- หน้าแรก
- คลินิกป่วนก๊วนปีศาจกำมะลอ
- บทที่ 35 - ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาเป็นพ่อเลี้ยงของนาย
บทที่ 35 - ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาเป็นพ่อเลี้ยงของนาย
บทที่ 35 - ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาเป็นพ่อเลี้ยงของนาย
บทที่ 35 - ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาเป็นพ่อเลี้ยงของนาย
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"นายต้องขอโทษเขานะ"
"ฉันเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว ฉันไม่ทำหรอก... เอาล่ะๆ ขอโทษก็ได้ ฉันผิดไปแล้ว คุณเรย์มอนด์ ฉันขอโทษ"
เป็นไปตามคาด เรย์มอนด์หยุดเลื้อยตาม แดเนียลและกลุ่มเพื่อนต่างก็ยืนตะลึงตาค้าง
"พระเจ้าช่วย"
"พระผู้เป็นเจ้า พวกนายเห็นไหม พวกนายเห็นหรือเปล่า เจ้างูตัวนี้มันฟังภาษาคนรู้เรื่องจริงๆ ด้วย มันฟังรู้เรื่องจริงๆ"
"เรื่องหลอกเด็กชัดๆ ต้องเป็นเรื่องหลอกเด็กแน่ๆ เรย์มอนด์ แกมันไอ้หน้าโง่"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทันใดนั้นเรย์มอนด์ก็หันขวับไปจ้องมองเขาเขม็ง
"ซวยแล้ว... มันฟังที่ฉันพูดรู้เรื่อง มันกำลังพุ่งมาหาฉันแล้ว... ขอโทษที ฉันผิดไปแล้ว ฉันขอโทษ"
เรย์มอนด์ยอมปล่อยเด็กหนุ่มคนนั้นไป ตอนนี้กลุ่มวัยรุ่นพวกนั้นเชื่อสนิทใจแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง
"เฉิน บอกฉันที นายเลี้ยงเบลเซบับให้เก่งกาจขนาดนี้ได้ยังไง แล้วนายฝึกงูให้ฉลาดแสนรู้ขนาดนี้ได้ยังไง นายเป็นพ่อมดใช่ไหม ไม่สิ นายต้องเป็นดรูอิดแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ มีแค่วิธีนี้แหละที่พอจะอธิบายเรื่องมหัศจรรย์พวกนี้ได้"
"เรื่องนี้นายคงต้องไปถามเจ้านายคนก่อนของพวกมันเอาเองแล้วล่ะ ความจริงก็คือฉันเก็บเรย์มอนด์กับเบลเซบับมาเลี้ยงน่ะ"
"ฉันไม่เชื่อหรอก จะมีไอ้โง่ที่ไหนยอมทิ้งพวกมันได้ลงคอกัน"
"แต่ความจริงมันก็เป็นแบบนั้นแหละ"
"ขอฉันจับเรย์มอนด์หน่อยได้ไหม"
"เรย์มอนด์ แกยอมให้เขาจับไหมล่ะ" เฉินจ้าวหันไปถามเรย์มอนด์ที่เลื้อยอยู่ห่างออกไป
เรย์มอนด์ค่อยๆ เลื้อยเข้าไปหาแดเนียล ถึงแดเนียลจะยังรู้สึกกลัวๆ อยู่บ้าง แต่เขาก็ยื่นมือออกไปให้เรย์มอนด์เลื้อยขึ้นมาพันบนฝ่ามือ
"โอ้โห มันฉลาดเป็นบ้าเลย เฉิน ขายมันให้ฉันเถอะนะ ขอร้องล่ะ ฉันชอบงูมาก โดยเฉพาะเรย์มอนด์"
"นายก็ลองถามมันดูเองสิว่ามันอยากจะไปอยู่กับนายหรือเปล่า"
"เรย์มอนด์ แกอยากจะไปอยู่กับฉันไหม"
เรย์มอนด์ชูคอขึ้นสูง ก่อนจะส่ายหัวไปมา
"พระเจ้าช่วย พระเจ้าช่วย พระเจ้าช่วย... ฉันชักจะหลงรักมันเข้าแล้วสิ"
ถึงแดเนียลจะอยากได้มากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะใช้กำลังแย่งชิงมันมา
เพราะถึงอย่างไรเขาก็ได้รับการปลูกฝังมาแบบชนชั้นอีลีท ถึงแม้เขาจะดูรักสนุกตามประสาวัยรุ่นอเมริกันทั่วไป
แต่เลือดของคนชั้นสูงในตัวเขาก็คอยย้ำเตือนอยู่เสมอว่า ไม่ควรไปสร้างศัตรูซี้ซั้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นแค่คนเอเชียที่ดูธรรมดาๆ ก็ตาม
พวกเศรษฐีหัวร้อนที่เอะอะก็ขู่จะฆ่าล้างโคตรแบบในนิยายน่ะ มันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ
ความสนใจที่แดเนียลมีต่อสัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวนั้น ดูเหมือนจะมีมากกว่าตัวเฉินจ้าวเสียอีก
ไม่สิ ต้องบอกว่าทุกคนที่นี่ต่างก็ให้ความสนใจเรย์มอนด์กับเบลเซบับกันทั้งนั้น
รวมถึงพอลด้วย...
