- หน้าแรก
- บันทึกคดีเวทนตร์ อาโอซากิ อาโอโกะ
- บทที่ 30 ช็อปปิ้ง
บทที่ 30 ช็อปปิ้ง
บทที่ 30 ช็อปปิ้ง
ฉันกับอลิซหารือแผนการกันอย่างรอบคอบในร้านกาแฟ เพื่อล่อให้โทโกะเผยตัวออกมาด้วยตัวเอง
แผนของอาโอโกะคือการบุกเข้าไปด้วยตัวเอง และบดขยี้อุปสรรคทั้งหมดของโทโกะโดยตรง เมื่อถึงตอนนั้น โทโกะจะต้องโกรธเกรี้ยวและปรากฏตัวออกมาเผชิญหน้ากับอาโอโกะด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
ทว่าอลิซไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของเธอ ดังนั้น อลิซจึงต้องการเปลี่ยนสวนสนุกทั้งแห่งให้กลายเป็นอีกมิติหนึ่ง ด้วยวิธีนี้ หากโทโกะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในสวนสนุก เธอจะสามารถค้นพบและจับกุมตัวได้ทันที... แต่นั่นมันก็เป็นการฉายเดี่ยวไม่ต่างอะไรกับวิธีของเธอเลยไม่ใช่หรือไง?
อาโอโกะคิดพลางกุมขมับ ตระหนักได้ว่าเธอลืมไปเสียสนิทว่าอลิซก็เป็นหมาป่าเดียวดายเหมือนกับตัวเธอ ในแผนการรับมือกับกับดักของโทโกะตอนแรก พวกเธอทั้งคู่ต่างก็คิดจะจัดการปัญหาด้วยตัวคนเดียว โดยไม่มีวี่แววของการร่วมมือกันเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอลองคิดดูให้ดี มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนัก โดยปกติแล้วหากโทโกะไม่อารมณ์เสีย เธอจะเป็นคนที่ใจเย็นมาก เป้าหมายของพวกเธอคือการทำให้โทโกะฟิวส์ขาดและเผยตัวออกมา ดังนั้น การให้อลิซบุกเข้าไปคนเดียวโดยมีอาโอโกะคอยซุ่มโจมตีจาก 'ด้านข้าง' จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
เพื่อการนี้ อาโอโกะได้หยิบม้วนคัมภีร์คาถาเทเลพอร์ตที่เธอสร้างไว้ก่อนหน้านี้ออกมา ซึ่งต้องแลกมาด้วยช่องใส่คาถาระดับห้า ทันทีที่โทโกะปรากฏตัว หรือหากอลิซตกอยู่ในอันตราย เธอจะพุ่งเข้าสู่สมรภูมิเพื่อเปิดฉากการรุมกินโต๊ะอันศักดิ์สิทธิ์ในทันที
หลังจากกำหนดแผนการคร่าวๆ เสร็จสิ้น อาโอโกะก็อธิบายให้อลิซฟังอย่างรวบรัด อลิซนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงความประหลาดใจที่อาโอโกะสามารถใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายมิติได้ และเอ่ยถามว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของเวทมนตร์บทที่ห้าหรือไม่
"เปล่าหรอก" อาโอโกะอธิบาย "แม้ว่าเวทมนตร์บทที่ห้าจะสามารถทำเรื่องคล้ายๆ กันได้ แต่ราคาที่ต้องจ่ายโดยรวมมันต่างกันมากเกินไปน่ะสิ มันไม่คุ้มเอาเสียเลย"
เมื่อได้รับคำตอบจากอาโอโกะ อลิซก็พยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ
เวลาลงมือถูกกำหนดไว้เป็นคืนนี้ คิสตี้แลนด์ตั้งอยู่ค่อนข้างใกล้กับร้านกาแฟ 'ดอว์น' และโรงเรียนมัธยมปลายมิซากิ ซึ่งเป็นเหตุผลที่วันนี้อลิซมาหาอาโอโกะถึงโรงเรียนอย่างผิดวิสัย
อย่างไรก็ตาม อาโอโกะเดาว่าอาจเป็นเพราะอลิซรู้สึกสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมปลายของอาโอโกะอยู่บ้าง เนื่องจากเธอเคยเล่าเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมปลายมิซากิให้อลิซฟัง ซึ่งคงไปกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาวเข้าล่ะมั้ง?
