เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - บงกชเก้ากลีบเบ่งบาน

บทที่ 12 - บงกชเก้ากลีบเบ่งบาน

บทที่ 12 - บงกชเก้ากลีบเบ่งบาน


บทที่ 12 - บงกชเก้ากลีบเบ่งบาน

บนแท่นทดสอบพลันระเบิดแสงสว่างวาบขึ้นมาเจ็ดสาย บงกชเพลิงเจ็ดกลีบผุดขึ้นมากลางอากาศ ส่องสว่างจนใบหน้าของผู้คนรอบด้านอาบไปด้วยสีแดงระเรื่อ

"หลี่ชิงเทียน พรสวรรค์วิถียุทธ์ระดับเจ็ด!"

ผู้อาวุโสคุมสอบเผยรอยยิ้มปลาบปลื้ม "ช่างเป็นอัจฉริยะที่ควรค่าแก่การสั่งสอนจริงๆ!"

พรสวรรค์นั้นถูกแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า โดยระดับหนึ่งต่ำสุด และระดับเก้าคือสูงสุด

การที่บงกชเพลิงปรากฏขึ้นเจ็ดกลีบบนแท่นทดสอบ หมายความว่าเขามีพรสวรรค์ระดับเจ็ด

ในสถาบันชิงสือ ผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับเจ็ดมีเพียงหลักร้อยคนเท่านั้น นั่นหมายความว่าหลี่ชิงเทียนสามารถข้ามขั้นตอนการทดสอบของศิษย์สายในและเข้าสู่ลานในได้ทันที

ลานใน สถานที่ที่ศิษย์ลานนอกนับไม่ถ้วนต่างเฝ้าฝันถึง หากศิษย์ลานนอกต้องการเข้าสู่ลานใน พวกเขาจะต้องผ่านการคัดเลือกศิษย์สายใน ซึ่งความยากของการคัดเลือกนี้ยากกว่าการทดสอบเข้าสำนักถึงหลายร้อยเท่า

แต่เรื่องพวกนี้หลี่ชิงเทียนไม่ต้องเก็บมาใส่ใจเลย เขาเพียงแค่ต้องตั้งใจบ่มเพาะพลังให้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสได้เข้าไปเหยียบในลานหลักก็เป็นได้

ลานหลักคือศูนย์กลางและหัวใจสำคัญของสถาบัน สถาบันชิงสือมีศิษย์นับหมื่น แต่ศิษย์หลักที่แท้จริงนั้นมีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น ศิษย์หลักแต่ละคนล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของสถาบัน

หลี่ชิงเทียนเดินลงจากแท่นทดสอบด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่ง ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของผู้คน เขาหลงใหลในความรู้สึกนี้เหลือเกิน

คนบางคน ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดว่าจะได้ทะยานขึ้นสู่ท้องนภาอันกว้างใหญ่ ขณะที่บางคนกลับถูกลิขิตให้ต้องหดหัวหนีไปตลอดชีวิต

เขาคือมังกรเทพเก้าสวรรค์ที่โผบินเหนือผืนนภา ส่วนเย่ฝานก็ถูกลิขิตให้ต้องแหงนหน้ามองเขาไปตลอดกาล

ทว่า เมื่อสายตาของเขาตวัดไปมองเย่ฝาน โทสะก็พลันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

เย่ฝานไม่ได้สนใจการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะปรายตามองมาด้วยซ้ำ

"ช่างโง่เขลาและไม่รู้จักเจียมตัว!" เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง

"คนต่อไป เซี่ยชูหลิ่ว!"

การทดสอบดำเนินต่อไปเรื่อยๆ นอกจากหลี่ชิงเทียนแล้ว ก็มีเพียงเซี่ยชูหลิ่วเท่านั้นที่ทดสอบได้พรสวรรค์ระดับเจ็ด ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ล้วนมีพรสวรรค์อยู่ในเกณฑ์ธรรมดาทั่วไป

มีพรสวรรค์ระดับเจ็ดสองคน ระดับหกหนึ่งคน ที่เหลือล้วนเป็นระดับห้าลงไปทั้งสิ้น

"ศิษย์รุ่นนี้ดูด้อยกว่ารุ่นที่แล้วมากเลยนะ ไม่มีแม้แต่พรสวรรค์ระดับแปด ส่วนระดับเจ็ดก็มีแค่สองคนเท่านั้น" บนอัฒจันทร์ เจ้าตำหนักวิถียุทธ์เอ่ยขึ้นด้วยความผิดหวัง

"รอดูอีกหน่อยเถอะ เผื่อจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อะไรบ้าง" เจ้าตำหนักวิถีกระบี่ตอบกลับ

แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่าความหวังริบหรี่เต็มที หากในด่านแรกผลงานยังออกมาธรรมดา ในด่านที่สองก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำผลงานโดดเด่น

"พวกท่านไปตรวจสอบผู้อาวุโสคุมสอบคนนั้นให้ดี ถ้าเป็นฝีมือของเขาจริงๆ พวกท่านคงรู้ว่าต้องจัดการยังไง"

"รับทราบขอรับ!"

