- หน้าแรก
- ศิษย์พี่ใหญ่คลั่งสังหารสามภพ เปลี่ยนสำนักเซียนเป็นธุลี
- บทที่ 9 พวกคนตาย!
บทที่ 9 พวกคนตาย!
บทที่ 9 พวกคนตาย!
บทที่ 9 พวกคนตาย!
ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวของหลิงเกอชักนำให้ท้องฟ้ามืดครึ้ม อุณหภูมิท่ามกลางหิมะและน้ำแข็งลดต่ำลงอีกครั้ง ราวกับว่าแม้อากาศก็ถูกแช่แข็ง สีหน้าของเฝยจื่อเซวียนเปลี่ยนไป
"หลิงเกอ หากเจ้าไม่ยอมจำนนแต่โดยดี พวกเราจะฆ่าสัตว์วิเศษที่นี่ให้หมดเดี๋ยวนี้!" เฝยจื่อเซวียนตะโกนข่มขู่
นางมาที่นี่เพื่อสัตว์วิเศษ ย่อมไม่มีทางทอดทิ้งชีวิตของพวกมัน สิ่งที่เขาต้องการคือให้หลิงเกอเกิดความพะว้าพะวง บนโลกใบนี้ หากมีจุดอ่อน ก็ย่อมสามารถจัดการได้
หลิงเกอตวัดกระบี่เฟิ่งเกอ กระโดดทะยานขึ้นไป "เช่นนั้นก็มาลองดูกัน ว่ากระบี่ของใครจะเร็วกว่ากัน!"
สีหน้าของเฝยจื่อเซวียนบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ เขาคำรามด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม "ฆ่าพวกมัน! ฆ่าพวกมันก่อน! แล้วค่อยใช้เลือดของพวกมันเป็นเครื่องสังเวยลากหลิงเกอเข้ามาในค่ายกล สับนางให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น! ให้นางไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกเลย!"
หลิงเกอปากแข็งนักไม่ใช่หรือ?
อยากจะลองดีนักไม่ใช่หรือ?
เช่นนั้นก็มาลองดูกัน!
หลิงเกอได้ยินคำพูดนี้ ก็เพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
กระบี่ยาวคมกริบ ปราณกระบี่ที่พลิ้วไหวดูราวกับเปลวเพลิง ทว่าแท้จริงแล้วกลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง หนาวเหน็บเสียดกระดูก กระบี่ยาวพุ่งทะยานราวกับพญาหงส์ตามหลิงเกอมาอยู่เบื้องหน้าของทุกคน
ศิษย์นับสิบคนร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียง ประสานอินร่ายคาถา ถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่ค่ายกล พวกเขาใช้พลังของค่ายกลเพื่อต้านทานการโจมตีอันหนักหน่วงของหลิงเกอ
พวกเขาวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากหลิงเกอมาถึง ค่ายกลที่วางไว้ไม่เพียงแต่สามารถกักขังสัตว์วิเศษได้ แต่ยังใช้ป้องกันและโจมตีภายนอกได้อีกด้วย เพียงแต่...
ค่ายกลของพวกเขาเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากสำนักเสวี่ยฉยง หลิงเกอในฐานะอดีตศิษย์สำนักเสวี่ยฉยง การจะทำลายค่ายกลที่พวกเขาวางไว้ จึงไม่มีความยากลำบากเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่พวกเขาไม่ควรทำที่สุดก็คือ การลงมือโดยพละการโดยไม่แจ้งให้สำนักทราบ
เฟิ่งเกอฟันลงมา!
"ปัง ปัง ปัง!!!"
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น!
ค่ายกลที่ดูเหมือนแข็งแกร่งไร้จุดบอด หลิงเกอกลับหาจุดทำลายได้อย่างง่ายดาย ค่ายกลชั้นแล้วชั้นเล่าพังทลายลงในชั่วพริบตา ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงที่กางค่ายกลกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง ร่วงกระแทกพื้น
เฝยจื่อเซวียนมองดูศิษย์ร่วมสำนักที่ร่วงหล่นลงมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันไปมองสัตว์วิเศษที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น เขาเรียกกระบี่ประจำกายออกมา แล้วฟันใส่พวกมันทันที
"พวกเจ้ายื้อหลิงเกอเอาไว้ ข้าจะจัดการพวกมันเอง! แล้วเริ่มค่ายกลใหม่!"
