- หน้าแรก
- บันทึกคดีเวทนตร์ อาโอซากิ อาโอโกะ
- บทที่ 47 อำพันและมรกต
บทที่ 47 อำพันและมรกต
บทที่ 47 อำพันและมรกต
หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดตระกูลนักชำระล้างก็ยอมรับข้อเสนอของอาโอโกะ และรับเช็คที่อาโอโกะยื่นให้ไปอย่างยินดี
และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลนักชำระล้างก็กลายเป็นตระกูลสาขาย่อยของตระกูลอาโอซากิอย่างเป็นทางการ โดยยอมรับคำสั่งจากตระกูลอาโอซากิแต่เพียงผู้เดียว
หลังจากการพูดคุยทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ผู้นำตระกูลนักชำระล้างก็สั่งให้คนพาตัวโคฮาคุและฮิซุยออกมา
สองพี่น้อง โคฮาคุและฮิซุย มีท่าทีเขินอายเล็กน้อย อายุของพวกเธอในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ต่างจากโทโกะหลังจากที่ย้อนวัยกลับไปมากนัก ทั้งคู่น่ารักน่าเอ็นดู และมีเรือนผมสีแดงอมชมพูเหมือนกัน
ผู้หญิงที่พาสองพี่น้องมาพบอาโอโกะคือแม่ของพวกเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ค่อยดีนัก ใบหน้าของเธอจึงดูซูบซีดและอิดโรย
เด็กทั้งสองสวมชุดยูกาตะสีเรียบๆ ตัวเล็กๆ และสวมรองเท้าเกี๊ยะไม้ โดยมีคนเป็นแม่ที่แต่งกายคล้ายคลึงกันจูงมือพาออกมาพบแขก
บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้ดีมาตลอดว่า ลูกสาวที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ทั้งสองคนของเธอ สักวันหนึ่งจะต้องถูกผู้นำตระกูลนักชำระล้างนำไปใช้เป็นเครื่องต่อรองทางการค้า เธอจึงต้องใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมานในทุกๆ วัน
"สวัสดีจ้ะ" อาโอซากิ อาโอโกะ เอ่ยทักทายทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร "ฉันคือผู้นำตระกูลอาโอซากิคนปัจจุบัน อาโอซากิ อาโอโกะ"
สองพี่น้องมีท่าทีหวาดกลัวเล็กน้อยและไปหลบซ่อนอยู่หลังแม่ แต่คนเป็นแม่เข้าใจดีถึงน้ำหนักของชื่อ "อาโอซากิ" เธอจึงรีบพาสองพี่น้องก้าวออกมาโค้งคำนับอาโอซากิ อาโอโกะ
"ไม่ต้องกลัวหรอกนะ" อาโอซากิ อาโอโกะ กล่าว "ฉันรู้เรื่องพรสวรรค์ของพวกเธอสองพี่น้องผ่านช่องทางบางอย่าง ก็เลยมาหา และตัดสินใจว่าจะเสนอให้พวกเธอได้รับการศึกษาด้านศาสตร์เวท"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แม่ของสองพี่น้องนักชำระล้างก็ชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะรู้สึกถึงความปีติยินดีที่เอ่อล้นขึ้นมาจุกอก
การได้เข้าไปเป็นศิษย์ของตระกูลอาโอซากิ ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลจอมเวทชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น แม้จะไม่ได้เป็นศิษย์สายตรง แต่นั่นก็เพียงพอที่จะปลดปล่อยสองพี่น้องจากชะตากรรมอันน่าเศร้าที่พันธนาการพวกเธอไว้ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำตระกูลอาโอซากิที่เป็นหญิงสาวที่ทั้งอายุน้อยและงดงามคนนี้ ย่อมไม่มีทางทำเรื่องเลวทรามกับสองพี่น้องเพียงเพราะความสามารถพิเศษในการเชื่อมโยงความรู้สึกของพวกเธอแน่ๆ นี่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองครั้งเดียวในชีวิตที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเธอเลยทีเดียว!