เวลาปฏิบัติการที่แน่ชัดถูกกำหนดไว้เป็นหลังห้าทุ่มของคืนนี้
เอาเถอะ ก่อนจะถึงเวลานั้น ยังมีเวลาเหลืออีกมาก และอาโอโกะก็จะไม่ยอมเสียช่องใส่คาถาของวันนี้ไปกับการคัดลอกม้วนคัมภีร์อันใหม่ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจไปเดินช็อปปิ้งกับอลิซ
หลังจากจอดรถมอเตอร์ไซค์ อาโอโกะก็เป็นฝ่ายเข้าไปควงแขนอลิซและก้าวเดินไปตามท้องถนน
การปรากฏตัวของพวกเธอทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดมองจนเหลียวหลัง เพราะทั้งอลิซและอาโอโกะต่างก็เป็นหญิงสาวรูปงามระดับหาตัวจับยากในชีวิตประจำวันอย่างไม่ต้องสงสัย
สิ่งที่หาได้ยากยิ่งกว่านั้นก็คือ สไตล์ของพวกเธอแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทว่าเมื่อเดินควงแขนกัน กลับดูเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด ราวกับภาพวาดของศิลปินชั้นครู
มันคือความงดงามที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางเพศ ไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนถูกพวกเธอดึงดูด
ในตอนแรก อาโอโกะคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นจุดสนใจ ท้ายที่สุดแล้ว ปกติเวลาเธอออกมาข้างนอกคนเดียวก็ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากขนาดนี้ แต่หลังจากที่เธอแสดงความสนิทสนมกับอลิซ ผู้คนรอบข้างก็ดูจะมีปฏิกิริยาที่ผิดปกติไปสักหน่อย
อาโอโกะเหลือบมองใบหน้าของอลิซ แม้ว่าเธอจะยังคงสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่อาโอโกะก็สัมผัสได้ว่าอลิซเริ่มจะไม่สบอารมณ์แล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว เธอคุ้นเคยและชื่นชอบบรรยากาศที่เงียบสงบมากกว่า หากเป็นเพียงการเดินเล่นช่วงสั้นๆ ก็คงไม่เป็นไร แต่การตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมายเช่นนี้มีแต่จะทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
อาโอโกะยื่นมือออกไป เดินพลังเวทเล็กน้อย แล้วดีดนิ้วเสียงดังกังวาน คลื่นที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไป และผู้คนรอบข้างก็รีบจ้ำอ้าวออกไปจากบริเวณนั้นทันที ราวกับจู่ๆ ก็นึกเรื่องสำคัญที่ลืมทำขึ้นมาได้
"เวทสะกดจิตงั้นเหรอ?" อลิซถาม "ทำออกมาได้ประณีตดีนี่"
"อืม... อันที่จริง มันเป็นเวทกางอาณาเขตประเภทหนึ่งน่ะ" อาโอโกะกล่าว "ในบรรดามรดกของคุณปู่ มีหนังสือเกี่ยวกับเวทตราประทับกุญแจความคิดจากฝั่งทวีป ซึ่งมีอาณาเขต 'หลีกเร้นผู้คน' อยู่ด้วย ฉันก็เลยอ้างอิงหลักการบางส่วนของมัน แล้วพัฒนามาเป็นเวทกางอาณาเขตง่ายๆ นี้ โดยใช้เสียงเฉพาะในการกระตุ้นการทำงาน"
"แน่นอนว่า ในเมื่อฉันเชื่อมต่อกับวงจรความคิดไม่ได้ เวทมนตร์ของฉันก็เป็นเพียงแค่ของเลียนแบบงูๆ ปลาๆ และใช้ได้ผลกับแค่คนธรรมดาเท่านั้นแหละ" อาโอโกะผายมือออก แสดงถึงความจนใจ
ทางด้านอลิซก็พยักหน้าเล็กน้อย ค่อนข้างพึงพอใจกับอาโอโกะที่กำลังเรียนรู้เวทมนตร์จากเธอ เธอเชื่อว่าความสะดวกสบายของเวทมนตร์ไล่คนนี้เหนือชั้นกว่าเวทสะกดจิตทั่วไปและอาณาเขตไล่คนขนาดใหญ่มาก ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่เวทมนตร์ของอาโอโกะได้รับการยอมรับจากเธอ
"อ้อ จริงสิ" อาโอโกะเอ่ยขึ้นราวกับเพิ่งนึกอะไรได้ "ก่อนหน้านี้ฉันเจอร้านดีๆ ร้านนึงด้วยนะ อยากไปดูด้วยกันไหม?"
