- หน้าแรก
- ศิษย์พี่ใหญ่คลั่งสังหารสามภพ เปลี่ยนสำนักเซียนเป็นธุลี
- บทที่ 10 เจ้าก็ยังกลัวข้าอยู่ดี
บทที่ 10 เจ้าก็ยังกลัวข้าอยู่ดี
บทที่ 10 เจ้าก็ยังกลัวข้าอยู่ดี
บทที่ 10 เจ้าก็ยังกลัวข้าอยู่ดี
กระบี่อันเย็นเยียบฟันทะลวงหิมะและผืนฟ้า เลือดสดๆ ย้อมแผ่นดินให้แดงฉานอีกครั้ง บนผืนน้ำแข็งถูกปกคลุมไปด้วยเลือดของศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงชั้นแล้วชั้นเล่า
ซากศพเกลื่อนกลาดไปทั่วพร้อมกับรอยเลือด ย้อมดวงตาของหลิงเกอให้แดงก่ำ และกลืนกินหัวใจของศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงเช่นกัน
เป็นอีกครั้งที่พวกเขารู้สึกหวาดกลัวหลิงเกออย่างหาที่สุดไม่ได้
คนส่วนใหญ่แทบไม่ทันได้ลงมือด้วยซ้ำ เพียงพริบตาที่กระบวนท่ากระบี่ร่วงหล่น ร่างของพวกเขาก็ลงไปนอนสิ้นลมหายใจอยู่ท่ามกลางกองเลือดเสียแล้ว
สิ่งที่อยู่ใกล้พวกเขามากกว่าสำนักเสวี่ยฉยงคือกระบี่ในมือหลิงเกอ สิ่งที่กลืนกินพวกเขาก่อนความหวาดกลัวคือคมกระบี่อันเย็นชา ไร้ความปราณี และกระหายเลือดที่หลิงเกอตวัดฟันลงมา!
ซากศพเกลื่อนกลาด เลือดที่เคยร้อนระอุจับตัวเป็นน้ำแข็ง ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงคนสุดท้ายในป่าเขาหิมะแห่งนี้เมื่อเห็นภาพอันน่าสยดสยองตรงหน้า แข้งขาก็พลันอ่อนแรง คุกเข่าลงกับพื้น
"ศิษย์พี่หญิงหลิง ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่กล้าอีกแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะไม่ปริปากพูดเรื่องนี้เด็ดขาด" เขาคุกเข่าอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัว
หลิงเกอถือกระบี่ที่ยังมีเลือดหยดติ๋งเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา พลังปราณสีฟ้าครามรั่วไหลออกมาอย่างรุนแรง รอบกายของนาง อากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งชั้นแล้วชั้นเล่า
"ศิษย์พี่หญิง?" หลิงเกอทวนคำสองคำนี้เบาๆ แล้วแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
ศิษย์ชายได้ยินเสียงหัวเราะนั้นก็รู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง "ผิดแล้วๆ แม่นางหลิง ข้าผิดไปแล้ว"
ฟังจากข่าวลือในหมู่ศิษย์คนอื่นๆ หลิงเกอเกลียดชังสำนักเสวี่ยฉยงเข้ากระดูกดำไปแล้ว ขืนเรียกนางว่า "ศิษย์พี่หญิงหลิง" เกรงว่าจะยิ่งตายเร็วขึ้น
"เจ้านี่ช่างรู้จักดูทิศทางลมเสียจริง" แววตาของหลิงเกอแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
ศิษย์ชายกลอกตาไปมา เอ่ยประจบประแจงอย่างกระตือรือร้น "แม่นางหลิง ข้ายินดีถอนตัวออกจากสำนักเสวี่ยฉยง ต่อไปนี้จะขอติดตามอยู่ข้างกายแม่นาง ยอมเป็นวัวเป็นม้า ให้ใช้งานได้ตามใจชอบเลย"
หลิงเกอบอกว่าจะฆ่าคนของสำนักเสวี่ยฉยงให้หมดไม่ใช่หรือ ขอเพียงเขาไม่ใช่ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยง การที่หลิงเกอจะปล่อยเขาไปก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วนี่
หลิงเกอสบตากับสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความหวังของเขาพร้อมรอยยิ้ม ศิษย์ชายคิดว่าตนมองเห็นแสงสว่างแห่งความหวังแล้ว ทว่าวินาทีต่อมา กระบี่อันเย็นเยียบก็แทงทะลุหัวใจของเขา
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นปราดมาจากหน้าอก ความหวังที่เปี่ยมล้นถูกบดขยี้ภายใต้คมกระบี่ ศิษย์ชายขมวดคิ้วแน่น ชี้หน้าหลิงเกอ "เจ้า..."
