- หน้าแรก
- มหาเศรษฐี จากดาวรุ่งวอลล์สตรีทสู่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งอเมริกา
- บทที่ 38 เลตไนต์โชว์ของเดวิด เลตเตอร์แมน 5
บทที่ 38 เลตไนต์โชว์ของเดวิด เลตเตอร์แมน 5
บทที่ 38 เลตไนต์โชว์ของเดวิด เลตเตอร์แมน 5
บทที่ 38 เลตไนต์โชว์ของเดวิด เลตเตอร์แมน 5
รายการในวันนี้ ถูกจัดขึ้นเพื่อคำถามนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว
สกอตต์รู้ทันจุดประสงค์นี้ดี เขายืดหลังตรง น้ำเสียงชัดเจนและหนักแน่น "ถ้าต้องเลือกแค่คนเดียว ก็คงต้องเป็นผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอและภริยาครับ"
"สองสามีภรรยาคลินตันเหรอครับ?" ระดับเสียงของเดวิด เลตเตอร์แมน สูงปรี๊ดขึ้นมาทันที ปิดบังความประหลาดใจไว้ไม่มิด "เมื่อสองวันก่อนพวกเขาเพิ่งมีข่าวฉาวออกมา และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไรเลย
ในสถานการณ์แบบนี้ คุณยังจะยืนหยัดอยู่ข้างพวกเขาอีกงั้นเหรอครับ?"
"ผมทราบเรื่องนี้ครับ" สกอตต์สบตาเดวิดโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "แต่ผมเป็นคนนอก ไม่มีสิทธิ์และไม่มีอำนาจไปสอดรู้สอดเห็นชีวิตส่วนตัวของพวกเขา
นี่จะเป็นแค่ปัญหาภายในครอบครัว หรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ พวกเขาต้องออกมาชี้แจงด้วยตัวเองครับ
แต่สำหรับผม เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญเลย สิ่งที่ผมสนใจคือสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อประชาชนต่างหาก
ตอนที่พวกเขาเข้ารับตำแหน่ง พวกเขาช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของสถานสงเคราะห์เด็กที่ผมเคยอยู่ได้มากเลยทีเดียว
พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กทุกคนในสถานสงเคราะห์ได้กินอิ่มนอนหลับ และมีโอกาสได้รับการศึกษา
ต่อให้ท้ายที่สุดแล้ว ข่าวฉาวนั้นจะเป็นเรื่องจริง ต่อให้คนทั้งอเมริกาจะรุมประณาม รุมด่าทอพวกเขา แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้ครับ"
น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น แฝงความดื้อรั้นที่ไม่อาจโต้แย้ง "คุณก็รู้นี่ครับ พวกเขาคือผู้มีพระคุณของผม และผมจะไม่มีวันแว้งกัดผู้มีพระคุณของตัวเองเด็ดขาด"
ทั่วทั้งสตูเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว
ผู้ชมอาจจะรังเกียจข่าวฉาวของนักการเมือง อาจจะเย้ยหยันความหน้าไหว้หลังหลอกในเกมอำนาจ แต่ไม่มีใครปฏิเสธความจริงใจแบบ "รู้คุณคนและทดแทนคุณ" ได้ลง
ต่อให้คุณสมบัตินี้ จะกลายเป็นของหายากในชีวิตจริงจนแทบจะเรียกได้ว่าหรูหราเกินไปแล้วก็ตาม
"เอาล่ะ ในเรื่องนี้เราจะไม่ด่วนตัดสินกันไปก่อนนะครับ" เดวิด เลตเตอร์แมน กระแอมในลำคอ พยายามรักษาสถานะความเป็นกลางของรายการไว้ "ในเมื่อเรื่องมันยังไม่ถึงที่สุด เราเป็นช่องที่นำเสนอรายการอย่างจริงจังนะครับ"
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะ เสียงผิวปาก และเสียงโห่ร้องแซวจากผู้ชมด้านล่างก็ดังกระหึ่มจนแทบจะยกหลังคาสตูดิโอ
"อย่าหัวเราะสิครับ!" เดวิดตีหน้าขรึม แต่ยิ่งเขาทำตัวจริงจัง ผู้ชมก็ยิ่งหัวเราะดังขึ้นไปอีก
"ก็ได้ๆ" เดวิด เลตเตอร์แมน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างจำนน ยอมรับเหมือนคนพ่ายแพ้ "ผมยอมรับครับ บางครั้งเราก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้นหรอก"
เมื่อเห็นเดวิดยอมแพ้ เสียงโห่ร้องของผู้ชมจึงค่อยๆ ซาลง
ในที่สุดความสงบก็กลับคืนสู่สตู เดวิด เลตเตอร์แมน เก็บท่าทีทีเล่นทีจริงเมื่อครู่นี้ไป สีหน้าดูจริงจังขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
"ผมคิดว่าทุกคนคงสัมผัสได้ว่า ช่วงสัมภาษณ์แขกรับเชิญในวันนี้ แตกต่างจากที่ผ่านๆ มา" เขากวาดสายตามองผู้ชมด้านล่าง น้ำเสียงแฝงความรู้สึกทึ่งเล็กน้อย "ถึงผมจะไม่อยากยอมรับ แต่เราก็ได้ทำการสัมภาษณ์ที่จริงจังมากๆ ในรายการทอล์กโชว์ไปแล้วจริงๆ
ใช่ครับ รายการสัมภาษณ์
พูดตามตรง ผมรู้สึกดีมากเลยนะ
วันนี้เราไม่ได้ใช้มุกตลกหรือคำพูดเสียดสี แต่เรามานั่งถกประเด็นที่ควรค่าแก่การขบคิดกันอย่างจริงจัง
โอ้ ยิ่งคิดผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีแววเป็นพิธีกรรายการสัมภาษณ์อยู่นะเนี่ย! ผมควรจะเปิดรายการใหม่ด้วยดีไหมครับ?