แม่ของเด็กทั้งสองร้องไห้ด้วยความยินดี เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ กอดสองพี่น้องไว้แน่นและสะอื้นไห้อย่างควบคุมไม่อยู่ ทางด้านโคฮาคุและฮิซุยที่มีความไวต่อความรู้สึกสูง ก็สวมกอดแม่และร้องไห้ตามไปด้วย ในชั่วพริบตา ห้องรับแขกของตระกูลนักชำระล้างก็อบอวลไปด้วยเสียงร้องไห้ระงม ในขณะที่ผู้นำตระกูลนักชำระล้างทำได้เพียงมองอาโอโกะด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
"เอาล่ะๆ" อาโอโกะเอ่ยปลอบ "ร้องไห้กันขนาดนี้ ทำเอาฉันดูเหมือนเป็นวายร้ายใจโฉดไปเลยนะเนี่ย"
"ฉันจะไม่ห้ามพวกเธอสองพี่น้องมาเจอแม่หรอกนะ" อาโอโกะพูดอย่างอ่อนโยนกับโคฮาคุ เพราะเธอเป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่และใจเย็นกว่าในบรรดาสองพี่น้อง "แล้วบ้านของฉันก็อยู่ที่เมืองมิซากิ ไม่ได้ไกลจากโตเกียวเท่าไหร่นัก พวกเธอแม่ลูกสามารถมาพบปะกันได้เสมอในเวลาว่าง"
เมื่อได้ยินดังนั้น โคฮาคุก็เงยหน้าขึ้นจากไหล่ของแม่ด้วยความประหลาดใจ พลางพินิจพิจารณาหญิงสาวที่กำลังจะรับพวกเธอไปอุปการะอย่างถี่ถ้วน
หญิงสาวตรงหน้าดูเหมือนจะอายุแค่ราวๆ สิบเจ็ดหรือสิบแปดปี มีเรือนผมสีแดงยาวจรดเอว ซึ่งมีสีคล้ายคลึงกับผมของเธอและน้องสาวมาก แต่ดูมีชีวิตชีวาและเปล่งประกายกว่า ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังพลิ้วไหว
ใบหน้าของเธองดงามอย่างเหลือเชื่อ แทบจะไร้ที่ติในสายตาของโคฮาคุและฮิซุย ในช่วงชีวิตสั้นๆ ของเด็กหญิงทั้งสอง คุณอาโอซากิ อาโอโกะ เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่พวกเธอเคยพบมา
"อย่างไรก็ตาม ฉันต้องขอพูดให้ชัดเจนไว้ก่อนนะ" อาโอโกะกล่าว "ที่ฉันตัดสินใจรับอุปการะโคฮาคุกับฮิซุย และจะสอนศาสตร์เวทให้พวกเธอ ไม่ใช่เพราะความสงสารหรอกนะ แต่เพื่อบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถให้กับตระกูลอาโอซากิของเราในอนาคตต่างหาก"
"ฉันเข้าใจค่ะ" แม่ของสองพี่น้องตอบ "แต่การที่ผู้นำตระกูลอาโอซากิให้ความสนใจเด็กสองคนนี้ ก็ถือเป็นความโชคดีของพวกเธอแล้ว และในฐานะแม่ ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจในความเมตตาของท่านผู้นำตระกูลอาโอซากิเป็นอย่างยิ่งค่ะ"
พูดจบ แม่ของทั้งสองก็คุกเข่าโขกศีรษะก้มกราบแนบพื้นตามธรรมเนียมเป๊ะๆ ต่อหน้าอาโอโกะ ทำเอาคนรักอิสระอย่างอาโอโกะถึงกับเกิดอาการช็อกทางวัฒนธรรมไปเลย
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ห้ามไม่ให้แม่ของสองพี่น้องทำเช่นนั้น เพราะการกระทำของเธอมาจากความรู้สึกขอบคุณต่ออาโอโกะจากก้นบึ้งของหัวใจ หากอาโอโกะไปห้ามไว้ มันจะยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเสียเปล่าๆ
"มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องบอกไว้" อาโอโกะหันไปสั่งการกับผู้นำตระกูลนักชำระล้างก่อนจะพาสองพี่น้องจากไป "ถ้า โทโนะ มากิฮิสะ มาเคาะประตูบ้านเมื่อไหร่ ก็บอกเขาไปเลยนะว่าเด็กสองคนนี้ถูกฉัน อาโอซากิ อาโอโกะ รับอุปการะไปแล้ว และบอกให้เขาล้มเลิกความคิดนั้นซะ"