กระบี่ยาวสีดำถูกชักออก ศิษย์ชายล้มลงไปกองกับพื้น ชักกระตุกเป็นพักๆ
หลิงเกอมองเหยียดลงมาที่เขา "สำนักที่เลี้ยงดูและสั่งสอนเจ้ามา เจ้ายอมทรยศได้ลงคอ ของพรรค์อย่างเจ้า มีสิทธิ์อะไรมาคิดว่าข้าจะไว้ชีวิตเจ้า?"
ศิษย์ชายอ้าปากค้าง สีหน้าโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นความไม่ยินยอม "หลิงเกอ อย่าคิดนะว่าเจ้าจะหนีรอดไปได้ เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ สำนักเสวี่ยฉยงไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่ ท่านปรมาจารย์ลั่ว อาจารย์ของเจ้าจะต้องลงมือฆ่าเจ้าด้วยตัวเองเพื่อล้างมลทินให้สำนัก ข้าจะรอเจ้าอยู่ในนรก ข้าจะรอเจ้าอยู่ในนรก!"
คนของสำนักกำลังตามมาแล้ว หลิงเกอหนีไม่รอดหรอก
เขาเอ่ยประโยคนี้จบด้วยความโกรธแค้นและไม่ยินยอม ก่อนจะสิ้นลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์
เสียงลม "ฟิ้วๆ" พัดมาจากทิศทางของสำนักเสวี่ยฉยงอย่างรวดเร็ว หลิงเกอฟังอยู่เงียบๆ แล้วเดินเข้าไปท่ามกลางกองซากศพ
สายตากวาดมองความน่าสยดสยองและความพินาศที่อยู่เกลื่อนพื้น หลิงเกอยื่นมือออกไป รวบรวมพลังปราณจำนวนมหาศาลไว้ที่ฝ่ามือ แล้วถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่กองเลือดและซากศพบนพื้น ในชั่วพริบตา รอยเลือดสายแล้วสายเล่าก็แผ่ขยายออกกลายเป็นค่ายกลขนาดใหญ่สีเลือด
ค่ายกลนี้เป็นสิ่งที่ศิษย์อย่างเฝยจื่อเซวียนวางไว้แต่เนิ่นๆ และนี่ก็คือเหตุผลที่พวกเขารีบร้อนจะฆ่าสัตว์วิเศษนัก เพราะมันต้องใช้เลือดในการเปิดการทำงาน เลือดของสัตว์วิเศษจะยิ่งเสริมอานุภาพให้ค่ายกลแข็งแกร่งขึ้น แม้แต่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นต้าเฉิงก็ยังสามารถสะกดข่มไว้ได้ชั่วคราว
พวกเขาคิดจะใช้ค่ายกลนี้ร่วมมือกันสังหารหลิงเกอ ต่อให้ฆ่าไม่ได้ ก็ยังสามารถดึงดูดความสนใจให้ศิษย์ร่วมสำนักเสวี่ยฉยงมาช่วยพวกเขาได้ทันท่วงที
น่าเสียดายที่ก้าวแรกของพวกเขาก็ล้มเหลวเสียแล้ว
จากนั้น พวกเขาก็ตาย
หลิงเกอเคยเป็นศิษย์สำนักเสวี่ยฉยง ตบะบารมีเคยเหนือกว่าลั่วไป๋ถังผู้เป็นอันดับหนึ่งแห่งทวีปเสวียนชาง ต่อให้รากปราณถูกทำลายไปแล้ว ค่ายกลแค่นี้ นางก็ยังสามารถเปิดมันขึ้นมาใหม่ได้
พลังปราณถูกถ่ายทอดเข้าสู่ค่ายกลอย่างราบรื่นจนค่ายกลสมบูรณ์ หลิงเกอลุกขึ้นยืน พลังปราณก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ซัดสาดอย่างรุนแรงท่ามกลางความหนาวเหน็บ
หลังจากเปิดการทำงานของค่ายกล พลังปราณในตันเถียนของหลิงเกอก็ยิ่งรั่วไหลออกมารุนแรงกว่าเดิม หากหลีซุ่ยอยู่ที่นี่ล่ะก็ เกรงว่าคงกังวลจนร้องกรี๊ดออกมาแน่
ต่อให้มีตบะขั้นต้าเฉิง แต่หากพลังปราณไหลออกไปแบบนี้ อีกไม่นานก็คงหมดตัว
แต่หลิงเกอจำเป็นต้องทำเช่นนี้ นางรู้ดีว่าคนของสำนักเสวี่ยฉยงกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่
หากไม่เปิดค่ายกลนี้ นางต่างหากที่จะหนีไม่รอด
"หลิงเกอ! เจ้าเป็นคนฆ่าพวกเขาใช่ไหม!"
