ ป้องกันตัวเอาไว้หลายๆ ชั้นย่อมดีกว่า
หลังจากส่งคาร์ลกับเคน กริฟฟิน กลับไป สกอตต์ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ
คาเมรอน ดิแอซ ถือน้ำอุ่นแก้วหนึ่งเดินเข้ามา วางลงบนโต๊ะกระจกข้างโซฟา ก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลัง แล้วยื่นนิ้วเรียวยาวออกมาช่วยนวดคลึงขมับที่ตึงเครียดของเขาอย่างแผ่วเบา
เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่คุ้นเคย บ่าและลำคอที่เกร็งแน่นของสกอตต์ก็ผ่อนคลายลงทันที เขาเอนตัวลงบนโซฟาอย่างสบายใจ ปล่อยให้ปลายนิ้วของคาเมรอนที่ลงน้ำหนักได้อย่างพอเหมาะ ช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอด 2 ชั่วโมง
หลังจากพักผ่อนได้ครู่หนึ่ง สกอตต์ก็รู้สึกดีขึ้นมาก เขาเอื้อมมือไปจับมือของคาเมรอน ดิแอซ ที่กำลังนวดให้เขาอยู่
ปลายนิ้วของคาเมรอน ดิแอซ ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอส่งสายตาอ่อนโยนข้ามพนักพิงโซฟามาสบตาเขา
สกอตต์จับมือเธอและแกว่งเบาๆ เป็นสัญญาณว่าไม่ต้องนวดแล้ว พร้อมกับเรียกให้เธอเดินมาข้างหน้า
คาเมรอนไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย เธอเดินอ้อมโซฟามาหยุดอยู่ตรงหน้าสกอตต์อย่างว่าง่าย
เขาออกแรงที่แขนเพียงเล็กน้อย เธอก็เอนตัวอ่อนระทวยลงไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาตามแรงดึงนั้น
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอโชยมาแตะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของน้ำส้มที่หลงเหลือจากมื้อเช้า
สกอตต์ก้มมองใบหน้าสวยหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมในอ้อมแขน ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเบาๆ ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปาก
สัมผัสอุ่นซ่านพัวพันกันอย่างลึกซึ้ง ราวกับฝุ่นละอองในอากาศยังหยุดนิ่งตามไปด้วย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ค่อยๆ ผละออก ปลายนิ้วลูบไล้พวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากการจูบ แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
เขายกแขนอุ้มเธอขึ้นในท่าอุ้มแตง แล้วค่อยๆ วางเธอลงให้คร่อมอยู่บนตักของเขา ฝ่ามือลูบไล้ไปตามเส้นผมนุ่มสลวยช้าๆ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน
"ผมยังมีเรื่องต้องจัดการที่ลอสแองเจลิสนิดหน่อย พรุ่งนี้ คุณกลับลอสแองเจลิสไปพร้อมกับผมนะ"
คาเมรอน ดิแอซ ช้อนตามองเขา คำตอบนั้นสั้นกระชับแต่กลับแฝงไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ "ค่ะ"
บ้านของเธออยู่ที่ลอสแองเจลิส และเธอก็ไม่ได้กลับไปเป็นปีแล้ว