หลิงเกอ นางมีจุดอ่อน สัตว์วิเศษก็คือจุดอ่อนของนาง
เฝยจื่อเซวียนเชื่อมั่นในจุดนี้ ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป้าหมายก็ชัดเจนมากเช่นกัน
ใช้เลือดและวิญญาณของสัตว์วิเศษมาเสริมความแข็งแกร่งให้ค่ายกล หลิงเกอย่อมไม่มีทางหนีรอดไปจากที่นี่ได้ ต้องรู้ไว้ว่าก่อนที่หลิงเกอจะมาถึง พื้นที่แห่งนี้ได้ถูกพวกเขาวางตาข่ายฟ้าแหดินเอาไว้แล้ว หลิงเกอไม่มีทางหนีรอดไปได้อย่างแน่นอน
ศิษย์ที่ร่วงหล่นเหล่านั้นพยายามรั้งร่างที่กำลังตกลงมาอย่างรวดเร็วของตนไว้ เรียกกระบี่ประจำกายออกมา คนนับสิบพุ่งเข้าโจมตีหลิงเกอพร้อมกัน
หลิงเกอถ่ายทอดพลังปราณที่รั่วไหลออกมาจำนวนมากเข้าสู่กระบี่เฟิ่งเกอ ปลายกระบี่ร่ายรำ ฟาดฟันออกไป เปลวเพลิงสีดำสนิทอันหนาวเหน็บพุ่งทะลวงออกมา เสียงกระบี่ร้องคำรามราวกับเสียงของพญาหงส์ สะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงสวรรค์ชั้นเก้า
เสียงกระบี่กึกก้อง ทันใดนั้น กระบี่นับหมื่นก็สั่นสะเทือน กระบี่ในมือของศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงที่กำลังพุ่งเข้ามาโจมตีหลิงเกอต่างก็สั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุมได้ การโจมตีของพวกเขาหยุดชะงัก ต้องจับกระบี่ในมือไว้แน่น กระบี่ประจำกายของพวกเขาจึงไม่หลุดจากการควบคุมและบินหนีไป
"ตูม——"
หลิงเกอตวัดกระบี่กวาดออกไป ภายใต้ปราณกระบี่ ทุกคนถูกกวาดจนกระเด็นลงไปกองกับพื้น แต่ละคนมีรอยกระบี่อันสาหัสทิ้งไว้บนร่าง กระอักเลือดออกมา ยากที่จะลุกขึ้นยืนได้
ทางด้านนี้ กระบวนท่าสังหารของเฝยจื่อเซวียนกำลังจะร่วงหล่นลงบนร่างของสัตว์วิเศษ
หลิงเกอมองไป พลังปราณรวมตัวกันที่ร่าง ในวินาทีที่คมกระบี่ของเฝยจื่อเซวียนฟันลงมา นางก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าสัตว์วิเศษ ใช้เฟิ่งเกอต้านรับกระบวนท่าสังหารของเฝยจื่อเซวียนไว้ได้
เฝยจื่อเซวียนเห็นหลิงเกอปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันก็ตกใจมาก แต่แล้วเมื่อเห็นพลังปราณที่รั่วไหลออกมาอย่างรุนแรงบนร่างของนาง เขาก็หัวเราะลั่นออกมา
"หลิงเกอ พลังปราณของเจ้าก็รั่วไหลหนักอยู่แล้ว ยังกล้าใช้วิชาลับขั้นสูงสุดของสำนักเสวี่ยฉยงอีก ทำให้พลังปราณยิ่งรั่วไหลเป็นทวีคูณ เจ้านี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!"
หลิงเกอหรี่ตาลง ตวัดกระบี่งัดร่างเฝยจื่อเซวียนจนกระเด็นลอยไป ตามด้วยเงาร่างพายุหมุนพุ่งเข้าบดขยี้อย่างรุนแรง
เฝยจื่อเซวียนถูกเตะกระเด็น ตามติดมาด้วยกระบวนท่ากระบี่สังหารอันไร้ความปราณีของหลิงเกอ
"ปัง! ปัง! ปัง!"