"แดเนียล วันนี้นายไม่มีเรียนเหรอ" ตอนนั้นเองโซล่าก็เดินเข้ามา
โซล่าคือแม่ของแดเนียล วันนี้เธอสวมชุดสูทสีขาว และเปลี่ยนทรงผมใหม่ด้วยการดัดลอนทั้งศีรษะ
"เฉิน คุณก็อยู่ด้วยพอดีเลย ช่วงนี้ฉันรู้สึกแน่นหน้าอกบ่อยๆ คุณช่วยตรวจดูให้หน่อยได้ไหมคะ"
"ได้สิครับ"
"เฉิน ขอเรย์มอนด์กับเบลเซบับอยู่เล่นที่นี่ก่อนได้ไหม"
"ได้สิ" เฉินจ้าวเดินตามโซล่าออกไป
"อาการของคุณพ่อฉันเป็นยังไงบ้างคะ"
"การรักษาของวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ"
"ตอนที่ฉันไปหาคุณพ่อที่บ้าน ทำไมฉันถึงไม่เห็นท่านเลยล่ะคะ"
"อยู่ในห้องนอนน่ะครับ"
"ปกติท่านไม่ค่อยนอนกลางวันนี่คะ อันที่จริงเวลานอนของท่านก็น้อยอยู่แล้ว"
"อยู่กับสาวใช้น่ะครับ"
"โอเค แล้วเรื่องของเราล่ะคะ"
"แน่นอนครับ จัดให้ตามคำขอเลย"
โซล่าเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดมาก ถึงแม้เธอจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่เธอก็รู้ดีว่าจะดึงดูดเพศตรงข้ามด้วยเสน่ห์แบบผู้หญิงได้อย่างไร
แน่นอนว่าเฉินจ้าวไม่ได้คิดจะมาเป็นพ่อเลี้ยงของแดเนียล และโซล่าเองก็ไม่ได้คิดจะให้เฉินจ้าวมาเป็นสามีคนที่สี่ของเธอเช่นกัน
ทว่าในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
เด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู ก่อนจะกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ
นี่คือผู้หญิงคนแรกนับตั้งแต่เฉินจ้าวมาถึงลอสแอนเจลิสที่มีอาการเหนียมอายให้เห็น
โอเค อาจจะเป็นเพราะเธอดูเหมือนเด็กสาวอายุแค่สิบหกปี หรือบางทีอาจจะเด็กกว่านั้นด้วยซ้ำ
"ลูกรัก ทำไมเข้ามาไม่เคาะประตูก่อนล่ะจ๊ะ"
"หนูได้ยินว่าแม่มาที่นี่ สาวใช้บอกหนูว่าแม่อยู่ห้องนี้นี่นา..." เด็กสาวก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเฉินจ้าวและโซล่า "เขาคือแฟนใหม่ของแม่เหรอคะ"
"ไม่ใช่จ้ะ" โซล่าตอบอย่างตรงไปตรงมา
...