เอาแบบ ซิกซ์ตี้มินิตส์ ไปเลย!"
เดวิด เลตเตอร์แมน ลูบคาง คุยโวโอ้อวดตัวเองด้วยใบหน้าจริงจังขั้นสุด เรียกเสียงโห่ร้องแซวจากผู้ชมด้านล่างได้อีกครั้ง
"เอาล่ะๆ ครับ" เดวิด เลตเตอร์แมน ลุกขึ้นยืนและยกมือกดลง ผู้ชมจึงค่อยๆ สงบลง
เขาหันไปหาสกอตต์ ยื่นมือออกไปพร้อมกับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ "คุณโรเจอร์ส ขอบคุณที่ตอบรับคำเชิญมาร่วมรายการของเรา และขอบคุณยิ่งกว่าสำหรับความตรงไปตรงมาของคุณในรายการนี้ครับ"
"เดวิด นี่เป็นเกียรติของผมต่างหากล่ะครับ จริงไหม?" สกอตต์ลุกขึ้นยืน จับมือกับเขา ก่อนจะยักไหล่แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม
"แน่นอนครับ" เดวิด เลตเตอร์แมน หัวเราะตาม เขาปล่อยมือ แล้วหันไปหาผู้ชมด้านล่างพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน "ค่ำคืนนี้ รายการ เลตไนต์โชว์ของเดวิด เลตเตอร์แมน ที่ไม่เหมือนใคร กำลังจะจบลงแล้วนะครับ
ขอให้ทุกคนมีค่ำคืนที่แสนวิเศษครับ"
"นี่คือ เลตไนต์โชว์ของเดวิด เลตเตอร์แมน ผมเดวิด เลตเตอร์แมน แล้วพบกันพรุ่งนี้ครับ!"
สิ้นเสียง เดวิด เลตเตอร์แมน ก็ยิ้มพร้อมโบกมือลาผู้ชม ม่านเวทีด้านหน้าค่อยๆ เลื่อนลงมา
นักแสดงตลกที่รอคิวอยู่ด้านข้าง ก้าวขึ้นเวทีด้วยจังหวะก้าวที่เบาสบาย เตรียมใช้ทอล์กโชว์ขำขันเพื่อปิดฉากรายการในค่ำคืนนี้
…
ความพลุกพล่านหลังเวทีของรายการเลตไนต์โชว์ค่อยๆ สงบลง เดวิด เลตเตอร์แมน คลายปมเนกไทที่รัดคอแน่นจนอึดอัดออก ใช้นิ้วเกี่ยวปมเนกไทแล้วดึงมันทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ
เขาหันไปหาสกอตต์ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดในค่ำคืนนี้ พร้อมกับยื่นมือออกไปหา "คุณโรเจอร์ส การแสดงของคุณวันนี้ สมบูรณ์แบบมากครับ"
"งั้นเหรอครับ?" สกอตต์มีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับมุมปาก น้ำเสียงแฝงความซื่อตรงของการออกรายการครั้งแรก "ผมเพิ่งเคยมาออกรายการแบบนี้เป็นครั้งแรก ตอนที่รออยู่หลังเวทียังแอบกังวลอยู่เลยว่าจะทำพังหรือเปล่า"
"ทำพังเหรอครับ?" เดวิดเลิกคิ้วอย่างโอเวอร์ น้ำเสียงเจือความยกยอที่ฟังสบายหู "ผมกล้าพนันเลยว่า รายการเทปคืนนี้ จะกลายเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเลตไนต์โชว์ที่ไม่มีใครก้าวข้ามได้เลยล่ะครับ"
สกอตต์ยิ้มรับและพยักหน้า "ขอให้สมพรปากนะครับ"
หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ สกอตต์ก็ขอตัวกลับ
เดวิดยังต้องอยู่คุมงานตัดต่อหลังเวทีต่อ จึงไม่มีเวลาปลีกตัวออกไปสังสรรค์ด้วย
ส่วนสกอตต์เองก็ไม่มีโปรเจกต์อะไรที่ต้องยืมช่องทางของสถานีโทรทัศน์เพื่อโปรโมท จึงไม่จำเป็นต้องลดตัวลงมาสานสัมพันธ์อย่างจงใจ
เดวิดเดินลงมาส่งสกอตต์ถึงชั้นล่างด้วยตัวเอง เขายืนมองไฟท้ายรถซีดานสีดำที่พุ่งทะยานฝ่าความมืดมิด ยามพลบค่ำค่อยๆ กลืนหายไปกับกระแสรถยนต์บนท้องถนน แววตาของเขาวูบไหว พึมพำเสียงเบา "ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตสินะ..."