เฝยจื่อเซวียนรวบรวมพลังปราณ กัดฟันกรอดเพื่อต้านรับการโจมตีของหลิงเกอไว้อย่างสุดกำลัง
หลิงเกอขมวดคิ้ว ถึงอย่างไรรากปราณก็ไม่มีแล้ว มิเช่นนั้นกระบี่นี้ต่อให้เฝยจื่อเซวียนเข้าสู่ขั้นฮว่าเสินแล้วก็ไม่มีทางต้านรับไว้ได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่า เขาก็ต้องตายอยู่ดี!
หลิงเกอฝืนยกระดับตบะและพลังปราณขึ้นสู่ขั้นต้าเฉิง เฟิ่งเกอร่ายรำ เสียงกระบี่ร้องคำรามดั่งพญาหงส์สะท้านนภา ลมเมฆเปลี่ยนสี สำนักเสวี่ยฉยงที่อยู่ห่างออกไปร้อยลี้ก็สามารถมองเห็นความผิดปกติทางด้านนี้ได้
ปราณกระบี่รูปร่างพญาหงส์สีดำสนิทพุ่งตรงไปยังสำนักเสวี่ยฉยง ทำให้เจ้าสำนักฉู่สวินหยางและเหล่าผู้อาวุโสตกใจจนต้องวิ่งออกมาจากเรือนของตน
บทเพลงลึกล้ำแห่งสวรรค์ชั้นเก้า พญาหงส์กู่ร้องอย่างเหน็บหนาว!
เฝยจื่อเซวียนเพิ่งต้านรับกระบี่นั้นของหลิงเกอไว้ได้ แม้ไม่ถึงตาย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บจนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
ตามมาด้วยคมกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฟันลงมาตรงหน้า เฝยจื่อเซวียนกางกระบวนท่ากระบี่ออก พลังปราณทั่วร่างโอบล้อมกาย ป้องกันอย่างรวดเร็ว
ทว่า——
การโจมตีและการป้องกันของเขากลับเปราะบางราวกับกระดาษภายใต้คมกระบี่ของหลิงเกอ
ทั้งคนทั้งกระบี่ถูกกระแทกจนกระเด็นออกไป เฝยจื่อเซวียนนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น ร่างกายไม่มีส่วนใดสมบูรณ์ดี ส่วนกระบี่ของเขาก็แตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระจัดกระจายอยู่ข้างกาย
เฝยจื่อเซวียนกระอักเลือดออกมาไม่หยุด เมื่อหยุดลงในที่สุด เขาก็หอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย ใช้ความพยายามอย่างหนักในการเช็ดเลือดที่มุมปาก ครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เขารู้ตัวดีว่าบาดเจ็บสาหัสมาก แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นพลังปราณบนร่างหลิงเกอที่รั่วไหลออกมาจนแทบจะกลืนกินตัวนาง เขาก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจถึงขีดสุด
"หลิงเกอ ข้าแค่ไม่ยอมรับในตัวเจ้า ข้าแค่อยากจะฆ่าเจ้า เดิมทีลูกศิษย์ของลั่วไป๋ถังควรจะเป็น..."
เสียงอันแผ่วเบาเอ่ยมาถึงคำสุดท้ายคือคำว่า "ข้า" ยังไม่ทันขาดคำ เฝยจื่อเซวียนก็สิ้นใจไปเสียก่อน
ไม่มีใครเกลียดหลิงเกอมากไปกว่าเขาอีกแล้ว! ตอนที่กราบอาจารย์เข้าสำนักเสวี่ยฉยงในปีนั้น เขาต่างหากที่เป็นศิษย์ที่สอบเข้าเขามาได้เป็นอันดับหนึ่ง เขาควรจะได้เป็นศิษย์เอกของลั่วไป๋ถัง หลิงเกอต่างหากที่แย่งชิงทุกอย่างของเขาไป!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเฝ้าหวังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันให้หลิงเกอทำผิดพลาด เพื่อที่เขาจะได้ฆ่านางได้อย่างชอบธรรม ต่อให้ต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหนก็ตาม!