ที่ต้องอยู่ขลุกในนิวยอร์กก่อนหน้านี้ ก็เป็นเพราะงานเดินแบบบังคับ โอกาสในสายนางแบบที่นิวยอร์กมีมากกว่าที่ลอสแองเจลิสหลายเท่าตัว
แต่หลังจากที่มาคบกับสกอตต์ เธอรู้ดีว่าสกอตต์ยังมีผู้หญิงคนอื่นที่ลอสแองเจลิส เธอเลยกลัวว่าถ้ากลับไปลอสแองเจลิสเองโดยพลการ อาจจะทำให้สกอตต์โกรธเอาได้
นั่นไม่ได้แปลว่าเธอไม่คิดถึงครอบครัวเสียหน่อย
การได้กลับไปในครั้งนี้ย่อมเป็นเรื่องดีแน่นอน
"งั้นก็ไปเก็บข้าวของเถอะ แน่นอนว่าไม่ต้องขนไปหมดหรอก เอาไปแค่ของที่จำเป็นก็พอ ที่เหลือค่อยไปซื้อเอาที่นั่น"
สกอตต์ตบก้นงอนงามของคาเมรอน ดิแอซ เบาๆ แล้วพูดกลั้วหัวเราะ
คาเมรอน ดิแอซ หน้าแดงซ่าน ก่อนจะก้าวลงจากตักของสกอตต์อย่างว่าง่าย แล้วเดินบิดสะโพกตรงไปยังห้องนอน
มองตามแผ่นหลังของคาเมรอน ดิแอซ สกอตต์ก็เผยรอยยิ้มบางๆ
อย่างน้อยก็ในเรื่องนี้ สกอตต์รู้สึกถูกใจอเมริกาในยุคปัจจุบันเอามากๆ
เพราะพวกรุ่นพี่ของพวกเธอทำขบวนการปลดแอกทางเพศไว้รุนแรงเกินไป จนไปกระตุกหนวดเสือคนจำนวนมากเข้า
ไม่ว่าจะยังไง ท้ายที่สุดแล้ว ประเทศนี้ก็ยังตกอยู่ในกำมือของพวกชายผิวขาวรุ่นเดอะอยู่ดี
ตอนนี้กลุ่มอนุรักษ์นิยมกำลังตีกลับอย่างหนัก สิ่งที่เรียกว่าขบวนการสิทธิสตรีจึงถูกปราบปรามอย่างรุนแรง
ช่วงวัยรุ่นของคาเมรอน ดิแอซ และคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นช่วงที่ทัศนคติกำลังก่อตัว ดันมาตรงกับช่วงที่แนวคิดอนุรักษ์นิยมกำลังเฟื่องฟูพอดี
และสิ่งที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมผลักดันก็คือการต้อนผู้หญิงให้กลับไปเป็นแม่บ้าน ซึ่งมันช่างเป็นประโยชน์กับคนแบบสกอตต์เสียเหลือเกิน
ต่อให้ผู้หญิงที่เขาคลุกคลีอยู่ด้วยตอนนี้จะห่างไกลจากคำว่ากลุ่มแม่บ้านระดับล่างลิบลับ และเป็นเพียงแค่พวกหน้าเงินที่รู้เท่าทันโลกแห่งความเป็นจริงก็เถอะ
แต่ด้วยการปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก พวกเธอจึงสนใจแค่ผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับเท่านั้น
เมื่อได้ผลประโยชน์มาอยู่ในมือ พวกเธอก็พร้อมที่จะทำตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิม กลายเป็นผู้หญิงที่ดูแลแค่เรื่องในบ้านและไม่สนโลกภายนอกจริงๆ
เรื่องแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในยุคหลังที่พวกผู้หญิงเรียกร้องสิทธิแบบสุดโต่งเดินกันเกลื่อนเมือง
ประโยคนั้นว่ายังไงนะ เราเท่าเทียมกัน คุณก็แค่ซื้อขาดท่อนล่างของฉันไป นี่มันก็แค่การแลกเปลี่ยนตามปกติ
เหมือนกับที่คุณใช้สองมือหาเงิน ฉันใช้ท่อนล่างหาเงิน มือของคุณมันจะสูงส่งกว่าท่อนล่างของฉันไปได้ยังไง
การที่เธอยอมรักษากฎกติกา ปล่อยให้ท่อนล่างเป็นของคุณคนเดียวได้ ก็ถือว่าใจดีสุดๆ แล้ว
ส่วนเรื่องอื่นๆ เธอก็ต้องเรียกร้องสิทธิ์ของเธออยู่แล้วสิ