ด้านล่างแท่น

หลังจากที่หลี่ป๋อเฉียงทดสอบพรสวรรค์เสร็จ เขาก็ยังไม่รีบจากไป แต่กลับวิ่งมาหาเย่ฝานและเกลี้ยกล่อมว่า "เย่ฝาน ผู้อาวุโสคุมสอบเป็นผู้รับผิดชอบการทดสอบครั้งนี้ ไม้ซีกงัดไม้ซุงไม่หรอกนะ นายไปขอโทษเขาก่อนเถอะ ขืนดื้อดึงไปแบบนี้ก็ไม่มีผลดีอะไรกับนายเลย"

"ขอบใจที่เตือน แต่เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่งหรอก ข้ามีแผนของข้าเอง"

จะให้เขาไปก้มหัวขอโทษผู้อาวุโสคุมสอบงั้นหรือ จักรพรรดิกระบี่ไร้เทียมทานอย่างเขาไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร เมื่อก่อนไม่เคย ตอนนี้ก็ไม่ และในอนาคตก็ยิ่งไม่มีทาง

หลี่ป๋อเฉียงส่ายหน้าอย่างจนใจ ในเมื่อเย่ฝานดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เขาก็หมดหนทางช่วยเช่นกัน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป...

สองชั่วยามผ่านไป...

เวลาล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลง จำนวนคนที่เข้ารับการทดสอบก็น้อยลงเรื่อยๆ

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ยอมกลับ พวกเขายืนจับกลุ่มรอชมเรื่องสนุกอยู่รอบๆ

ในที่สุด คนสุดท้ายก็ทำการทดสอบเสร็จสิ้น

เย่ฝานก้าวเดินออกไปอย่างเนิบนาบ

ผู้อาวุโสคุมสอบทำเพียงแค่นเสียงเย็นชา

"เจ้ายังไม่ยอมตัดใจจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายสินะ คิดจริงๆ หรือว่าตัวเองจะมีพรสวรรค์อะไรดีๆ ซ่อนอยู่?"

การที่เย่ฝานได้อันดับหนึ่งในด่านแรก ไม่ได้แปลว่าพรสวรรค์ของเขาจะสูงส่งตามไปด้วย พรสวรรค์เป็นสิ่งที่สวรรค์ประทานให้ ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด และไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

อัจฉริยะที่หาตัวจับยากนั้นถูกกำหนดมาแล้วว่ามีเพียงหยิบมือ ส่วนที่เหลือก็เป็นได้แค่คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น

และเย่ฝานก็คงไม่ได้รับการยกเว้นเช่นกัน!

"ไม่ลองดู แล้วจะรู้ได้ยังไง" เย่ฝานแสยะยิ้ม

"เจ้ารู้ไหมว่าทำไมการทดสอบจบลงแล้ว ถึงยังมีคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่อีกตั้งมากมาย?"

"บางทีอาจจะมารอดูเรื่องตลกกระมัง"

"ในเมื่อเจ้ารู้ว่าพวกเขามาดูเรื่องตลก แล้วทำไมถึงรีบร้อนอยากจะขึ้นไปขายขี้หน้าล่ะ"

"ข้ากลับคิดว่าคนที่กำลังขายขี้หน้าอยู่น่าจะเป็นท่านมากกว่านะ!"

เย่ฝานไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับผู้อาวุโสคุมสอบอีก เขาค่อยๆ วางมือขวาลงบนแท่นทดสอบ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่เขาเป็นจุดเดียว

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ข้าก็นึกว่าเขาจะทำให้พวกเราตื่นตาตื่นใจได้ซะอีก น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ ขนาดบงกชเพลิงสักกลีบยังไม่โผล่ออกมาเลย"

"หมอนี่ขึ้นมาเล่นตลกงั้นเหรอ ต่อให้พรสวรรค์วิถียุทธ์จะห่วยแตกแค่ไหน ก็ไม่น่าจะต่ำกว่าระดับหนึ่งไม่ใช่หรือไง"

"ระดับศูนย์ นี่คงเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของสถาบันแล้วล่ะมั้ง"

ผู้อาวุโสคุมสอบยิ้มอย่างได้ใจ "ข้าบอกแล้วไงว่ามีคนชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน"