หลิงเกอปรายตามองเฝยจื่อเซวียนที่ตายตาไม่หลับอย่างเย็นชา โดยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก ความเกลียดชังอันเต็มเปี่ยมและความโกรธแค้นที่สะสมมากว่าสิบปีของเขา ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อหลิงเกอเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงด้วยซ้ำ
ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงคนอื่นๆ เห็นเฝยจื่อเซวียนถ่วงเวลาหลิงเกอไว้ได้ จึงเตรียมจะลงมือฆ่าสัตว์วิเศษต่อ แต่พอหันกลับมา สัตว์วิเศษที่เต็มไปด้วยบาดแผลกลับหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
สัตว์วิเศษล่ะ?
อีกด้านหนึ่ง หลีซุ่ยพาสัตว์วิเศษหนีไปตั้งนานแล้ว
พวกเขามีแผน หลิงเกอก็มีแผนเช่นกัน นางไม่เพียงแต่มาเพื่อฆ่าคน แต่ยังต้องพาสัตว์วิเศษออกไปอย่างปลอดภัยด้วย
"ถึงตาพวกเจ้าแล้ว" หลิงเกอที่เพิ่งสังหารเฝยจื่อเซวียน ยกกระบี่ขึ้นชี้หน้าศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงที่เหลือ
ความหนาวเหน็บถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ทุกคนในสำนักเสวี่ยฉยงต่างร่างแข็งทื่อ หันคอที่แข็งเกร็งไปมองทางทิศที่หลิงเกอยืนอยู่
เดิมทีพวกเขาหวาดกลัว แต่เมื่อเห็นพลังปราณที่รั่วไหลออกมาบนร่างของหลิงเกอ ก็มองหน้ากัน
"ฆ่านางซะ!"
ยิ่งหลิงเกอใช้วิชาขั้นสูงมากเท่าไหร่ พลังปราณก็ยิ่งรั่วไหลเป็นทวีคูณ พวกเขามีกันตั้งหลายคน ย่อมสามารถยื้อจนหลิงเกอหมดแรงตายไปเองได้อย่างแน่นอน
ต่อให้นางไม่ตาย ที่นี่เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ทางสำนักก็ต้องได้ยินแน่นอน รอจนคนของสำนักมาถึง ท่านปรมาจารย์ลั่วมาถึง จับตัวหลิงเกอ ฆ่าหลิงเกอ พวกเขาก็จะมีความชอบความดีความชอบครั้งใหญ่!
หลิงเกอเห็นความหวาดระแวงและความกลัวในแววตาของพวกเขา แต่กลับทำท่าทางเหมือนยอมสละชีวิตโดยไม่หันหลังกลับ ก็รู้สึกขบขัน
"พวกคนตาย" ริมฝีปากแดงขยับเบาๆ เอ่ยถ้อยคำที่เย็นยะเยือกเสียดกระดูกออกมา
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป ฝืนกดกระบี่ประจำกายในมือที่กำลังสั่นสะเทือนเอาไว้ แล้วพุ่งเข้าโจมตีหลิงเกออย่างแน่วแน่
"พวกเราขอพนัน ว่าเจ้าหลิงเกอจะต้องตายก่อน!"
พวกเขาไม่มีทางตายหรอก สำนักเสวี่ยฉยงอยู่ใกล้พวกเขาแค่นี้เอง
หลิงเกอยกมุมปากขึ้น "พวกโง่เง่า"
สิ้นคำพูดอันแสนเย็นชา หลิงเกอก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้าศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงราวกับยมทูต ละทิ้งความตกตะลึงของพวกเขา แล้วลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี
สัตว์วิเศษของนางหลิงเกอ ไม่อนุญาตให้ใครมารังแก! นางหลิงเกอมีแค้นต้องชำระ และไม่ใช่คนที่พวกเขาจะล่วงเกินได้! เกล็ดมังกรย้อนกลับ ใครแตะต้องเป็นต้องตาย นางหลิงเกอก็เช่นกัน!