ผู้นำตระกูลนักชำระล้างรีบรับคำขอของอาโอโกะทันทีโดยไม่ลังเลใจ เพราะเดิมทีเขาก็ตั้งใจจะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว เนื่องจากตอนนี้ตระกูลนักชำระล้างตกต่ำลงมาก และไม่อาจต้านทานการบีบบังคับจากตระกูลสายเลือดผสมที่ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลโทโนะได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น โทโนะ มากิฮิสะ ก็หมายตาสองฝาแฝดคู่นี้มานานแล้ว และหากเป็นไปได้ แม้แต่ผู้นำตระกูลนักชำระล้างที่วางแผนจะขายเด็กๆ ก็ยังไม่อยากขายฝาแฝดคู่นี้ให้กับไอ้ปีศาจเลือดผสมนั่นอย่างแน่นอน
และตอนนี้ในเมื่อเขาได้พบผู้หนุนหลังคนใหม่แล้ว เขาย่อมไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวตระกูลโทโนะที่เป็นแค่อันธพาลเจ้าถิ่นอีกต่อไป
อาโอโกะทิ้งเบอร์โทรศัพท์บ้านของเธอเอาไว้ให้แม่ของสองพี่น้อง และบอกว่าเธอสามารถมาเยี่ยมฮิซุยกับโคฮาคุได้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
เนื่องจากสถานะทางการเงินของตระกูลนักชำระล้างนั้นฝืดเคือง และพวกเขาก็ตั้งใจจะปล่อยสองพี่น้องไปนานแล้ว เด็กทั้งสองจึงไม่มีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวมากนัก และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอด
ก่อนที่อาโอโกะจะพาพวกเธอจากไป คนเป็นแม่ได้มอบเครื่องรางสองชิ้นที่เธอทำและปลุกเสกด้วยตัวเองให้กับเด็กๆ และสวมกอดพวกเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยมือ เฝ้ามองสองพี่น้องเดินจากบ้านเก่าของตระกูลนักชำระล้างไป
โคฮาคุและฮิซุยจับมืออาโอโกะเดินไปพลาง เหลียวหลังกลับไปมองทางแม่ของพวกเธอเป็นระยะๆ ในใจลึกๆ เต็มไปด้วยความหวังและความกังวลที่ปะปนกันไป
อาโอโกะบีบมือเล็กๆ ของพวกเธอเบาๆ และส่งยิ้มให้
"เอาล่ะ" อาโอโกะเอ่ย "ได้เวลาพาพวกเธอหลับบ้านแล้ว หลับตาลงสักแป๊บเดียวนะ"
โคฮาคุและฮิซุยหลับตาลงอย่างว่าง่าย พวกเธอได้ยินเพียงแค่พี่สาวอาโอโกะพูดอะไรบางอย่างในภาษาที่พวกเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันฟังดูไพเราะราวกับเสียงร้องเพลง จากนั้นทั้งสองก็รู้สึกหวิวๆ และวิงเวียนศีรษะเล็กน้อยกะทันหัน จนต้องเผลอบีบมือของอาโอโกะแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มลง
"เรียบร้อย ลืมตาได้แล้วจ้ะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาโอโกะ สองพี่น้องโคฮาคุและฮิซุยก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าพวกเธอมายืนอยู่ตรงลานหน้าคฤหาสน์สไตล์ตะวันตกหลังใหญ่โตที่แสนงดงามเสียแล้ว
นี่คือสิ่งที่แม่เรียกว่าจอมเวทอย่างนั้นหรือ?! โลกทัศน์ของสองพี่น้องถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง พวกเธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่ามนุษย์จะสามารถพาพวกเธอเดินทางจากบ้านเก่ามายังคฤหาสน์หลังนี้ได้ในชั่วพริบตา
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูจากสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้ว ที่นี่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ภูเขาลูกเดียวกับบ้านเก่าของพวกเธอแน่ๆ
"พี่อาโอโกะคะ นี่คือเวทมนตร์เหรอคะ?" โคฮาคุถามอาโอโกะด้วยดวงตาที่เป็นประกาย เป็นคำถามที่สมวัยกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
"แน่นอนสิ!" อาโอโกะยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ "พี่สาวคนนี้เป็นจอมเวทนี่นา!"