ในฐานะพิธีกรตัวท็อปของ NBC เขาเคยพบเจอดารา คนดัง และผู้บริหารระดับสูงในแวดวงธุรกิจมานับไม่ถ้วน แต่ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของสกอตต์นั้นกลับดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
มันคือความสงบนิ่งที่ตกผลึกมาหลายชั่วอายุคน เป็นความสูงส่งที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด ซึ่งเขาเคยเห็นแต่ในตระกูลผู้ดีเก่าที่แท้จริงเท่านั้น
ทว่าเจ้าของออร่าที่ว่านี้ กลับเป็นเพียงลูกชายของทหารผ่านศึกระดับล่างเท่านั้นเอง
เดวิดส่ายหน้า แล้วหันหลังเดินกลับเข้าตึกไป
เวลา 16:30 น. รถของสกอตต์จอดสนิทที่หน้าอพาร์ตเมนต์
ทันทีที่เดินเข้าประตู คาเมรอน ดิแอซ ก็ยิ้มร่าเดินเข้ามาหา สวมกอดเขาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่น
สกอตต์ลูบผมของเธอเบาๆ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำ
เขาต้องการแช่น้ำร้อนเพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้ามาทั้งวันเหลือเกิน
แถมสตูดิโอตอนบันทึกรายการก็ร้อนอบอ้าวสุดๆ ใส่สูทมาค่อนวัน ต่อให้ฉีดน้ำหอมมาแค่ไหน ก็แทบจะกลบกลิ่นเหงื่อบนตัวไม่มิดอยู่แล้ว
นี่คือปัญหาคลาสสิกของคนขาว กลิ่นตัวที่ติดมากับยีนบังคับให้พวกเขาต้องเปลี่ยนชุดชั้นในวันละหลายๆ รอบ ไม่อย่างนั้นกลิ่นของพวกเขาก็รุนแรงพอที่จะทำให้คนรอบข้างต้องถอยหนี
สายน้ำอุ่นโอบล้อมทั่วเรือนร่าง เส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากแช่น้ำเสร็จ สกอตต์ขี้เกียจแม้กระทั่งจะใส่ชุดชั้นใน เขาคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมมาสวมลวกๆ แล้วเดินเท้าเปล่าออกจากห้องน้ำ
"ที่รักคะ เมื่อกี้มีผู้หญิงโทรมา บอกว่าเป็นเรื่องงานค่ะ" คาเมรอนเงยหน้ามองเขาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"เข้าใจแล้ว" สกอตต์เดินเข้าไปหา โน้มตัวลงจุมพิตที่มุมปากของเธอ น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เขาโอบเอวคาเมรอน ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มในห้องนั่งเล่นด้วยกัน เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนาเตอะดั่ง อิฐก้อนโต ขึ้นมา
เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ คือเบอร์ของฮิลลารี
เขากดโทรออกไปยังเบอร์ส่วนตัวนั้น น้ำเสียงเจือความเกียจคร้านหลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จ "ฮิล มีเรื่องอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ?"
น้ำเสียงของฮิลลารีที่ปลายสายก็อ่อนโยนดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ "ไม่มีเรื่องใหญ่โตอะไรหรอก แค่จะโทรมาถามว่าบันทึกรายการราบรื่นดีไหม"
"วางใจเถอะครับ อะไรที่ควรพูด ผมพูดไปหมดแล้ว" สกอตต์พูดแทงใจดำเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ปลายสายมีเสียงถอนหายใจเบาๆ เล็ดลอดมา มันคือความโล่งอกที่ได้ปล่อยวางเรื่องคาใจ "แบบนั้นก็ดีแล้วล่ะ"
สกอตต์หัวเราะเบาๆ กระชับอ้อมแขนกอดคาเมรอนที่อยู่ในอ้อมอกให้แน่นขึ้น มือข้างหนึ่งลูบไล้ผิวเนียนนุ่มของเธออย่างเหม่อลอย ส่วนมืออีกข้างถือโทรศัพท์ คุยสัพเพเหระกับฮิลลารีที่อยู่ปลายสายอย่างอารมณ์ดี