โซล่าออกไปตามหาลูกสาวของเธอแล้ว เฉินจ้าวไม่อยากจะไปโผล่หน้าให้พวกเธอเห็นอีก จึงขอตัวกลับก่อน
...
"แมนนี่ แม่ขอโทษนะที่ปล่อยให้ลูกมาเห็นภาพอุจาดตาแบบนั้น"
"แม่คะ หนูผิดเองแหละค่ะที่เข้าไปโดยไม่ยอมเคาะประตูก่อน"
"งั้นเราก็หายกันนะจ๊ะ"
"แม่คะ ผู้ชายคนนั้นคือใครเหรอคะ เขาดูเด็กกว่าแม่ตั้งเยอะ"
"เขาชื่อเฉิน เป็นหมอของคุณตาน่ะลูก" โซล่าเห็นได้ชัดว่าไม่อยากจะคุยเรื่องนี้ต่อ "ลูกมากับแดเนียลเหรอ"
"เปล่าค่ะ หนูมาเอง แดเนียลเขาก็มีกลุ่มเพื่อนของเขานี่คะ"
"แม่ได้ยินมาว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนลูกไปออดิชันบทหนังมาเหรอจ๊ะ"
"ใช่ค่ะ"
"ถ้าลูกอยากจะทำงานในวงการนี้ แม่สามารถฝากฝังลูกให้กับผู้กำกับได้ทุกคนเลยนะ" ถึงยังไงลาสฟาก็เป็นถึงกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท PLM ซึ่งเป็นหนึ่งในหกค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูด และค่ายหนังทั้งหกค่ายนี้ก็มักจะแข่งขันและร่วมมือกันอยู่เสมอ
โซล่าเองก็คลุกคลีอยู่ในวงการภาพยนตร์ เธอรู้จักมักคุ้นกับผู้กำกับชื่อดังและนักแสดงระดับแนวหน้ามากมาย
ถึงแม้จะใช้เส้นสายดันแมนนี่ให้เป็นนางเอกเลยไม่ได้ แต่อย่างน้อยการขอให้ได้รับบทที่มีบทพูดสักบท ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
ในฮอลลีวูด บทนางเอกมักจะถูกค่ายหนังล็อกตัวไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว แทบจะไม่ค่อยมีการเปิดออดิชันเพื่อเฟ้นหานางเอกหรอก
ส่วนบทที่มีบทพูดก็มักจะถูกเอเจนซี่ต่างๆ แย่งชิงโควตาไปจนหมด การที่แมนนี่ไปเดินสายออดิชันด้วยตัวเองแบบนี้ โอกาสที่จะผ่านการคัดเลือกนั้นแทบจะเท่ากับศูนย์เลยทีเดียว
หากเงื่อนไขทุกอย่างเท่าเทียมกัน ผู้กำกับย่อมเลือกนักแสดงที่มีสังกัดเอเจนซี่คอยหนุนหลัง หรือไม่ก็เลือกนักแสดงที่ยอมพลีกายแลกผลประโยชน์ให้ มากกว่าที่จะเลือกแมนนี่
แมนนี่ไม่มีจุดเด่นอะไรเลยนอกจากความสดใสและน่าตาจิ้มลิ้ม ซึ่งในฮอลลีวูด ผู้หญิงที่ทั้งสาวและสวยแบบนี้มีเดินชนกันตายเกลื่อนถนนไปหมด
ยิ่งไปกว่านั้น การที่แมนนี่อายุยังน้อยเกินไป กลับกลายเป็นข้อเสียเปรียบของเธอด้วยซ้ำ
เพราะในฮอลลีวูดมีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งก็คือ ถ้าใช้ผู้ใหญ่แสดงได้ ก็อย่าใช้นักแสดงเด็กเด็ดขาด
นักแสดงเด็ก สัตว์ และคนผิวดำ ถือเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมากในการดึงมาร่วมแสดง
ถ้าต้องการบทเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกปี แค่ไปหานักแสดงหญิงอายุยี่สิบปีมาแต่งหน้านิดหน่อย ก็สามารถแสดงได้สมบทบาทและดูแนบเนียนไม่แพ้กันแล้ว
[จบแล้ว]