เสียงตวาดกร้าวตกลงมาจากเหนือศีรษะ คนนับร้อยที่ขี่กระบี่เหาะมาร่อนลงสู่พื้นในชั่วพริบตา และล้อมหลิงเกอไว้ตรงกลาง
เจ้าสำนักออกคำสั่ง พวกเขาก็รีบรุดมาทันที และก็พบหลิงเกออยู่ที่นี่จริงๆ
คนตั้งมากมายขนาดนี้ นางทำผิดแล้วยังไม่รู้จักสำนึก ซ้ำยังกล้าลงมือเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักอีก
เมื่อเห็นซากศพของศิษย์ร่วมสำนักเกลื่อนพื้น ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงแต่ละคนก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง
สมควรตาย! สมควรตาย! สมควรตาย! นังคนทรยศที่สมควรตาย!
"หลิงเกอ! เจ้าทำร้ายศิษย์น้องหญิงยังไม่พอ ยังจะมาฆ่าศิษย์ร่วมสำนักอีกหรือ!" ชายที่เป็นผู้นำเดินออกมา ชี้หน้าหลิงเกอพลางตะโกนด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว ทำหน้าเหมือนโกรธแค้นที่เหล็กไม่ยอมกลายเป็นเหล็กกล้า
ศิษย์เอกของเจ้าสำนักเสวี่ยฉยง ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเสวี่ยฉยง จี้หลินจวิน
หลิงเกอปรายตามองคนผู้นั้น แล้วแค่นเสียงเย็น "ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเสวี่ยฉยงที่เก็บตัวฝึกวิชามาหลายปีถึงกับยอมออกมา ข้านี่ช่างมีหน้ามีตาเสียจริง"
จี้หลินจวินฟังน้ำเสียงเย้ยหยันของหลิงเกอแล้ว ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความโกรธ "หลิงเกอ! ตอนนี้ศิษย์น้องเล็กยังนอนไม่ได้สติอยู่ในถ้ำลับ ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เจ้ายังไม่รู้จักสำนึกผิดอีกหรือ!"
หลิงเกอไม่สบอารมณ์ "จี้หลินจวิน สิ่งที่ข้าทำ ข้ายอมรับ คนพวกนี้ข้าเป็นคนฆ่าเอง แล้วเจ้าจะทำไม?
เย่ฉิงเสวี่ยเป็นศิษย์น้องเล็กของเจ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า? นางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?
แต่ในเมื่อพวกเจ้าเอาแต่พูดว่าข้าทำร้ายนางจนบาดเจ็บสาหัส แถมยังคิดจะฆ่านาง หากนางยังไม่ตาย คราวหน้าถ้าเจอ นางข้าจะส่งนางลงนรกไปเอง"
จี้หลินจวินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "หลิงเกอ!"
เสียงคำรามดังทะลุฟ้าทะลุเมฆ จี้หลินจวินโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม สายตาที่มองหลิงเกอแทบอยากจะสับนางให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น
นั่นคือฉิงเสวี่ยนะ ศิษย์น้องเล็กที่ว่านอนสอนง่ายและรู้ความที่สุดแห่งสำนักเสวี่ยฉยง!