บนอัฒจันทร์ เจียงเฉิงหัวเราะเยาะ "ซีเอ๋อร์ ตอนนี้เธอรู้หรือยังว่าเขาเป็นคนแบบไหน"

ฉู่ซีส่ายหน้า "รุ่นพี่เจียง พวกเราไปกันเถอะ"

เธอกับเย่ฝานคงอยู่กันคนละโลกจริงๆ อุตส่าห์แอบหวังในตัวเขาไว้บ้างแท้ๆ

ส่วนเจ้าตำหนักทั้งสองที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ส่ายหน้าเช่นกัน ผลงานในช่วงแรกของเย่ฝานทำให้พวกเขาประทับใจมาก แต่มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาชั่วครู่ชั่วยาม พวกเขาเตรียมตัวจะลุกกลับกันแล้ว

ด้านล่างแท่น

ท่ามกลางเสียงก่นด่าของฝูงชน เย่ฝานกลับยังคงยืนนิ่งสงบผิดปกติ

เพราะเขารู้ดีว่าแท้จริงแล้วพรสวรรค์วิถีกระบี่ของเขาไม่ได้แย่เลยสักนิด

เขาคือผู้มีกายากระบี่แต่กำเนิด พรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของเขาเหนือล้ำกว่าพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์มากนัก จนถึงขั้นกดทับพรสวรรค์วิถียุทธ์เอาไว้ ดังนั้นการที่แท่นทดสอบไม่อาจตรวจจับพรสวรรค์วิถียุทธ์ของเขาได้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

เขาโคจรพลัง 【เคล็ดกระบี่อมตะ】 เพื่อหยุดยั้งไม่ให้พรสวรรค์วิถีกระบี่กดทับพรสวรรค์วิถียุทธ์อีกต่อไป

ทันใดนั้น เหนือแท่นทดสอบก็เริ่มมีบงกชเพลิงค่อยๆ เบ่งบานขึ้นมาทีละดอก

หนึ่งกลีบ... สองกลีบ... สามกลีบ... สี่กลีบ

"ดอกที่ห้าแล้ว"

"ดอกที่หกแล้ว!"

"พระเจ้าช่วย ดอกที่เจ็ด!"

"ดอกที่แปด เยอะกว่าของหลี่ชิงเทียนอีก!"

ในที่สุดดวงตาของทุกคนก็แทบจะถลนออกมานอกเบ้า

เมื่อปีที่แล้ว เจียงเฉิงจุดบงกชเพลิงได้แปดกลีบ ทะยานเข้าสู่ลานหลักได้โดยตรงและกลายเป็นตำนานบทใหม่

ไม่นึกเลยว่าพรสวรรค์ของเย่ฝานจะสามารถนำมาเทียบเคียงกับเจียงเฉิงได้

ยิ่งพรสวรรค์วิถียุทธ์อยู่ในระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งหาได้ยากขึ้นเท่านั้น ระดับเจ็ดคือเส้นแบ่งเขตแดน ระดับแปดก็เป็นอีกหนึ่งเส้นแบ่งเขตแดนเช่นกัน

พรสวรรค์ของเย่ฝานคงมาสุดแค่นี้แล้วล่ะ พรสวรรค์ระดับเก้านั้นเป็นเพียงแค่ตำนาน ไม่เคยมีใครได้เห็นกับตามาก่อน แค่พรสวรรค์ระดับแปดก็เพียงพอให้เย่ฝานยืดอกได้อย่างภาคภูมิแล้ว

ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าแท่นทดสอบคงจะหยุดลงเพียงเท่านี้ จู่ๆ แท่นทดสอบก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง บงกชเพลิงกลีบที่เก้าค่อยๆ เบ่งบานออกอย่างช้าๆ

บงกชเพลิงทั้งเก้ากลีบสาดแสงเจิดจรัสไปทั่วผืนฟ้า งดงามราวกับปาฏิหาริย์แห่งทวยเทพ

ผู้คนต่างต้องหรี่ตาลง ไม่มีใครกล้ามองตรงไปยังแสงสว่างของบงกชเพลิง

วินาทีนี้ ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน

ปีที่แล้ว เจียงเฉิงปลุกพรสวรรค์วิถียุทธ์ระดับแปด ก้าวขึ้นเป็นเทพในชั่วข้ามคืน

ปีนี้ เย่ฝานปลุกพรสวรรค์วิถียุทธ์ระดับเก้า นั่นไม่เท่ากับว่าเย่ฝานได้ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดเหนือเหล่าทวยเทพแล้วหรือ?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - บงกชเก้ากลีบเบ่งบาน

คัดลอกลิงก์แล้ว