เพื่อที่จะกำจัดเสี้ยนหนามรอบตัวน้องสาวล่วงหน้า หลังจาก "คิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน" โทโกะจึงเลือกลานทดสอบเวทมนตร์ในอดีตของเพื่อนคนหนึ่ง โทโกะได้ส่งอสูรรับใช้ไปสอดแนมแล้ว และพบว่าอุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นสำคัญยังคงอยู่ที่นั่น หากเธอลงมือยึดของสิ่งนั้นมาอย่างเปิดเผย เพื่อนคนนั้นจะต้องมาตรวจสอบด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
จุดเชื่อมต่อชีพจรวิญญาณที่ถูกทำลายไปก่อนหน้านี้ได้รับการซ่อมแซมโดยน้องสาวของเธอแล้ว และหุ่นเชิดที่เฝ้าอยู่ที่นั่นก็ถูกกำจัดอย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้โทโกะแปลกใจเลย เธอเพียงแค่ต้องการใช้โอกาสนั้นเพื่อทดสอบพลังรบของน้องสาวเท่านั้น
หากสังเกตจาก "พื้นผิว" เวทมนตร์ที่น้องสาวของเธอใช้ย่อมไม่สามารถรับมือกับเบโอได้อย่างแน่นอน แต่เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ของตระกูลอาโอซากิอย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง สำหรับโทโกะ นี่คือความไม่แน่นอนที่ใหญ่ที่สุด เธอจำเป็นต้องหาทางบีบให้ความจริงเกี่ยวกับ "เวทมนตร์" ของน้องสาวเผยออกมาล่วงหน้าให้ได้ ดังนั้น การกำจัดผู้ช่วยรอบตัวของเธอจึงเป็นภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น โทโกะก็อดไม่ได้ที่จะเร่งมือทำงานให้เร็วขึ้น เพื่อความปลอดภัย คืนนี้เธอไม่เพียงแต่จะต้องส่งเบโอออกไปเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมอุปกรณ์พิเศษบางอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าคุโจ อาริกะจะไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงการกระทำของเธอก่อนที่เธอจะเอาชนะอาโอซากิ อาโอโกะได้
ทว่าเธอเพิ่งจะทำงานไปได้เพียงครึ่งทาง เธอก็เห็นอสูรรับใช้หุ่นเชิดรูปนกที่เธอส่งไปสอดแนมบินกลับเข้ามา
โทโกะถอดอุปกรณ์เก็บข้อมูลภาพออกจากอสูรรับใช้ และนำไปวางบนเครื่องฉายภาพที่ดูเก่าแก่เพื่อสังเกตการณ์ภาพที่ถูกบันทึกไว้
เมื่อเธอเห็นน้องสาวของเธอกับคุโจ อาริกะเดินจับมือกันอย่างมีความสุขอยู่บนถนนย่านการค้า โทโกะก็เผลอบีบอสูรรับใช้สอดแนมของเธอจนแหลกคามือไปโดยไม่รู้ตัว
กลางดึกสงัด คุโจ อาริกะในชุดเครื่องแต่งกายสุดคลาสสิกของเธอ ได้เดินทางมาถึงทางเข้าคิสตี้แลนด์
เธอยกข้อมือขึ้น และนกเอี้ยงสีเทาหลายตัวที่กำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วก็บินมาร่อนลงเกาะบนปลายนิ้วของเธอ ราวกับกำลังรายงานอะไรบางอย่าง
"...อย่างนั้นรึ?" สีหน้าของอลิซเย็นเยียบลงเล็กน้อย "กระจกเงารองของกระจกเซียสตาถูกทำลายไปแล้วสินะ..."