หลิงเกอแม้แต่ศิษย์น้องเล็กที่ดีแสนดีขนาดนั้นยังทำร้ายลงคอ แถมยังพูดจาสามหาว วันนี้ยิ่งสารภาพออกมายอมรับว่าฆ่าศิษย์ร่วมสำนักอย่างหน้าตาเฉย ช่างเดรัจฉานเสียจริง!
"เจ้านี่มันเดรัจฉานยังสู้ไม่ได้เลย" จี้หลินจวินชี้หน้าด่าหลิงเกอ
ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงนับร้อยที่ตามจี้หลินจวินมา แต่ละคนก็มีสีหน้าโกรธแค้นอย่างสุดซึ้ง แทบอยากจะพุ่งเข้าไปฟันหลิงเกอสักสองสามดาบ
ประกายตาของหลิงเกอเย็นเยียบ นางกระชับกระบี่เฟิ่งเกอแน่น เสียงลมข้างหูดังขึ้นเรื่อยๆ นางลอบสูดหายใจเข้าลึก กดข่มทุกอารมณ์เอาไว้ชั่วคราว ซ่อนจิตสังหารในแววตาไว้ในส่วนลึกที่สุด
ทุกทิศทุกทางล้วนมีคนของสำนักเสวี่ยฉยงดักซุ่มอยู่ กลิ่นอายเช่นนี้ น่าจะเป็นยอดฝีมือขั้นต้าเฉิงระดับผู้อาวุโสแห่งสำนักเสวี่ยฉยงที่ไม่ค่อยเผยตัวให้เห็นบ่อยนัก
ดี ดี ดีนัก แม้แต่ตาเฒ่าพวกนี้ก็ยังเชิญออกมาจนได้
เช่นนี้ก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้ว จนถึงตอนนี้ นางยังไม่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของลั่วไป๋ถังเลย ไม่แน่เขาอาจจะซุ่มรอโอกาสลอบโจมตีอยู่ที่ไหนสักแห่ง
"จี้หลินจวิน พูดจาไร้สาระยืดยาวนัก เจ้านี่ก็ยังกลัวข้าอยู่ดี" หลิงเกอจงใจยั่วโมโหจี้หลินจวินต่อไป
การที่จี้หลินจวินมาถึงแล้วเอาแต่พูดจาไร้สาระยืดยาว ก็เพื่อถ่วงเวลาให้พวกที่ซ่อนอยู่ในเงามืดจัดเตรียมค่ายกลให้เสร็จเรียบร้อยไม่ใช่หรือ?
จี้หลินจวินกัดฟันกรอด "ใคร-กลัว-เจ้า-กัน!"
"ตอนงานประลองศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงปีนั้นที่แพ้ข้า ถ้าไม่ได้กลัว แล้วทำไมถึงต้องรีบเก็บตัวฝึกวิชาทันที? ถ้าไม่ได้กลัว แล้วทำไมตลอดเจ็ดปีมานี้ถึงไม่เคยก้าวออกจากเรือนของตัวเองเลยแม้แต่ครึ่งก้าว? น่าเสียดายนะ เก็บตัวมาเจ็ดปีก็เป็นได้แค่ขั้นฮว่าเสิน แต่ข้าน่ะบรรลุขั้นต้าเฉิงระดับสูงสุดไปแล้ว" น้ำเสียงของหลิงเกอเต็มไปด้วยการดูถูก รอยยิ้มที่เผยออกมานั้นยิ่งเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันและเหยียดหยาม
หลิงเกอเอ่ยปากทีไรก็ "ถ้าไม่ได้กลัว" จี้หลินจวินโกรธจนแทบจะระเบิด เขากระชากกระบี่ประจำกายออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะชี้หน้าหลิงเกอด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
"ขั้นต้าเฉิงระดับสูงสุดงั้นหรือ? เศษสวะที่ถูกท่านอาลั่วทำลายรากปราณไปแล้วอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไร ทุกคนฟังคำสั่งข้า! จับกุมตัวหลิงเกอ คนทรยศที่สมคบคิดกับพวกมารและเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักผู้นี้ให้ได้!"